ตอนที่เขาสังหารพวกคนที่อยู่ในระดับเดียวกันไม่เคยมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น ล้วนฆ่าได้อย่างราบรื่นในการโจมตีครั้งเดียว
เพิ่งจะเลื่อนขั้นเป็กลาง์ได้ไม่นาน ตามหลักแล้วหากเขาคิดจะลอบฆ่าคนเ่าั้ก็น่าจะยุ่งยากบ้างเล็กน้อย
แต่เขากลับมีข้อได้เปรียบมากมายติดตัวมาั้แ่เกิดซึ่งเป็สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในระดับเดียวกันมักไม่มี
เขาสามารถอาศัยทิพย์จักษุเจ็ดข้างมาเล็งตัวเป้าหมายไว้ก่อน จากนั้นก็ใช้ภูมิประเทศของเทือกเขาฮ่วนคงมาอำพรางตัวได้อย่างดีเยี่ยม
ทุกครั้งก่อนที่เขาจะลงมือ อีกฝ่ายมักััไม่ถึงเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่รู้เลยว่าเหตุใดเขาถึงได้โผล่มากะทันหัน
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่แผ่ออกไปแปดเมตรนั้นแม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ที่หากถูกปกคลุมโดยไม่ทันตั้งตัวก็จะต้องสูญเสียการควบคุมพลังต่างๆ เช่นกัน แล้วนับประสาอะไรกับผู้ที่อยู่ขอบเขตกลาง์่ต้น?
ขอแค่ใครก็ตามที่ถูกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงปกคลุม แค่ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาตื่นตระหนก จิตใจไม่สงบสุข ไม่ทันได้โต้ตอบหรือร้องขอความช่วยเหลือ เขาก็สามารถสังหารคนผู้นั้นได้รวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
เก้าคนนั้นที่ถูกเขาสังหารไป แม้แต่จะร้องะโก่อนตายก็ยังทำไม่ได้
และก็ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่เขาปลิดชีพคนเก้าคนไปติดๆ กันอย่างเงียบเชียบ หม่าจิ่วรวมไปถึงผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ แห่งเดือนดับจึงยังไม่รู้เื่รู้ราวเลยสักนิด
เพราะการดำรงอยู่ของเขา แนวโอบล้อมที่ทางเดือนดับจัดวางอย่างตั้งใจในหุบเขาแห่งนั้นจึงพังทลายลงไปแล้ว
เพียงแต่ว่าขอบเขตของการโอบล้อมนั้นกว้างขวางมากเกินไป บวกกับที่ความสนใจทั้งหมดของพวกหม่าจิ่วล้วนอยู่ที่ตัวของเผยฉีฉีและไช่โยว คนเ่าั้จึงไม่ทันสังเกตเห็นถึงความเสียหายของแนวโอบล้อม
“กลาง์่กลาง...”
เนี่ยเทียนพุ่งร่างหลบหลีกไปมาตามก้อนหินมากมายที่กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในหุบเขาราวกับิญญาตนหนึ่ง อาศัยทิพย์จักษุข้างหนึ่งเล็งเป้าหมายต่อไป
“ฟิ้ว!”
แล้วเนี่ยเทียนก็โผล่พรวดออกมาจากก้อนหินที่อยู่ใกล้คนผู้นั้นมากที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้สร้างลูกปราณิญญาเอาไว้ก่อนแล้วสองลูก และมันก็พลุ่งพล่านพร้อมะเิทุกขณะ
“นั่นใคร?”
คนผู้นั้นมีความระวังตัวสูงมาก รอจนมองเห็นเนี่ยเทียนที่โผล่มากะทันหันแล้ว เขาก็ะโเสียงดังทันที
“ปังๆ!”
ตอนที่ลูกปราณิญญาสีเทาขุ่นมัวเข้ามาใกล้คนผู้นั้นก็พลันะเิออกระหว่างทาง
สิ่งเจือปนจากนอกอาณาจักรหลายชนิดที่ถูกนำมารวมกันสาดกระเซ็นออกมาเป็วัตถุสกปรกที่มีแสงสีเทา สีเขียว สีม่วงอ่อน สีน้ำตาลเข้ม และกลบทับร่างของคนผู้นั้นไว้จนมิดในชั่วพริบตาเดียว
เนี่ยเทียนที่รอบกายโอบล้อมไว้ด้วยสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงตามมาทันในภายหลัง ขณะที่คนผู้นั้นร้องครวญด้วยความเ็ป สิบนิ้วของเขาก็กางออก ปลดปล่อยงูวิเศษเปลวเพลิงหลายเส้นออกมา
“สวบๆๆ!”
