“ถอยไป” จวินเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเ็าอย่างไม่เกรงใจ
สำหรับบุรุษผู้นี้ที่ตอนนั้นทำร้ายอาซี ทำร้ายให้คนตระกูลเฉียวต้องล้มตาย เขาแค้นจนอยากจะสังหารเสียเดี๋ยวนี้เลย
โอวหยางเทียนหัวมองจวินเหยียน พูดเสียงขรึมว่า “เปิ่นไท่จื่อเพียงแค่อยากจะถามชายาหนิงอ๋องสักประโยคว่า ชายารัชทายาททำเื่เลวร้ายไม่น่าอภัยถึงขั้นไหนกันนางถึงได้ลงมือกับชายารัชทายาท ถึงกับโหดร้ายถึงขั้นผลักคนตกลงไปในสระ”
เมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้ คนรอบข้างต่างก็แตกตื่นกันแล้ว
คนจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าใจสถานการณ์มองไปยังอวิ๋นซีจวินเหยียนสองสามีภรรยา สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและดูถูก ดูแคลน จวินเหยียนและอวิ๋นซีต่างก็รู้ว่า หากไม่ใช่เพราะฐานะของพวกเขา คนเหล่านี้ไม่แน่ว่าจะถ่มน้ำลายใส่หน้าพวกเขาด้วยซ้ำ
จวินเหยียนมองไปยังโอวหยางเทียนหัวอย่างเ็า “ยามที่รัชทายาทพูดเช่นนี้ เคยคิดบ้างหรือไม่ หากว่าเื่ราวมิได้เป็ไปดังที่ท่านพูด กลับเป็ภรรยาท่านที่ผลักอาซีของข้าตกน้ำ พวกท่านสามีภรรยาจะถอนคำพูดของตนเช่นไร”
“พี่สะใภ้ของเ้าจิตใจดีงาม เื่นี้คนทั้งเมืองหลวงล้วนรู้ดี นางที่แม้แต่ยามมองสัตว์ตัวเล็กๆ ตายยังเสียใจ ไม่มีทางที่จะทำเื่ทำร้ายผู้อื่นออกมาได้อย่างเด็ดขาด”
เมื่อโอวหยางเทียนหัวพูดออกมา ก็มีคนไม่น้อยต่างเห็นด้วยกับคำพูดเขา
อวิ๋นซีที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของจวินเหยียนเมื่อได้ยินแล้ว ก็หัวเราะเ็าในใจ ดูท่าหลายปีมานี้ลู่หลิงฉิงผู้นี้ลงทุนลงแรงเพื่อด้านจอมปลอมด้านนี้ของตนไปไม่น้อย ถึงกลับเสแสร้งมาได้จนถึงขั้นนี้ ลำบากนางแล้วจริงๆ
อวิ๋นซีกุมท้องตนเบาๆ พูดว่า “สามี ข้าเจ็บท้อง”
เมื่อจวินเหยียนได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนทันที “หมอหลวง มีหมอหลวงอยู่หรือไม่”
รัชทายาทเห็นว่าเขากำลังจะจากไป ก็ยื่นมือออกมาขวาง จวินเหยียนมองเขาด้วยสายตามืดครึ้ม พูดเสียงขรึมว่า “หึหึ รัชทายาทช่างมีอำนาจใหญ่โตนัก เพื่อความยุติธรรมที่ตนกล่าว ถึงขนาดไม่สนใจชีวิตของภรรยาและลูกของเปิ่นหวาง ใส่ร้ายว่าภรรยารักของเปิ่นหวางผลักชายารัชทายาท ดี ดียิ่ง หากว่าอาซีและบุตรในครรภ์ของนางเป็อะไรขึ้นมาแม้เพียงนิด เปิ่นหวางจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ใคร คนที่รู้อยู่แล้วว่าอาซีตั้งครรภ์แล้วยังคิดหาทางกำจัดพวกนางแม่ลูกต้องถูกฟันเป็หมื่นเป็พันครั้ง”
เมื่อพูดจบ เขาก็ผลักคนออกไปเลย พาอวิ๋นซีไปหาหมอหลวง
