ป่าบนูเาด้านหลังของสำนัก มีต้นไม้ใบหญ้าเติบโตงอกงามสีเขียวชอุ่มสวยสด กิ่งก้านใบไม้แตกแขนงสลับซับซ้อน ร่างร่างหนึ่งนอนเอนกายอยู่ภายในป่า มุมปากปรากฏร่องรอยคราบเืบนใบหน้าละอ่อน ที่บัดนี้แข็งกร้าว ั์ตาดำบีบแคบ
หากลองสังเกตให้ดีจะพบว่า มวลอากาศรอบกายของเขากำลังกระเพื่อมเป็ระลอกคลื่น ดังก้อนหินถูกโยนลงไปกลางทะเลสาบ
ร่างกายของเต้าหลิงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวขึ้น ทุกมวลกล้ามเนื้อทั้งยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง พลังทุกส่วนในร่างกายปะทุทะลักออกมาเสียจนเกิดคลื่นสั่นไหวกลางอากาศไม่หยุดหย่อน กระดูกส่งเสียงเสียดแทงออกมา
พลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในเืของกิเลนไฟนั้นรุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้ ทว่าด้วยความลึกลับของวิชาสยบฟ้าแล้ว สามารถแปรเปลี่ยนพลังอันบ้าคลั่งนั้นให้กลายเป็อาหารเสริมพลังแก่ร่างกายที่อ่อนแอไร้กำลังของเขาได้!
ความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นอย่างก้าวะโเช่นนี้ มีเพียงแค่คำว่าน่าหวาดกลัวเท่านั้นที่จะสามารถพรรณนาออกมาได้!
ภายในอกของเขาสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ปัญหาทั้งหลายที่ทำให้เขาลำบาก ก็สามารถแก้ไขได้เสียที ั์ตาของเต้าหลิงแดงซ่านจนอดที่จะกู่ก้องร้องต่อฟ้าออกมาไม่ได้
ในที่สุดข้าก็แข็งแกร่ง!
กรึก! กรอบ!
ปรากฏเสียงลั่นของกระดูกทั่วร่าง อวัยวะภายในทั้งห้าพลันสั่นไหว กล้ามเนื้อทั่วร่างขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ราวกับกระดูกสันหลังของลูกัที่คืนสภาพรอสำแดงฤทธิ์เดชอันยิ่งใหญ่
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เต้าหลิงกล่าวอย่างตื่นเต้นพลางมองสำรวจร่างของตน เขาััได้ถึงร่างกายที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายสิบเท่า กล้ามเนื้อแต่ละมัดต่างอัดแน่นไปด้วยพลังที่พร้อมจะะเิออก เขารู้สึกราวกับว่าเขาสามารถทลายหินให้แหลกเป็ผุยผงได้ในพริบตาเดียว
“วิชาสยบฟ้า...ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่เป็คนริเริ่มความคิดอันบ้าบิ่นนี้?” ใบหน้าเรียวรู้สึกฉงน คิดย้อนไปถึงคำพูดของหญิงสาวลึกลับนางนั้น “หนึ่งแสนชั่ง...มันจะเป็ไปได้จริงๆ น่ะหรือ?”
“มีหรือจะเป็ไปไม่ได้ ขนาดการดื่มเือสูรที่ใครๆ ก็ว่าอย่างไรเสียก็ต้องจบชีวิตลง ข้าก็ยังสามารถรอดชีวิตมาได้ ดังนั้นมันจะต้องถึงหนึ่งแสนชั่งได้อย่างแน่นอน!” เต้าหลิงกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป ทั่วแว่นแคว้นชิงจะต้องสั่นะเืเป็แน่
ขั้นหลอมกายาเป็การทดสอบพร์ความแข็งแกร่งทางกาย นี่ขนาดเป็พลังงานขั้นแรก ยังแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้!
“แต่ว่า...เืสัตว์อสูรระดับสูงเช่นนี้ ไม่มีทางที่ข้าจะสามารถหามาได้” คิ้วเต้าหลิงผูกกันจนจะเป็ปม คำแนะนำของวิชาสยบฟ้านั้นบอกว่า จะต้องดื่มเืของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและยากที่จะหาพบ อีกทั้งอีกเงื่อนไขหนึ่งก็คือเืสัตว์อสูรจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ทุกครั้ง!
