หลินลั่วหรานลองนำเอาเปลือกแมงป่องขนาดประมาณสองเมตรมาใช้ในการทดลองหลังจากผ่านการหลอมละลายด้วยไฟประหลาดเปลือกนอกของแมงป่องเต็มไปด้วยความแข็งแรงก็ค่อยๆกลายเป็ของเหลวสีดำเปล่งประกายอยู่เบื้องหน้าหลินลั่วหรานมันลอยอยู่้าไฟประหลาด และเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเรื่อยๆ
วัตถุดิบขนาดสองเมตร สุดท้ายก็ถูกหลอมจนเหลือเป็ของเหลวสีดำปริมาณเท่ากับหนึ่งชามใหญ่มันคือส่วนบริสุทธิ์หลังจากถูกหลอมละลายแล้วของเปลือกแมงป่อง เวลาสามเดือนที่หลินลั่วหรานใช้เพื่อเตรียมพร้อมวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้เสียไปโดยไร้ประโยชน์เธอไม่เพียงแต่สามารถเติมแต่งรอยขาดของยุทธศาสตร์ให้สมบูรณ์ได้เรียบร้อยแล้วแต่ยังศึกษาวิธีการทำอุปกรณ์มากมายในทฤษฎีดาบซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเธอก็ได้พบกับบทที่เหมาะแก่การนำเอามาทำชุดเกราะป้องกัน
เธอนำเอาหยกพลังจำนวนไม่น้อยวางเตรียมพร้อมเอาไว้ข้างกาย ก่อนที่จะนั่งขัดสมาธิลงไม่ไกลจากไฟประหลาดนัก
นิ้วมือทั้งสิบของเธอขยับเคลื่อนไหวลำแสงสีขาวใสกระจายเชื่อมต่อกันอยู่ระหว่างปลายนิ้วของเธอก่อนที่จะพุ่งตรงไปยังเปลือกของแมงป่องที่ถูกละลายกลายเป็ของเหลว
หลินลั่วหรานนึกย้อนกลับไปถึงรูปร่างที่ตัวเองได้ออกแบบไว้ ก่อนที่จะค่อยๆควบคุมเส้นแสงให้จัดการแบ่งน้ำสีดำออกและก่อให้เกิดเป็รูปร่างขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง
แม้ว่าขั้นตอนนี้จะมองดูง่ายดาย แต่ความจริงแล้วน้ำสีดำพวกนี้ต่างก็เป็ส่วนบริสุทธิ์ของเปลือกแมงป่องที่แข็งแกร่งมากหลินลั่วหรานจึงจำเป็จะต้องใช้พลังเป็อย่างมาก กว่าจะสามารถแยกมันออกจากกันได้
หาก้าจะทำให้มันเป็รูปร่างอย่างที่คิดไว้จิตความคิดนั้นเป็สิ่งที่สำคัญมาก ถ้าหากว่าเป็คนที่จิตความคิดไม่เข้มแข็งพอในการทำอุปกรณ์ในครั้งแรก หากว่าอยากจะทำมีดสักเล่มหนึ่งก็อาจจะกลายเป็ดาบไปได้...การควบคุมพลังเล็กละเอียดขนาดนี้เป็การทดสอบความมั่นใจที่มีต่อจิตความคิดได้เป็อย่างดี
ของเหลวสีดำถูกแยกออกจากกัน ก่อนที่จะถูกทำให้เบาบางลงไม่นานมันก็กลายเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาเหนือไฟประหลาด
พื้นผิวของมันประกายแสงดึงดูดสายตา หลินลั่วหรานค่อยๆทำให้มันกลายเป็รูปร่างตามที่คิดเอาไว้ ของเหลวสีดำนั้นไม่ได้มีมากนักแสงสีดำประกายภายใต้การควบคุมของหลินลั่วหรานค่อยๆ ปรากฏ่แขนและ่เอวออกมาในตอนที่ใบหน้าของหลินลั่วหรานซีดเซียวลงและได้ดูดซับพลังมาจากหยกที่อยู่ข้างกายจนหมดแล้ว ชุดเกราะนักรบสาวในการ์ตูนก็ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของหลินลั่วหราน
หลังจากที่เธอเก็บนำมวลพลังกลับมา ‘ชุดเกราะ’ ก็ตกลงที่พื้นส่งเสียงดัง ทำเอาผักกาดเละเทะไปหลายต้น
มันมีสีดำมืดสนิท แต่ยังคงเป็ประกาย มันบางเบาราวกับปีกใสแต่กลับมีน้ำหนักมาก นี่ก็คือเสื้อผ้าที่สร้างมาจาก เปลือกของแมงป่อง?
