เย่เฟิงเรียกิญญา จากนั้นเมื่อผนึกิญญา ร่างโปร่งแสงขมุกขมัวก็ลอยผ่านไป เขานำิญญาของเด็กหนุ่มจากตำหนักไท่จี๋ผนึกเข้าแหวนกระบี่ัโบราณเช่นเดียวกับจ้าวอี้เปย ต่อจากนี้ขอเพียงหาวิธีบ่มเพาะิญญาให้พบก็จะเรียกิญญาของทั้งสองคนออกมาได้
ในส่วนของจ้าวอี้เปยไม่มีปัญหาอะไรเพราะตอนยังมีชีวิตอยู่เขาเป็คนธรรมดา จึงเป็ปกติที่เปลี่ยนสภาพเป็ผู้ฝึกิญญาได้ แต่เ้าหนุ่มจากตำหนักไท่จี๋เป็ผู้ฝึกวรยุทธ์อยู่แล้ว จึงไม่แน่ใจว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็ผู้ฝึกิญญาได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเย่เฟิงจะทำทุกวิถีทาง เพราะเด็กหนุ่มคนนี้สละชีวิตเพื่อเขา เขาไม่มีทางทำนิ่งเฉยได้หรอก
เขายังจำได้ว่าในอดีตซูเฟยหยิ่งเคยศึกษาพลังสมานวิญาณ ถ้าครั้งนี้เขาหาท่านอาจารย์พบก็จะสามารถให้จ้าวอี้เปยและเด็กหนุ่มไท่จี๋ปรากฏตัวออกมาได้
ผู้ฝึกิญญานั้นไม่มีอยู่ในโลกนี้อย่างแน่นอน วิธีการแปลกประหลาดต่างๆ นานาที่ไม่อาจคาดเดาได้จะเป็ตัวช่วยอย่างดีสำหรับเย่เฟิง!
เขาไม่คาดหวังนักว่าระดับพลังบ่มเพาะหนึ่งร้อยปีชองซูเฟยหยิ่งจะยังอยู่...
“เย่เฟิง นายหาท่านอาจาร์พบหรือยัง?”
ซูเมิ่งหานดูดซับปะการังเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าเรียวแดงระเรื่อ เธอถามด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“ยังเลย ฉันกำลังจะไปตามหา แต่ดันปะทะกับหลงโม่หรานเสียก่อน”
เย่เฟิงส่ายหัวแล้ววางมือบนไหล่ของซูเมิ่งหานเพื่อตรวจสอบพลังชี่ที่ไหลเวียนในร่างกายเธอ พบว่าตอนนี้เธอมีระดับพลังบ่มเพาะมากกว่าสี่ปีแล้ว ซึ่งความเร็วนี้ไม่ได้ช้ากว่าเย่เฟิงเลย
เย่เฟิงหันมองเย่เวิ่นเทียนแล้วกล่าว “ปู่ ผมฝากให้ปู่ช่วยดูแลคุณน้ากับเมิ่งหานด้วยนะ ผมกับหว่านเอ๋อร์ยังมีเื่ที่ต้องไปจัดการนิดหน่อย”
“ว่าไงนะ? ไอ้เด็กเวร แกยังคิดจะ...”
เย่เวิ่นเทียนได้ยินอย่างนั้นก็ตะลึงงัน เขาคิดจะพาเย่เฟิงกลับไปทันที จะมัวอยู่นานได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ทะเลตะวันออกเกิดความไม่สงบ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงตัวตนของเย่เฟิงที่ถูกเปิดเผยแล้ว เขาต้องรีบกลับไปเตรียมแผนการรับมือให้ดี!
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค เย่เฟิงก็จูงมือหลงหว่านเอ๋อร์หายตัวไปอย่างเงียบงัน ทั้งคู่ทะยานออกไปด้วยความเร็วของย่างก้าวไร้เงา มุ่งตรงสู่ชายฝั่งทะเล!
เมื่อสองสิ่งมีชีวิตอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา เย่เวิ่นเทียนก็แสดงสีหน้านิ่งขรึมออกมา เด็กดีของปู่ ในที่สุดหลานชายคนนี้ของเขาก็ได้เรียนรู้วิธีบางอย่างและสามารถล่องหนได้?
“คุณปู่คะ พวกเขาไปตามหาท่านอาจารย์จริงๆ ค่ะ งั้นพวกเรากลับไปก่อนดีไหมคะ?” ซูเมิ่งหานที่อยู่ข้างๆ ก็เสนอขึ้นมา
“นี่เธอไม่กลัวว่าสามีจะถูกคนอื่นฉกไปเลยเหรอ!” เย่เวิ่นเทียนจ้องตาเขม็ง
“เขาไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ” ซูเมิ่งหานพูดเสียงหนักแน่น
“...”
