เื่ที่เ้าใหญ่นึกถึงก็คือคดีพ่อค้าซึ่งถูกปล้นฆ่า เ้าใหญ่ตระหนักดีว่า ครอบครัวของพ่อค้าผู้นั้นร่ำรวยเงินทองมากมาย หากนางไปหาคนเ่าั้แล้วบอกว่าโจรที่แท้จริงคือใคร พวกเขาจะให้เงินนางเป็ค่าตอบแทนหรือไม่
ต้องให้แน่ สำหรับพวกเขาเงินแค่หนึ่งพันตำลึงคงไม่นับเป็อะไร
เพียงแต่ครอบครัวของพ่อค้าผู้นั้นอยู่ไกลนับพันลี้ หากนางเดินทางไปที่นั่นแต่เพียงผู้เดียว พวกเขาจะเข้าใจผิดคิดว่านางเป็พวกเดียวกับพวกโจรหรือไม่ ดังนั้นจึงปัดความคิดนี้ทิ้งไปแล้วใช้สมองขบคิดต่อ ก่อนจะตัดสินใจที่จะไปรีดเอาเงินจากพวกโจรแทน
เ้าใหญ่ทราบดีว่า โจรที่ได้ส่วนแบ่งไปเยอะที่สุดก็คือหัวหน้าโจร ซึ่งหลังจากเกิดเื่คนผู้นั้นก็หนีไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในซ่องโสเภณีในอำเภอหลิน ถึงแม้โจรผู้นี้จะโเี้ แต่ขอแค่นางบอกว่ามีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือ และหากเกิดเหตุไม่คาดคิด หลักฐานชิ้นนี้ก็จะถูกส่งมอบให้แก่เ้าหน้าที่ของทางการทันที ต่อให้โจรผู้นี้มีความกล้ามากเพียงใดก็คงไม่กล้าฆ่านาง อีกอย่างเ้าใหญ่ก็ไม่จำเป็ต้องออกหน้าเอง แค่ให้ขอทานสองสามคนไปส่งจดหมายให้ก็นับว่าใช้ได้แล้ว
หลังตัดสินใจได้ เ้าใหญ่บอกกับที่บ้านว่าต้องไปหาหนังสือให้หลิ่วเหวินไฉในอำเภอหลิน โดยอีกฝ่ายตกลงจะให้ค่าเหนื่อยแก่นางห้าสิบตำลึง เงินตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะ คนสกุลหยวนย่อมยินยอมอยู่แล้ว ทั้งยังให้ท่านอาสามไปเป็เพื่อนอีกต่างหาก
แผนของเ้าใหญ่ดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่านอาสามเชื่อฟังอย่างยิ่ง ครั้งนางบอกให้รออยู่ที่โรงเตี๊ยม หยวนเหล่าซานก็ยินดีรอ ด้วยเพราะที่นี่มีอาหารให้กินมีน้ำให้ดื่ม ยามอยู่ที่บ้านเขาไม่เคยได้กินเนื้อ แต่พอออกมาข้างนอก หลานสาวกลับยอมจ่ายเงินซื้อเนื้อให้กิน มีหลานสาวนี่มันช่างดีจริงๆ
หลังจากปล้นฆ่าพ่อค้าผู้นั้นแล้ว หมาชุนเซิงซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มโจรก็หอบเอาเงินไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในซ่องโสเภณีแห่งหนึ่ง ทว่าจู่ๆ โจรผู้นี้ซึ่งมีฉายาว่าโจรหน้าบากแซ่หมาก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง น่าเสียดายที่ตัวเขาไม่รู้หนังสือ แต่เคราะห์ดีที่เถ้าแก่เนี้ยของซ่องโสเภณีอ่านหนังสือได้ เขาจึงยื่นจดหมายเพื่อให้อีกฝ่ายอ่าน “ให้ตายเถอะ ข้าไม่รู้หนังสือแล้วใครมันเขียนจดหมายมาหาข้า หากมีธุระแล้วเหตุใดถึงไม่มาพูดกันต่อหน้าให้รู้เื่!”
