สุดท้ายทั้งสามก็ตัดสินใจว่าจะลงมือในเวลายามจื่อของวันพรุ่งนี้ และจะหยุดเดรัจฉานพวกนั้นให้ได้ ก่อนที่คนบริสุทธิ์จะถูกฆ่า
หลงเหยียนไม่รู้ว่าท่านแม่จะมาถึงได้ทันเวลาหรือไม่ ทว่าเขาไม่มีเวลามาสนใจอะไรอีกแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เย่ซีหนานจะแอบเข้ามาได้หรือยัง
ต่อให้จะฆ่าผู้นำเฒ่าไม่ได้ หลงเหยียนก็จะลงมืออย่างสุดความสามารถโดยไม่เกรงใจแน่ เขาจะเปิดฉากสังหารขึ้น ต่อให้ตนต้องตายในการต่อสู้ ก็จะพยายามฆ่าศิษย์ของสำนักมารให้ได้มากที่สุด
เืร้อนและโทสะในกายพลุ่งพล่านจนแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว กลิ่นอายแห่งความอำมหิต เืเย็น รุนแรง และกลิ่นอายแห่งการสังหาระเิออกมาจากร่างกายของหลงเหยียนอย่างห้ามไม่อยู่
เขาโหยหาในพลังที่แข็งแกร่ง ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่า เมื่อเทียบกับผู้นำเฒ่าคนนั้น พลังที่ตนมีอยู่ในตอนนี้อ่อนแอเพียงใด
ในเวลากลางวัน หลงเหยียนซ่อนตัวอยู่ในมุมลับตาคนและฝึกพลังอย่างตั้งใจต่อไป เขาทบทวนวิชาการต่อสู้ทั้งหมดอีกครั้ง สิ่งที่น่ายินดีก็คือ หลังจากที่หลอมพลังสายฟ้าระลอกที่สิบเจ็ดสำเร็จ ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานราตรีก็คืบคลานเข้ามา ห้วงอากาศคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเื ความกดดันที่น่าขัดขืนอัดแน่นอยู่รอบกาย ซึ่งหลงเหยียนไม่สามารถตัดความรู้สึกเหล่านี้ออกไปจากหัวใจได้เลย เขาไม่อาจสงบจิตใจลงเพื่อรับมือกับพายุฝนที่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามาในไม่ช้า
ไม่นานศิษย์แห่งสำนักมารก็เข้ามารวมตัวกันอีกครั้ง คนเหล่านี้ทั้งตื่นเต้นและดีใจมาก หลงเหยียนกับพรรคพวกแฝงตัวอยู่ในฝูงคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังยอดเขาของเขามิวายชนม์
ผู้ที่มีพลังต่ำที่สุดในที่แห่งนี้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังอยู่ในระดับชีพัขั้นที่เจ็ด นี่ถือเป็สำนักที่แข็งแกร่งจนสามารถกวาดล้างเหล่ามหาอำนาจในเมืองเล็กๆ ได้อย่างง่ายดายเลย
ภายใต้การนำทัพของผู้าุโทั้งสี่ ไม่นานผู้พิทักษ์สามคนก็เข้ามาร่วมพิธีอย่างตรงเวลา กลับน่าประหลาดที่ไม่พบผู้พิทักษ์อีกสองคนที่เหลือ
ไม่แน่ ผู้พิทักษ์สองคนที่พูดถึงอาจจะถูกทิ้งเอาไว้ในเมืองัไปตลอดกาลแล้วก็ได้
คนเหล่านี้ไม่ต่างไปจากปีศาจเดินดิน ภายใต้ความตื่นเต้น ใบหน้าของพวกเขายังแฝงไปด้วยความอำมหิตและโเี้ ท่าทีดุดันและกระหายเืของคนเหล่านี้ทำให้หลงเหยียนเชื่อว่าคนมากมายในที่แห่งนี้ เคยผ่านพิธีบูชาโลหิตเมื่อเจ็ดปีที่แล้วอย่างแน่นอน พวกเขาทุกคนล้วนเป็ฆาตกร เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าหัวใจของคนเหล่านี้มีความอำมหิตและกระหายในการเข่นฆ่ามากเพียงใด
หลงเหยียนกับศิษย์แห่งสำนักมารกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าเข้าไปในตำหนักกว้างภายใต้การนำทางของราชันทั้งสี่ และใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางไปที่ยอดเขามิวายชนม์ต่อ
เส้นทางสายนี้มีคบเพลิงปักอยู่ตามผนังทั้งสองข้าง โดยคบเพลิงแต่ละอันจะอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น แสงไฟทำให้บรรยากาศในคืนนี้ดูน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น