หลินลั่วหรานเข้าไปเก็บ ‘เสื้อผ้า’ ขึ้นมา เธอรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย เธอยังขาดแคลนประสบการณ์ในด้านนี้อีกทั้งบ้านหลินก็ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองดังนั้นเธอคงไม่สามารถจะทำชุดเกราะให้ออกมาเป็รูปร่างของชุดคลุมได้ แม้ว่าชุดเกราะของนักรบสาวในการ์ตูนจะดูน่าเกลียดไปเสียหน่อยแต่ว่าก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า มันเป็การออกแบบที่ปกปิดตลอดั้แ่่หัวไหล่หน้าอกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไปจนถึงข้อเท้าอีกทั้งยังสามารถรวมเอาการปกป้องและความเบาสบายมาผสานเข้าด้วยกันได้เป็อย่างดี จึงนับได้ว่ามันสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงมากทีเดียว
ด้วยรูปร่างลักษณะแบบนี้ทำให้มันสะดวกต่อการให้ผู้เป็แม่สวมใส่เอาไว้ด้านในด้วยการออกแบบที่แนบสนิทไปกับร่างกายดังนั้นจึงทำให้ผู้เป็แม่ยังคงสามารถสวมชุดกระโปรง หรือเสื้อผ้าอื่นๆ ทับลงไปได้
แน่นอนว่านี่เป็เพียงแค่ขั้นตอนแรกเท่านั้นหลังจากหลินลั่วหรานได้ฟื้นฟูมวลพลังกลับมาเธอก็นำเอาผลึกอัคนีที่เคยไปแย่งมาจากข้างกายของไฟประหลาดออกมาในกายของผู้เป็แม่นั้นไม่มีมวลพลัง แม้ว่าเธอจะสลักยุทธศาสตร์ลงไปเรียบร้อยแล้วแต่หลังจากที่ถูกโจมตีไปหลายครั้ง สุดท้ายชุดเกราะชุดนี้ก็จะแตกสลายเหมือนกับแผ่นหยกของคุณย่าของผู้บังคับบัญชาฉินหากพูดกันตามความจริงแล้ว พวกอุปกรณ์วิเศษของผู้ฝึกศาสตร์เดิมทีก็มีไว้เพื่อให้นักปราชญ์ใช้ หากจะนำไปให้คนทั่วไปใช้ป้องกันกายความ้าของมันก็จะสูงขึ้นมากกว่าปกติ
ถ้าหากว่าไม่มีผลึกอัคนีหลินลั่วหรานก็อาจจะเลือกฝังเอาก้อนหยกเข้าไปหลายๆ ก้อนแม้ว่าจะให้ความรู้สึกสิ้นเปลือง แต่อย่างน้อยมันก็สามารถใช้ได้แต่ว่าในตอนนี้เพียงแค่มี ‘ผลึกอัคนี’ เป็ตัวกระจายหลักของยุทธศาสตร์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หลินลั่วหรานร่ายเวทออกมา ก่อนที่จะดึงเอาเส้นประกายไฟจากกองไฟประหลาดออกมาด้วยความระมัดระวังส่วน่เอวของชุดถูกเผาไหม้ เพื่อทำให้บริเวณส่วนนั้นค่อยๆ อ่อนตัวลงหลินลั่วหรานใช้พลังควบคุมให้ผลึกอัคนีลอยอยู่้า ก่อนจะค่อยๆฝังมันลงไปที่ด้านในของชุดเกราะ
เธอจัดการสลายไฟประหลาดออกไป เมื่อรอจนเสื้อผ้าเย็นตัวและกลับมามีรูปร่างแข็งแกร่งดังเดิมเ้าผลึกอัคนีก็ถูกฝังลงไปในบริเวณส่วน่เอวของชุดเรียบร้อยแล้วผลึกใสสีแดงเพลิงประกายโดดเด่นอยู่บนชุดสีดำมืดหลินลั่วหรานพยายามกดความตื่นเต้นในใจของเธอเอาไว้ ก่อนที่จะนำเสื้อผ้าเ่าั้วางเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับ
เมื่อเดินออกมาจากห้องใต้ดิน เธอก็พบว่าตัวเองนั้นหิวโหยมากเธอจึงเดินเข้าไปหาของกินที่ห้องครัว เมื่อมองไปที่นาฬิกา เธอก็พบว่าเพียงแค่การทำ ‘เกราะป้องกัน’ ให้ออกมาเป็รูปร่างเธอก็ใช้เวลาไปกว่าสามวันแล้ว ไม่แปลกเลยว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกหิวขนาดนี้
