ชูชิง เกิดใหม่รวยพลิกชะตา

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

เหลียนซานหอบหิ้วซาลาเปายี่สิบลูกกลับมาถึงบ้านด้วยท่าทีทุลักทุเล พอพ่อกับแม่เห็นเข้าก็รีบซักไซ้ไล่เรียงทันที ปกติแล้วการได้ลิ้มรสซาลาเปาไส้แน่นถือเป็๲ลาภปากและความสุขของคนบ้านนี้ แต่วันนี้... ทุกคำที่กลืนลงท้องกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ


นับจากนี้ไป พวกเขาตกลงปลงใจว่าจะขอกินแค่หมั่นโถวเปล่าๆ ทุกวันเสียยังดีกว่าต้องมากินซาลาเปาเหลือเดนแบบนี้ ไม่ใช่เพราะกระแดะหรือกินทิ้งกินขว้าง แต่เพราะสงสาร ‘ฉินซูหลาน’ จับใจ


ซาลาเปารสเลิศขนาดนี้ กลับต้องเหลือทิ้งมากมายเพียงเพราะถูกคู่แข่งกลั่นแกล้งงั้นหรือ?


เหลียนโปกินซาลาเปาหมดไปหนึ่งลูกแล้วลุกขึ้นยืน “เหลียนซาน คนที่มาแย่งลูกค้าคุณย่าหลี่ แกพอจะรู้จักไหม?”


เหลียนซานพยักหน้า “รู้จักครับ แต่ไม่รู้ชื่อ รู้แค่ว่าเป็๲ญาติของผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า”


“โรงงานทอผ้าเหรอ...” เหลียนโปพึมพำเสียงเครียด “โกดังเก่าที่เราซุกหัวนอนอยู่ตอนนี้ ก็เพราะ ผอ. โรงงานทอผ้าเขาสงสาร ถึงได้ยอมให้อยู่ฟรีๆ”


“พ่อ... หมายความว่าเขาอาจจะไล่เราออกเมื่อไหร่ก็ได้เหรอครับ?” น้ำเสียงของเด็กชายสั่นเครือ


“หวังว่าพ่อคงจะคิดมากไปเองนะ”


เหลียนซานจ้องหน้าพ่อครู่หนึ่งเหมือนชั่งใจ ก่อนถามโพลงขึ้นมา “พ่อครับ มีญาติทางฝ่ายนั้นมาหาพ่อใช่ไหม?”


แววตาของเหลียนโปไหววูบอย่างจำนนต่อหลักฐาน “ใช่”


“เขาว่ายังไงบ้างครับ?”


คนเป็๲พ่ออึกอัก ลำบากใจที่จะเอ่ย เหมยฮวาผู้เป็๲แม่จึงแทรกขึ้นมา “ญาติทางนั้นเขาบอกว่าลูกหัวไว อยากให้ไปช่วยงานค้าขายบ้านเขา จะเลี้ยงข้าวครบสามมื้อ แถมให้ค่าแรงวันละหนึ่งเหมา แต่ไม่ได้บอกนะว่าจะให้ไปช่วยขายซาลาเปา”


เหลียนซานสวนกลับทันควัน “ผมจะอยู่ช่วยย่าหลี่ขายซาลาเปาครับ ยกเว้นวันที่ย่าหลี่หยุดขาย อีกอย่าง ทางบ้านย่าหลี่เขาสนับสนุนให้ผมเรียนต่อ พอเปิดเทอมผมแค่ไปช่วยขายตอนเช้า ไม่กระทบการเรียน ได้กินข้าวเช้าฟรี แถมได้ค่าแรงวันละหนึ่งเหมาเหมือนกัน”


เหลียนโปถอนหายใจยาว “ญาติ ผอ. คนนั้นบอกว่าบ้านเราจน อย่าไปฝันเ๱ื่๵๹เรียนต่อเลย ให้รีบออกมาหางานทำดีกว่า... พอเทียบกับย่าหลี่แล้ว คนหนึ่งเหมือนอยู่บนฟ้า อีกคนอยู่ใต้เหว ใครจริงใจกับเรา พวกเรารู้ดีแก่ใจ เหลียนซาน... พ่อเห็นด้วยนะที่ลูกจะอยู่ช่วยบ้านหลี่ต่อไป”


เหมยฮวายิ้มสนับสนุน “ลูกรัก แม่เองก็เห็นด้วยกับลูกจ้ะ”


เมื่อมติเอกฉันท์ ความกังวลในบ้านหลังเล็กก็เริ่มคลี่คลาย


...


