ชั่วขณะหนึ่งที่ทุกอย่างเงียบลง มีเพียงแค่เสียงน้ำที่กระเซ็น ทำให้ขันทีหนุ่มที่ลุกขึ้นแล้วเห็นปั่นกองตกน้ำเกิดความใ
อั๊ก!!
“ชะ..ช่วย”
บุ๋มๆ!!~
“ช่วยข้าด้วย”
บุ๋มๆ!!~
“ข้าว่ายน้ำไม่ ปะ…เป็”
บุ๋มๆ!!~
“...”
“...”
“...”
ขันทีหนุ่มเห็นเพียงปั่นกองในบ่อน้ำที่ดูเหมือนไก่พยายามตีปีก โบกมือไปมาอย่างบ้าคลั่งพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากคนบนฝั่ง
ขันทีหนุ่มถูกกระทืบหมอบติดพื้นป้องกันขันทีน้อยสองคนทำให้ไม่รู้ว่าปั่นกองตกลงไปที่สระได้ยังไง
หลังจากลังเลอยู่นาน ขันทีหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะเตือนจิ้งหยวนว่าเราไม่ควรปล่อยทูตให้จมน้ำตาย
“ทะ..ท่านโหว เราควรช่วยเขาไว้ก่อนดีหรือไม่? ถ้าเขาจมน้ำตายจริงๆ ท่านจะเดือดร้อนเอานะ”
ในขณะนี้ ขันทีหนุ่มรู้สึกกังวลเกี่ยวกับจิ้งหยวนมาก สถานะของทูตทูโบก็ไม่อาจดูิ่ ถึงต้าชวีจะใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับดินแดนทูโบทางตอนใต้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ทางเหนือของต้าชวีตึงเครียดเตรียมจะมีากับพวกชนเผาหูและดินแดนโครยออยู่ตลอดเวลา
จักรพรรดิจึงลังเลนิดหน่อยที่จะหาศัตรูเพิ่มใน่ที่กองทัพและขุนพลส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่แดนเหนือ นอกจากขุนพลฮัวเหยาจินที่ดูกองทัพหลวง ตอนนี้ก็ไม่มีขุนพลเพียงพอที่จะประจำหรือไปสู้ศึกกับที่อื่นเพิ่มอีก
จิ้งหยวนปลดถุงมือบอดี้สูทกลับ มือสีดำกลายมาเป็มือคนตามปกติ สายตามองปั่นกองที่กำลังดิ้นรนและร้องขอความช่วยเหลือในบ่อน้ำ จากนั้นก็พูดเื่ที่น่าขำเสริมออกมาว่า
“ทำไมต้องช่วยเขาด้วย?”
“น้ำในบ่อน้ำไม่ลึกเลย ถ้าเขายังจมน้ำได้ก็คงโทษที่เขาโง่เกินไป”
“...”
ขันทีหนุ่มเปิดปากแต่ก็พบทันทีว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดลบล้าง
เพราะเป็ความจริงที่สระน้ำในเรือนรับรองลึกแค่ 1 ฉื่อ* แต่อย่างนั้นก็ไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายแหกปากะโแบบนี้ต่อไป เพราะอย่าลืมว่าองค์หญิงน้อยยังคงพักผ่อนอยู่ที่เรือนรับรอง
หากสิ่งนี้ดังเข้าไปแล้วอาการองค์หญิงกำเริบ ขันทีหนุ่มก็กลัวจริงๆ ว่าความโกรธของฝ่าา จะทำให้หัวของทุกคนไม่สามารถตั้งอยู่บนบ่าได้อีก (* 1 ฉื่อ = 33.33 ซม.)
“เฮ้ย!!..ไอ้โง่”
“โดนตบทีเดียวก็ทำให้ความฉลาดของเ้าลดลงได้เลยเหรอ?”
“น้ำในสระมันลึกเพียงหัวเข่าเท่านั้น”
“ปืนขึ้นมาจากบ่อได้แล้ว ข้าี้เีสนใจดูละครลิง”
คำพูดของจิ้งหยวน ทำเอาปั่นกองที่ดิ้นกลางสระได้สติ จนเมื่อชะโงกหัวลุกขึ้นนั่ง เขาก็พบว่าสระนี้ไม่ได้ลึกท่วมเพียงแค่หน้าแข้งเท่านั้น ทำเอาใบหน้าของปั่นกองเขินอายร้อนผ่าว ปล่อยไก่ตัวโตออกมาให้โลกรู้ว่าเขาเป็ชายชาติทหารที่ว่ายน้ำไม่เป็
“...”
