บทที่ 102 พร์ด้านวิถีโอสถ
เ้าจะไหวหรือ
เมื่อสังเกตเห็นแววตาอันสงสัยของหลิงหยุนจื่อ ฉินชูก็ทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าตัวเองสามารถหลอมโอสถได้หรือไม่ แต่เขามีส่วนผสมมากมาย ฉะนั้นจะไม่ใช้ก็ไม่ได้กระมัง อีกอย่าง ในแหวนมิติเก็บของของเขายังมีหญ้าหอมนภาอยู่ หากเขาหลอมโอสถไม่ได้จริงๆ เขาคงทำได้เพียงมอบมันให้กับสำนัก และประโยชน์ที่เขาจะได้รับก็น้อยลงมาก
“ดูเหมือนเ้าจะไม่มีความมั่นใจมากนัก ไม่เป็ไร ไปลองดูสิ” หลิงหยุนจื่อคลี่ยิ้ม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นว่าดวงตาของฉินชูขาดความมั่นใจ
ฉินชูมาที่หอโอสถบนยอดเขาหลัก เมื่อเหล่าลูกศิษย์บางคนที่หอโอสถเห็นฉินชูมาก็ต่างพยักหน้าให้
“เ้ามาที่นี่ทำไม” ปรมาจารย์โอสถถางที่เคยพบกับฉินชูแล้วครั้งหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ท่านาุโถาง ศิษย์อยากรู้ว่าศิษย์สามารถหลอมโอสถได้หรือไม่”ฉินชูมองปรมาจารย์โอสถถางพลางพูด
ปรมาจารย์โอสถถางคลี่ยิ้ม “กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองย่อมเป็เื่ดี หากทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ แต่ข้าดีใจมากที่เ้าเลือกเส้นทางนี้”
“เพราะอะไรหรือขอรับ?” ฉินชูถามด้วยความสงสัย
“เพราะเ้าได้เลือกเส้นทางที่ถูกต้อง ผู้ฝึกฝน้าอะไรมากที่สุด แน่นอนว่าเป็โอสถ ไม่ว่านักหลอมโอสถจะได้รับทรัพยากรฝึกตนมาตามทักษะความสามารถก็จริง แต่อย่างน้อยก็สามารถทำเพื่อตัวเองได้ และช่วยเหลือตัวเองได้” ผู้าุโถางพูดกับฉินชู
ฉินชูโค้งคำนับผู้าุโถาง “ศิษย์จะตั้งใจเรียนรู้ หากไม่มีพร์ด้านนี้จริงๆ ศิษย์จะไม่ฝืน”
“่นี้เ้าก็อยู่ข้างๆ ข้าเอาไว้ นี่คือตำราร้อยสมุนไพร เ้าต้องทำความเข้าใจกับสมุนไพรก่อน” ผู้าุโถางมอบตำราเล่มหนึ่งให้ฉินชู แล้วเดินนำหน้าฉินชูไปข้างหน้า
“ต้องใช้แต้มคุณูปการเท่าไรหรือขอรับ” ฉินชูที่เดินตามหลังผู้าุโถางเอ่ยปากถาม
ฉินชูไม่ใช่คนที่เพิ่งมาอยู่สำนักชิงหยุน ดังนั้นเขาเข้าใจเื่บางเื่เป็อย่างดี เพราะการรับลูกศิษย์เป็การส่วนตัวของปรมาจารย์ในสำนักชิงหยุนล้วน้าแต้มคุณูปการ ยกเว้นแต่ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ส่วนตัว
ฉินชูไม่มีปรมาจารย์ หาก้าตำราคัมภีร์และวิชาถ่ายทอด จำเป็ต้องใช้แต้มคุณูปการ
“ตำราร้อยสมุนไพรเป็ตำราทั่วไป ไม่ใช่ของหายากอะไร ไม่จำเป็ต้องใช้แต้มคุณูปการ เ้าเอาไปดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน” หลังจากผู้าุโถางพูดกับฉินชูเสร็จ ก็ไปที่หอโอสถเพื่อเลือกสมุนไพร
ฉินชูยืนอยู่ในหอโอสถและเริ่มศึกษาตำราร้อยโอสถ พลิกอ่านที่ละหน้าเป็เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อก็อ่านจบ เพราะเขารู้จักสมุนไพรในตำราร้อยโอสถทั้งหมดอยู่แล้ว
หลังจากอ่านจบ ฉินชูก็เข้าไปในหอโอสถและคืนตำราให้ผู้าุโถาง