ฮ่องเต้และฮองเฮาไม่ได้ขึ้นเรือ ฮองเฮารับรองสตรีสูงศักดิ์จำนวนหนึ่งอยู่ ส่วนฮ่องเต้นั้นกำลังปรึกษาเื่บางอย่างอยู่กับบรรดาปราชญ์ราชสำนัก เสนาบดี และเ้ากรมทั้งหลายอยู่ในห้องทรงพระอักษร เพียงไม่นาน เื่ที่ชายาหนิงชินอ๋องและชายารัชทายาทตกน้ำก็แพร่ไปทั้งวังหลวง อีกทั้ง ได้ยินมาว่าชายาหนิงชินอ๋องยังทรงพระครรภ์อยู่ด้วย
เมื่อฮ่องเต้ได้ยิน ก็นำคนไปยังตำหนักที่เมื่อก่อนจวินเหยียนเคยพำนักอยู่ทันที เมื่อเขาเข้าไปก็รีบถามทันทีว่า “หมอหลวง ชายาหนิงอ๋องไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
หมอหลวงเฉินที่ดูแล้วอายุยี่สิบกว่าปีเมื่อได้ยิน ก็ลุกขึ้นคาราวะ จากนั้นพูดว่า “โชคดีที่ยามปกติพระชายาหนิงอ๋องดูแลรักษาพระวรกายเป็อย่างดี มิเช่นนั้น ตกน้ำลงไปเช่นนี้ ซื่อจื่อน้อยในพระครรภ์ของพระชายาคงจะรักษาไว้ไม่ได้พ่ะย่ะคะ่”
เมื่อฮ่องเต้ได้ยิน ก็ถอนพระทัยโล่งอก “ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้ทั้งแม่และเด็กล้วนไม่เป็ไรแล้ว?” ถึงแม้เขาจะเป็ฮ่องเต้ แต่ก็มีความคาดหวังเช่นเดียวกับคนทั่วไป อยากมีหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชายของจวินเหยียน นี่คือพระนัดดาสายตรงเลยนะ
หมอหลวงเฉินพยักหน้าทูลว่า “พระชายาทรงพระครรภ์สามเดือนกว่าแล้ว ถึงแม้จะตกน้ำ แต่ว่าซื่อจื่อน้อยมีพลังชีวิตแรงกล้า ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรรุนแรง วันหน้าขอแค่ระมันระวังให้ดี ก็จะไม่เกิดเรื่อองะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
เมือ่เสี้ยวเหวินตี้ได้ยิน ก็หัวเระาฮ่าฮ่าตรัสว่า “ไม่เสียทีที่เป็หลานของเจิ้น”
……
เื่ตกสระน้ำในคืนเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ฮ่องเต้เป็ผู้ไต่สวนด้วยพระองค์เอง สุดท้ายชายารัชทายาทถูกกักบริเวณสามเดือน หากไม่ถูกเรียกห้ามนางออกจากเรือนเด็ดดาราที่เป็ที่พำนัก เสี้ยวเหวินตี้ส่งหมัวมัวไปดูแลเื่อาหารการกินให้ชายารัชทายาทด้วยพระองค์เองที่เรือนเด็ดดารา
ทุกคนล้วนรู้ดี บอกว่าให้ไปดูแลเื่อาหารการกิน ความเป็จริงแล้วเป็การไปควบคุมสอดส่อง
จวนหนิงชินอ๋อง
หวานหว่านมองท้องของอวิ๋นซี สีหน้าไม่ชอบใจ “เสด็จพ่อและเสด็จแม่ทำเกินไปแล้ว มีน้องชายน้อยแล้วก็ไม่บอกหวานหว่าน” หากรู้แต่แรกว่าในท้องเสด็จแม่มีน้องชายน้อยอยู่ นางไม่มีทางไปเขาอู่ไถแน่นอน
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ยิ้มพูดว่า “น้องชายน้อยเพิ่งมาอยู่ในท้องแม่ได้ไม่เท่าไร แม่ยังพูดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นน้องชายน้อยจะงอนเอา”
เดิมที จวินเหยียนไม่ได้้าให้เื่ที่อวิ๋นซีตั้งครรภ์ถูกผู้อื่นรู้เร็วเท่านี้ เพียงแต่เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้กะทันหันเกินไป อยากจะรักษาตัวให้รอดปลอดภัย จำเป็ต้องให้ผู้อื่นรู้เื่นี้
