“รีบไปที่ตำหนักเฉียนกู่เถอะเพคะ ท่าทางรัชทายาทจะโกรธมากทีเดียว” เยว่ซินพยักหน้า แล้วรีบไปยังตำหนักเฉียนกู่ตามคำสั่ง
วรกายของรัชทายาทเดินตรงมายังตำหนักจิ่วหยง พร้อมเหล่าทหารและนางกำนัลจะน้อมกายเคารพโดยพร้อมเพรียง ก่อนพระชายาที่นั่งเสวยอาหารอยู่จะรีบลุกขึ้นแล้วน้อมกายลงเคารพด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ถวายพระพรรัชทายาทเพคะ หม่อมฉันไม่คิดว่าพระองค์จะเสด็จมา จึงมิได้เตรียมต้อนรับ”
“ใครอนุญาตให้เ้าใช้พระสนมเยว่ซินทำอาหาร หน้าที่ทำอาหารเป็ของแม่ครัว หาใช่หน้าที่ของพระสนมเยว่ซิน” เขากล่าวตำหนิ ก่อนเหล่านางกำนัลที่อยู่บริเวณนั้น จะรีบก้มศีรษะลงด้วยความหวาดหวั่น
“หม่อมฉันเพียงแค่คิดถึงฝีมือการทำอาหารของน้องสาวก็เท่านั้นเพคะ ตอนที่นางยังไม่ขึ้นเป็พระสนม นางก็ทำอาหารให้หม่อมฉันบ่อย ๆ ไม่คิดว่าพอนางได้ขึ้นเป็พระสนมแล้วหม่อมฉันจะไม่อาจใช้นางได้อีก หม่อมฉันก็แค่คิดถึงฝีมือของนางเท่านั้น ไม่คิดว่าจะทำให้รัชทายาทขุ่นเคืองพระทัยถึงเพียงนี้” พระชายาพูดด้วยความน้อยใจ ก่อนรัชทายาทจะเอ่ยขึ้น
“นับจากนี้ ห้ามเ้าวุ่นวายกับพระสนมเยว่ซินอีก เื่การทำอาหาร หาใช่หน้าที่ของนาง หากข้ารู้ว่าเ้าวุ่นวายกับนางอีก อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” สีหน้าของพระชายาฟางเหลียนเริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนนางจะกลืนน้ำลายแล้วน้อมกายลง
“น้อมรับบัญชาเพคะ”
“แล้วเื่การเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์นั้น ข้าไม่เคยบอกว่าจะมีลูกกับเ้า ยิ่งกว่านั้นไม่ควรพูดให้เยว่ซินเข้าใจผิด เพราะคนที่ข้า จะให้ตั้งครรภ์ไม่ใช่เ้า แต่เป็นาง!” พูดจบรัชทายาทก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของพระชายาทอดมองเขาด้วยความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด
“พวกเ้าทั้งหมดออกไป!” เสียงแข็งกร้าวตวาดนางกำนัล ก่อนทุกคนจะแยกย้ายหายไปตามคำสั่ง เหลือเพียงแค่หลินหยางที่เดินเข้ามาประคองร่างของพระชายานั่งลงกับเก้าอี้
“เ้าเห็นหรือไม่ ว่ารัชทายาทปกป้องมัน ถึงขนาดตามมาเอาเื่ข้าถึงตำหนัก” ฟางเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น พร้อมมือสั่นเทาด้วยความโกรธ
“สิ่งใด ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการที่รัชทายาท ประกาศว่าจะมีทายาทกับพระสนมเยว่ซินเพคะ” พระชายาน้ำตาเอ่อขึ้น พลางกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“คราวนี้เ้าเชื่อข้าแล้วหรือยัง ที่ว่าเขาเคยตัดขาดสัมพันธ์กับนาง เขาไม่เคยตัดนางออกจากใจได้จริง ๆ สามปีที่ผ่านมาเขานอนกับข้าไม่ถึงสามครั้ง และในทุกครั้งที่มาหาข้าก็เพราะทนคิดถึงนางไม่ไหว ข้าเป็ตัวแทนของนางมาเสมอ” ฟางเหลียนระบายความรู้สึกขุ่นเคืองใจออกมา ก่อนหลินหยางจะนิ่งเงียบปล่อยให้นางพูดพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความทุกข์ใจ
“หากเยว่ซินตั้งท้องขึ้นมาจริง ๆ ข้าจะทำเช่นไร ต่อให้ฐานะของข้าเป็ถึงพระชายา แต่เขาไม่ร่วมหลับนอนกับข้า ข้าจะมีโอรสให้เขาได้อย่างไร เช่นนี้ในภายหน้าหากลูกของเยว่ซินเป็โอรส ก็ต้องรับตำแหน่งเป็รัชทายาท ข้าจะทำเช่นไรดีหลินหยาง” ฟางเหลียนหันไปกุมมือคนสนิทด้วยความหวาดหวั่น ท่ามกลางสายตาของหลินหยางสั่นไหวด้วยความคิด ไม่นานนักนางก็ปล่อยยิ้มออกมาอย่างมีแผนการ