“เป็อะไรไป ไม่สนใจเื่สมุนไพรหรือ แบบนี้ไม่ได้ การรู้จักจำแนกแยกแยะสมุนไพรเป็หนึ่งในพื้นฐานที่จำเป็ต้องมีของนักหลอมโอสถ” ผู้าุโถางมองฉินชูพลางเอ่ย
“ท่านผู้าุโถางเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ว่าศิษย์ไม่สนใจ แต่ศิษย์รู้จักสมุนไพรทั้งหมดในตารำร้อยสมุนไพรอยู่แล้ว” ฉินชูตอบกลับผู้าุโถาง
ผู้าุโถางไม่ค่อยเชื่อเท่าไร จึงหยิบสมุนไพรในหอโอสถออกมาและให้ฉินชูแยกแยะ ฉินชูไม่เพียงแต่แยกแยะ แต่ยังสามารถอธิบายสรรพคุณของสมุนไพรพวกนี้ได้ด้วย
“การจำแนกแยกแยะสมุนไพรเป็เื่ง่าย... แต่การบอกสรรพคุณได้อย่างแม่นยำนั้นยากนัก ต่อไปต้องรู้จักข้อดีและข้อเสียของสมุนไพรแต่ละชนิด” ผู้าุโถางค่อนข้างแปลกใจกับความรู้ด้านสมุนไพรของฉินชู
ในวันต่อมา
ฉินชูไปที่หอโอสถเพื่อฝึกฝนความรู้เื่การหลอมโอสถกับผู้าุโถางในระหว่างวัน และเข้าฌานฝึกตนตอนกลางคืน
เมื่อรู้ว่าฉินชูกำลังศึกษาศาสตร์การหลอมโอสถอยู่ ผู้เฒ่าโม่ก็ตำหนิเขาว่าไม่จริงจังกับเื่หลัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เพราะผู้ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมหลายคนล้วนฝึกฝนความสามารถเสริมบางอย่าง เช่น ศาสตร์หลอมอาวุธ ศาสตร์หลอมโอสถ ศาสตร์ค่ายกลและอื่นๆ
ฉินชูใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกวัน ผู้าุโถางจึงได้มอบคัมภีร์โอสถให้เขาเล่มหนึ่ง
ถ้าตำราร้อยสมุนไพรเป็พื้นฐานระดับต้น เช่นนั้นคัมภีร์โอสถก็อยู่ในระดับกลาง เพราะไม่เพียงแต่จำแนกแยกแยะสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังระบุเนื้อหาเกี่ยวกับการจำแนกส่วนผสมจากร่างกายสัตว์อสูรบางชนิดด้วย เช่น น้ำดีหมี น้ำดีงู และอื่นๆ
ไม่ช้านาน ฉินชูก็ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ หลังจากศึกษาคัมภีร์โอสถจบ ผู้าุโถางก็เริ่มให้ฉินชูดูเขาหลอมโอสถ
สิ่งแรกที่ผู้าุโถางหลอมคือโอสถจวี้หยวนระดับหนึ่ง เขาอธิบายทุกขั้นตอนั้แ่การเตรียมส่วนผสมไปจนถึงการสกัดสารบริสุทธิ์และหลอมขึ้นรูปโอสถ
“เ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ หากเข้าใจแล้วก็ลองดู! หากเ้าทำหนึ่งในสามเตาหลอมสำเร็จ ก็สามารหลอมโอสถต่อไปได้ ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย แต่ตัวข้าวางเดิมพันเ้าไว้สูงมากนัก” ผู้าุโถางตบไหล่ฉินชู ก่อนเดินไปยืนอยู่หน้าหอโอสถและให้ฉินชูมายืนอยู่หน้าเตาหลอมแทน
สิ่งที่ทำให้ผู้าุโถางแปลกใจคือ ฉินชูหลอมโอสถจวี้หยวนระดับหนึ่งเสร็จภายในเวลารวดเร็ว
หลังจากกินโอสถจวี้หยวนระดับหนึ่งลงไป ผู้าุโถางก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ดีมาก ต่อไปโอสถจวี้หยวนระดับกลาง”
ฉินชูจัดการสมุนไพรเพื่อหลอมโอสถต่อ หลังจากผ่านการหลอมสามเตา ฉินชูก็หลอมโอสถจวี้หยวนระดับกลางได้สำเร็จ
“ฮ่าฮ่า! ดูเหมือนจะมีปรมาจารย์หลอมโอสถถือกำเนิดขึ้นที่สำนักชิงหยุนแล้ว” หลังจากตรวจสอบโอสถจวี้หยวนระดับกลางของฉินชู ผู้าุโถางก็หัวเราะอย่างตื่นเต้นดีใจ