เถ้าแก่เนี้ยขมวดคิ้วตอบกลับไปว่า “ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเ้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ แล้วมีคนส่งจดหมายมาหาเ้าได้อย่างไร”
โจรหน้าบากแซ่หมาได้ยินเช่นนี้สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดโดยพลัน เขาเดินไปที่ประตูมองซ้ายแลขวาอย่างรอบคอบก่อนจะปิดประตูลงดาลไว้แ่า จากนั้นลากแขนเถ้าแก่เนี้ยเข้าไปในห้อง “เ้ารีบเปิดดูเร็วเข้า จะได้รู้ว่าในจดหมายนั้นเขียนว่าอย่างไร”
เมื่อเถ้าแก่เนี้ยได้อ่านเนื้อหาในจดหมาย สีหน้าเปลี่ยนเป็ซีดเผือดตัวสั่นเทาขึ้นมาในทันที “มีคนรู้ว่าเ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่!”
เื่ที่เกิดขึ้นแม้ดูภายนอกจะเหมือนโจรหน้าบากแซ่หมาจะเป็คนต้นคิด และพาคนไปรอดักปล้นพ่อค้าผู้นั้น แต่ใครจะรู้ว่าเถ้าแก่เนี้ยของซ่องแห่งนี้ต่างหากคือคนต้นคิดที่แท้จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนทั้งคู่คิดทำเื่เช่นนี้ เพราะนับั้แ่ที่ทั้งสองคนสนิทสนมกัน หลายปีที่ผ่านมาพวกเขาก็มักรวมหัวทำเื่เช่นนี้จนมีเงินเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่เื่ฆ่าคนตายนั้นนับเป็ครั้งแรก หากไม่ใช่เพราะพ่อค้าเคราะห์ร้ายผู้นั้นเห็นใบหน้าของหนึ่งในคนที่ไปปล้นในวันนั้นก็คงไม่ถูกฆ่า
“เ้าว่าอะไรนะ!” โจรหน้าบากแซ่หมาอุทานอย่างใ
“ในจดหมายบอกว่า ยามนี้มันได้หาแพะมารับผิดเื่นี้แทนพวกเราแล้ว ในเมื่อพวกเราปลอดภัยดีก็สมควรตอบแทนมัน ช่างใจกล้าเสียจริง ถึงกับขอค่าตอบแทนเป็เงินถึงสองพันตำลึง ทั้งมันยังบอกอีกว่าหากพวกเรากล้าเล่นลูกไม้จะนำหลักฐานที่มีไปมอบให้เ้าหน้าที่ของทางการ
“หมาจื่อ นี่เ้าให้คนหาแพะรับผิดเื่นี้แทนหรือ” เถ้าแก่เนี้ยหันไปถามโจรหน้าบากแซ่หมา แต่กลับถูกอีกฝ่ายด่าทอกลับมา “หลังจากปล้นและแบ่งเงินกันเสร็จข้าก็กลับมาที่นี่ทันที ส่วนพี่น้องที่ร่วมกันปล้นต่างก็แยกย้ายไปคนละทิศคนละทางเช่นกัน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แล้วจะไปบอกให้ใครหาแพะมารับผิดแทนได้”
“หรือจะเป็หนึ่งในพี่น้องที่ร่วมปล้นกับเ้าในวันนั้นเป็คนส่งจดหมายมา?” เถ้าแก่เนี้ยคาดเดา
หมาซุนเซิงส่ายหน้าทันที “ไม่มีทาง” พวกนั้นมีแต่คนไม่มีสมอง หากฉลาดมีหรือเขาจะพาไปออกปล้น อีกทั้งที่ผ่านมามีแต่ตนที่รู้แหล่งหลบซ่อนตัวของคนพวกนั้น แต่อีกฝ่ายไม่เคยรู้ที่หลบซ่อนตัวของตน
