พญาอสรพิษร้องคำรามลั่นฟ้าด้วยความเ็ป เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืที่หน้าอก
ชายหนุ่มเห็นว่าไม่อาจโจมตีจุดตายของมันได้ จึงยิ่งทำให้พญาอสรพิษพิโรธหนัก เขาคร่ำครวญในใจว่า ‘แย่แล้ว!’
พญาอสรพิษแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมจ้องมองชายหนุ่มไม่วางตา หลังจากชายหนุ่มใช้กระบวนท่าฝีเท้าอสนีและหอกอสนี เขาก็ใช้พลังิญญาจนหมดสิ้น ในเวลานี้เขาได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่
ชายหนุ่มสบตากับพญาอสรพิษ ขณะที่มันกำลังจะงับชายหนุ่มเพื่อปลิดชีพ ทันใดนั้นกระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมาปักเข้าที่ดวงตาของพญาอสรพิษอย่างแม่นยำ
พญาอสรพิษร้องด้วยความเ็ปล่าถอยไป ร่างกายอันใหญ่โตบิดตัวไปมาบนพื้น ชายหนุ่มที่รอดชีวิตจากปากพญาอสรพิษได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความงุนงง
ลู่เต้ามาถึงข้างกายชายหนุ่ม โยนลูกกวาดให้เขาหนึ่งเม็ดแล้วกล่าวว่า “กินซะ”
ชายหนุ่มเห็นว่าลูกกวาดไม่มีพิษจึงกลืนลงท้อง พลังวังชาฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว รู้สึกว่าสู้กับพญาอสรพิษได้อีกสามยกเลยทีเดียว
‘นี่มันอะไรกัน? ทำไมถึงได้วิเศษเช่นนี้!’ ชายหนุ่มเลียริมฝีปากแล้วอุทานด้วยความใว่า “รสชาติอร่อยมากด้วย!”
ลู่เต้าไม่ได้ตอบ เพียงแต่บอกเขาเบาๆ ว่า “รีบหนีไปซะ!”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้ววิ่งไปทางถ้ำ แต่เมื่อวิ่งไปได้สองสามก้าว เขาก็พบว่าลู่เต้าไม่ได้ตามมา เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าอีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ได้ตามมาเท่านั้น แต่ยังเดินไปทางที่พญาอสรพิษล่าถอยไปอีกด้วย
ชายหนุ่มเพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากลู่เต้า เขาััได้ถึงความน่ากลัวของพญาอสรพิษอย่างชัดเจน จึงไม่อาจทนเห็นลู่เต้าไปตายได้ เขาจึงะโว่า “นี่! อย่าไปเลย! เ้าสู้มันไม่ได้หรอก!”
ลู่เต้าหยุดฝีเท้า ทว่าไม่ได้หันกลับไปมอง “แต่ข้าถ่วงเวลาให้ทุกคนได้”
“อย่าโง่เลยน่า จะไปก็ไปด้วยกัน!” ชายหนุ่มคว้าแขนลู่เต้าเอาไว้แน่น
“เ้าชื่ออะไร”
“แซ่ตู้ ตู้เจิ้งฉุน!” ชายหนุ่มกล่าวเสียงดัง
“เช่นนั้น...พี่ตู้ ข้าพูดอีกครั้ง” ลู่เต้าหันกลับมาช้าๆ บนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน “ข้าขอให้ท่านกลับไปปกป้องคนอื่นๆ ที่นี่ข้าจัดการเอง”
พญาอสรพิษใช้กรงเล็บดึงกระบี่ที่ปักอยู่ที่เบ้าตาออกด้วยความยากลำบาก ความเ็ปแสนสาหัสทำให้มันโกรธแค้นเป็อย่างมาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความเดือดดาล
ตู้เจิ้งฉุนเห็นว่าพญาอสรพิษกำลังพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย หากไม่หนีตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว เขาจึงได้แต่ทิ้งลู่เต้าเอาไว้ แล้วถือหอกวิ่งไปทางถ้ำอย่างรวดเร็ว
พญาอสรพิษตาเดียวปรากฏตัวต่อหน้าลู่เต้าอีกครั้งด้วยความเดือดดาล ลู่เต้าที่ถูกสลับร่างมาอย่างกะทันหันถามไป๋เสียด้วยความกังวล “นี่ ไม่ใช่เ้าบอกว่าจัดการไม่ได้หรอกหรือ”