สิบห้านาทีต่อมา ปั่นกองที่ตกลงไปในน้ำและดิ้นรนอยู่เป็เวลานาน
สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากได้รับการช่วยเหลือจากสระน้ำคือการร้องเรียนต่อองค์จักรพรรดิ ก่อนที่เขาจะวิ่งแจ้นไปที่ท้องพระโรงเพื่อฟ้องร้องขอความยุติธรรม
ภายในวังไทชวี สถานที่ว่าราชกิจแผ่นดิน
ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่เต็มไปด้วยขุนนางต้าชวีและคณะทูตทูโบ
ปั่นกองซึ่งเสื้อผ้าเปียกโชก ใบหน้าฟกช้ำทิ้งรอยฝ่ามือ เขาโค้งคำนับต่อจักรพรรดิแล้วเริ่มร้องไห้ไม่หยุด
“ฝ่าา หลังจากออกจากวังแล้ว กระหม่อมตั้งใจจะกลับบ้านทันที แต่บังเอิญเห็นท่านโหวกำลังนั่งอยู่ริมสระ จึงได้เข้าไปทักทายอย่างมีน้ำใจ”
“แต่ใครจะคิดว่าเขาจะมาตบกระหม่อมโดยไม่มีเหตุผล”
“เขายังผลักให้กระหม่อมตกน้ำไม่ให้ใครมาช่วย”
“กระหม่อมเกือบจมน้ำตายตรงนั้น”
“ฝ่าาโปรดทรงตัดสินใจเพื่อเรียกความยุติธรรมแก่กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ปั่นกองทูลคำออกไปอย่างน่าสงสาร
จักรพรรดิอู่เิหลี่ที่มีอายุ 40 ปีกว่าๆ ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงก็ขมวดคิ้ว สงสัยในใจว่าสิ่งที่ปั่นกองพูดเป็ความจริงหรือเปล่า
แต่การปรากฏตัวอันน่าสังเวชของปั่นกองไม่ใช่การแสดง ใบหน้าก็บวมมีร่องรอยการถูกตบด้วยมือที่แก้มซ้ายอย่างชัดเจน
“หืมมม”
“ปั่นกอง”
จักรพรรดิอู่เิหลี่สูดหายใจเข้าลึกสองสามครั้ง มองไปที่ปั่นกองซึ่งมีสีหน้าเศร้าสร้อย จากนั้นจึงถามด้วยความสับสนออกมาว่า
“ข้าได้ยินว่าเ้าเป็แม่ทัพจากทูโบไม่ใช่หรือ?”
“จิ้งหยวนเป็ผู้ชายที่อ่อนแอ แล้วเขาจะเอาชนะเ้าได้อย่างไร?”
มันค่อนข้างยากที่จะเชื่อ จิ้งหยวนตัวเล็กกว่าปั่นกองอย่างเห็นได้ชัด แถมปั่นกองก็เป็ทหารต่างจากจิ้งหยวนที่เอาแต่กินเหล้าและเที่ยวเตร่
ถึงจะน่าดีใจที่คนของต้าชวีสามารถข่มคนของทูโบได้ แต่พอรู้และได้ยินว่าคนที่ตบและทำเื่นี้เป็จิ้งหยวน ขนาดเขาที่เป็จักรพรรดิและลุงแท้ๆ ก็ยังยากที่จะยอมรับได้เลย
จิ้งหยวนคือใคร?
ใช่
คำตอบแรกของทุกคนคงหนีไม่พ้นว่าแค่ไอ้เสเพลตัวปัญหาคนหนึ่ง
อย่าว่าแต่สู้กับพลทหารธรรมดาเลย
ขนาดวันก่อนพวกเขาพึ่งจะได้ยินมาเองว่าจิ้งหยวนพึ่งจะลื่นขี้ม้าหัวฟาดพื้น
คนแบบนี้นะเหรอที่ตบปั่นกองจนตกสระ?
ใจลึกๆ ของทุกคนในท้องพระโรงจึงปฏิเสธเื่ดังกล่าวทันที ยากเกินกว่าจะเชื่อเหมือนได้ยินว่าปลากำลังปืนต้นไม้ แต่พอเห็นรอยฝ่ามือติดอยู่ที่แก้มปั่นกองแล้ว ใครก็ไม่รู้ดันหัวเราะ “ก๊าก!!” ออกมาเนื่องจากกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว
“อ่ะ หืม ๆ”
“ขออภัยฝ่าาที่ส่งเสียงหัวเราะ บังเอิญกระหม่อมใจลอยคิดถึงเื่เก่านิดหน่อย เชิญท่านทูตน้อยกล่าวต่อเถอะ”
เป็ขุนพลฮัวเหยาจินที่พบกับจิ้งหยวนมาเมื่อไม่นานมานี่ที่เป็คนหัวเราะ
ก็อย่างว่า ด้วยนิสัยตรงๆ ห่ามๆ พอเจอเื่ตลกแบบนี้เข้าไป เขาก็เลยห้ามใจไม่ได้จนต้องระบายเสียงออกมา
“หืม”
“ข้าจะไต่สวนเื่นี้และลงโทษคนตามความผิด”
“หวังว่าเ้าจะยอมรับมันใช่หรือไม่?”