“หรือว่าจะเป็เ้า…” โจรหน้าบากแซ่หมาหันไปมองเถ้าแก่เนี้ยอย่างสงสัย
เถ้าแก่เนี้ยยื่นมือไปบิดหูหมาซุนเซิงอย่างไม่พอใจ “นอกเสียจากข้าเป็คนโง่ถึงจะได้ทำเื่พวกนี้”
“มันก็ไม่แน่ เ้าอาจจะอยากได้เงินที่ปล้นมาทั้งหมดก็ได้”
เถ้าแก่เนี้ยตบตีโจรหน้าบากแซ่หมายกใหญ่ “เ้านี่มัน...ตอนที่เ้ายังไม่มีอะไรก็มีแต่ข้าที่ดูแลให้อย่างดี หากข้าอยากได้เงินจำนวนนี้จริงๆ เพียงขอกันตรงๆ ไม่ดีกว่าหรือ หากข้าขอเ้าจะไม่ให้หรือ เลิกคิดว่าเื่นี้เป็ฝีมือข้าไปได้เลย”
หมาซุนเซิงคิดตามคำของเถ้าแก่เนี้ย เมื่อเห็นว่าที่อีกฝ่ายพูดมาก็มีเหตุผลจึงรีบเข้าไปพูดปลอบ
“เ้าลองคิดดูให้ดีว่าเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้นได้ทิ้งหลักฐานหรือร่องรอยอะไรที่สาวมาถึงตัวเ้าได้หรือไม่ หรือว่าเป็พี่น้องของเ้าพวกนั้นที่มีปัญหา”
“ทุกคนล้วนเป็พี่น้องที่สนิทกันมานาน ไม่มีทางมีปัญหาแน่ ส่วนเด็กหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้ หมอนั่นมีมารดาเลี้ยง และนางไม่ยอมออกเงินพาน้องชายที่ป่วยอยู่ไปรักษาตัว หมอนั่นถึงได้มาร่วมมือกับข้าปล้นเพื่อจะเอาเงินไปรักษาน้องชาย”
“เอาละ ในเมื่อมันอยากได้เงิน เราก็จะให้ เดี๋ยวข้าจะเป็คนเอาไปให้เอง ส่วนเ้าค่อยไปแอบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น จะได้รู้เสียทีว่ามันเป็ใคร พอเห็นว่าเป็ผู้ใดก็ค่อยฆ่าทิ้ง แล้วพวกเราค่อยหนีไปเปิดซ่องที่อื่นเพื่อหลบซ่อนตัว ต่อให้มันมีหลักฐานก็ไม่มีทางจับพวกเราได้แน่” เถ้าแก่เนี้ยเอ่ยแผนการของตนเองออกมา
โจรหน้าบากแซ่หมาคิดตาม ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
เวลาต่อมา ทั้งสองคนปลอมตัวก่อนจะนำเงินไปยังสถานที่ที่คนในจดหมายระบุเอาไว้ ในจดหมายบอกว่าให้พวกตนนำเงินไปไว้ใต้ต้นไหวในวัดร้างนอกอำเภอ ครั้นเถ้าแก่เนี้ยมาถึง พบว่าที่ใต้ต้นไหวมีจดหมายวางอยู่ฉบับหนึ่ง เมื่อเปิดออกดูมีข้อความบอกให้พวกตนนำเงินไปวางไว้ที่ด้านหลังศาลซึ่งตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ทั้งสองคนไปตามที่เนื้อหาในจดหมายระบุไว้ วนไปเวียนมาอยู่หนึ่งรอบ กระทั่งเข้าไปในป่าของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่นอกอำเภอ ถึงได้เจอจดหมายที่มีเนื้อหาต่างไปจากก่อนหน้านี้
“วางเงินเอาไว้ตรงนี้ ใช้ก้อนหินทับให้ดี แล้วรีบไปจากที่นี่เสีย ข้าดูพวกเ้าอยู่ อย่าได้คิดจะฆ่าคนปิดปาก!”