“ข้าแค่บอกว่ามันยุ่งยากเท่านั้น”
“แต่...ตอนนั้นกระบี่อสูรยังตัวสั่นเลย! นั่นไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวหรอกหรือ”
“เ้ากระบี่อสูรนั่นเคยถูกงูกัดตอนเป็หมา เมื่อเห็นอะไรที่ยาวๆ มันก็จะสั่นโดยสัญชาตญาณ”
กระบี่อสูรสะบัดพู่หาง แล้วก็กลับมาข้างกายไป๋เสีย มันสะบัดโลหิตอสูรออกจากตัวกระบี่เหมือนสุนัขสะบัดขน
“ดูเหมือนว่าพลังของกระบี่อสูรในตอนนี้ยังมิอาจสังหารพญาอสรพิษตนนี้ได้” ไป๋เสียใช้นิ้วลูบปลายกระบี่ หางของกระบี่อสูรก็กระดิกอย่างร่าเริง
“ตอนนี้ก็จริงอยู่ที่ข้าทำอะไรมันไม่ได้” ไป๋เสียกล่าวต่อว่า “แต่ความวุ่นวายที่เกิดจากผนึกนี้รุนแรงนัก อาจารย์โจวกับอาเฉาคงไม่นิ่งนอนใจแน่”
พญาอสรพิษคำรามแล้วพ่นลมหายใจใส่ไป๋เสีย ลมหายใจที่เต็มไปด้วยความแค้น หากโดนเข้าเต็มๆ ก็จะถูกความแค้นที่มันไม่อาจกลายเป็ัได้กัดกินจนเน่าเปื่อย และตายในที่สุด
“ในเมื่อที่นี่เป็สุสานของพญาอสรพิษ...” ไป๋เสียกระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างแรงจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย เขาะโก้อง “นี่! ลุกขึ้นมาทำงานได้แล้ว!”
ไม่นานนัก พื้นดินก็เริ่มสั่นะเื ทุกคนในถ้ำต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อน มีฝุ่นและก้อนหินร่วงลงมาจาก้าเป็ระยะ มีเพียงหงฮวาที่ยังคงสงบนิ่งและเชื่อมั่นในตัวลู่เต้า
ท่ามกลางแรงสั่นะเื มีเนินดินเล็กๆ ผุดขึ้นมาบนพื้นหินทีละเนิน ไม่นานนัก โครงกระดูกพญาอสรพิษที่มีขนาดเท่ากับพญาอสรพิษตัวนั้นก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินทีละตัว พวกมันขดตัวอยู่ข้างกายไป๋เสียราวกับั
ในเบ้าตาดำมืดมีแสงสีฟ้าส่องประกายขึ้น เนื้อหนังของพญาอสรพิษเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา เหลือไว้เพียงโครงกระดูกเท่านั้น
ไป๋เสียกวาดตามองโครงกระดูกพญาอสรพิษคร่าวๆ ที่มีประมาณยี่สิบตัว โครงกระดูกแต่ละตัวอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม และกวัดแกว่งกรงเล็บใส่พญาอสรพิษ
“ในเมื่อเป็ความแค้นของพวกเ้า ก็จัดการกันเองแล้วกัน”
ไป๋เสียหยิบขลุ่ยสะกดมารออกจากอก นำมาจรดริมฝีปากแล้วเป่าเบาๆ นิ้วทั้งสิบขยับไปมาบนรูขลุ่ย เสียงอันแสนไพเราะดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่ผนึก
เมื่อโครงกระดูกพญาอสรพิษได้ยินเสียงขลุ่ยก็เหมือนได้รับคำสั่ง พวกมันต่างอ้าปากอันน่าสยดสยองพุ่งเข้ากัดพญาอสรพิษ
ตู้เจิ้งฉุนเห็นว่าแผ่นดินหยุดสั่นะเืแล้วก็ได้ยินเสียงขลุ่ยดังขึ้น จึงยืนอยู่ตรงทางเข้าถ้ำแล้วชะเง้อมองออกไป เขาก็เห็นภาพอันน่าตกตะลึง พญาอสรพิษสีดำสนิทกำลังต่อสู้กับโครงกระดูกพญาอสรพิษสีขาวจำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อก็คือ ลู่เต้าไม่กลัวว่าจะถูกเหยียบจนแหลกเป็ชิ้นๆ เขายืนอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ของอสูรั์อย่างใจเย็น พร้อมควบคุมโครงกระดูกพญาอสรพิษด้วยเสียงขลุ่ย
ภาพนั้นฝังแน่นอยู่ในใจตู้เจิ้งฉุน เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความตกตะลึง “กะ...เก่งกาจยิ่งนัก...”