หึหึ เป็ถึงชายารัชทายาทแต่ถูกกักบริเวณแล้ว เื่นี้หากพูดออกไป นางก็คงจะเสียหน้าอย่างสิ้นเชิงแล้ว วันหน้าต่อให้จะถูกยกเลิกการกักบริเวณแล้ว ก็คงจะไม่ได้อยู่ดีนัก
“น้องชายจะงอนหรือ?” หวานหว่านไม่เข้าใจเดินเข้าไปลูบท้องของมารดา “น้องชาย เ้าอย่าได้ดกรธเลย รอจนพี่หญิงกลับมาแล้ว พี่หญิงจะต้องเอาของดีกลับมาฝากเ้าแน่นอน”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ขอบตาแดงก่ำ เมื่อคิดถึงว่าอีกสองวันหวานหว่านก็จักต้องไปเขาอู่ไถแล้ว ในใจนางก็รู้สึกตัดใจไม่ได้ยิ่ง นางลูบศีรษะเด็กน้อย พูดเสียงเบาว่า “จำไว้ เมื่อไปถึงยังเขาอู่ไถ ต้องระมัดระวัง ให้ดียิ่งห้ามฟังคำผู้อื่นพูดมั่วๆ เด็ดขาด”
เมื่อหวานหว่านได้ยิน ก็พยักหน้า “อืม หวานหว่านจำคำของท่านแม่ไว้แล้ว หากว่ามีเรื่อองันใดจักต้องปรึกษาให้ดีกับเตี๋ยอี เซียงเอ๋อร์แล้วก็เพ่ยเอ๋อร์ก่อน”
เดิมอวิ๋นซีคิดว่า ให้สาวใช้ไปสองคนก็พอแล้ว สุดท้ายก้ยังรู้สึกว่า ต้องให้สาวใช้ประจำตัวของตนทั้งสองตามไปด้วย บวกกับเตี๋ยอีที่เฉลียวฉลาดไปอีกคน นางถึงจะวางใจ
หวานหว่นไม่้าคนดูแลมากเกินไป แต่ว่า ต่อให้นางจะฉลาดแค่ไหน ก็ยังคงเทียบไม่ได้กับหวงกุ้ยเฟยที่แสนเ้าเล่ห์ผู้นั้น
……
เมื่อส่งหวานหว่านจากไปแล้ว อวิ๋นซีก็เหม่อลอย นางลูบหน้าท้องตนเบาๆ บ่อยครั้ง พูดเสียงเบาว่า “ลูกรัก พวกเรามารอพี่หญิงเ้ากลับมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน”
หลังจากที่ครอบครัวหนิงชินอ๋องกลับมา เมืองหลวงที่กาลก่อนคลื่นลมสงบ ก็ปรากฏคลื่นลมขึ้นมาแล้ว ถึงแม้จวินเหยียนจะจากเมืองหลวงไปสิบปี แต่ว่า ขุนนางใจที่มีใจภักดีต่อเขายังคงรอคอยเขากลับมา เช่นหลิ่วเก๋อเหล่าและนักเรียนของเขา
หลิ่วเก๋อเหล่าผู้หนึ่ง เื้ัของเขามีขุนนางราชสำนักหนึ่งในห้ายืนอยู่ ดังนั้นไม่ว่าจะรัชทายาท องค์ชายสาม องค์ชายห้า ต่างก็เคยปรารถนาหลานสาวของหลิ่วเก๋อเหล่า หลิ่วหว่านหรงมาแล้วทั้งสิ้น
ที่ทำให้คนคิดไม่ถึงก็คือ สองปีก่อนตอนที่หลิ่วหว่านหรงปักปิ่นนั้น กลับประกาศออกมาแล้วว่า ชาตินี้นางจะไม่แต่งให้กับคนในราชวงศ์ ส่วนหลิ่วเก๋อเหล่าเองก็ชัดเจนว่าสนับสนุนความคิดนี้ของหลานสาว ดังนั้นหลายปีมานี้บรรดาคนที่เข้ามาสู่ขอต่างก็ถูกส่งกลับทั้งสิ้น
หลิ่วหว่านหรงอายุสิบเจ็ดปีผู้นี้ ถึงแม้จะเป็คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่สถานะสูงส่งที่สุดถ้าไม่นับบรรดาองค์หญิงและจวิ้นจู่ทั้งหลาย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาสู่ขอแล้ว
“ตัดใจปล่อยจวิ้นจู่น้อยไปไม่ได้ เหตุใดยังให้นางไปเขาอู่ไถอีกเล่าเพคะ” หลิ่วหว่านหรงที่สวมชุดสีเหลืองห่านเดินยิ้มเข้ามา นางนั่งลงข้างกายอวิ๋นซี ถามด้วยสีหน้าอยากรู้
