“สัตว์อสูรอย่างนั้นรึ ที่ไหนก็มีทั้งนั้นแหละแต่ที่เ้าไม่เห็น เป็เพราะเ้าหนูดำต่างหาก พวกมันได้กลิ่นอายก็พากันหนีไปไกลแล้ว”
“ข้าก็ว่าแล้วและนึกเหมือนท่านปู่เลย สาเหตุมาจากหนูดำนี่เองแต่มันจะรู้ตัวไหม ก็ดีจะได้ไม่มีสัตว์ร้ายมาคอยรังควาน แล้วนี่หนูดำหายไปไหนเ้าคะท่านปู่”
“มันน่าจะไปวิ่งเล่นอยู่ในป่านั่นแหละ ปู่เห็นมันหายไปแต่เช้าไม่รู้ว่าไปสำรวจอะไร หรือไปวิ่งเล่นก็ไม่รู้”
“หลานกลับมาเหนื่อยๆไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ดีที่เ้ายังมีสร้อยเก็บสิ่งของ วันหลังก็หาซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเก็บไว้ในนั้นเวลาไปทำภารกิจจะได้มีของทุกอย่างพร้อม”
“ท่านปู่เ้าคะ คือว่าข้าต้องไปเรียนรู้อะไรจากอาจารย์ เพราะว่าท่านปู่เก่งกว่าอาจารย์เยอะเลย ข้าก็เรียนรู้อยู่กับอาจารย์มาตั้งหลายปีนะเ้าคะ”
“เ้าก็เรียนสิ่งที่เ้ายังไม่รู้สิ ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง สิ่งไหนที่เ้ารู้อยู่แล้วก็ปล่อยผ่านไป เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเ้าโตมาจากในป่า ไม่เคยมาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง”
“ก็ได้เ้าค่ะวิชาไหนที่ข้ารู้แล้ว ถ้าอาจารย์สอนข้าก็ไม่ต้องเรียน”ปลายเสียงพูดแ่เบาได้ยินแค่คนเดียว
หนูดำกลับเข้ามาที่บ้านก็เป็่กลางคืนแล้ว “เ้าหายไปไหนมาหนูดำหรือว่าไปสำรวจสายแล่มา ถึงได้หายไปทั้งวันแบบนี้ ข้าไม่อยู่หนึ่งคืนเ้าไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ รู้หรือไม่ข้าไปต่อสู้กับสัตว์อสูรมาด้วยนะข้าสังหารมันไปตั้งหลายตัว”
“ข้าก็เข้าไปสำรวจป่าของข้านั่นแหละ เผื่อจะมีช่องทางไหนที่จะกลับหุบเขาหมื่นเมฆา ข้ายังไม่เลิกล้มเพราะครอบครัวของข้าอยู่ที่นั่น”
“แล้วแต่เ้าเถอะข้าเองก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แต่ถ้าเ้าค้นพบแล้วอย่าลืมชวนท่านปู่กับข้าไปด้วยล่ะ ข้าก็อยากไปเห็นต่างโลกเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าช่วยข้าอย่างหนึ่งได้ไหม ช่วยจดวันเวลาที่ข้ามาแล้วจะมีวันเวลาไหนที่ตรงกันบ้าง เพราะข้าไม่รู้หนังสือและเขียนไม่ได้เหมือนเ้า”
“เ้าบอกว่ามานานแล้วยังจำวันเวลาได้หรือ ได้ข้าจะช่วยเ้าจดและคำนวณเอง ว่าจะมีเวลาไหนที่ตรงกับที่เ้ากับท่านปู่โดนดูดมา”พูดแล้วเด็กน้อยก็เอากระดาษและหมึกออกมาจด โดยมีหนูดำเป็ผู้บอก
“ตอนแรกที่เ้าถูกดูดมาถึงที่เขาบรรพต เป็เวลาเช้าสายบ่ายเย็นกลางวันหรือว่ากลางคืน อากาศร้อนหรือหนาวสว่างหรือมืด”ทั้งสองนั่งคุยกันจนถึงดึก ก่อนแยกตัวกันไปพักเพราะตอนเช้า จู๋จื่อยังต้องไปที่สำนักศึกษา
