อุ้งเท้าเล็กจิ๋วของผีเสื้อวางพักบนอาภรณ์ลายเมฆา รอบกายนางปรากฏละอองน้ำไหลเวียนเป็สาย ทอประกายอร่ามดั่งดวงดารา นางแสนดีใจ เมื่อเขาสั่งให้นางเข้ากรงเหล็กที่เหน็บไว้เหนือผ้าคาดเอว เทพมรณาควบขี่อาชาแห่งความมืดไปเทวโลก
เทวโลกแบ่งแยกย่อยเป็ชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นน้ำ ยิ่งสูงเท่าไรยิ่งงดงาม เงียบสงบมากขึ้นเท่านั้น
เทวโลกชั้นน้ำอยู่ใกล้กับโลกมนุษย์มากที่สุด ในภพภูมิบาดาลมีทั้งพื้นดินและผืนน้ำ ท้องฟ้าแจ่มใส มี่ราตรียาวนานกว่า แสงจันทร์สีเหลืองนวล แม้กระทั่งแสงตะวันก็ทอประกายอร่ามงามราวสีของทองคำ
มาถึงที่นี่แล้วนางอดคิดถึงมิตรสหายเทพผู้เฒ่าแม่เฒ่ามิได้เลย เทพาุโเป็ผู้มีเมตตาเสียสละเช่นนีเทียนต้าเซินเสียสละตนให้เหล่าดวงิญญา นางก้มมองใบหน้าหล่อเหลาสะท้อนแสงนวลอ่อน ครู่หนึ่งร่างกระดูกห้อมล้อมด้วยเพลิงกัลป์ ฉีกยิ้มสยดสยอง นางคงปรารถนาให้เขาเป็บุรุษเทพรูปงามซะมากกว่า
“ข้าพอเข้าใจว่าเมื่อใดที่ยมทูตไม่เพียงพอ ิญญาหลงทางทั้งหลายไม่อาจไปเวียนว่ายตายเกิด พวกเขาจะถูกปีศาจกลืนกิน ตกหล่นในต้นไม้ิญญา ิญญาส่วนหนึ่งพยายามหลบหนีการจับกุม เป็เื่ยุ่งยากในภายหลัง”
“อื้ม... เ้ารู้ก็ดี จะได้ตั้งใจทำงาน”
นี่คงเป็หนทางให้เขาไม่รู้สึกผิดที่ไปลักพาตัวนางมา บังคับให้นางเปลี่ยนวันหมดอายุขัยของยมทูตด้วยการยื่นข้อเสนอเป็ความตายของตัวนางเอง
นีเทียนต้าเซินเงยหน้าขึ้นมองผีเสื้อบนต้นไม้สูงตระหง่าน ปีศาจสาวร้องไห้คร่ำครวญ เนื้อตัวมอมแมมาเ็ หนวดผีเสื้อของนางไม่รับรู้กลิ่น เขาจึงให้เวลานางดื่มด่ำพลังิญญาโดยไม่เร่งเร้าเหมือนคราวก่อน
นึกย้อนกลับไปตอนสามพี่น้องผีเสื้อตัวน้อยติดกับดักอสูรในภพภูมิลับแล เกือบได้เป็อาหารของปีศาจตะขาบพันปี พี่สาวคนโตเล่าว่าปีศาจตนนี้มีเรือนผมสีเงิน รูปโฉมงดงาม แต่เหยื่ออย่างไรก็คืออาหารรองท้อง การหลบหนีจากโพรงหลุมขนาดใหญ่จำต้องมีพลังที่มากกว่า
เมื่ออดทนรอความช่วยเหลือของท่านปู่ต่อไปไม่ไหว เ้าถิงถิงถูกฉีกปีกไปจนไม่เหลือแม้เส้นปีก พี่สาวทั้งสองยังเกือบจะฉีกแขนและขาของนางเพื่อสูบพลังเวทให้ตนมีชีวิตรอด กว่านางจะผลัดปีกผีเสื้อให้งอกออกมาใหม่ได้ครบทั้งสามคู่ ใช้เวลาร่วมสามร้อยปี
“ข้ามองเห็นเ้าเคยติดกับดักอสูรในภพภูมิลับแล...”
