บทที่ 53 พี่จื่อเฉิน
เย่จื่อเฉินรีบมาหาเซียวอี้เหม่ยด้วยความเร็วสูงสุด หลังจากที่เข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว เขาก็กดโทรหาเซียวไห่
ห่าวเหวินถูกปล่อยตัวออกมา สถานการณ์แบบนี้เซียวไห่เองก็ไม่ได้คาดคิด
พวกเขาตกลงกันทางโทรศัพท์ว่าจะมาเจอกันที่ร้านกาแฟแถวร้านจิวเวลรี่ของเซียวอี้เหม่ย
"จื่อเฉิน เธออย่าห่วงไปเลย ห่าวเหวินเขาไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก"
เซียวอี้เหม่ยยิ้มอ่อนโยน และปลอบโยนเย่จื่อเฉินให้คลายกังวล
เย่จื่อเฉินยิ้มให้เธอเล็กน้อย แต่ความหนักใจในดวงตากลับไม่จางหายไป
เท้าเปล่าไม่กลัวที่จะสวมรองเท้า คนที่ไม่เหลืออะไรเลยอย่างห่าวเหวินถ้าเกิดบ้าขึ้นมาจริงๆ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะกระทำการอุกอาจอะไรบ้าง
อีกอย่าง ตอนนั้นเซียวไห่ก็ได้รวบรวมหลักฐานมากมายนับไม่ถ้วนที่สามารถทำให้เขาได้ไปกินข้าวแดงตลอดชีวิต แต่เพิ่งจะเข้าไปได้ไม่นานเขาก็โดนปล่อยตัวออกมาแล้ว
นั่นแปลว่ามีอำนาจใหญ่โตที่คอยหนุนหลังเขาอยู่
"เสี่ยวเย่"
และทันใดนั้น เซียวไห่ก็วิ่งมาด้วยท่าทางกระวีกระวาด เย่จื่อเฉินรีบลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาเขา
"พี่ไห่ มีเบาะแสอะไรไหม?"
เซียวไห่มีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะตบบ่าเขาแล้วพูด
"ไปนั่งคุยกัน"
คนในร้านกาแฟมีอยู่มาก พวกเขาจึงเลือกไปนั่งตรงมุมหนึ่งของร้าน
"เมื่อกี้ตอนที่นายโทรมาบอกฉันว่าห่าวเหวินออกมาแล้วฉันก็ใมากเหมือนกัน จากนั้นฉันก็ได้รู้เื่ราวผ่านเส้นสายที่มีอยู่ ผลออกมาว่า...ห่าวเหวินมีอำนาจที่คอยหนุนหลังเขาอยู่"
เย่จื่อเฉินเลิกคิ้ว ไม่ผิดจากที่เขาคาดเดาไว้จริงๆ ด้วย แต่เื่นี้มันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือการที่จะทำให้ห่าวเหวินกลับเข้าไปอยู่ในคุก
เมื่อพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกไป เซียวไห่ก็ส่ายหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่รู้สึกผิดออกมา
"เสี่ยวเย่ อย่าโทษฉันเลยนะ ตระกูลเซียวของฉันก็เป็แค่ตระกูลที่ทำธุรกิจ แล้วอีกอย่างธุรกิจที่บ้านฉันทำความจริงก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร บางเื่ตระกูลเซียวก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้"
ความหมายของเซียวไห่นั้นชัดเจนมาก อำนาจที่หนุนหลังห่าวเหวินอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวของพวกเขาจะขึ้นไปเทียบได้
ซึ่งเื่นี้ทำให้หัวใจของเย่จื่อเฉินหนักอึ้ง ในบรรดาคนที่เขารู้จัก เซียวไห่ดูจะเป็บุคคลที่ค่อนข้างมีอำนาจที่สุดแล้ว
แต่นี่แม้แต่เซียวไห่เองก็ยังจนปัญญา...
