หน่ออ่อนสีทองแทงทะลุดินขึ้นมา ในชั่วพริบตาก็เติบโตเป็ต้นไม้เล็กสูงเท่าคน ดอกไม้ดอกเดียวบนกิ่งก้านผลิบานแล้วร่วงโรยในฉับพลัน กลายเป็กล้วยสีทองอร่าม
ในตอนที่อู่ไฮ่สืบทอดนั้น ต้นไม้ที่งอกออกมาสูงเพียงครึ่งคน ผลที่ออกมาจึงยังไม่สุกงอม สีสันก็ยังไม่สดใสเท่าผลที่อยู่เบื้องหน้าลู่เต้า
“เ้าผ่านการทดสอบแล้ว” อู่ไฮ่กล่าวอีกว่า “ทานกล้วยทองคำเถิด! ต่อไปมรดกนี้ก็ตกเป็ของเ้าแล้ว!”
ลู่เต้าเอื้อมมือออกไปบิดเบาๆ ก็เด็ดกล้วยทองคำลงมาจากต้นได้ ในวินาทีที่ผลหลุดร่วงออกจากกิ่ง ต้นไม้เล็กก็เหี่ยวเฉาลงทันใด
เพียงแค่กะพริบตา ต้นไม้ก็กลายเป็ผงธุลีหวนคืนสู่ผืนดิน
ลู่เต้าปอกเปลือกกล้วย เผยให้เห็นเนื้อสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมของผลไม้พลันอบอวลไปทั่วถ้ำ
เขาค่อยๆ กัดคำเล็กๆ รสชาติหวานนุ่มลิ้น เคี้ยวเพียงไม่กี่คำ กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งปาก
ลู่เต้าอยากกินอีก สวาปามจนหมดแล้วยังรู้สึกอยากกินต่อ
ตอนแรกที่ทานเข้าไปยังไม่เห็นผลอะไร แต่ไม่นานนักก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในท้อง
เริ่มแรกความรู้สึกสงบนิ่งเหมือนระลอกคลื่นในทะเลสาบ จากนั้นก็ปั่นป่วนดุจพายุในชลธี ก่อให้เกิดคลื่นั์ในห้วงน้ำแห่งิญญา
พลังอันมหาศาลไหลทะลักไปตามเส้นลมปราณ ทั่วร่างลู่เต้าร้อนผ่าว เปลวเพลิงสีทองพวยพุ่งออกมาจากร่าง
“ร้อน!” ลู่เต้าร้องด้วยความเ็ป
“กล้วยทองคำกำลังเปลี่ยนเส้นลมปราณให้เ้า รีบนำพลังิญญาไหลเวียนไปทั่วร่าง อย่าให้พลังสีทองรั่วไหล”ออกมา! อู่ไฮ่เตือนอยู่ด้านข้าง
ลู่เต้านั่งสมาธิทันที เขาควบคุมลมหายใจ แสงสีทองที่ปกคลุมร่างค่อยๆ หดลง
ลมปราณของเขายังอ่อนนัก เพียงแค่พลังิญญาสีทองไหลผ่านเส้นลมปราณก็มิอาจทนทาน เกิดอาการบวมและปวดร้าว ไม่ต่างจากตอนที่เขาดูดซับกรงเล็บพิษเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ความเ็ปนั้นรุนแรงยิ่งกว่าในวันนั้นเสียอีก
ตอนที่เขาดูดซับกรงเล็บพิษ มีเพียงแค่ท้องที่เ็ป แต่ตอนนี้เส้นลมปราณทั่วร่างกลับร้อนราวกับถูกเพลิงแผดเผา
ความเ็ปทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ลู่เต้าเผลอคลายสมาธิ พลังิญญาสีทองพุ่งออกมาจากร่าง ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ
“บัดซบ!” ลู่เตาหลับตาปี๋ กัดฟันสบถเบาๆ เขาสูดหายใจลึกอีกครั้ง แสงสีทองก็ค่อยๆ หรี่ลง
‘อาตมาทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนา ขอให้บรรพบุรุษและศิษย์รุ่นก่อนๆ คุ้มครอง’ อู่ไฮ่ทำได้เพียงนั่งสมาธิให้กำลังใจลู่เต้าอย่างเงียบๆ เขากลับฝ่ามือขึ้นมาแนบหน้าอก สวดมนต์ภาวนาให้ลู่เต้าที่กำลังทนทุกข์ทรมานสาหัสสากรรจ์
เสียงสวดมนต์ดังก้องแ่เบาภายในถ้ำหินที่มืดมิด ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป
คิ้วที่ขมวดแน่นของลู่เต้าค่อยๆ คลายลง เมื่อมีเสียงสวดมนต์อยู่เป็เพื่อน แต่สีหน้ายังคงเคร่งเครียดราวกับเผชิญปัจจามิตร