และที่สำคัญไปกว่านั้น เขาจะต้องดื่มเฉพาะเืของสัตว์อสูร์จึงจะสามารถทะลวงขีดจำกัดให้ถึงหนึ่งแสนชั่งได้
นั่นทำให้เขาปวดหัวยิ่งนัก สัตว์อสูร์ไม่เพียงแข็งแกร่งแต่ยังยากที่จะหาพบ แล้วเขาจะสามารถหามันมาได้อย่างไรกันเล่า!
“หนึ่งแสนชั่งสำหรับข้า มันคงจะเป็ไปไม่ได้” เต้าหลิงกล่าวพลางส่ายหัว หากว่าเขานั้นหาเืของสัตว์อสูร์ไม่ได้ คงไม่สามารถทะลวงพลังให้ถึงหนึ่งแสนชั่งได้ แต่ถึงกระนั้นภายในใจเขาก็ยังคงยินดี หากเป็พลังเพียงห้าหมื่นชั่งเขาจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน!
“หวังย่า! หวังหลิ่ง!”
หมัดของเต้าหลิงทุบลงไปบนพื้นอย่างรุนแรงจนผืนดินสั่นไหว ลำต้นของต้นไม้ด้านข้างก็สั่นะเืไปตามแรง ใบไม้ต่างหลุดลอยปลิวว่อน มวลอากาศรอบตัวเต้าหลิงปรากฏไอเย็นแผ่พุ่ง อุณหภูมิโดยรอบก็พลันลดฮวบลงไปอย่างรวดเร็ว
“ข้าจะต้องฆ่าพวกเ้าทั้งสองให้ได้!” เต้าหลิงขบกรามแน่นอย่างสะกดกลั้น ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยโทสะ หากไม่ใช่เพราะว่าวิชาสยบฟ้าทำให้เขาสามารถดื่มเือสูรได้ละก็ ป่านนี้เขาก็คงกลายเป็ศพไปแล้ว โดยเฉพาะหวังย่าที่หลอกใช้ความรู้สึกของเขา นางสมควรตาย!
ในแต่ละวันคนภายในสำนักต่างมองเขาด้วยสายตาที่เฉยชา ดังนั้นเขาจึงปรารถนาที่อยากจะมีเพื่อน ถึงจะมีเพียงคนเดียวก็เพียงพอ แต่หารู้ไม่ว่าเพื่อนเพียงคนเดียวที่มี กลับเป็เพียงผู้ที่้าผลประโยชน์จากเขาเท่านั้น!
“พวกเ้ารอข้าก่อนเถอะ!” เต้าหลิงค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ั์ตาไร้เมตตาดังแต่ก่อน เขาขบกรามแน่นอีกครั้งก่อนที่จะกล่าวกับตนเองว่า “ข้าจะตอบแทนพวกเ้าอย่างสาสม คนอย่างข้าเต้าหลิงจะไม่ยอมให้ใครมารังแก!”
เต้าหลิงพยายามควบคุมอารมณ์โกรธที่กำลังเชี่ยวกราก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางกล่าวกับตนเองในใจ “เพียงแค่ดื่มเืสัตว์อสูรต่อไปเรื่อยๆ พลังของข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นตอนนี้จะต้องคิดหาวิธีที่จะได้เือสูรมาก่อนจึงจะดี”
เต้าหลิงขบคิดไปเรื่อย หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยความสงสัย “หินแร่ที่พ่อขาเป๋นำมาจากเหมือง แท้จริงแล้วมันคือของล้ำค่าอะไรกันแน่นะ?”
ขนาดหวังย่ายังมีท่าทีละโมบโลภในผลึกหินฟ้าขนาดนั้น ทั้งนางยังยอมสิ้นเปลืองเวลาเพื่อล่อหลอกเขาตั้งนาน แสดงให้เห็นชัดเพียงพอแล้วว่ามูลค่าของผลึกหินฟ้านั้นมหาศาลมากเพียงใด
แต่ว่าที่บ้านของเขายังมีหินแบบนั้นอีกเป็เข่งเลยนะ แถมพ่อขาเป๋ของเขายังวางทิ้งๆ ขว้างๆ หาได้ดูมีค่าขนาดนั้นไม่ บ้างก็เอาไปขัดก้นหม้อ บ้างก็เอาไปขัดไปแคะเท้า บ้างก็เอาไปหนุนขาโต๊ะ...