เมื่อเติมเต็มท้องของตัวเองเรียบร้อยแล้วหลินลั่วหรานก็กลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง เธอนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มๆเสียจนเต็มตื่น จนเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็กลับเข้าไปในพื้นที่ลึกลับพร้อมกับความสดชื่น
ที่เธอ้าความสงบหนักแน่นแบบนี้ก็เพราะว่าในขั้นตอนต่อไปนั้นเป็ขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง การสลักยุทธศาสตร์
เกราะที่หลินลั่วหรานทำออกมา ถือได้ว่าเป็ของวิเศษระดับต่ำหากว่าในการกลั่นให้เป็สารบริสุทธิ์ในตอนแรกเกิดผิดพลาดไปอย่างมากก็จะทำให้วัตถุดิบไม่บริสุทธิ์มากพอ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพในตอนที่ทำให้เป็รูปเป็ร่าง ถ้าหากว่าเผลอทำผิดพลาดไป อย่างเช่นการทำปิ่นปักผมอย่างมากปิ่นปักผมนั้นก็อาจจะบิดเบี้ยวเล็กน้อย
แต่ว่าในขั้นตอนการสลักยุทธศาสตร์นั้น ถ้าหากว่าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาและไม่นำไปหลอมใหม่ อุปกรณ์ชิ้นนั้นก็จะพังเสียหายไปเลยในทันที
เปลือกแมงป่องนั้นแข็งแกร่งมากหลินลั่วหรานจึงไม่สามารถที่จะใช้มวลพลังในการแกะสลักลงไปได้โดยตรงสิ่งที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดก็คือการใช้เวทในการควบคุมไฟประหลาดแล้วใช้มันในแกะสลักยุทธศาสตร์ลงไป!
เธอจัดการนำเอาประกายไฟของไฟประหลาดออกมาใช้ในการสลักยุทธศาสตร์แน่นอนว่าหลินลั่วหรานจำเป็จะต้องใช้สมาธิกับมันเป็อย่างมาก
มือขวาของเธอร่าย ‘เวทนำไฟ’ ขึ้นมา เส้นแสงจากไฟประหลาดถูกดึงออกมา มันดูราวกับเข็มเล่มเล็กๆเล่มหนึ่ง มันสั่นไหวอยู่ระหว่างมือของหลินลั่วหราน เธอสงบจิตใจของตัวเองลงก่อนที่จะเริ่มปักเข็มลงไป
แม้ว่าจะบอกว่าเป็การสลักยุทธศาสตร์ แต่มันกลับดูเหมือนการ ‘ปักยุทธศาสตร์’ เสียมากกว่า
ทุกๆ ครั้งที่หลินลั่วหรานปักเข็มลงไปต่างก็จะปรากฏรอยต่อที่ดูลี้ลับขึ้นมา รอยต่อที่ดูไร้ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ค่อยๆปรากฏขึ้นมาเป็โครงร่าง และนี่ก็คือส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การป้องกันกาย
ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะหลินลั่วหรานเคยผ่านการใส่และการสลักมามากมายและเคยทดลองทำยุทธศาสตร์ขาดตอนออกมาแล้ว เธอก็คงไม่คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของยุทธศาสตร์ก็คือรอยต่อเหล่านี้เนื่องจากพวกมันต่างก็มีหน้าที่ในการเรียกร้องพลังจากธรรมชาติและทำให้ภายในตัวยุทธศาสตร์นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นก่อนจะกลายเป็พลังอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็ยุทธศาสตร์ในการสร้างหรือการทำลายก็ตาม!