“พระชายาเพคะ พระองค์อย่าลืม ว่าจุดอ่อนของรัชทายาทก็คือองค์ชายสาม” ฟางเหลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแบบลวก ๆ
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ก็หมายความว่า หากครั้งนี้ทำให้รัชทายาทเข้าใจว่าเยว่ซิน ยังมีสัมพันธ์กับองค์ชายสามอยู่ พระชายาว่าจะเกิดอันใดขึ้นเพคะ” คำถามของหลินหยางทำให้ฟางเหลียนชะงักนิ่ง
“รัชทายาทกับองค์ชายสาม บาดหมางกันมานาน การแต่งตั้งพระสนมทำให้รัชทายาทลืมเื่ราวในอดีตได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งไม่ได้นี่เพคะ” ฟางเหลียนได้ยินดังนั้นจึงแน่นิ่งไป
“คราก่อนรัชทายาทถึงกับตัดสัมพันธ์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเยว่ซินอีก หากครั้งนี้เหตุการณ์เป็เช่นเดิม รัชทายาทต้องไม่ปล่อยเยว่ซินเป็แน่” พระชายาทบทวนแล้วกล่าวเสริม
“ใช่แล้วเพคะ นิสัยของรัชทายาทเป็คนหยิ่งทะนง หากรู้ว่าเยว่ซินหักหลังพระองค์ซ้ำสอง ไม่แน่ว่าความอดทนของรัชทายาทอาจสิ้นสุด ถึงตอนนั้นชะตากรรมของเยว่ซินกับลูกในครรภ์จะอยู่อย่างมีความสุขได้เช่นไร” คำพูดของหลินหยางทำให้พระชายามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง นางตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับพระสนมเยว่ซินตามคำสั่ง แล้วรอเวลาอย่างเงียบ ๆ
รัชทายาทกลับมายังตำหนักเฉียนกู่ เหล่านางกำนัลทั้งหลายพากันน้อมกายเคารพ ทว่าร่างสูงไม่สนใจ ยังคงเดินตรงไปยังห้องบรรทมด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนฝีเท้าจะหยุดอยู่หน้าห้องครู่หนึ่ง จึงถอนหายใจออกมา พร้อมใช้มือดันประตูเข้าไป พบพระสนมเยว่ซินนั่งรออยู่อย่างเงียบ ๆ แสงตะเกียงไสว ส่องใบหน้างดงามของนาง จ้าวเฉินลู่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาพร้อมจับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบ พยายามข่มความไม่พอใจไว้ แล้วย่อตัวลงด้านข้าง
“ที่เ้ากล้าขัดคำสั่ง เพราะคิดว่าข้ารักเ้ามาก จนไม่กล้าลงโทษเ้างั้นรึ” เยว่ซินก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วส่ายศีรษะ
“หม่อมฉันไม่เคยคิดเช่นนั้นเพคะ”
“แล้วเหตุใดจึงกล้าขัดคำสั่ง เชื่อฟังผู้อื่นมากกว่าข้า” เขาถามด้วยแววตาสั่นไหว
“เพราะพระชายามีฐานะสูงกว่าหม่อมฉัน การที่หม่อมฉันทำให้พระชายาพอพระทัย ย่อมเป็ประโยชน์แก่รัชทายาท ที่ตัดสินใจทำตามคำสั่งของพระชายา ก็เพื่อรักษาความสงบสุขไว้เพคะ”
“ข้าไม่เคยขอ ให้เ้าทำสิ่งไร้สาระเช่นนั้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง ทว่ามีอำนาจมากมาย จนหญิงสาวอึกอักแล้วก้มหน้าลงหลบสายตาเช่นเคย
“ในสายตาของเ้า เ้าเคยรักข้าบ้างหรือไม่” รัชทายาทเก็บซ่อนความรู้สึก แล้วเอ่ยถามด้วยสายตาสั่นไหว ก่อนนางจะพยักหน้ายอมรับ
“เพคะ”
“ตอบข้า ว่ารักหรือไม่”
“รักเพคะ” เพียงแค่ได้ยินคำนั้นออกจากปากของอีกฝ่าย ความโกรธที่มีก็ค่อย ๆ ลดลงพร้อมเผยรอยยิ้มออกมา ชายหนุ่มเอื้อมมาจับมือเยว่ซินกุมไว้ แล้วมองนางอย่างมีความหมาย