เย่จื่อเฉินถอนหายใจ เมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเซียวไห่ เขาก็หัวเราะเบาๆ
"พี่ไห่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกครับ ถึงยังไงห่าวเหวินก็ออกมาแล้ว ระยะนี้คงไม่กล้าทำอะไรหรอก ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหนก็สามารถรับมือได้ อย่างเขาเล่นตุกติกอะไรไม่ได้หรอก"
"ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็โทรหาฉันตลอดเวลาเลยนะ ตราบใดที่พี่ไห่คนนี้สามารถช่วยนายได้ก็จะพยายามช่วยนายอย่างเต็มที่"
"ต้องขอบคุณพี่ไห่ด้วยนะครับ"
เซียวไห่ไปแล้ว ประธานบริษัทใหญ่ขนาดนั้น แต่ละวันต้องมีเื่ให้จัดการมากมาย การที่สามารถเจียดเวลามาเจอกับเย่จื่อเฉินด้วยตัวเองก็นับว่าให้เกียรติเขามากแล้ว
ยกกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เซียวอี้เหม่ยก็ยื่นมือไปจับมือเย่จื่อเฉินไว้แล้วยิ้มให้
"อย่าห่วงเลย ไม่มีอะไรหรอก"
ััอบอุ่นที่หลังมือทำให้คิ้วที่ขมวดมุ่นของเย่จื่อเฉินค่อยๆ คลายออก ก่อนจะพลิกมือมากุมมือเซียวอี้เหม่ยไว้แล้วยิ้ม
"อีกเดี๋ยวจะไปทำอะไรครับ?"
"วันมะรืนเป็วันเกิดเถียนเถียน ฉันอยากไปซื้อของขวัญให้เขาหน่อย"
พอพูดถึงเถียนเถียน เซียวอี้เหม่ยก็ระบายยิ้มมีความสุขออกมาอย่างห้ามไม่ได้ จากนั้นดวงตาคู่ใสของเธอก็เลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเย่จื่อเฉิน ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยอาการลังเล
"อีกเดี๋ยวเธอพอจะว่างไหม จะไปด้วยกันได้หรือเปล่า?"
"แน่นอน"
เด็กน้อยเถียนเถียนผู้น่ารัก เย่จื่อเฉินชอบมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนที่ทั้งคู่เพิ่งได้เจอหน้ากัน เธอก็เข้ามาเรียกเขาว่าพ่อจนมึนงงไปหมด
ที่คิดไม่ถึงก็คือ พ่อตัวปลอมอย่างเขาคนนี้ยังกลายมาเป็พ่อจริงๆ ของเธออีก
ดูท่าว่านี่จะเป็โชคชะตาท่ามกลางความมืดมิด บางทีนี่อาจเป็เื่ที่ผู้เฒ่าจันทราปั้นแต่งมาด้วยก็ได้
ผู้เฒ่าจันทราร้องไห้แล้วนะ
เื่นี้มันไม่ใช่ความผิดของข้า!
ภายในร้านชาแนลชั้นสี่ของห้างสรรพสินค้า เซี่ยเขอเข่อถือกระเป๋าเป้ของชาแนลไว้ในมือหนึ่งใบ
"คุณผู้หญิง คุณนี่ตาถึงจริงๆ ค่ะ กระเป๋าใบนี้เป็ใบที่ขายดีที่สุดของทางร้านเราเลยนะคะ"
พนักงานสาวแนะนำอย่างกระตือรือร้น ถ้าขายกระเป๋าใบนี้ได้ ค่าคอมที่เธอจะได้รับก็ไม่นับว่าน้อยเลย
โดยเฉพาะเมื่อเห็นเสื้อผ้าหน้าผมของเซี่ยเขอเข่อแล้ว ก็ไม่ได้ดูเหมือนคนที่จะซื้อกระเป๋าใบนี้ไม่ไหว
"เหรอคะ?"
เซี่ยเขอเข่อตาลุกวาว แต่เมื่อเห็นราคา
24,580 หยวน
"แพงจัง"
เซี่ยเขอเข่อแลบลิ้นออกมาแล้วก็เอากระเป๋ากลับไปวางไว้ที่เดิม พนักงานสาวเมื่อเห็นว่าเงินที่จะได้รับกำลังจะลอยหายไปก็รีบปล่อยหมัดเด็ดออกมาทันที
"คุณคะ นี่เป็กระเป๋าเป้หนังของชาแนลในคอลเลคชั่นดับเบิ้ลซี ไดมอนด์ใบสุดท้ายของทางร้านเราเลยนะคะ แล้วใบนี้ก็มีจำกัดด้วยค่ะ ถ้าพลาดแล้วพลาดเลยนะคะ"
"เอ่อ..."
เซี่ยเขอเข่อเม้มริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู ถึงในใจจะเสียดาย แต่เธอก็ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ
"เขอเข่อ เธอชอบกระเป๋าใบนี้เหรอ ฉันซื้อให้เอาไหม?"