ลำแสงเปลวเพลิงเป็เส้นๆ กระแทกลงบนหน้าอกของคนผู้นั้น ทำให้เสียงตวาดดุดันของเขาติดชะงักอยู่ในลำคอ
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่แผ่ออกมาทำให้คนผู้นั้นที่กว่าจะระงับความเ็ปได้ต้องร้องอึกอักในลำคออีกครั้งคล้ายถูกโจมตีจนาเ็สาหัส แล้วเืก็พ่นทะลักทลายออกมาจากปากเขา
เนี่ยเทียนเดินขึ้นหน้าเอามือไปกุมลำคอของคนผู้นั้นแล้วออกแรงบีบ
“กร๊อบ”
หลังจากกระดูกลำคอแตกออก เนี่ยเทียนก็เก็บเอากำไลและหินวิเศษที่คนผู้นั้นจัดวางไว้เป็ค่ายกลมาไว้กับตัวด้วยท่าทางคล่องแคล่วคุ้นเคย จากนั้นก็แฝงตัวไปหาเป้าหมายต่อไปอย่างเงียบเชียบ
จุดลึกของเทือกเขา
ท่ามกลางรอยแยกห้วงมิติมากมาย ไช่โยวถูกเผยฉีฉีนำทางให้ลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติขนาดเล็กมาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างหวุดหวิด
พวกเขายังคงรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างรอยแยกห้วงมิติและผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ของเดือนดับสามคนที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้า
หากปล่อยให้สามคนนั้นคว้าโอกาสได้ พวกเขาต้องลงมือโดยใช้วิชาวิเศษที่มหัศจรรย์และอาวุธวิเศษประเภทต่างๆ มาโจมตีเผยฉีฉีและไช่โยวแน่นอน
เวลานี้เผยฉีฉีกำลังอาศัยรอยแยกห้วงมิติที่เคลื่อนไหวเ่าั้มาต้านทานการโจมตีจากพวกหม่าจิ่วสามคน
“ฉีฉี เ้ายืนหยัดต่ออีกสักสองวันนะ” หลังจากที่ไช่โยวตามเผยฉีฉีหลบเลี่ยงการะเิของลูกหิมะจากหม่าจิ่วมาได้อย่างฉิวเฉียดและมาหลบอยู่ด้านหลังรอยแยกห้วงมิติสามรอยแล้วเขาก็กล่าวขึ้นเบาๆ “จ้าวเฟิงและหวังจัวต้องนำคนกะโหลกเืของพวกเราตามมาช่วยแน่นอน คำนวณเวลาดูแล้วอย่างมากสุดก็คือสองวัน คนของพวกเราต้องตามมาทันแน่ๆ”
“อืม” เผยฉีฉีรับปากส่งๆ ไปหนึ่งคำ
“ฟิ้วๆ!”