“ศิษย์พี่มาแล้ว วันนี้อาจารย์จะมาแจ้งเื่การแข่งขัน ที่พวกเราจะมีตัวแทนไปที่เมืองใหญ่ของแคว้นอันฉี สิบปีจะมีครั้งหนึ่ง เป็พวกเราที่โชคดีอาจารย์บอกไว้จะคัดไปหกคน”อู๋ห่าวร้องทักแล้วชวนคุยต่อ
“ทำไมถึงบอกว่าพวกเราโชคดีล่ะ แล้วที่ไปแข่งขันคือประเภทไหนและอยู่ไกลถึงเมืองใหญ่ พวกเราไม่ต้องเดินทางใช้เวลานานรึ แล้วหกคนที่คัดไปมีข้ารวมอยู่ในนั้นด้วยหรือ”
“ศิษย์พี่มีฝีมือขนาดนี้ จะไม่ได้ไปเป็ตัวแทนของสำนักได้ยังไงกัน แคว้นใหญ่ที่เราจะไปมันต้องเดินทางไกลก็จริง แต่ว่านั่นคือประสบการณ์ ที่เราจะได้รับนะสิศิษย์พี่”จะไม่ได้ไปได้ยังไง เขาเป็คนเสนอชื่อกับอาจารย์เอง
“ส่วนการแข่งขันยังไม่รู้อย่างเป็ทางการ แต่ส่วนมากน่าจะเป็การต่อสู้ และรู้สึกว่าจะมีแข่งขึ้นหอคอยของสำนักที่นั่นด้วย ที่มีความสูงถึงสิบหกชั้น ซึ่งไม่มีสำนักที่ไหนมีหอคอยสูงขนาดนั้น เห็นอาจารย์บอกว่ามีรางวัลที่น่าไปร่วมแข่งขันมาก แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ารางวัลคืออะไร”
“ลูกศิษย์ทุกคนอาจารย์จะแจ้งให้พวกเ้าได้รู้ ตามที่มีข่าวมาบ้างแล้ว ศิษย์บางคนอาจจะรู้แล้วด้วย เื่การไปแข่งขันกับสำนักใหญ่อย่างโยวอี้”
“ทางสำนักเราจะส่งลูกศิษย์ไปทั้งหมดหกคน แต่ต้องเป็คนที่มีฝีมือและพร้อม เพราะการเดินทางอาจจะไกลและใช้เวลานานมากไปกลับ อาจจะถึงสี่เดือนเลย”
“แต่ก็คุ้มสำหรับคนที่เดินทางไป เพราะมีรางวัลมากมายมีแต่ของพิเศษทั้งนั้น ที่ทางสำนักใหญ่มี ฉะนั้นคนที่ได้เป็ตัวแทนไปก็พยายามฝึกฝนั้แ่่นี้ เรามีเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะออกเดินทางไปแคว้นอันฉี”
“คนที่มีรายชื่อไปให้เตรียมตัวให้พร้อมมี อู๋ห่าว เฉิงหย่ง เจียวหวง หย่งเล่อ เอินอวี และศิษย์ใหม่อย่างจูจื่อ เดี๋ยวทางสำนักจะแจ้งไปทางครอบครัวเื่การเดินทาง ขอพวกเ้าเตรียมตัวให้พร้อม”
“ใช้เวลาเดินทางสี่เดือนจะไม่ชนเข้ากับหน้าหนาวพอดีรึ แล้วการเดินทางต้องมีค่าใช้จ่าย อาจารย์ว่าทางสำนักออกให้หรือว่าทางลูกศิษย์ต้องหาเองเ้าคะ”
“นี่คือการเดินทางเพื่อไปแข่งขัน แล้วของรางวัลที่ได้พวกเ้าก็มีสิทธิ์ได้ ฉะนั้นเื่ค่าใช้จ่ายพวกเ้าต้องออกเองไม่ได้มากมายอะไร เพราะการเดินทางพวกเ้าก็มีม้ากันอยู่แล้ว จะมีแต่ที่พักที่ต้องจ่ายพอไปถึงที่สำนักโยวอี้ มีที่กินที่พักให้”
“แคว้นอันฉีไม่ใช่ที่ท่านปู่บอกหรือว่าเป็เมืองใหญ่ แถมยังมีสายแร่เป็จำนวนมาก ถ้าเราไปถึงให้ไวกว่าการแข่งขัน น่าจะสามารถไปตรวจสอบสายแร่ตามในป่าได้ หรือว่าจะเอาหนูดำไปด้วยดีนะ ไม่ได้ถ้าเอาหนูดำไปด้วยท่านคงจะอยู่ผู้เดียว”จู๋จื่อนั่งคิด
“ถ้าชาวบ้านในป่าขุดสายแร่ให้เราได้ และสร้างเป็อุปกรณ์เวทไปขายที่โน่นน่าจะดี เพราะเป็แคว้นใหญ่ น่าสนจะมีตำลึงเลยก็คราวนี้แหละ”
หลังเลิกเรียนจู๋จื่อรีบกลับมาแจ้งท่านปู่ให้ทราบเื่ ที่จะต้องเดินทางไกลและใช้เวลานาน