“ท่านเห็นหรือเ้าคะ?”
“อื้ม... เ้าเป็ผู้มีเมตตา เสียสละ ข้าคงต้องตกรางวัลให้เ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ไม่พูดเปล่า ั์ตาสีชาดหลุบมองแววตาหวาดหวั่นของนาง โฉบปีกบินลงมาทำหน้าฉงน สักพักหนึ่งนางก็ร้องไห้อีก “ข้าไม่เคยพบปีศาจที่ไหนจะเสียน้ำตา เื่ความคิดชั่วร้ายก็มีเพียงเล็กน้อย”
“นับเป็วาสนา หากท่านเมตตาผีเสื้อน้อย... ฮึก... ขอท่านอย่าได้ขังข้าไว้ในกรง ข้าทำงานให้ท่านแล้ว ได้โปรดรักษาข้า... นีเทียนต้าเซินเมตตาข้า เป็หนี้บุญคุณท่านแล้ว”
“ไม่ถือเป็บุญคุณติดค้างกัน เ้าทำงานให้ข้า พาเ้ามาดื่มด่ำพลังิญญา...” เขาชื่นชมนางแต่ก็ดุนาง ทำมารยาใส่เขาไม่เลิก “หยุดร้องไห้เสียที ถิงถิง เ้าลุกขึ้นมา”
“ข้าลุกไม่ไหว ฮือ... ข้าเป็ผีเสื้อ... ไม่ได้...”
“เงียบเสีย... ปีศาจล้วนมีกายทิพย์แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า อาการาเ็ของเ้าไม่ช้านานก็หาย”
นีเทียนต้าเซินเอามือไพล่หลังมองนางเศร้าโศกเสียใจ ริมฝีปากสีชาดพร่ำบ่นว่านางาเ็ได้ สูญสลายได้ จะตายวันตายพรุ่งก็หาได้รู้ไม่ กระนั้นนางยังเต็มใจยินดีกับการเสียสละเพื่อผู้อื่น แต่ปีศาจอายุขัยน้อยนิดอย่างนางควรออกไปเที่ยว...
พูดไปก็เท่านั้น ถิงถิงใช้่เวลาของนาง ดื่มด่ำผลไม้ิญญาจนกลับมารับรู้กลิ่น เฝ้ามองั์ตาสีชาดที่แสนเ็าทอประกายอ่อนโยนลง ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นบ้าง
โดยปกติแล้วนางมักได้กลิ่นหอมอบอวลของดอกปี่อั้น[1] บุปผาสีชาดชนิดนี้งอกเงยอย่างงดงามในปรภูมิ นางได้กลิ่นฉุนสุราจากท่านลุง บ้างมีกลิ่นแท่งเหล็ก กลิ่นต้นข้าวและดินโคลนเหมือนชาวนา ขึ้นอยู่กับว่าภพชาติก่อนท่านลุงเป็อะไร
สำหรับนางแล้วถึงเทพมรณาจะเคร่งครัดกฎระเบียบ แสดงทีท่ารำคาญนางเวลาที่นางพูดจาไม่รู้เื่รู้ราว นางเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ บุรุษเทพผู้นี้มิได้ไร้เมตตาธรรม เขามีกลิ่นกายหอมหวาน แถมรูปงามนัก...