เข็มเงินหลายเล่มที่บางราวกับเส้นผมลอดทะลุรอยแยกห้วงมิติมาโผล่พรวดอยู่ตรงหน้าเผยฉีฉี
บนใบหน้างดงามของเผยฉีฉีมองไม่เห็นความตื่นตระหนกใดๆ คลื่นห้วงมิติระลอกหนึ่งที่เด่นชัดอย่างถึงขีดสุดแผ่ออกไปจากเรือนกายสูงโปร่งอรชรของนาง
คลื่นห้วงมิติที่กระเพื่อมราวกับผิวน้ำพลันรวมตัวกันขึ้นมาสกัดกั้นเข็มเงินเ่าั้เอาไว้
นางรีบพาไช่โยวเข้าไปหลบอยู่ในรอยแยกห้วงมิติรอยอื่น แล้วก็ทำสำเร็จไปอีกครั้ง ไม่ถูกเข็มเงินที่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นทำร้ายเอาได้
เผยฉีฉีสีหน้าไม่เปลี่ยน ทว่าในใจกลับเริ่มมีความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้น
สิบกว่าวันติดต่อกันนี้ พวกคนของเดือนดับที่หม่าจิ่วเป็หัวหน้าไล่ล่าโจมตีนางไม่หยุด ทั้งยังใช้วิธีการมากมายพยายามจะสังหารนางในหุบเขาแห่งนี้ให้ได้
การที่นางเคลื่อนไหวอยู่ในรอยแยกห้วงมิติเช่นนี้ทำให้ต้องเผาผลาญพลังจิตและเวทลับห้วงมิติไปทุกเวลา
ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกหม่าจิ่วไม่คิดจะให้เวลานางได้พักผ่อนฟื้นตัวเลยสักนิด พอเห็นว่านางคิดจะปรับลมหายใจก็จะรีบใช้อาวุธวิเศษล้ำค่าแบบใช้ได้ครั้งเดียวมาโจมตีนางอย่างไม่เสียดาย
นี่ทำให้พลังของนางที่ถูกเผาผลาญไปไม่ได้รับการฟื้นคืน
ยิ่งเวลาลากยาวไปนานเท่าไหร่ นางก็เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังกายที่ถดถอยไม่เป็ดังใจ ไช่โยวบอกให้นางยืนหยัดต่ออีกสองวัน แต่ตัวนางเองกลับรู้ดีว่านางคงจะยืนหยัดได้ไม่นานขนาดนั้นอีกแล้ว
หากสถานการณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างมากสุดคืออีกวันเดียว พละกำลังของนางก็จะถูกเผาผลาญจนสิ้น
ถึงเวลานั้น นางจะไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆ ให้เดินไปมาอยู่ในรอยแยกห้วงมิติเหล่านี้ และไม่สามารถจับทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติได้
หากตกอยู่ในสภาพนั้นจริงๆ นางและไช่โยวสองคนที่อยู่กลางรอยแยกห้วงมิติหนาแน่น เกรงว่าคงอันตรายเสียยิ่งกว่าออกไปเผชิญหน้ากับพวกหม่าจิ่วเสียอีก
ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ต่างอะไรไปจากการฆ่าตัวตายมากนัก
นางเองก็รู้ดีว่าที่หม่าจิ่วรอคอยอยู่ก็คือ่เวลานั้น
“เฮ้อ”
เผยฉีฉีถอนหายใจยาวอยู่ในใจตัวเอง ดวงตาประกายสุกใสดังจันทร์กระจ่างของนางเหลือบมองไปยังทางออกขนาดใหญ่ั์ของหุบเขา
่เวลาที่ผ่านมานี้นางพยายามควบคุมให้รอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยขยับเข้าไปใกล้ทางออกของหุบเขา
แต่อันที่จริงในใจนางก็รู้ดีว่าเดือนดับต้องมีการวางกำลังอย่างแ่าตรงทางออกของหุบเขาแน่นอน
จากพละกำลังของนางและไช่โยวในตอนนี้ หากหลุดไปจากการป้องกันของรอยแยกห้วงมิติเมื่อใด ต่อให้ไปถึงทางออกของหุบเขาได้ เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์ของเดือนดับก็คงไม่มีทางสังหารคนพวกนั้นได้ทันทีทันใด
อีกอย่างคนพวกนั้นก็เตรียมตัวกันมานานแล้วย่อมต้องมีแผนการอื่นไว้รองรับ ซึ่งพวกเขาคงจะใช้ค่ายกลมาสกัดกั้นการฝ่าวงล้อมของพวกนางอย่างแน่นอน
ที่นางอยากออกไปจากหุบเขานี้ก็เพราะว่าตรงทางออกของหุบเขา พื้นที่ที่ขนาดหลายร้อยเมตรมีจุดหนึ่งที่รอยแยกห้วงมิติรวมตัวและกระจัดกระจายกันอยู่มากที่สุด
รอยแยกห้วงมิติของที่นั่นมีมากหลายร้อยเส้น อีกทั้งยังแคบยาวและตัดสลับกันถี่ยิบ
ด้วยวิธีการของนาง ขอแค่เข้าไปในพื้นที่นั้นได้ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติมากมาย นางสามารถพาไช่โยวข้ามผ่านมันไปได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนพวกหม่าจิ่วต่อให้มีตบะสูง จำนวนคนก็มากกว่า ทว่าเนื่องจากไม่เข้าใจเวทลับห้วงมิติ หากคิดจะลอดผ่านพื้นที่อันตรายอย่างยิ่งยวดนั้นไปก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
ขอแค่ให้นางและไช่โยวได้ลอดผ่านไปถึงพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว นางกับไช่โยวก็จะเป็เหมือนปลาที่ได้แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร เป็เหมือนนกที่ได้โบยบินอยู่บนนภาสูง สามารถสลัดพวกคนของเดือนดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“น่าเสียดาย...”