เมื่อจบประโยคนี้ เย่เวิ่นเทียนถึงกับไร้คำพูด แม้เขาจะััทิศทางการเคลื่อนไหวของเย่เฟิงกับหลงหว่านเอ๋อร์ได้อย่างเลือนราง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไล่ตามทั้งคู่ไป
ชายชราเหลือบมองน้าของหลงหว่านเอ๋อร์ที่มีท่าทีเก้ๆ กังๆ อยู่ด้านข้างจึงโบกมือไปมา “ช่างเถอะๆ กลับไปกับพวกเราก่อนเถอะ ส่วนไอ้เด็กเวรนั่น ฉันเชื่อว่ามันรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร”
แม้จะเป็การเผชิญหน้ากับหลงโม่หราน เย่เฟิงก็มีสารพัดวิธีที่จะสังหารเขา ตอนนี้เย่เวิ่นเทียนเข้าใจความแข็งแกร่งของเย่เฟิงในเบื้องต้นแล้ว
เ้าเด็กคนนี้เติบโตขึ้นแล้วจริงๆ เขาเป็เพียงตาเฒ่าคนหนึ่ง จะคอยบงการก็คงไม่ดี...
คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางของเมืองเซี่ยงซาน แสงสว่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า เวลากลางคืนผ่านไปแล้ว พายุฝนก็เหมือนจะค่อยๆ ซาลงแล้วเช่นกัน ท่าทางคลื่นลมใกล้จะสงบลงแล้ว
เย่เฟิงคือชายสวมหน้ากากคนนั้น และเริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์แล้ว ซ้ำยังมีพร์มากจนเกือบจะฆ่าหลงโม่หรานได้!
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วยุทธจักรเหมือนติดปีกบิน ในสังคมปัจจุบัน แม้แต่ผู้ฝึกวรยุทธ์ก็ใช้เทคโนโลยีต่างๆ มานานแล้ว ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ข่าวนี้ก็กระจายไปทั่วแผ่นดินใหญ่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และช่องทางอื่นๆ
เย่เฟิงเพิ่งจะอายุยี่สิบปีก็สามารถบรรลุวิชากรงเล็บัขั้นที่สามของตระกูลเย่ได้แล้ว พร์เช่นนี้พบได้น้อยมากในโลกนี้ หากให้เวลาอีกหน่อย ต่อไปเขาจะต้องไร้เทียมทานแน่นอน!
คนที่เป็ศัตรูกับตระกูลเย่ก็เริ่มติดต่อกันอย่างลับๆ แล้ว ไม่นึกว่าในเวลาอันสั้นจะมีตัวอันตรายโผล่มาแบบนี้ พวกเขาต้องเริ่มเคลื่อนไหวได้แล้ว เพราะพวกเขาหวาดกลัว กลัวว่าเมื่อเย่เฟิงเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วอาจจะลงมือกับพวกเขาทีละคน
แต่ในความเป็จริงแล้ว เย่เฟิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็ใคร
ในขณะเดียวกันเย่เวิ่นเทียนเองก็มีชื่อเสียงเลื่องลือ เพราะยี่สิบปีก่อนมีการตกลงกันว่าห้ามให้เย่เฟิงฝึกการต่อสู้ ไม่คิดเลยว่าตาแก่คนนี้จะใช้สิ่งนี้บังหน้าแล้วแอบสอนวิทยายุทธ์ให้เย่เฟิง!
หน้าไม่อาย นี่มันหน้าไม่อายเกินไปแล้ว การกระทำแบบนี้เป็การปลุกปั่นทั้งยุทธจักรอย่างซึ่งหน้า!
ผู้มีอิทธิพลหลายคนเริ่มหารือกันและเตรียมรวมกำลังพลไปตอกหน้าด้านๆ ของเย่เวิ่นเทียนและให้เย่เฟิงยอมจำนน ไม่อย่างนั้นจะทำให้สองคนปู่กับหลานกลายเป็ปรปักษ์กับคนทั้งยุทธจักร!
มิเช่นนั้นหากคอยให้เย่เฟิงเติบโตขึ้นมา มันต้องน่ากลัวกว่าตาแก่เย่เวิ่นเทียนหลายเท่า…
ณ ใจกลางเมืองเซี่ยงซาน
เย่เวิ่นเทียนและคนอื่นๆ เปิดห้องพักในโรงแรมเพื่อพักผ่อนสำหรับวันนี้ แทบทุกคนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจมาทั้งคืนแล้ว เย่เวิ่นเทียนเดินนำเข้ามาในห้องของหนานฟาง สำหรับวิชาเคล็ดอสูรร่ำไห้ เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเย่เฟิงเปิดเผยตัวตนก่อน ข่าวน่าใที่สุดของคืนนี้ก็คงเป็เื่นี้แน่นอน
เคล็ดอสูรร่ำไห้หวนคืนยุทธจักร!