อีกทั้งผลึกหินฟ้านั้นยังไม่ใช่หินแร่ที่งามที่สุดเสียหน่อย ยังมีหลายก้อนที่เปล่งแสงเป็ประกายสวยงามยิ่งกว่าผลึกหินฟ้าก้อนนั้น เพราะว่าหินแร่น้ำงามที่แย่ที่สุดจะเอาไว้ขัดเท้า ดีขึ้นมาหน่อยก็เอาไปทำเป็ลูกแก้วเอาไว้ดีดเล่น แล้วยามที่พ่อขาเป๋นอนหลับก็มักจะนำหินแร่วางไว้ตามซอกต่างๆ ของร่างกาย และนี่ก็เป็สิ่งที่เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก เพราะพ่อของเขาก็ไม่ใช่คนที่จะโลภในทรัพย์สินเงินทอง
“ถ้าข้านำออกไปขายสักก้อน จะต้องได้เืสัตว์อสูรเป็จำนวนมากแน่!” เต้าหลิงฉีกยิ้มมุมปากขึ้น
“เทพแห่งการนอน เ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่?”
ปรากฏเสียงต่ำเยือกเย็นดังขึ้นมาพร้อมกับเด็กหนุ่มที่มีท่าทีทะนงตน ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมา สายตาดูิ่จ้องมองเขาด้วยความเหยียดหยาม ภายในใจรู้สึกไม่เข้าใจเป็อย่างมากว่า ทำไมท่านอาจารย์ถึงได้ปล่อยเขาไป
เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา สีหน้าเต้าหลิงก็พลันนิ่งไป คนผู้นี้คือน้องชายของเฉียนหลิน มีพลังสามพันชั่งในขั้นหลอมกายา อีกทั้งยังชอบก่อกวนสร้างปัญหาให้เขาอยู่บ่อยครั้ง
“ข้าจะทำอะไรอยู่ที่นี่ก็เื่ของข้า จำเป็ต้องรายงานเ้าด้วยหรือ?” เต้าหลิงกำหมัดแน่น ในตอนนี้เขาััได้ถึงพลังที่พร้อมจะะเิออกมาจากกล้ามเนื้อภายในกาย สีหน้าละอ่อนฉายประกายความปีติขึ้นมา เพราะเขารู้ดีว่าบนโลกใบนี้ขอเพียงแค่มีพลังที่กล้าแกร่ง ก็จะไม่ต้องถูกใครรังแกเหยียดหยามอีกต่อไป!
“ดีจริงๆ เ้าหาเื่เองนะ ที่กล้าพูดเช่นนี้กับข้า? คงอยากตายมากสินะ!” เฉียนอี้กล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง” ถ้าไม่สั่งสอนเ้าเสียหน่อย เกรงว่าฟ้าคงจะไม่ให้อภัยข้า!”
ั์ตาของเฉียนอี้เดือดดาล หมัดสองข้างกระชับแน่น เขาพุ่งร่างทะยานเข้าใส่เต้าหลิงพลางะเิเสียงคำรามออกมา “จำเอาไว้เ้าขยะไร้ค่า! ตลอดชีวิตนี้เ้าเป็ได้เพียงกระสอบทรายของข้าเท่านั้น!”