เดิมทีเส้นลมปราณของเขาถูกชะล้างด้วยน้ำพุิญญาจนอุดมสมบูรณ์ราวกับผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ริมแม่น้ำ เมื่อถูกพลังิญญาสีทองไหลผ่าน เส้นลมปราณทั้งหมดก็ปริแตกและเหี่ยวแห้งราวกับทะเลทรายในแดนตะวันตก
กล้ามเนื้อก็ค่อยๆ เหี่ยวเฉา จากเด็กหนุ่มที่แข็งแรงกลับกลายเป็คนแก่ที่อ่อนแอราวกับใกล้หมดลมหายใจ
อู่ไฮ่ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปขัดขวาง เพราะตอนที่เขาทานกล้วยทองคำก็เป็เช่นนี้ หาก้าชะล้างไขกระดูกและเปลี่ยนเส้นลมปราณ ต้องทำลายแล้วสร้างขึ้นมาใหม่
สิ่งที่ลู่เต้ากำลังเผชิญอยู่นี้เป็เพียงแค่การทำลาย ส่วนการสร้างขึ้นมาใหม่จะเป็เช่นไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าตอนทำลายนั้นทำลายได้หมดจดหรือไม่
จากการสังเกตของอู่ไฮ่ ลู่เต้าสามารถแก่ตัวลงได้ขนาดนี้ เชื่อว่าคงจะไม่เลวทีเดียว
ลู่เต้านั่งนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่กับที่ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรง
ทะเลิญญาสีทองพวยพุ่งออกมาจากทะเลิญญาอีกครั้ง ครั้งนี้เส้นลมปราณแตกร้าวไปหมดแล้ว มิอาจทำลายได้อีก
เมื่อพลังิญญาสีทองไหลผ่าน เส้นลมปราณที่เหี่ยวเฉาก็ไม่ได้รับความเสียหายอีกต่อไป กลับซึมซับเข้าสู่ร่างกายที่บอบช้ำ แล้วเริ่มซ่อมแซม
การทำลายเกิดขึ้นในชั่วพริบตา การซ่อมแซมก็ดำเนินไปด้วยความเร็วเท่ากัน
เส้นลมปราณที่เสียหายค่อยๆ ฟื้นฟู กลายเป็โครงข่ายขนาดใหญ่ในร่างกาย เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกดูเหมือนจะมีพลังเหลือล้น
ภายในถ้ำที่มืดมิด ลู่เต้านั่งสมาธิอยู่ใต้หินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ ร่างกายที่เหี่ยวแห้งกลับคืนสู่สภาพเดิมราวกับเป่าลูกบอลให้กลมป่อง
เงาสะท้อนของเขาปรากฏบนผิวน้ำที่สงบนิ่งของบ่อน้ำเล็กๆ ซึ่งไม่อาจขยับเขยื้อนได้
ไอน้ำควบแน่น หยดน้ำหยดลงมาจากปลายหินงอกหินย้อย ก่อให้เกิดระลอกคลื่นบนผิวน้ำ
ลู่เต้าเหมือนจะรู้สึกตัว ดวงตาที่หลับสนิทค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้น
ภายในดวงตาสีดำสนิทมีพลังสีทองพุ่งออกมาแวบหนึ่งก่อนจะหายไป
ลู่เต้าหันศีรษะเล็กน้อย มองไปทางอู่ไฮ่ เขาตรวจสอบทั่วทั้งร่างก่อนเอ่ยถามอย่างลังเล “สำเร็จแล้วหรือ”
“แทนที่จะให้อาตมาพูด เ้าลองดูด้วยตาตนเองเถิด” อู่ไฮ่ยิ้ม
เมื่อลู่เต้าสำรวจร่างกายตัวเอง ก็ตกตะลึงเมื่อพบว่าร่างกายนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เส้นลมปราณแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีพลังสีทองวาบผ่านเป็ครั้งคราว
ลมปราณไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ยามเคลื่อนไหวกลับเต็มไปด้วยพลัง
“นี่คืออะไรกัน” ลู่เต้าหลับตาลงด้วยความประหลาดใจ
“กล้วยทองคำเปลี่ยนแปลงร่างกายของเ้า ตอนนี้เ้าไม่ใช่ร่างบริสุทธิ์ธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็ ‘ร่างกายหยางบริสุทธิ์’ ที่แท้จริง!”