“ท่านปู่ครับ ตอนนี้ผมติดตามพี่เย่แล้ว ท่านโปรดชี้แนะผมด้วย”
หนานฟางใช้โอกาสนี้ขอคำชี้แนะด้วยความเคารพนบนอบทันที
ชายชรายังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกรูปลักษณ์ของเขาทำให้ตะลึงงัน เ้าเด็กคนนี้ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ...
…………
ชูชูพักอยู่ในห้องคนเดียวก็เลือกที่จะอาบน้ำให้สบายตัวก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นก็มานั่งงงงันอยู่บนเตียง เธอกำลังนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ราวกับอยู่ในความฝัน ในที่สุดเธอกับหลงหว่านเอ๋อร์ก็หลุดพ้นจากตระกูลหลงแล้ว ตอนนี้มีเย่เวิ่นเทียนอยู่ด้วย คงไม่มีอันตรายอะไรหรอกใช่ไหม?
แต่วันข้างหน้าคงไม่ง่ายอย่างนั้น
เธอมองออกว่าแม้แต่ตัวเย่เวิ่นเทียนเองก็กลุ้มใจอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนการเปิดเผยตัวตนของเย่เฟิง และข่าวการฝึกวิทยายุทธ์ของเขาที่แพร่กระจายออกไป มันไม่ใช่เื่ดีเลย
“ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับเสี่ยวเฟิงและหว่านเอ๋อร์แล้วล่ะ”
ชูชูถอนหายใจแ่เบาพลางทอดสายตามองท้องฟ้ายามใกล้รุ่งนอกหน้าต่าง
…………
เมื่อหลินซือฉิงกลับมาถึงห้องพัก เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะชำระร่างกายก่อน แต่รีบต่อสายโทรออกเป็อันดับแรก หญิงสาวรู้ว่าเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์กลับไปที่ทะเลตะวันออกแล้ว เป็ไปได้มากว่าจุดมุ่งหมายก็คือเกาะูเาน้ำแข็งแห่งนั้น! อยู่ๆ ก็มีความกังวลบางอย่างเกี่ยวกับเย่เฟิงเกิดขึ้นในใจของเธอโดยไม่รู้ตัว
หลินซือฉิงนึกถึงตอนที่อยู่โรงงานร้างนอกเมืองเยี่ยนจิง เย่เฟิงสวมหน้ากากปรากฏตัวอย่างกะทันหันและช่วยเธอจากเงื้อมมือสัตว์ประหลาดพวกนั้น ไหนจะตอนที่โรงงานร้างะเิ ชายหนุ่มใช้ร่างกายหนาทาบทับบนกายเธอเพื่อปกป้องไม่ให้เธอถูกเปลวไฟเผา ยังมีตอนอยู่บนรถบรรทุกเมื่อครู่นี้ที่เขาดึงดันที่จะยืนตรงนั้น แม้จะมีาแทั่วตัวก็ไม่คิดถอยกลับเลยสักนิด
หัวใจของหลินซือฉิงพลันเต้นรัว แต่พอนึกถึงสองสาวซูเมิ่งหานกับหลงหว่านเอ๋อร์ เธอก็ส่ายหัวสุดแรง ไม่มีทาง เธอเห็นเย่เฟิงเป็แค่น้องชายเท่านั้น!
สาเหตุที่โทรศัพท์ก็แค่เป็ห่วงเื่น้องชาย...
สายโทรศัพท์ถูกต่อไปหาเหลยิ เ้าหน้าที่จากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ “อาเหลยคะ ตอนนี้ด้านนอกทะเลตะวันออกเป็ยังไงบ้างคะ?”
ระหว่างทางกลับมาหลินซือฉิงแจ้งตำรวจที่ปิดล้อมเส้นทางให้พวกเขาไปจัดการคนของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหลายคนที่ล้มสลบไปและรถบรรทุกทหารด้วย
เธอโทรหาเหลยิตอนนี้ ไม่ใช่แค่้าแจ้งเื่นี้ ที่สำคัญคือสอบถามสภาพการณ์ในทะเลตะวันออก เพื่อคาดการณ์ว่าการเดินทางนี้ของเย่เฟิงกับหลงหว่านเอ๋อร์จะเป็อันตรายหรือไม่
“สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร” น้ำเสียงเคร่งขรึมของเหลยิดังลอดผ่านโทรศัพท์