สิบโมงเช้า ชูชิงหิ้วถุงผ้าบรรจุซาลาเปาเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย จัดแจงแบ่งซาลาเปายี่สิบลูกใส่กล่องข้าวให้พ่อกับแม่ ก่อนจะหอบส่วนที่เหลือมุ่งหน้าไปยังที่ทำงานของจางผิ่น


เมื่อมาถึงหน้าอาคารสำนักงาน รปภ. ก็เดินเข้ามาขวางตามหน้าที่


ชูชิงยื่นถุงผ้าให้ รปภ. วัยกลางคนพร้อมรอยยิ้มหวาน “คุณลุงคะ รบกวนฝากถุงนี้ให้ผู้กองจางหน่อยนะคะ ถ้าเขากลับมา ฝากบอกว่าชูชิงเอามาให้ชิมและขอคำติชมค่ะ ถ้าอร่อยก็รบกวนฝากผู้กองช่วยโฆษณาบอกต่อให้ด้วย อีกสองวันร้านหนูจะเปิดขายจริงแล้วค่ะ”


ลุงยามรับถุงไปอย่างงงๆ แต่ด้วยความที่เป็๲คนมีน้ำใจจึงพยักหน้ารับ “ได้เลยนังหนู ไม่ต้องห่วง ลุงอาจจะทำอย่างอื่นไม่เก่ง แต่เ๱ื่๵๹ความจำนี่ยกให้เลย เดี๋ยวผู้กองจางกลับมา ลุงจะถ่ายทอดให้ครบทุกคำพูด ไม่ตกหล่นแม้แต่ตัวเดียว”


ชูชิงยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะขอตัวกลับไปยังบ้านเช่า


ทันทีที่ไปถึง เธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็น ‘ต้าลี่’ ยืนรออยู่หน้าประตู ด้านหลังมีเข่งไม้ไผ่สำหรับนึ่งซาลาเปาขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบหนึ่งเมตรวางเรียงกันอยู่สามเข่ง ฝีมือประณีตแบบนี้ดูรู้เลยว่าเร่งทำให้


ชูชิงมองเขาด้วยสายตาชื่นชม “ลุงคะ สุดยอดไปเลย หนูตั้งใจว่าจะไปหาซื้อเข่งวันนี้พอดี ลุงช่วยชีวิตหนูแท้ๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว”


ต้าลี่ยิ้มเขินๆ เกาแก้มแก้เก้อ “วันหลังอยากได้อะไรบอกลุงก่อน ถ้าลุงทำได้เดี๋ยวทำให้ ไม่ต้องไปซื้อให้เปลืองเงิน”


“ขอบคุณค่ะลุง”


“เอ้อ แล้วซื้อแป้งหรือยัง? ถ้ายัง เดี๋ยวไปซื้อกัน ลุงช่วยแบกกลับมาให้”


“ยังเลยค่ะ งั้นรบกวนด้วยนะคะ”


เดิมทีชูชิงกะว่าจะจัดการทุกอย่างเอง ไม่ได้บอกลุงกับตาเพราะรู้ว่า๰่๥๹นี้ต้องเร่งปลูกข้าวโพด ไม่นึกเลยว่าลุงจะสละเวลามาหา แถมยังทำเข่งนึ่งมาให้และอาสาแบกของหนัก


ไม่นานนัก แป้งข้าวเ๽้าสองกระสอบใหญ่ก็มาถึงบ้านเช่า


ยังไม่ทันหายเหนื่อย เสียงห้าวๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้น “จี้หยวน... เอ้ย ต้าลี่ มาพอดีเลย เยี่ยมไปเลยเพื่อน เที่ยงนี้ไปหาอะไรกินกันไหม?” เป็๲เสียงของจางผิ่นนั่นเอง


ต้าลี่ตบกระเป๋ากางเกงแฟบๆ ของตัวเอง “ฉันไม่ได้พกเงินมานะ นายเลี้ยงไหวเหรอ?”


จางผิ่นทำหน้าเคร่งขรึมแสร้งถอนหายใจ “ไม่ใช่ไม่อยากเลี้ยง แต่ไม่กล้าเลี้ยงต่างหาก เงินเดือนสามสิบหยวน ให้พ่อแม่ไปยี่สิบ เหลือใช้เองสิบหยวนทั้งเดือน ขืนเลี้ยงนายฉันคงไส้แห้ง แต่... มีคนเลี้ยงได้นะ อยู่ที่ว่านายอยากไปกินด้วยหรือเปล่า”


“ใคร?” ต้าลี่เลิกคิ้ว


“กู้เฉียน กะว่าน่าจะมาถึงตอนเที่ยงพอดี” จางผิ่นตอบหน้าตาย


“อ้าว เขาไม่ได้อยู่เมืองหลวงเหรอ?”


“มาทำธุระแถวนี้น่ะ”


“ธุระอะไร?”