“เ้าไปเถอะเพื่อหาประสบการณ์ เ้าชอบไม่ใช่หรือเดินทาง ไม่ต้องเรียนอยู่กับที่ มีเวลาให้ตั้งเดือนเ้าก็เตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมพวกเสื้อผ้ากันหนาวเครื่องนุ่งห่มด้วยล่ะ น่าจะเจอเข้ากับหน้าหนาวพอดี”
“เ้าค่ะท่านปู่ข้าจะจัดเตรียมตัวให้พร้อม อ้อพรุ่งนี้ไม่ต้องไปเรียน ข้าตื่นแต่เช้าแล้วเข้าป่าเลย ท่านปู่ไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะถ้าตื่นมาไม่เจอข้า”
เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วรับแสงอรุณ แสงแดดอ่อนๆรอดผ่านใบไม้สีเขียวขจีลงมาเป็ลำแสงสวยงาม อากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย จู๋จื่อยืนอยู่บนยอดไม้มองไปยังหมู่บ้านกลางป่า
“แม่หนูเ้ามาแล้วหรือหายไปหลายวันเลย เข้ามาในบ้านก่อนมาดูแร่ที่ให้ขุด มันใช่อย่างที่เ้า้าไหม”จู๋จื่อเดินเข้าไปในบ้านหลังเล็กของอาเฉิง ที่กลางบ้านเต็มไปด้วยสายแร่กองอยู่
“ขุดได้ไวเหมือนกันนี้อาเฉิง ข้าจะมารับสายแร่กลับไปก่อน ชาวบ้านขาดเหลือสิ่งใดบ้าง เผื่อเข้ามาอีกรอบจะซื้อมาให้ข้าวขาวแป้งธัญพืชพอกินไหม จะได้ซื้อมาทีเดียวไม่ต้องกลัวเื่ขนส่ง ข้ามีความสามารถเอาของเ่าั้มาให้พวกท่านได้”
“ถ้าต้องใช้ตอนหน้าหนาว ข้าคิดว่าพวกข้าวสารอาหารแห้งยังไม่พอ ต้องเอามาเพิ่มอีก แล้วก็มีพวกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หลังจากขุดสายแร่อีกที่หนึ่ง พวกเราก็จะสร้างบ้านให้มันแข็งแรงขึ้น
“ไม่เกินสามวันข้าจะกลับมาใหม่ ตอนนี้ข้าจะเก็บสายแร่พวกนี้ไปก่อน ต้องให้ท่านน้าออกไปข้างนอกก่อน ตัวข้ามีความลับบางอย่าง”อาเฉิงรู้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยต้องมีความลับ จึงรีบเดินออกมาจากบ้าน
จู๋จื่อรีบเก็บสายแร่เข้าไปในสร้อยเก็บสิ่งของ และเดินทางกลับบ้านทันที นางต้องรีบไปสร้างอุปกรณ์เวทเก็บสิ่งของ
“ต้องสร้างหีบเก็บสิ่งของ แต่ให้เป็หีบใบเล็กสามารถสะพายได้ ทำเป็กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีสายสะพายจะใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ หรือทำเป็ใบเล็กเหมือนกระเป๋าใส่ยาดี ต้องวาดก่อนเดี๋ยวจะออกมาบิดเบี้ยว”คิดแล้วก็ลงมือทำทันที ขนเอากระดาษหมึกพู่กันออกมา
“สายแร่ที่ได้มาจะสร้างกระเป๋าได้เยอะไหมนะ ต้องทำไปขายและสร้างไปขายให้ศิษย์น้อง เพื่อใส่ของเดินทางไกลด้วย ต้องทำเป็หีบไปขนาดกลาง ไปขายให้พวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอีกและร้านขายยา”ได้แบบในหัวดังนั้นจู๋จื่อก็เริ่มออกแบบวาดหีบใส่ของใบเล็กและใหญ่
“ตกลงทำเป็หีบเก็บของขายเอาตำลึงก่อน ส่วนศิษย์น้องอีกเป็เดือนกว่าจะเดินทาง ต้องรีบไปซื้อเสบียงเดี๋ยวจะปรับราคาขึ้นเดี๋ยวก่อน”