“ท่านผู้าุโถาง ศิษย์พอจะไหวหรือไม่?” ฉินชูถามผู้าุโถาง
“ไหวสิ หลังจากนี้ เ้าก็หาเวลามาฝึกหลอมโอสถในตอนกลางวัน และฝึกตนในตอนกลางคืน” ผู้าุโถางพูดกับฉินชู
หอโอสถถือเป็สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในสำนึกชิงหยุน มีลูกศิษย์มากมายและยังมีว่าที่ศิษย์ผู้สืบทอดของผู้าุโถางอยู่หลายคน แต่หลังจากการมาเยือนของฉินชู ผู้าุโถางก็หันมาชี้แนะศาสตร์การหลอมโอสถให้ฉินชูแทน
หลังจากครึ่งเดือนของการฝึกฝนการหลอมโอสถ ฉินชูก็สามารถหลอมโอสถหนิงหยวนระดับสองได้ และหลังจากเริ่มคุ้นเคยแล้ว โอสถที่หลอมออกมาก็ล้วนเป็โอสถระดับสูง หนึ่งเดือนแห่งการฝึกฝนหลอมโอสถผ่านไป ฉินชูก็สามารถหลอมโอสถเจินหยวนได้สำเร็จ แต่ยังไม่ถึงขั้นหลอมโอสถระดับสี่ได้ เพราะต้องใช้พลังปราณกระตุ้นเตาหลอม และด้วยพลังปราณขั้นที่สามของเขา จึงหลอมได้แค่โอสถระดับสามเท่านั้น
ในวันนี้ ฉินชูใช้สมุนไพรของตัวเอง เพื่อหลอมโอสถจวี้หยวนจำนวนมาก
“ฉินชู ทำไมเ้าถึงหลอมโอสถจวี้หยวนมากมายขนาดนี้” ผู้าุโถางถามฉินชู
“ศิษย์อยากจะแบ่งบางส่วนให้กับศิษย์รับใช้ เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็ผู้ฝึกฝนที่แท้จริงได้อย่างราบรื่น” ฉินชูเอ่ย
ผู้าุโถางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ คนที่ยินดีให้ความช่วยเหลือคนอื่นคือคนที่ใจกว้าง
“เ้ามีสมุนไพรมากมายสำหรับโอสถหนิงหยวน เ้าสามารถหลอมให้พวกเขาได้” ผู้าุโถางชี้ไปที่สมุนไพรของฉินชูพลางเอ่ย
“ไม่! ศิษย์จะหลอมโอสถจวี้หยวนให้พวกเขาเท่านั้น ส่วนโอสถหนิงหยวน ศิษย์ขอไม่ยุ่ง” ฉินชูส่ายหัวปฏิเสธ
“ฉินชู แต่ต่อให้เ้าจะหลอมโอสถหนิงหยวนได้ก็ไร้ความหมาย เพราะเ้าก็ใช้มันไม่ได้อยู่ดี” เมื่อเห็นฉินชูไม่ยอมหลอมโอสถหนิงหยวนให้คนอื่น ผู้าุโถางก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
“ศิษย์รู้ดี ศิษย์คิดว่าจะมอบสมุนไพรพวกนี้ให้กับเ้าสำนัก ท่านผู้าุโถาง อย่าคิดว่าศิษย์ตะหนี่เลย ทุกคนล้วนมีเส้นทางเป็ของตัวเอง จริงอยู่ที่ศิษย์รับใช้ค่อนข้างลำบาก แต่สิ่งที่ศิษย์พอจะทำได้คือทำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตน พวกเขาจะเดินบนเส้นทางนี้รอดหรือไม่นั้นก็ต้องรู้จักพึ่งพาตัวเอง หากมีคนเตรียมพร้อมให้พวกเขาทุกอย่าง พวกเขาจะขาดซึ่งแรงใจในการต่อสู้ฝ่าฟัน” ฉินชูพูดถึงสาเหตุที่ไม่ยอมหลอมโอสถหนิงหยวนให้คนอื่น
“พูดได้ดี ข้าคิดผิดเอง แต่การที่เ้าหลอมโอสถมากมายขนาดนี้ เ้าเตรียมจะไปจากหอโอสถแล้วหรือ?” ผู้าุโถางเอ่ยถามฉินชู
ฉินชูพยักหน้า เขาเตรียมตัวจะไปจากหอโอสถแล้วจริงๆ ฉินชูคิดจะไปเยี่ยมจื่อหลวนที่หุบเขาเทียนเซียง เพราะสถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายนัก เขาคิดว่าจะเกลี่ยกล่อมให้จื่อหลวนไปจากหุบเขาเทียนเซียงเสีย