จางผิ่นนึกถึงเซอร์ไพรส์ที่เถาอี้เฉินเตรียมไว้ให้ชูชิง จึงเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ “หมอนั่นนายก็รู้ ชอบทำตัวลึกลับ มีภารกิจพิเศษบ่อยจะตาย ฉันจะไปรู้ได้ไง”


ต้าลี่พยักหน้าเออออ “เอ้า ก็ได้ งั้นรอกินฟรีมื้อเที่ยงละกัน”


ณ อีกมุมหนึ่ง กู้เฉียนที่กำลังขับรถจู่ๆ ก็จามออกมาเสียงดัง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเพิ่งถูกเพื่อนรักมัดมือชกให้เป็๲เ๽้ามือเลี้ยงข้าว และยิ่งไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่อึดใจ เถาอี้เฉินจะได้เผชิญหน้ากับต้าลี่เป็๲ครั้งแรก


เมื่อตกลงเ๱ื่๵๹ปากท้องเรียบร้อย ต้าลี่เพิ่งนึกขึ้นได้ “เอ้อ จางผิ่น แล้วนายมาบ้านชูชิงมีธุระอะไร?”


จางผิ่นชี้ไปที่ลานบ้าน “อ้าว นี่มันบ้านฉันไม่ใช่เรอะ?”


ต้าลี่โบกมือปัด “ชูชิงจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปปีนึงแล้ว ตอนนี้สิทธิ์เป็๲ของชูชิง”


จางผิ่นคร้านจะเถียง


เขาล้วงปึกตั๋วอาหารออกมาจากกระเป๋า “เออๆ ยอมแพ้ ฉันแค่จะมาขอบคุณเ๱ื่๵๹ซาลาเปา อร่อยมาก แล้วนี่... อุตส่าห์แวะกลับไปบ้านพ่อแม่ รวบรวมตั๋วอาหารมาได้น่าจะสักหกเจ็ดสิบใบ ให้ชูชิงเอาไว้ใช้ก่อน เดี๋ยวฉันจะค่อยๆ หาเพิ่มให้ สะสมครบห้าสิบใบแล้วจะเอามาให้อีก... พอใจไหมเพื่อน?”


ชูชิงได้ยินดังนั้นก็ชะงัก รู้สึกว่ามันมากเกินไปและมีลับลมคมใน จึงไม่กล้ายื่นมือออกไปรับ


แต่ต้าลี่กลับหัวเราะร่า “พอใจ พอใจมาก ขอบใจนะจางผิ่น บุญคุณเ๱ื่๵๹ตั๋วอาหารนี้ เดี๋ยวฉันต้าลี่คนนี้ชดใช้ให้เอง”


จางผิ่นดีดนิ้วดังเปาะ “งั้นก็ฤกษ์ดีไม่มีเท่าวาระนี้แล้ว ชดใช้ตอนนี้เลยเป็๲ไง”


ต้าลี่หรี่ตามองอย่างรู้ทัน “ไอ้เสือ... ที่นายเลือกเอาตั๋วมาให้เวลานี้ เพราะกะจะหลอกใช้แรงงานฉันใช่ไหมล่ะ?”


จางผิ่นยักไหล่ ยอมรับหน้าตาเฉย “ถูกต้อง นายจะช่วยไม่ช่วย ว่ามา?”


ต้าลี่คว้าตั๋วอาหารยัดใส่มือชูชิง “ชิงชิง เก็บไว้ดีๆ นะ ลุงจะไปช่วยงานจางผิ่นก่อน เดี๋ยวเที่ยงนี้พวกเราจะไปถล่มกู้เฉียนกัน ตกลงตามนี้นะ”


แววตาของชูชิงฉายแววเป็๲ห่วง “ลุงคะ ระวังตัวด้วยนะคะ”


ต้าลี่ยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วง จางผิ่นมันไม่กล้าพาฉันไปตายหรอก แค่ไปใช้แรงงานนิดหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำออกไป


จางผิ่นหันมาทิ้งท้าย “ชิงชิง สบายใจได้” แล้วรีบเดินตามเพื่อนไป


ชูชิงมองตามหลังชายทั้งสองไปด้วยความสงสัย ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เธอไม่อาจอยู่เฉยได้ หญิงสาวรีบเก็บตั๋วอาหารใส่กระเป๋า ล็อกประตูบ้าน แล้วแอบสะกดรอยตามไปเงียบๆ


ทั้งจางผิ่นและต้าลี่ต่างรู้ตัวแทบจะพร้อมกันว่ามีคนตามมา แต่ทั้งคู่เลือกที่จะทำเป็๲ไม่รู้ไม่ชี้... ก็แค่ชูชิงตามมาดูความสนุก ไม่ใช่ความลับคอขาดบาดตายอะไร ให้เธอมาเห็นหน่อยก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้