ถึงแม้จะตาบอดไปข้างหนึ่ง แต่พลังต่อสู้ของพญาอสรพิษก็ยังคงไม่ลดน้อยลง หางของมันกวาดไปด้านหน้าเป็รูปพัด ครั้งนี้มันได้ทำลายโครงกระดูกพญาอสรพิษสีขาวจำนวนไม่น้อยจนแตกกระจาย กระดูกปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็ของใคร เหลือเพียงหัวกะโหลกพญาอสรพิษที่นอนอ้าปากพะงาบๆ อยู่บนพื้น
เหมือนกับการเล่นหมากรุก เมื่อวิธีหนึ่งไม่ได้ผล ไป๋เสียก็เปลี่ยนทำนองขลุ่ยทันที การเคลื่อนไหวของโครงกระดูกพญาอสรพิษก็เปลี่ยนไป พวกมันล้อมพญาอสรพิษเอาไว้แต่ไม่โจมตี คอยหาจังหวะเข้าจู่โจม
พญาอสรพิษเป็เพียงภูตผีที่เกิดจากความแค้น มันไม่มีสติปัญญาใดๆ มีเพียงสัญชาตญาณที่จะโจมตี มันจึงพุ่งเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ทั้งกัดทั้งตบทั้งฟาด ทำให้โครงกระดูกพญาอสรพิษหลายตัวเสียหาย
ในขณะที่พญาอสรพิษมัวแต่โจมตีอย่างเมามัน ไป๋เสียจึงฉวยโอกาสเป่าขลุ่ยเสียงแหลม ทันใดนั้นโครงกระดูกพญาอสรพิษสามตัวก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันกัดร่างของพญาอสรพิษไว้สามจุด แล้วตรึงมันไว้กับพื้น
พญาอสรพิษร้องด้วยความเ็ปอีกครั้ง ลมกระโชกพัดกระจายออกมา ผมและชายเสื้อของไป๋เสียปลิวไสวไปตามลม
เมื่อเห็นว่าพญาอสรพิษเปิดช่องว่าง โครงกระดูกพญาอสรพิษตัวอื่นๆ ก็พากันเข้าไปกัดกิน เขี้ยวแหลมคมที่โค้งงอจะฝังลึกเข้าไปในเนื้อและมิอาจดึงออกได้ จุดสำคัญอย่างคอและท้องต่างก็ถูกโจมตี หมอกสีดำพวยพุ่งออกมาจากาแทั่วร่าง
เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว ไป๋เสียจึงเป่าขลุ่ยเป็ครั้งสุดท้าย โครงกระดูกพญาอสรพิษเรียงแถวกันอยู่ด้านซ้ายและขวา ก้มศีรษะลงใช้หัวเป็บันได ก่อตัวเป็เส้นทางสู่ท้องฟ้าที่ตรงไปยังพญาอสรพิษ
“ดูให้ดีเ้าหนู วิชาไม้สะกดมารมีทั้งหมดห้าท่า”
เพียงสะบัดมือ ขลุ่ยก็เปล่งแสงเจิดจ้ากลายเป็ไม้สะกดมารสีดำสนิทอยู่ในมือไป๋เสีย เขาก้าวเท้าเหยียบหัวพญาอสรพิษ แล้วใช้พวกมันเป็ฐานะโขึ้นไปบนอากาศ
พญาอสรพิษยังคงพยายามดิ้นรนให้หลุดจากปากพญาอสรพิษ ทันใดนั้นมันก็หยุดนิ่ง เบ้าตาสะท้อนเงาของใครบางคนที่กำลังพุ่งลงมาจากนภาอย่างรวดเร็ว
“ก็คือท่ากระจาย ผนึก ทำลาย สลาย และสังหาร...”