เต้าหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตายังคงจับจ้องร่างที่พุ่งเข้ามา หากเป็เมื่อก่อนเดาว่าเขาคงโดนโจมตีจนาเ็ไม่น้อย แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้ทดสอบเสียเลยว่า พลังกายของเขาในตอนนี้เป็อย่างไร
เฉียนอี้พุ่งตรงเข้ามา พลันะโขึ้นสูงแล้วรวมพลังไว้ที่กำปั้นพร้อมกับเล็งไปที่คางของเต้าหลิง หมายมั่นจะให้ฟันของเต้าหลิงหักออกหลายซี่
ใบหน้าเต้าหลิงยังคงเรียบเฉย มือของเขากำแน่นเสียจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ก่อนที่จะรีบปล่อยหมัดสวนกลับไปทันที
“ฮ่าๆ อย่างไรเสียขยะก็คือขยะ มาดูกันว่าวันนี้ข้าจะหักแขนของเ้าอย่างไร!” เมื่อเฉียนอี้เห็นว่าเต้าหลิงปล่อยหมัดสวนกลับมา ก็หาได้โกรธแถมยังยิ้มเยาะออกมา เป็แค่เทพแห่งการนอนริอ่านจะพลิกชะตาฟ้าอย่างนั้นหรือ!?
หมัดที่ทรงพลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง จนได้ยินเสียงกระดูกแตกดังลั่นออกมา ร่างของเฉียนอี้แข็งค้างอยู่อย่างนั้น เขาไม่รู้สึกถึงกำปั้นของตัวเอง ราวกับว่ามันไม่ใช่กำปั้นเขาอีกต่อไป
ทั่วร่างของเฉียนอี้พลันสั่นเทา ก่อนที่จะค่อยๆ ทรุดตัวลงบนพื้น อยู่ในท่าคุกเข่าคล้ายกับกุ้งตัวหนึ่งก็มิปาน ขณะเดียวกันมือของเขาก็อาบชโลมไปด้วยเืที่ไหลมาจากาแ
เต้าหลิงมองมือของตนเอง รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้า ั์ตาจ้องไปยังร่างอันสั่นเทาของเฉียนอี้ พลางกล่าวออกมาเรียบๆ “เ้าหาเื่ใส่ตัวเองนะ”
เฉียนอี้ได้ยินดังนั้นก็แทบคลั่ง เขารีบยันกายขึ้นมาแล้วแผดเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ขยะไร้ค่าเช่นเ้าริอาจหาญมาตีข้า! เ้าก่อเื่ใหญ่แล้ว เ้าจะต้องตาย!”
“เฉียนอี้ เป็เ้าเองที่กระจอกเช่นนี้ ยังกล้าเรียกข้าว่าขยะอีกอย่างนั้นหรือ ข้าว่าเ้าต่างหากที่เป็ขยะ!” เต้าหลิงเดินเข้ามาพลางส่ายหน้า
“เ้ารนหาที่ตายเองนะ คนระยำเช่นเ้านั่นแหละที่เป็ขยะ!” เฉียนอี้แยกเขี้ยวโกรธเกรี้ยว ะโคำด่าทอไม่หยุด “เ้านั่นแหละที่เป็ขยะ ถึงคราวซวยของขยะอย่างเ้าแล้ว!”
เมื่อเต้าหลิงเห็นบุคคลตรงหน้ายังคงใช้เสียงคุกคามไม่หยุด รอยยิ้มก็จางหายไปจากใบหน้าของเขา “เ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ใช่หรือไม่ หาใช่ข้าที่จะจบสิ้น แต่เป็เ้าต่างหากเฉียนอี้”
รอยยิ้มเ็าของเต้าหลิงกระตุกขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะฟาดอย่างรุนแรงไปยังเฉียนอี้ที่กำลังตกตะลึง ความรุนแรงของมันประดุจกระบี่ที่ออกจากฝัก มวลอากาศโดยรอบะเิออกเป็วงกว้าง
“ปัง!” เสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของเฉียนอี้กระเด็นลอยออกไป ก่อนที่จะตกลงไปด้านในพุ่มไม้ เขากระอักเืออกมากองใหญ่ พร้อมเสียงร้องแหลมโหยหวนน่าเวทนาด้วยความเ็ป
ทั่วร่างเฉียนอี้แตกร้าวออกเป็เสี่ยงๆ สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังเต้าหลิงด้วยความอาฆาตเคียดแค้น ทว่าเต้าหลิงกลับไร้ความรู้สึกใด ทำให้เฉียนอี้สะดุ้งโหยงรู้สึกหวาดกลัวอีกครา แต่ยังขบฟันะโกลับไป “เ้ารอก่อนเถอะ เ้ากล้าตีข้าเช่นนี้ ใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ พี่ชายข้าจะต้องฆ่าเ้าแน่!”