เผยฉีฉีส่ายหัว ล้มเลิกความคิดเพ้อฝันแล้วตั้งใจรับมือกับการโรมรันพันตูของพวกหม่าจิ่วอีกครั้ง
และเวลานี้เอง
เนี่ยเทียนที่มองสถานการณ์ออกเช่นเดียวกันก็ได้สังหารผู้แข็งแกร่งกลาง์่กลางคนหนึ่งของเดือนดับตรงทางออกของหุบเขาแห่งนั้น
หลังจากที่คนผู้นั้นตายไป พละกำลังของเนี่ยเทียนก็ถูกเผาผลาญไปมาก
สังหารกลาง์่ต้นเก้าคน และกลาง์่กลางอีกสามคนติดต่อกัน พลังิญญาที่บริสุทธิ์เข้มข้นยิ่งกว่าคนทั่วไปของเขาก็เหลืออยู่เพียงแค่สองส่วนเท่านั้น
เขาค่อนข้างเข้าใจพลังในการต่อสู้ของตัวเองอย่างแน่ชัด จึงรู้ว่าด้วยสภาพของเขาในตอนนี้หากคิดจะสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับต่อไปก็เป็ไปไม่ได้อีกแล้ว
ยังดีที่เนี่ยเทียนมองสถานการณ์ออกั้แ่ก่อนหน้านี้จึงสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ซ่อนตัวอยู่ตรงทางเข้าหุบเขาไปจนหมดสิ้น
เวลานี้หากเผยฉีฉีและไช่โยวตีฝ่าวงล้อมออกมา ฉวยจังหวะที่พวกหม่าจิ่วตามมาทันได้อย่างเชื่องช้า พวกเขาก็สามารถอาศัยรอยแยกห้วงมิติมากมายลอดผ่านมายังทางออกของหุบเขาได้ในพริบตา
เพียงแต่ว่าอยู่ห่างกันมากเกินไป เผยฉีฉีและไช่โยวจึงไม่สามารถมองสภาพการณ์ตรงทางออกของหุบเขาได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าตรงทางออกของหุบเขาต้องถูกพวกผู้แข็งแกร่งของเดือนดับวางกำลังไว้อย่างแ่า คนทั้งสองจึงไม่กล้าเสี่ยงทดลองทำ
เพราะหากพวกเขาไม่สามารถลอดผ่านหุบเขาเข้าไปในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติแ่าได้อย่างรวดเร็วก็อาจถูกพวกหม่าจิ่วตามมาทันได้ตลอดเวลา
ถึงเวลานั้นก็จะเป็วันสิ้นชีพของพวกเขาทั้งสองคน
“ทางที่ดีที่สุดคือสามารถบอกให้พวกเขารู้ได้”
เนี่ยเทียนที่รู้ถึงปัญหาสำคัญจึงใช้ทิพย์จักษุสังเกตไปทางเผยฉีฉีและไช่โยวอย่างเงียบเชียบพลางครุ่นคิดอย่างหนักไปด้วย
เขาเองก็ไม่กล้าเดินอาดๆ จากทางออกของหุบเขาไปปรากฏอยู่หน้าไช่โยวและเผยฉีฉีเพื่อบอกความจริงกับพวกเขาโดยตรง
หากเขาเปิดเผยร่องรอยเมื่อไหร่ พวกผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ยังคงโอบล้อมอยู่ข้างนอกก็จะพบเขาและลงมือล้อมสังหารเขาทันที
และไม่ว่าใครก็ตามในบรรดาหม่าจิ่วสามคนที่มาจัดการกับเขา เขาเองก็คงไม่รอดแน่ๆ
หากคิดจะสลัดให้หลุดจากสถานการณ์ยากลำบากนี้ เขาจำเป็ต้องแอบติดต่อกับเผยฉีฉี ให้เผยฉีฉีและไช่โยวทำตามแผนการของเขา โดยการให้คนทั้งสองใช้รอยแยกห้วงมิติที่อยู่รอบกายพวกเขาไปสกัดขวางพวกหม่าจิ่ว พลางฉวยโอกาสที่พวกหม่าจิ่วยังตามมาไม่ทันพุ่งตัวไปยังทางออกของหุบเขาโดยเร็วที่สุด จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็เดินออกจากหุบเขาเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีชื่อเสียงว่าอันตรายที่สุดในเทือกเขาฮ่วนคง
“ต้องบอกให้พวกเขารู้แล้วก็ต้องทำอย่างเงียบๆ ด้วย ควรจะทำอย่างไรดี?”