ผนังดินรอบด้านมีลวดลายน่าพิศวงสลักอยู่เต็มไปหมด มีทั้งหัวกะโหลกรูปทรงประหลาด ทั้งยังมีรูปศีรษะของปีศาจอสูรที่หลงเหยียนไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
ภาพเ่าั้ทั้งน่ากลัวและน่ารังเกียจ บรรยากาศรอบด้านน่าอึดอัดจนชวนให้อยากอาเจียนออกมา หลงเหยียนรู้สึกคลื่นไส้เหลือเกิน ทว่าเมื่อคิดถึงหลี่เมิ่งเหยาที่ถูกจับตัวอยู่ เขาก็แข็งใจ เดินหน้าต่อไปอีกครั้ง ท่านแม่กับคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง เขาไม่มีเวลามาคิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว ทางเลือกเดียวของเขาก็คือเดินตามขบวนคนไปเรื่อยๆ เท่านั้น
หากหลอมจิตัภายในร่างกายได้อีกสักเล็กน้อยละก็ พลังของหลงเหยียนต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ หยกรูปัปริศนาในร่างของเขายังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง หรือตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น
“หลงเหยียน น้องชาย พวกเราสองคนจะเดินนำไปก่อน เราทั้งสามเดินด้วยกันไม่ได้ ไม่เช่นนั้น หากถูกจับได้ขึ้นมา พวกเราจะตายกันหมด หากมีโอกาสที่จะหนีรอดไปได้ เ้าต้องซ่อนตัวเอาไว้ อย่าก้าวออกมาเด็ดขาด ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ อนาคตก็ยังมีความหวังเสมอ เ้ายังมีเวลาอีกมากที่จะพัฒนาพลังของตัวเองต่อไป หากพวกข้าตาย ในอนาคต เ้าต้องกลับมาแก้แค้นให้เราให้ได้ ดังนั้นครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ต้องหนีออกไปให้ได้”
หลงเหยียนรู้สึกซึ้งใจมาก เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อมั่นในพลังของตน ถึงอย่างไรก็รู้ว่าเขาหวังดีกับตนอย่างแท้จริง หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ อย่างจนปัญญา
ไม่นานสองสามีภรรยาก็หายเข้าไปในฝูงคน พวกเขาแทรกไปเดินอยู่ที่ด้านหน้าสุดของขบวน หลงเหยียนรู้ดีว่าทั้งสองเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายแล้ว ซึ่งหลงเหยียนก็นับถือคนที่ใจกล้าเช่นนี้อย่างแท้จริง
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงยอดเขาเสียที วิสัยทัศน์ของหลงเหยียนกลับมากว้างใหญ่อีกครั้ง ยอดเขาถูกจัดแต่งให้กลายเป็ลานกว้าง ซึ่งกลางลานมีป้ายหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนป้ายมีเวลาก่อตั้งและประวัติความเป็มาของสำนักมารสลักอยู่
หลงเหยียนไม่สนใจข้อมูลพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ที่ด้านหลังของป้ายหินเป็ลานกว้างแห่งหนึ่ง ที่กลางลานมีบ่อน้ำขนาดมหึมา ที่กลางบ่อยังมีคราบโลหิตติดอยู่เลย มันเป็คราบจากพิธีครั้งก่อนที่หลงเหลือจากการทำความสะอาดนั่นเอง
เมื่อได้เห็นบ่อโลหิตนี้ ศิษย์ทั้งหลายก็ทั้งตื่นเต้นและดีอกดีใจ บ่อนี้มีขนาดใหญ่จนต้องใช้คนนับพันถึงจะเติมเืจนเต็มบ่อได้ แค่คิดถึงคนที่น่าสงสารพวกนั้น พลังในกายของหลงเหยียนก็ลุกโชนขึ้น ดวงิญญาในร่างก็คล้ายกำลังกรีดร้องด้วยความโกรธ
ข้างบ่อโลหิตมีรูปปั้นงูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ใต้รูปปั้นเป็โครงกระดูกของปีศาจอสูรหลายตัว คนทั้งหลายพากันคารวะรูปปั้นอสรพิษที่น่าหวาดกลัวนี้ภายใต้การนำทัพของผู้นำเฒ่า แสงจันทร์ส่องลงบนยอดเขา เปลวไฟรอบด้านส่องให้ห้วงอากาศกลายเป็สีแดงฉาน
