“แล้วแกจะพาพวกเราไปเที่ยวที่ไหน อืม...แถวนี้น่ะเป็ป่าอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว นี่ฉันคุยกับนริศมาตลอดทางเลยนะว่าถ้ามาถึงบ้านแกแล้วก็อยากตั้งแค้มป์ในป่า เผื่อจะได้ยิงนกตกปลาเหมือนสมัยหนุ่มๆ”
เผ่าเทพนำเสนอ นวดลหัวเราะและตอบว่า
“ก็เออสิวะ...ฉันก็คิดเหมือนที่พวกแกคิด ว่าจะยกทีมกันไปตั้งแค้มป์กันในป่าสักคืน ที่ที่ฉันจะพาพวกแกไปนี่มันติดกับเขตอุทยาน ปลอดภัยสำหรับพวกผู้หญิงเพราะไม่ใช่ป่าลึก ที่สำคัญแถวนี้พวกนกในป่าสวย ๆ เยอะมาก ฉันพาลูกนัทไปบ่อยแต่ลูกสาวฉันไม่ชอบเข้าป่าลึก นอนสบายที่แค้มป์ ส่วนฉันก็เข้าป่ากับนายเพิ่มบุญคนสวน นอกจากนี้ก็มีเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันบ่อยๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน นี่ไม่ได้เจอแกนานก็ยังแข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะดล ลูกสาวโตขนาดนี้แกก็ยังดูไม่แก่เลยจริงๆ”
นริศพูดโดยไม่ทันได้สังเกตแววตาของลูกสาวเพื่อนที่แอบเหลือบมองเขา นลินีนึกในใจ อย่าว่าแต่พ่อหล่อนเลยที่ดูยังไงก็ไม่แก่ตามวัย เพื่อนพ่อทั้งสองคนที่มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านวันนี้ก็ยังดูดีจนน่าใจหาย เพราะทั้งสองอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนวดล คิดดูก็แล้วกันว่าพ่อหล่อนอายุตั้งห้าสิบกว่าแล้ว เพื่อนพ่อหล่อนก็อายุอานามประมาณนั้นแต่ยังดูแข็งแรงบึกบึน หน้าตาดุดันและผิวสีแทนเข้มทำให้เด็กสาวหัวใจสั่นเพราะหล่อนเองมีรสนิยมชอบผู้ชายวัยคราวพ่อ
เพราะอะไรนะเหรอ ก้เพราะว่านลินีเติบโตมากับพ่อของหล่อนที่เป็ทหาร นายพลนวดลเป็คนเข้มงวด เขามีนิสัยไม่ค่อยฟังความคิดของใคร และไม่เคยตามใจลูกสาว นวดลหย่าขาดจากแม่ของหล่อนไปหลายปีทำให้นลินีต้องอยู่กับพ่อที่มีนิสัยกร้าว หลอนค่อนข้างเก็บกดและกดดันมากพอดู ในกลุ่มเพื่อนมักให้ฉายาหล่อนว่าแม่นกน้อยในกรง นลินีจึงมีโลกส่วนตัว หล่อนต้องแอบคบกับเด็กหนุ่ม ๆ และมัสัมพันธ์ลับไม่ให้พ่อรู้ แต่จริง ๆ แล้วหล่อนแคยลองเล่นเสียวกับชายวัยคราวพ่อมาก่อนซึ่งนลินีปิดไว้เป็ความลับไม่เคยบอกใคร
บทที่ 3
รุ่งขึ้นนวดลก็พาเหล่าเพื่อนกับภรรยาของพวกเขาไปถึงชายป่าติดกับเขตอุทยาน มันเป็ป่าเขียวขจีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อดีตนายพลบอกเพื่อนของเขาว่าค่อนข้างปลอดภัยและมีนกสวยงามกับพันธุ์พืชสวย ๆ มากมายให้เที่ยวชม