เฉียนอี้ทั้งโกรธและใในเวลาเดียวกัน เขาไม่ใช่เป็ขยะไร้ค่าหรอกหรือ? ทว่าทำไมแรงหมัดเมื่อครู่ช่างรุนแรงยิ่งนัก นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?
“ข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน ว่าข้าจะตายอย่างไร!” เขากำหมัดแน่นพลางมองร่างเงาของเฉียนอี้ที่หนีอย่างหัวซุกหัวซุน เขาััได้ว่าตนมีพลังแข็งแกร่งขึ้นเป็อย่างมาก อีกทั้งหมัดเมื่อครู่ก็ยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเขา
“ข้าจะต้องรีบเพิ่มพลังเสียแล้ว ถ้าหากว่าหวังย่าและหวังหลิ่งเ้าพวกคนเลวทรามนั่นรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ พวกนั้นจะต้องกลับมาสร้างปัญหาให้ข้าเป็แน่” เต้าหลิงสูดลมหายใจลึกก่อนที่จะรีบจ้ำเท้ามุ่งกลับไปที่บ้านของตน
ในบ้านหลังหนึ่งที่เขตทุรกันดาร คงไม่มีใครคาดคิดว่าบ้านหลังเล็กขนาดประมาณหนึ่งห้องนี้ ภายในจะซุกซ่อนหินแร่น้ำงามเอาไว้เป็จำนวนมาก
เต้าหลิงเดินเข้ามาภายในห้องหนึ่ง ก้มลงไปหยิบเข่งไม้ใต้เตียงอย่างคุ้นเคย ซึ่งด้านในเข่งไม้ก็เต็มไปด้วยแร่หินน้ำงามที่ส่องประกายแสงหลากสี
บ้างก็มีสีแดงฉานสวยสดประดุจเื บ้างก็มีสีเขียวมรกตประดุจหยกใสบริสุทธิ์ บ้างก็ส่องประกายแวววับดั่งดวงดาวยามราตรีสดใส บ้างก็มีสีเหลืองอำพันหมุนเกลียวล้อมรอบ
เต้าหลิงจับจ้องหินหลากสีน้ำงามเหล่านี้ไม่วางตา ก่อนที่จะเกาหัวแกรกๆ แล้ววางเข่งไม้กลับที่เดิม “ข้าไม่ยุ่งกับมันจะดีกว่า หากมีผู้ใดพบเห็นเข้าคงยุ่งยากแน่นอน รอให้พ่อขาเป๋กลับมาก่อนค่อยถามเอาดีกว่าว่า เขาได้หินนี้มาจากที่ใดกัน”
เต้าหลิงเดินมายังห้องครัว สายตาจับจ้องไปยังหินน้ำงามสีทองแดงรูปร่างคล้ายหัวเจาะที่พ่อขาเป๋ของเขาเอาไว้ใช้ขัดหม้อ ขนาดของมันราวๆ หนึ่งหัวแม่มือเห็นจะได้
“อันนั้นแล้วกัน!” เต้าหลิงมองหินน้ำงามสีทองแดงที่ไว้ใช้ขัดหม้อ เขาคิดว่ามันคงจะเป็อันที่ด้อยคุณภาพที่สุด ถึงแม้ว่าพ่อขาเป๋จะบอกว่าห้ามนำมันออกไปนอกบ้าน แต่เขาก็ยังเคยบอกเอาไว้ว่า เมื่อใดที่เ้ามีความสามารถ ของพวกนี้ทั้งหมดก็ล้วนกลายเป็ของเ้า
“ถ้าอย่างนั้น...ลองทดสอบวิชาสยบฟ้าก่อนดีกว่า ดูซิจะแข็งแกร่งถึงเพียงใด” เต้าหลิงเก็บหินน้ำงามสีทองแดงลงไป ก่อนที่จะนั่งลงขัดขาตั้งสมาธิ ปิดเปลือกตาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการฝึกพลังใน่เวลาต่อไปนับจากนี้