ไป๋เสียกำไม้สะกดมารแน่น ลวดลายบนไม้สะกดมารเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า เขาใช้แรงเฉื่อยพุ่งลงมาปักไม้สะกดมารเข้าไปในดวงตาที่เหลือของพญาอสรพิษจนมิดด้าม แล้วะโเสียงเย็นว่า “กระจาย!”
พญาอสรพิษร้องคำรามเป็ครั้งสุดท้าย หัวสั่นไปมา ลวดลายสีทองส่องสว่างปกคลุมทั่วร่างในพริบตา ร่างกายอันใหญ่โตและหนักอึ้งล้มลงกับพื้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนฝุ่นตลบ
ไป๋เสียร่วงลงพื้น เหยียบเท้าลงบนหัวพญาอสรพิษเพื่อดึงไม้สะกดมารที่ปักอยู่ที่เบ้าตาออก ร่างของมันสลายไปในแสงสีทอง เหลือไว้เพียงควันสีดำแล้วหายวับไปกับตา
เมื่อสะบัดมือเบาๆ ไม้สะกดมารสีดำสนิทก็กลายเป็ขลุ่ยสีเขียวขนาดเล็ก แล้วถูกเก็บเข้าไปในอก
อืม...
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด ไป๋เสียรู้สึกวิงเวียน เขาจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือจับหน้าผากแล้วกล่าวเสียงอ่อนแรง “บ้าเอ๊ย...ใช้พลังมากเกินไปอีกแล้ว...”
“รีบกินลูกกวาดฟื้นฟูพลังเร็วเข้า!”
“ไม่มีประโยชน์” ไป๋เสียกล่าว “มันฟื้นฟูพลังของเ้าได้ แต่ไม่ได้ช่วยอะไรข้าเลย”
ลู่เต้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล หากการกินลูกกวาดได้ผล ไป๋เสียผู้หยิ่งยโสก็คงไม่จำเป็ต้องแย่งชิงพลังิญญาอันน้อยนิดใต้จวนสกุลหงแน่
ไป๋เสียใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว สิทธิ์ในการควบคุมร่างกายจึงกลับมาอยู่ที่ลู่เต้าอีกครั้ง เสียงอ่อนแรงของเขาดังขึ้นในร่างลู่เต้า “ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าต้องพึ่งตัวเองแล้ว...”
ทันทีที่เสียงเงียบหายไป โครงกระดูกพญาอสรพิษที่อยู่รอบๆ ก็กลายเป็กองกระดูกสีขาวกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น
ความรู้สึกแรกหลังจากลู่เต้าได้ร่างคืนมาคืออ่อนล้าไปทั้งร่าง เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าไป๋เสียใช้ร่างของเขาต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพียงใด
หลังจากกลืนลูกกวาดลงท้องไปหนึ่งเม็ดแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ลู่เต้าลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากตัวพลางเรียกไป๋เสีย “แล้วจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร”
ไป๋เสียหลับไปแล้ว จึงไม่ได้ตอบคำถามของเขา
“นี่! อย่าเพิ่งนอน! ตื่นขึ้นมาเร็ว!”
ลู่เต้าเรียกไป๋เสียอีกหลายครั้ง แต่ก็ปลุกเขาไม่ได้ ในเวลานี้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังสะกิดมือเขา เมื่อก้มลงมองก็พบว่ากระบี่อสูรกำลังพยายามเรียกร้องความสนใจ
“มีอะไร อยากให้ลูบหรือ” ลู่เต้ายื่นมือออกไป เขาอยากเลียนแบบไป๋เสียลูบมัน
แต่ปลายกระบี่อสูรกลับส่ายไปมาเป็เชิงปฏิเสธ แล้วชี้ขึ้นไปบนฟ้าเหมือนร้อนรน บอกให้เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง
“วันนี้เป็อะไรกันนี่...” ลู่เต้าพึมพำแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ปากพลันแข็งค้างจนพูดไม่ออก
มีพายุหมุนสีดำขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น้า มันดูดซับความแค้นที่สลายไปของพญาอสรพิษ เมื่อมองดูท้องฟ้าสีดำทะมึนราวกับเมฆดำที่กำลังก่อตัว ลู่เต้าก็เหงื่อตก
“ยังไม่จบหรอกหรือ”