เมื่อไปถึงจุดที่ตั้งแค้มป์ซึ่งนวดลให้คนของเขาจัดรถจิ๊ปแบบสะเทินน้ำสะเทินบกเพื่อการเข้าไปในเส้นทางขรุขระแลเป็เนินชันแล้วต่างก็ช่วยกันขนสัมภาระจำพวกเต็นท์และอุปกรณ์ปิ้งย่างซึ่งนวดลบอกเพื่อนของเขาว่ามาพักแค่คืนเดียวแต่ก็ต้องจัดเตรียมให้พร้อม และการมาตั้งแค้มป์เขาก็ไม่ลืมพาลูกสาวคนสวยตามมาด้วยและยังมีนายเพิ่มบุญ คนสวนวัยดึกมาคอยช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับเพื่อนๆ
“ว๊าว!...ป่านี่สวยมากเลยค่ะ ไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้ตั้งนานแล้ว อเมวิ่งมาก ๆ”
รัตนาอุทานด้วยความตื่นเต้นเมื่อลงจากรถจิ๊ปพร้อมสามีของหล่อนคือนริศ ส่วนเผ่าเทพจูงมือเอมอรภรรยาของเขาเข้ามาสมทบ ทุกคนต่างมองธรรมชาติในป่าที่นวดลพามาตั้งแคมป์ด้วยความตื่นเต้น ขณะนั้นนวดลก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยนลินีและนายเพิ่มบุญ อดีตนายพลหัวเราะร่วน
“คุณรัตนากับคุณเอมอรไม่เคยเข้าป่ากันละซี ดุท่าทางตื่นเต้นกันมาก คนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ได้มาเห็นแบบนี้แล้วติดใจกันทั้งนั้น”
“จริงด้วยค่ะ” เอมอรหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม “อรอยู่แต่ในบ้าน ถึงเวลาซื้อของก็ไปห้าง เข้าไปในเมือง ไม่ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงามแบบนี้ พอได้มาเห็นแล้วรู้สึกดีจัง อยากนอนเล่นไม่อยากกลับเลยจริง ๆ นะคะเนี่ย”
“ผมก็เหมือนกันล่ะ อยากมาพักผ่อนแบบนี้นานแล้ว แต่หาเวลาว่างไม่ได้ ติดงานด่วนทุกทีสิน่า ใครจะโชคดีเหมือนนวดล ไม่ต้องมีภาระอะไรก็ลาออกมาใช้ชีวิตอยู่สบาย ๆ ได้แบบชิลๆ”
เผ่าเทพเสริมพลางหันไปทางเพื่อนสนิท นวดลยิ้มอ่อน
“มันก็ไม่ได้ดีไปซะทั้งหมดหรอก พวกแกก็รู้ว่าตอนนี้ฉันก็อยู่กับลูกสาวแค่สองคนเท่านั้น คนเรามันได้อย่างเสียอย่างว่ะ...เอาละๆ เราไปตั้งแค้มป์ จัดเตรียมเตาปิ้งไว้ย่างไก่ย่างเนื้อกินเล่นกันดีกว่า ฉันให้นายเพิ่มบุญจัดเตรียมไว้แล้ว”
นวดลเชื้อเชิญเพื่อนของเขา ขณะที่ทุกคนเดินไปยังจุดที่ตั้งเต๊นท์เผ่าเทพก็หันไปทางลูกสาวคนสวยของเพื่อนสนิทก่อนเอ่ยถามว่า
“หนูนัทเคยมาที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ?”
“นัทเคยมากับพ่อบ่อยค่ะ แต่พักหลัง ๆ ไม่ค่อยได้มาด้วยเพราะต้องไปมหาวิทยาลัย เนี่โชคดีที่คุณลุงเผ่ากับคุณลุงนริศมาติดวันเสาร์อาทิตย์หนูก็เลยไม่ต้องขาดเรียน ได้มาเที่ยวด้วย”
“นี่หนูนัทเพิ่งเข้าปีหนึ่งเหรอจ๊ะ...เอ...สวย ๆ อย่างนี้มีแฟนหรือยัง”
“ยังไม่มีหรอกค่ะ คุณพ่อน่ะไม่ค่อยให้นัทไปไหน เลยไม่ค่อยได้เจอใครหรือเที่ยวกับใคร”
“อ้าว...แล้วหนุ่ม ๆ ที่มหาวิทยาลัยล่ะ ไม่มีใครมาจีบบ้างเหรอ?”