ผู้พิทักษ์ทั้งสามที่มาร่วมงานสวมชุดคลุมสีดำ ส่วนราชันทั้งสี่กลับสวมชุดคลุมสีแดงฉาน ชุดคลุมของพวกเขามีรูปกะโหลกศีรษะสลักอยู่ ผู้นำเฒ่าเองก็คล้ายจะแตกต่างไปจากเมื่อวานเล็กน้อย
เขาอยู่ในชุดคลุมยาวสีดำ ที่ใบหน้ามีหน้ากากสีแดงที่ดูโเี้บดบังอยู่ เพราะมีร่างกายสูงใหญ่เป็ทุนเดิม ผู้นำเฒ่าในบัดนี้จึงดูน่าเกรงขามและน่าหวาดผวามากขึ้นหลายเท่า
พลังที่กระจายออกมาจากร่างของเขานั้นแข็งแกร่งจนไม่มีใครในที่แห่งนี้ที่กล้าขัดขืนหรือต่อต้านสักคน รังสีสังหารที่ลอยคลุ้งรอบกายบ่งบอกว่าคนผู้นี้เคยสังหารคนมามากแค่ไหน เมื่อเทียบกับเขาแล้ว รังสีสังหารที่หลงเหยียนมีช่างเล็กน้อยจนไม่ควรจะพูดถึงด้วยซ้ำ
“เ้าพวกเดรัจฉาน หากเป็ไปได้ ข้าอยากใช้พลังโลหิตกับคนพวกนี้จริงๆ พลังโลหิตช่วยให้ข้าก้าวขึ้นไปเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงสุดได้ บางทีเมื่อถึงตอนนั้น ข้าอาจแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับผู้นำเฒ่าของสำนักมารได้”
เ้าสิงโตน้อยที่ซ่อนอยู่ในถุงผ้าเฉียนคุนคิดขึ้นในใจ ‘หากเป็ไปได้ ข้าอยากปกป้องพี่เหยียนด้วยชีวิตของข้า เพราะข้าพบว่าเขาเป็คนเพียงคนเดียวที่ได้รับสืบทอดิญญาั หากติดตามเขาไปเรื่อยๆ ข้าต้องมีอนาคตที่ก้าวไกลแน่ อาจก้าวขึ้นไปแตะระดับเทพอสูรได้ด้วยซ้ำ’
สิงโตน้อยกัดฟันแน่น “พี่เหยียน วางใจเถิด พวกเราต้องไม่เป็ไรแน่ ต้องช่วยหลี่เมิ่งเหยาออกมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน เห็นลูกแก้วในมือของผู้นำเฒ่าคนนั้นหรือไม่ ข้ารับรู้ได้ว่าลูกแก้วนั้นมีกลิ่นอายแห่งพลังัแฝงอยู่ ไม่แน่มันอาจจะเป็สมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง หากเป็ไปได้ พี่เหยียน พยายามแย่งลูกแก้วนั้นมาครองให้ได้ล่ะ”
หลงเหยียนพยักหน้า “มีกลิ่นอายแห่งพลังัอย่างนั้นหรือ? สิงโตน้อย ทำไมถึงไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้เล่า ทว่าดูเหมือนพลังัในลูกแก้วจะแตกต่างไปจากพลังัของข้าเล็กน้อย”
สิงโตน้อยอธิบาย “เพราะแบบนั้นข้าก็เลยไม่ได้บอกท่านอย่างไรเล่า โลกใบนี้ไม่ได้มีัแค่ตัวเดียวเสียหน่อย ข้าแค่ยังไม่มั่นใจว่าลูกแก้วปริศนานั่นเป็ลูกแก้วของัจริงๆ หรือไม่ หากเป็จริง มันอาจจะนำภัยครั้งใหญ่มาสู่เรา หรือไม่ก็อาจช่วยเราได้อย่างมหาศาลเลย”
หลงเหยียนมีท่าทีตื่นเต้น “เอาเถิด หากข้ามีโอกาสแย่งมาได้จริง มันอาจจะเป็โอกาสเดียวของเราก็ได้ อย่างไรก็ตาม ลูกแก้วลูกนั้นดูพิลึกจริงๆ ข้าว่ามันคงไม่ใช่สมบัติที่ดีอะไรแน่ เพราะในนั้นมีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแฝงอยู่ด้วย”
หากชิงมาไม่ได้แล้วมีโอกาสละก็ หลงเหยียนก็พร้อมจะทำลายมันลงอย่างไม่ลังเล
ในตอนที่คนทั้งหลายคุกเข่าลงพร้อมกัน หลงเหยียนถามขึ้น “เ้าสิงโตน้อย เป็อย่างไรบ้าง รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของพี่เมิ่งเหยาหรือไม่?”
หลงเหยียนไม่กล้ากระจายพลังจิตออกไปในเวลาเช่นนี้หรอกนะ หากไม่จำเป็จริงๆ เขาก็ไม่อยากจะมาเสี่ยงเพราะเื่แบบนี้
รอบบ่อขนาดใหญ่มีโคมไฟวิเศษอยู่หกอันด้วยกัน ตอนนี้โคมไฟเ่าั้ยังหม่นหมองและมืดสนิท ทว่าหากมีโลหิตอยู่เต็มบ่อละก็ ไฟเ่าั้จะสว่างขึ้นเอง
--------------------