จักรพรรดิไม่สนใจขุนพลฮัวที่เสียมารยาทหัวเราะใส่ทูต แต่เขามองไปที่ปั่นกองแล้วถาม
“โปรดทวงความยุติธรรมและหาคนมาลงโทษตามความผิดด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ปั่นกองยิ้มและดีใจอย่างลับๆ
“ดี”
“เกากงกงไปเรียกจิ้งหยวนกับพยานในเหตุการณ์มา ข้าจะไต่สวนเื่นี้และลงโทษคนตามความผิด” จักรพรรดิะโไปทางชายชราคนหนึ่ง
“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
เกากงกง ขันทีใหญ่ประจำส่วนพระองค์โค้งตัวน้อมรับ ก่อนที่เขาจะเรียกทหารองครักษ์ติดตามไปด้วยสี่คน เมื่อเห็นเช่นนี้ ปั่นกองก็รู้สึกภาคภูมิใจหน้าอกพองโต คิดในใจอย่างลับๆ กับตัวเองว่า
“จิ้งหยวน”
“เ้ากล้าทำร้ายข้า แถมยังตบข้าให้อับอายลงก้นสระ วันนี้ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นเองว่าท่านใครกันแน่ที่มีอำนาจต่อรองมากกว่ากัน”
“ลูกวีรบุรุษอย่างงั้นเหรอ?”
“หึ!! วันนี้ข้าจะทำให้บุตรของวีรบุรุษต้าชวีให้ขายขี้หน้าเอง ฮ่าฮ่าฮ่า”
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเหยียบย้ำต้าชวีได้ดีไปกว่านี้ ต่อให้เป็โหวแต่เขาก็มีฐานะเป็ตัวแทนทูตของอาณาจักรทูโบ ปั่นกองจึงตั้งหน้าตั้งตารอ ที่จะได้เห็นสีหน้าของจิ้งหยวนตอนที่โดนทรมาน
ก่อนที่ไม่นานเกากงกงจะกลับมาด้วยความเร่งรีบพร้อมคนกลุ่มหนึ่ง เป็ขันทีหนุ่มหนึ่งและขันทีน้อยอีกสอง แต่ในกลุ่มไม่มีจิ้งหยวนตามกลับมา
“เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“...”
จักรพรรดิอู่เิหลี่ขมวดคิ้ว ก่อนที่เกากงกงจะเดินมาทูลกระซิบที่ข้างๆ หูแล้วรีบถอยกลับ
มีเพียงใบหน้าของจักรพรรดิดำมืดและมือสองข้างสั่นไปทั้งบัลลังก์เท่านั้นที่แสดงออกมา ทำเอาขุนนางในท้องพระโรงเห็นแบบนี้ก็เกิดความรู้สึกไม่ดี รีบสาวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วก้มหน้าคุกเข่าลงพื้น
“โปรดระงับอารมณ์ด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“เื่ราวที่เกิดขึ้นควรไต่สวนให้ดีหาผู้ทำผิดตัวจริง หากปล่อยไปตามอารมณ์เื่มันอาจจะบานปลายไปกันใหญ่”
“โปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา!!~~”
ชางชุนอี๋ อัครเสนาบดีใหญ่ฝ่ายซ้ายและพี่ชายของฮองเฮาอู่ชางชุน ก็รีบเป็คนแรกที่ก้าวขาออกมาพูดเพื่อให้ฝ่าาสงบลง
เมื่อชายชราหัวเรือใหญ่ออกมาพูด ขุนนางต้าชวีจำนวนเกือบหกสิบกว่าคน ทั้งขุนนางฝ่ายซ้ายพลเรือนและขุนนางฝ่ายขวาทางการทหาร ก็ร้องขานออกมาพร้อมกันเห็นด้วยกับสิ่งที่อัครเสนาบดีชางชุนอี๋กล่าว
ความโกรธของจักรพรรดิไม่สามารถขาดเดาและยากที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้ามีใครเผลอไปกระตุ้น ต่อให้เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็อาจจะหัวขาดได้หากไปยั่วต่อมโมโห
ล่าสุด สีหน้าดำมืดและความโกรธที่มือทั้งสองยังสั่น คือเมื่อห้าปีก่อนในตอนที่ชนเผ่าหูทางเหนือบุกโจมตีมาถึงเมืองหลวง
และต่อให้ท่านโหวหรือจิ้วหยวนจะก่อเื่มามาก แต่นี่ก็เป็ครั้งแรกที่จักรพรรดิทรงพิโรธเทียบเท่ากับเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เคยเกิดขึ้น
ถึงพวกเขาเองจะไม่ชอบจิ้งหยวนเหมือนกัน แต่มันก็เกี่ยวกับคณะทูตที่อาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองอาณาจักร
น่าเสียดาย ที่พวกเขาคาดเดาบางอย่างผิดไปหน่อย เพราะสิ่งที่เกากงกงกระซิบแล้วทำให้จักรพรรดิแสดงความโกรธออกมาไม่ใช่เื่ของจิ้งหยวน
แต่เป็เื่ของอาการกำเริบขององค์หญิงอู่หลิง ที่ตอนนี้เข้ามาพัวพันกับเื่ดังกล่าวไม่ใช่แค่เื่ของการทะเลาะกัน