“ไม่เคยมีใครปฏิบัติดีต่อข้า หากข้าปรารถนาสิ่งใด ข้าจะต้องลักลอบออกจากเรือนไปหามันด้วยตัวเอง” พูดจบ นางในร่างผีเสื้อกลับเป็สตรีเช่นเดิม ใบหน้าสดสวยแย้มยิ้ม ยืนข้างกายเทพมรณา “อ้อ... ลืมไป ข้ามีท่านฮู่โหมวเป็มิตรสหาย เป็พี่ใหญ่ของข้า เขาเกือบได้เป็สามีข้า”
“จิ้งจอกเงินเป็เหตุให้เ้าต้องตาย”
“ท่านฮู่โหมวไม่ได้ตั้งใจ... ทำให้ข้าตาย” นางดูลังเลใจในคำพูดนั้น บุรุษเทพเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“หมายความว่าเ้าอยากเป็ภริยาจิ้งจอก?”
“ฮะ... อะไรนะ? ท่านนี่ถามประหลาด ถ้าหากว่าข้าอยากเป็ภริยาจิ้งจอก ข้าจะะโเข้ากองควันพญามัจจุราชทำไมเล่า เขาน่ะเป็ได้เพียงมิตรสหายของข้า ต่อให้ข้าต้องไปเป็ภรรยาของเขา ใจข้าก็ปรารถนาจะเป็เพียงมิตรสหาย”
“ไยเ้าจึงพูดมันขึ้นมา?”
“ข้าหมายถึงเขาไม่คิดจะทำร้ายข้า”
“เช่นนั้นเ้ายิ่งไม่ควรกระโจนกายเข้ากองควันมัจจุราช”
“ก็ข้า... ข้า...” นางอึกอัก นิ่งอึ้งไป ไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไร นางพบเขาในห้องนอนคราแรก ใจเร็วด่วนได้ตามเขามารับทัณฑ์ทรมานทุกเช้าค่ำ โง่เง่าสิ้นดี!
“อื้ม... จิ้งจอกเงิน... ผู้น่าสงสาร ท่านฮู่โหมวของเ้า...”
ลมหายใจยมทูตแ่เบาลง เมื่อครุ่นคิดเื่จิ้งจอกเงินผู้มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อนาง แต่ก็ทรยศนางได้เพื่อตระกูลจิ้งจอก เพื่ออำนาจและความเป็ใหญ่ในเมืองปีศาจ
นีเทียนต้าเซินมองเห็นความทรงจำมากมายนับหลายพันปีของผีเสื้อน้อย ราวกับว่าเขากำลังมองผ่านดวงตาไร้เดียงสาของนาง แม้ไม่ทันได้ดูทั้งหมดของทั้งชีวิตนาง ด้วยความที่นางยังมีชีวิต มิอาจต้านทานดวงตาพิพากษาได้นาน
ในค่ำคืนหนึ่งใต้จันทราสีชาดกลมโต สองสายตาสบประสาน หนึ่งคู่ั์ตาสีชาดและั์ตาสีอำพัน ปีกทั้งสามของนางขยับในเวหา ชนเข้ากับปลายหางทั้งเจ็ดหางที่ทรงพลัง ฮู่โหมวเป็จิ้งจอกรูปงาม กลิ่นอายหยินลอยฟุ้งรอบกาย
‘เ้าจะแต่งงานกับข้าไหม? ถิงถิง มาเป็เ้าสาวข้าสิ’
‘ท่านบ้าไปแล้ว! ข้าเป็ผีเสื้อ ท่านเป็จิ้งจอก จะแต่งงานกันได้ยังไง ท่านต้องไปแต่งงานกับจิ้งจอก’
‘ข้าอยากแต่งงานกับเ้าจริง ๆ ไม่เอาน่า ข้าสนใจที่ไหนว่าเ้าเป็ผีเสื้อ ข้าจะไปสู่ขอเ้าเป็ภรรยา’
นีเทียนต้าเซินเฝ้ามองนางส่งเสียงหัวเราะ ในภพภูมิปีศาจคลับคล้ายคลับคลาบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้