หลังจากคิดอยู่นานเนี่ยเทียนก็พลันนึกถึงทิพย์จักษุข้างนั้นที่ล่องลอยอยู่ใกล้เผยฉีฉีและจับตามองนางกับไช่โยวอยู่ตลอดเวลา
“หวังว่าจะได้นะ!”
เขากลั้นลมหายใจรวบรวมสมาธิไปควบคุมทิพย์จักษุที่มองไม่เห็นข้างนั้นให้ลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติมากมายไปด้วยความระมัดระวัง แล้วก็ค่อยๆ ให้ทิพย์จักษุมาลอยอยู่เหนือหัวเผยฉีฉี
เขารวบรวมพลังจิตทั้งหมด ฝากความคิดหลายกลุ่มไว้ในทิพย์จักษุข้างนั้น แล้วทดลองใช้การเรียกหาทางจิติญญา
“เผยฉีฉี เผยฉีฉี เผยฉีฉี...”
เสียงเรียกหาทางจิติญญาค่อยๆ ส่งออกมาจากในทิพย์จักษุข้างนั้นอย่างเงียบเชียบ แล้วเขาก็รอคอยอยู่เงียบๆ รอให้มันได้ผล รอให้เผยฉีฉีััได้
ท่ามกลางทิพย์จักษุมีพลังจิติญญาจากสะเก็ดดาวเจ็ดดวงอยู่กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งพลังจิติญญานั้นเป็พลังมหัศจรรย์ที่จะมีอยู่ในเฉพาะผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ เขตลี้ลับและเขติญญาเท่านั้น
เนี่ยเทียนฝากความหวังไว้ที่ทิพย์จักษุก็เพราะหวังให้พลังจิติญญาที่พิเศษกลุ่มนั้นสามารถแสดงประสิทธิผลที่มหัศจรรย์ออกมาได้
ในรอยแยกห้วงมิติมากมาย
เนื่องจากสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ส่วนลึกในใจของเผยฉีฉีที่กำลังหงุดหงิดพลันได้ยินเสียงเรียกหาดังลอยมา
นางสงบจิตใจเพื่อรับฟังแต่พบว่าในหูไม่ได้ยินเสียงใดๆ
ทว่าเสียงเรียกหาว่า “เผยฉีฉี” ครั้งแล้วครั้งเล่านั้นกลับส่งออกมาจากส่วนลึกทางจิติญญาของนาง
เผยฉีฉีตะลึงงันไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงปลดปล่อยพลังจิตออกไปและตั้งใจรับัั
พอพลังจิตของนางแผ่ออกมาก็ััได้อย่างเฉียบไวทันทีว่าเหนือหัวนางมีกลุ่มพลังจิตที่มหัศจรรย์อยู่กลุ่มหนึ่ง
นางอึ้งไปครู่แล้วรวบรวมพลังจิตของตัวเองให้ค่อยๆ แผ่เข้าไปในกลุ่มพลังจิตลึกลับนั้น
เมื่อพลังจิตของนางััเข้ากับพลังจิติญญาที่มาจากสะเก็ดดาวเจ็ดดวงซึ่งอยู่ในทิพย์จักษุของเนี่ยเทียน ร่างและจิตของนางกับเนี่ยเทียนก็ถูกกระตุ้นไปพร้อมกันจนตัวสั่นเยือกเบาๆ
และเวลานี้เอง จิติญญาของคนทั้งสองก็เชื่อมโยงเข้าหากันด้วยวิธีการที่ลึกลับบางอย่าง
-----