“ร่างกายหยางบริสุทธิ์หรือ”
“ถูกต้อง หาก้าใช้ดัชนีวานร ต้องเป็ร่างกายหยางบริสุทธิ์เท่านั้น” อู่ไฮ่สั่ง “ลองดีดก้อนหินใส่หินงอกหินย้อย้าดูสิ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เต้าก็ทำตาม เขาใช้นิ้วกลางกับนิ้วโป้งหยิบก้อนหินเล็กๆ ขึ้นมา แล้วดีดออกไปเบาๆ
ก้อนหินเล็กๆ พุ่งออกไปด้วยพลังอันรุนแรง ทำลายหินงอกหินย้อยจนขาดสะบั้น ปลายแหลมของหินงอกหินย้อยพุ่งลงไปในบ่อน้ำจนน้ำกระเซ็นขึ้นไปบนอากาศ
ชายชุดดำที่กำลังขนหินอยู่นอกถ้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นออกมาจากข้างใน เขาที่กังวลว่าอู่ไฮ่จะฉวยโอกาสนี้หลบหนี จึงเร่งมือไวขึ้น
ลู่เต้ายืนนิ่งราวกับถูกสาป ใครจะคิดว่าการดีดนิ้วธรรมดาๆ จะมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากใส่พลังิญญาเข้าไปในก้อนหิน พลังทำลายล้างคงจะยิ่งเกินคาดเดา! ไม่น่าแปลกใจที่ชายชุดดำผู้นั้น้าแย่งชิงมันมา!
“ในเมื่อเ้ากลายเป็ศิษย์รุ่นที่แปดอย่างเป็ทางการแล้ว ก่อนจะสอนวิธีการใช้ดัชนีวานร อาตมามีเื่สำคัญจะบอกเ้าก่อน”
อู่ไฮ่หยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ดัชนีวานรก็มีจุดอ่อนเช่นกัน อาตมาก็คือบทเรียนของเ้า ด้วยลมปราณของอาตมา ก่อนจะสิ้นความบริสุทธิ์ ชายชุดดำผู้นั้นไม่นับว่าน่ากลัวเลย”
“จุดอ่อนนั้นคืออะไรหรือ”
“ต่อไปหากเ้าเสียความบริสุทธิ์ ก็จะสูญเสียพลังนี้ไปทันที มิอาจใช้ได้อีก”
ลู่เต้าตกตะลึงทันใด เพราะเขาไม่เต็มใจที่จะเป็ชายพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต
ดวงตากลมโตกลอกไปมา สมองเริ่มทำงาน เขานึกในใจ ‘ไม่เป็ไร ออกจากถ้ำนี้ไปก่อน พอออกไปแล้ว ต่อให้เคล็ดวิชานี้หายไปก็ไม่เสียดาย’
อู่ไฮ่เหมือนจะอ่านสีหน้าของลู่เต้าออก เขาจึงกล่าวว่า “การสูญเสียพลังนี้ไม่ใช่แค่สูญเสียเคล็ดวิชาและลมปราณลดลงเท่านั้น ก่อนที่เ้าจะบรรลุลมปราณขั้นหก หากเสียความบริสุทธิ์ เส้นลมปราณจะไหลย้อนกลับ เกิดเพลิงโทสะเผาผลาญจนตาย”
‘ล้อเล่นหรือ’ ลู่เต้าราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ฟันกระทบกันกึกๆ เขากล่าวด้วยความใ “จะ...จะต้องรอจนถึงขั้นหกถึงจะแก้ไขได้หรือ”