เถ้าแก่เนี้ยวางเงินเอาไว้แล้วเอาก้อนหินทับอย่างมิดชิด จากนั้นเดินจากไปอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ขณะที่โจรหน้าบากแซ่หมาคอยซุ่มดูอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้มากนัก ต่อมาไม่นานก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาในป่า แต่ขากลับออกจากป่ากลับวิ่งออกมา โจรหน้าบากแซ่หมารีบวิ่งตามไปทันที ก่อนจะคว้าจับตัวบุรุษผู้นั้นมากดลงกับพื้นแล้วใช้มีดจ่อตรงลำคอ
“เื่นี้ยังมีผู้ใดรู้เห็นอีกบ้าง!”
ทว่าบุรุษผู้นี้เอาแต่ส่ายหน้า พูดแต่อือๆ อาๆ ไม่หยุด
หมาซุนเซิงสบถด่าออกมา ตนถูกชายใบ้ผู้นี้หลอกเข้าให้แล้ว ด้วยความโมโหจึงใช้มีดปาดคอชายใบ้ผู้นี้จนตาย และเมื่อค้นดูตามตัวของเขา กลับไม่พบตั๋วเงินเลยแม้แต่ใบเดียว ทันใดนั้นจึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เลยย้อนกลับไปที่ป่าแห่งนั้นอีกครั้ง ทว่ายามนี้ไม่เพียงไม่มีใครอยู่ที่นั่น แม้แต่ตั๋วเงินที่วางทิ้งเอาไว้ก็ยังหายไปด้วย ทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นยิ่งนัก ก่อนจะใช้เท้าเตะที่ต้นไม้อย่างแรง จากนั้นจึงกลับไปจัดการกับศพและกลบรอยเืจนสะอาดเอี่ยม
เนื่องจากต้องจัดการกับศพจนเสร็จเรียบร้อย กระทั่งฟ้าใกล้มืดหมาซุนเซิงถึงค่อยกลับไปถึงซ่อง ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยเห็นหน้าเขาก็รีบเอ่ยถามอย่างร้อนใจ “เป็อย่างไรบ้าง เจอตัวหรือไม่”
โจรหน้าบากแซ่หมาสบถออกมาอย่างกราดเกรี้ยว “จับได้แต่ชายใบ้ผู้หนึ่ง แต่ตอนนี้ข้าได้จัดการกับมันไปแล้ว ในตัวมันไม่มีตั๋วเงินเลยแม้แต่ใบเดียว ข้าก็เลยกลับไปที่ป่าแห่งนั้น…”
“เ้าไม่ต้องโมโหไป คนผู้นั้นหลอกให้พวกเราเดินไปโน่นมานี่ตั้งนานย่อมมีนิสัยเ้าเล่ห์ หากพวกเราไม่อาจจับตัวมาได้ก็ไม่ใช่เื่แปลก แต่ยามนี้เ้าต้องหนีไปก่อน ส่วนข้าจัดการทางนี้เสร็จเมื่อใดจะรีบตามไป”
หมาซุนเซิงพยักหน้ารับคำ ด้วยเพราะตอนนี้มีเพียงทางเลือกนี้เท่านั้น
ขณะที่เ้าใหญ่ซึ่งอยู่ในชุดบุรุษตัดสินใจที่จะไม่เดินทางเข้าไปในอำเภอในวันนี้ เพราะคิดว่าประตูเมืองคงปิดแล้ว เลยเปลี่ยนใจไปเข้าพักที่โรงเตี๊ยมในตำบลแห่งหนึ่งแทน แล้ววันต่อมาถึงค่อยจ้างรถไปในอำเภอ นางไปโดยไม่เรียกท่านอาสามไปด้วย หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ของตนเสร็จก็จ้างรถไปที่อำเภอฟู่หยวนต่อ โดยได้ค้างอยู่ที่นั่นหนึ่งคืน จากนั้นไปแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงจนเสร็จเรียบร้อยถึงค่อยว่าจ้างรถกลับไปที่หมู่บ้าน