จิงหว่านเดินมาจากทางด้านข้าง เด็กสาวมาชอปปิงแน่นอนว่าต้องพาเพื่อนมาด้วย ที่มาชอปปิงครั้งนี้ก็เพราะว่าจิงหว่านเป็ฝ่ายชวนเซี่ยเขอเข่อมา
"ไม่ต้องหรอก ช่างมันเถอะ"
เซี่ยเขอเข่อส่ายหน้า ละสายตาออกจากกระเป๋าอย่างสุดจะเสียดาย และเตรียมเดินออกจากร้าน
ทันใดนั้น ดวงตาหม่นหมองคู่นั้นของเธอก็ลุกวาวขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะะโออกไปจากร้านเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยที่ตื่นเต้น
เย่จื่อเฉินเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าต้าซาเพียงลำพัง เซียวอี้เหม่ยได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการร้านระหว่างที่เดินทางมา ก็เลยต้องกลับไปก่อน
แต่เธอกลับได้ทิ้งงานยากเอาไว้ให้เย่จื่อเฉิน
คือการให้เขาเลือกของขวัญ
ซึ่งมันสร้างความลำบากให้เย่จื่อเฉินจริงๆ เวลาที่เขาได้ใกล้ชิดกับเถียนเถียนก็ไม่ได้นาน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเธอชอบอะไร
"พี่จื่อเฉินคะ!"
เสียงชวนเลี่ยนดังขึ้นข้างหู จากนั้นเย่จื่อเฉินก็รู้สึกว่ามีคนกำลังกอดแขนเขาอยู่
"เซี่ยเขอเข่อ"
เมื่อได้เห็นเซี่ยเขอเข่อที่กอดแขนเขาไว้ เย่จื่อเฉินก็ถึงกับงง
เขามองเธอด้วยความประหลาดใจ ในใจนึกย้อนไปถึงเสียงชวนเลี่ยนมื่อครู่นี้
ขนลุกขึ้นมาทันที
"เขอเข่อ"
หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศพึมพำออกมาแ่เบา ในตอนที่เห็นเซี่ยเขอเขอ
เย่จื่อเฉินถอนหายใจอยู่ภายใน หลังจากที่ส่งสายตาปลอบใจไปให้หลิวฉิงแล้ว จึงหันไปขมวดคิ้วใส่เซี่ยเขอเข่อ
"เธอทำอะไรเนี่ย ปล่อยฉันเลยนะ!"
"ม่ายยย..." เซี่ยเขอเข่อลากเสียงยาวเหมือนเด็ก และกอดแขนเย่จื่อเฉินเอาไว้แน่น
ที่ทำให้เขาหมดคำจะพูดก็คือ เซี่ยเขอเข่อเบียดตัวถูไถไปมาด้วย
"เธอรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้"
คำพูดของเย่จื่อเฉินค่อนข้างขัดกับหัวใจ ความจริงตอนที่เซี่ยเขอเข่อเข้ามาเบียด ในใจเขาก็รู้สึกว่ามันเพลินอยู่เหมือนกัน
แต่เป็เพราะหลิวฉิงที่ลอยอยู่เหนือหัว เขาจึงจำต้องแสร้งทำเป็สุภาพบุรุษ
"ฉันไม่ปล่อย ไม่ปล่อย"
หลังจากที่พูดประโยคนี้แล้ว เซี่ยเขอเข่อไม่เพียงแต่ไม่ปล่อยมือเท่านั้น กลับออกแรงมากขึ้นด้วย
อย่าให้พูดเลยว่าในใจเย่จื่อเฉินนั้นมันฟินแค่ไหน แต่หน้ากลับยังทำเหมือนหงุดหงิดอยู่อย่างนั้น
"เธอจะเอายังไงกันแน่?"
"พี่จื่อเฉิน พี่มากับฉันหน่อยสิ"
แล้วเซี่ยเขอเข่อก็ลากเย่จื่อเฉินมาถึงร้านชาแนลเมื่อครู่นี้ แล้วชี้ไปยังกระเป๋าที่เธอเพิ่งดูไปก่อนจะทำท่าทางน่ารักแล้วพูด
"พี่จื่อเฉิน พี่ซื้อกระเป๋าใบนี้ให้ฉันได้ไหมคะ"