ก็เหมือนกับพวกเวท ในทุกๆ การร่ายเวทก็จะมีท่าทางที่แตกต่างกันออกไปหากว่าเป็เวทที่มีระดับสูงมากขึ้น ท่าทางในการร่ายก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น และบางทีอาจจะเป็เพราะมัน้าความถี่แบบนี้ถึงจะสามารถดึงดูดพลังจากธรรมชาติให้ปรากฏออกมาได้เมื่อนำเอาเื่รอยต่อของยุทธศาสตร์และความถี่ของการร่ายเวทมาเชื่อมต่อกันแน่นอนว่ามันก็เป็การคาดเดาที่กล้าคิดขึ้นมาไม่เบาหลินลั่วหรานไม่รู้ว่าพวกนักปราชญ์คนอื่นรู้ถึงเื่นี้ด้วยหรือเปล่าแต่ไม่ว่าโลกแห่งการฝึกศาสตร์จะตกต่ำลงไปถึงเพียงใดหากพวกเขา้าจะศึกษาเื่ยุทธศาสตร์แล้วก็คงไม่ได้มีเพียงแค่ยุทธศาสตร์ที่เต็มไปด้วยรอยแตกให้ศึกษาเหมือนกับเธอ
ทุกๆ รอยเข็มที่หลินลั่วหรานปักสลักลงไป ต่างก็ล้อมอยู่โดยรอบบริเวณของผลึกอัคนีผลึกอัคนีก้อนนี้คือตัวกระจายหลักของยุทธศาสตร์ที่เธอตั้งใจฝังลงไปขอเพียงแค่ก้อนผลึกอัคนีไม่แตกสลาย มันก็จะสามารถส่งพลังไปให้ได้เรื่อยๆดังนั้นแม้ว่ามันจะไปอยู่ในมือของคนธรรมดา มันก็ยังคงสามารถปรากฏพลังออกมาได้อยู่
หลินลั่วหรานรวบรวมจิตใจของตัวเองปักลงไปในทุกๆ รอยเข็มหากจุดรอยต่อตรงไหนที่มีขนาดใหญ่ ก็ต้องใช้ไฟประหลาดให้เผาไหม้ออกมามากขึ้นหากรอยต่อตรงไหนเป็จุดเล็กๆ ก็ต้องใช้ความรวดเร็วในการปักลงไปและนี่ก็เป็สิ่งที่จำเป็ต้องใช้สมาธิเป็อย่างมาก หลินลั่วหรานจึงปักทุกๆ เข็มลงไปด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อเธอเหนื่อย เธอก็จะนอนพักอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลเมื่อหิวก็จะกินผลไม้ในการเติมเต็มความหิวโหย เมื่อกระหายน้ำเธอก็จะดื่มน้ำจากบ่อน้ำแร่จนกระทั่งในวันหนึ่งที่เธอรู้สึกว่าปากของเธอนั้นช่างไร้ซึ่งรสชาติ เธอถึงได้ใกับเวลาที่ผ่านพ้นไป
ในที่สุดก็มาถึงการสลักเข็มสุดท้าย...