จู๋จื่อนั่งสร้างหีบเก็บสิ่งของได้ห้าใบ ใช้เวลาไปสามชั่วยาม
“สายแร่เหลือไม่มากแล้วเอาไว้สร้างรอบหน้า พรุ่งนี้หลังจากเลิกเรียนแล้วแวะเอาไปขายให้กับร้านขายยา”
“ศิษย์พี่วันนี้ทำไมถึงมาช้าหรือว่าไม่อยากมาเรียนแล้ว ดูเหมือนศิษย์พี่จะเก่งกว่าลูกศิษย์ในสำนักนี้”พูดกวนแบบนี้ไม่มีใครนอกจากเฉิงหย่ง
“ศิษย์น้องนี่เองใครจะขยันเหมือนเ้าล่ะมาแต่เช้าทุกวัน ข้าขอถามหน่อยสิ คนที่ไปแคว้นอันฉีมีฐานะดีทุกคนไหม ที่ข้าถามเพราะว่า ข้ามีของพิเศษที่สามารถเก็บสิ่งของได้เป็จำนวนเยอะ แต่ว่าใบแค่นิดเดียวเอง ส่วนราคาก็ค่อนข้างแพง”
“อาจารย์ย่อมเลือกลูกศิษย์ที่พอมีฐานะไปอยู่แล้ว แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งนะที่ทางบ้านฐานะไม่ค่อยดี ศิษย์พี่จะเอาอะไรมาขายอย่างนั้นหรือ”
“เป็หีบเก็บสิ่งของใบเล็ก สามารถพกพาไปที่ไหนก็ได้แต่ใส่สิ่งของเก็บไว้ข้างในได้เยอะมาก อย่างพวกเราเดินทางไกล เก็บเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มหรืออาหารไว้ในนั้นได้ ขนย้ายสะดวกไม่เกะกะด้วย”
“มีสิ่งของแบบนั้นด้วยหรือ ถ้ามันสามารถใส่สิ่งของได้เยอะขนาดนั้น ข้าก็อยากได้เหมือนกันศิษย์พี่บอกราคามาเลย ข้าจะได้ไปถามท่านพ่อท่านแม่”
“หีบที่ว่ามีแต่ตอนนี้ยังไม่ได้สร้าง ที่สร้างแล้วเป็ใบใหญ่จะเอาไปขายให้กับร้านขายยา ส่วนของศิษย์น้องอีกหกวันข้าถึงจะเอามาให้ดู ส่วนราคาอยู่ที่ห้าพันตำลึงทอง”
“ศิษย์พี่ราคาไม่แพงไปหน่อยหรือตั้งห้าพันตำลึงทอง ลดเหลือสักหนึ่งพันตำลึงทองได้ไหม มันแพงมากเลยนะ”
“เ้าไม่ซื้อก็ข้าไม่ว่า ส่วนจะให้ลดราคาเป็ไปไม่ได้ เพราะของสิ่งนี้สร้างขึ้นมายาก และมีความพิเศษไม่เหมือนใครไม่มีขายทั่วไปด้วย และสร้างมาจำนวนจำกัด ถ้าเ้าจะเปลี่ยนใจทีหลังก็ไม่มีให้แล้ว”
“ส่วนคนที่มีฐานะไม่ดีกว่าเพื่อนคือใครหรือ ข้าจะเดินไปถามให้เขาหาสิ่งของมาแลก”
“อย่าว่าแต่คนที่ไม่มีตำลึงเลย คนอย่างข้าที่ทางบ้านพอมีฐานะ ก็ไม่น่าจะขอจากท่านพ่อท่านแม่มาได้ ด้วยตำลึงที่เป็จำนวนเยอะขนาดนั้น”
“ส่วนคนที่ทางบ้านมีฐานะค่อนข้างลำบากกว่าเพื่อนก็คือห่วงเล่อ ถ้าต้องให้หาห้าพันตำลึงทอง คงต้องใช้เวลาตลอดหลายปีเลยล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นฝากศิษย์น้องไปบอกผู้อื่นด้วย เื่หีบใส่ของแล้วใครที่ไม่มีตำลึงทองมาซื้อได้ สามารถเอาสายแร่ต่างๆมาแลกได้ แต่ต้องมีมูลค่าห้าพันตำลึงทอง”
“ศิษย์พี่มีอะไรอย่างนั้นหรือ ข้าเห็นคุยกับเฉิงหย่งนานแล้ว”
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่มาเสนอขายหีบเวทที่สามารถเก็บสิ่งของได้เยอะ ให้กับศิษย์น้อง เผื่อเวลาเดินทางจะได้ไม่เกะกะขนย้ายได้สะดวกเท่านั้น”จู๋จื่อหันมาคุยกับอู๋ห่าว
ค่าของตำลึง 1000 อีแปะ=1ตำลึงเงิน 10ตำลึงเงิน=1ตำลึงทอง