‘ไม่ควรมองคนที่ภายนอก เสียทีข้าเคยคิดว่าเ้าอัปลักษณ์ แท้จริงแล้วเ้ามีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ เ้าเป็ผู้เสียสละตน ไม่ชั่วร้ายเหมือนปีศาจตนอื่น’
เทพมรณาถอนหายใจเป็ไอควันสีชาด ปีศาจน้อยฉีกยิ้มกว้าง ชื่นชมเขาไม่นาน ก็กลับไปดื่มด่ำผลไม้ทีละลูกด้วยแววตาเปล่งประกาย ผลไม้ในมือนางหายไปแล้วงอกเงยขึ้นมาใหม่ ท้องนภากว้างปรากฏเมล็ดพันธุ์ร่วงหล่น เวหาอันอ่อนหวานงดงามรายล้อมรอบกายนาง
การมองผ่านภาพตรงหน้าเป็เื่ชินชา ความงามของอิสตรีล้วนเป็โลกมายา โดยเฉพาะปีศาจราตรี ล้วนมีรูปลักษณ์ของหญิงงามล่มเมือง
ถิงถิงขยับปีกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ทอประกายงดงาม หยุดยืนข้างอาภรณ์สีนิล “ข้าได้ยินมาว่าความรักของเทพนั้นบริสุทธิ์ ไร้ความหวงแหนและราคะ มีเพียงความรักใคร่ ปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย หวังให้คู่ชีวิตได้รับเพียงความสุข... เป็ความจริงหรือไม่?”
“ข้าไม่รู้”
“ท่านเป็เทพ”
“ก็ไม่เชิง” เอ่ยแล้วผ่อนลมหายใจอีกครา เขาอดทนต่อปากต่อคำกับนางต่อ นางะโขึ้นต้นไม้สูงตระหง่านด้วยปลายเท้าข้างเดียว อยู่ดี ๆ นางส่งเสียงโวยวาย
“ท่านควรต้องสงสารข้าสิ ข้าเนี่ย! เป็ปีศาจผีเสื้อที่น่าสมเพช ข้าแสนต่ำต้อย ไร้วาสนา ใครมันจะมาดวงซวยเท่าข้า ทำไมท่านไปสงสารปีศาจจิ้งจอกเล่า กรี๊ดด!”
ตุบ!
ผืนหญ้าเขียวขจีฟูฟ่องทันทีที่กระทบเวทหยินเข้าอย่างจัง สตรีในอาภรณ์งดงามนอนคว่ำหน้า ในอ้อมแขนของนางเต็มไปด้วยผลไม้ลูกกลม ๆ สีแดงสด ลูกหนึ่งยังอยู่ในปาก นีเทียนต้าเซินหลุบตาลงมองนาง
“นับั้แ่ข้าเป็เทพ ก็ยังไม่เคยเห็นผีเสื้อตกต้นไม้ ปีกเ้ามีตั้งสามคู่ รวมเป็หก เ้ามีพลังเวทเต็มกาย หาใช่มนุษย์เดินดินไม่ เ้าปีศาจผีเสื้อตนนี้ ช่างน่าสงสาร...”
นีเทียนต้าเซินกลั้นใจเอ่ยว่า ‘น่าสงสาร’ ทั้งที่จริงแล้วนางน่ะน่าสมเพช
ถิงถิงเงยหน้าเกรอะกรังเศษหญ้า เรือนผมดำขลับกระเซอะกระเซิง นางกัดฟันว่าตัวเองโง่เง่าเท่าไรถึงได้ตกต้นไม้ ทั้งที่นางก็มีปีก...
ซ้ำร้ายกว่าคือเทพผู้มีเมตตาธรรมก็ไม่ได้ช่วยเหลือนาง เขามองนางหล่นจากต้นไม้หน้าตาเฉยเมย!
[1] 彼岸 ดอกปี่อั้น สัญลักษณ์แห่งความตายและการพลัดพราก อีกฟากฝั่ง - 彼 ปี่ แปลว่า อีกหนึ่งนั้น 岸 อั้น แปลว่า ชายฝั่ง