ในทั่วทุกบริเวณที่จิตความคิดขยายออกไปร่องรอยของยุทธศาสตร์ต่างก็เหมือนกับลวดลายที่ซับซ้อน มันบอกเล่าเื่ราวต่างๆออกมาด้วยความเงียบสงบ หลินลั่วหรานมองไปยังเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาแต่กลับซ่อนแฝงไว้ด้วยความลึกลับก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
เล็บของเธอยาวออกมามากดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในพื้นที่ลึกลับมาสักพักหนึ่งเลยทีเดียว
โชคดีที่การควบคุมไฟประหลาดของเธอละเอียดอ่อนมากขึ้นเรื่อยๆจึงไม่ได้เกิดการผิดพลาดอะไร เมื่อมองไปยัง ‘เกราะ’ ในมือของตัวเอง ในที่สุดขั้นตอนสุดท้ายก็มาถึงแล้ว
เส้นสายและรอยต่อเป็เพียงแค่ปัจจัยสำคัญของยุทธศาสตร์หากว่า้าให้ยุทธศาสตร์รู้จักการปกป้องตัวเองจะใช้เพียงแค่พลังนั้นคงเป็ไปไม่ได้ แต่ยังจะต้องทำขั้นตอนสุดท้ายที่เรียกว่า ‘การเปิดพลัง’ ด้วย
และในขั้นตอนนี้ก็จำเป็ที่จะต้องมีมวลพลังที่จะมีในนักฝึกศาสตร์ระดับพื้นฐานเท่านั้นแม้แต่พลังก็ยังคงไม่สามารถจะใช้ได้ ดังนั้นแม้ว่าคนธรรมดาคนหนึ่งจะมีตำราลึกลับ[รวมยุทธศาสตร์] เอาไว้แต่เมื่อสลักออกมาแล้วต่างก็เป็เพียงเส้นสายที่ไร้ประโยชน์
มวลพลังค่อยๆ จุดประกายให้กับรอยต่อข้อแรก ข้อที่สองข้อที่สาม...พวกมันดูเหมือนกับดวงดาวที่ถูกเมฆครึ้มปกคลุมเอาไว้ มันค่อยๆประกายสดใสออกมา หลินลั่วหรานส่งมวลพลังเพิ่มเข้าไปจนในที่สุดหลังจากการรอคอยอันแสนยาวนานเธอก็พบเห็นว่าดวงดาวเหล่านี้ถูกมวลพลังเชื่อมต่อกันให้กลายเป็รูปร่างประกายล้อมรอบผลึกอัคนีที่อยู่ใจกลางและดูเหมือนว่าพวกมันจะมีวงโคจรพิเศษเป็ของตัวเอง
ทั่วทั้งตัวของเสื้อผ้ายังคงเป็สีดำมืด แต่กลับเต็มไปด้วยจิติญญาหลินลั่วหรานเผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา
เธอนำ ‘เสื้อผ้า’ ออกมาจากการเก็บตัวหิมะที่สะสมอยู่บริเวณชายคาบ้านหายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยสวนผักบริเวณด้านหลังคฤหาสน์เติบโตขึ้นมาอย่างงดงามต้นหลิวที่อยู่ข้างแม่น้ำก็เริ่มแตกใบเขียวออกมาแล้ว เพียงแค่พริบตาเดียวฤดูหนาวก็ผ่านพ้นไปแล้ว ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว การเก็บตัวของเธอในครั้งนี้เมื่อนับดูแล้วก็เหมือนว่าจะผ่านไปกว่าครึ่งปีเลยทีเดียว...เกราะที่ใช้เวลากว่าครึ่งปีในการสร้างขึ้นมาแม้ว่าจะเป็เพียงแค่เหล็กธรรมดา แต่มันก็น่าจะผ่านการลับตั้งไม่รู้กี่ครั้งจนกลายเป็ดาบคมที่ไม่มีอะไรสามารถจะขวางกั้นได้แล้ว!
