ท่านป้าหวางเก็บพริกจำนวนไม่น้อยมาให้หลี่อันหรานตามคำขอ แต่แล้วไม่นาน เื่นี้ก็ได้แพร่กระจายออกไป คนในหมู่บ้านรู้กันหมดว่าบ้านของหลี่อันหรานว่าจ้างผู้อื่นทำงาน
บางคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์พวกนางลับหลัง
บางคนมองว่าพวกนางทำเพื่อเอาหน้า ความจริงไม่ได้มีเงินแต่แสร้งว่ามีเงิน ส่วนบางคนบอกว่าพวกนางมีเงินเยอะมากแต่ไม่ได้เผยออกมาก็เท่านั้น
ส่วนคนที่พอจะรู้จักครอบครัวพวกนางอยู่บ้างต่างก็รู้ว่าไม่นานมานี้หลี่อันหรานค้าขายอยู่ตลอด รู้ว่านำของไปขายในเมืองเยอะมาก แต่นึกไม่ถึงว่าจะหาเงินได้เยอะขนาดนี้
นอกจากนี้ยังมีคนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านพวกนางทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด เื่นี้ค่อยๆ แพร่กระจายออกไป มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็ดี บ้างก็ร้าย
มื้อเย็นวันนี้ เสิ่นอิ๋นหวนนำเนื้อที่หลี่อันหรานซื้อมาจากในเมืองไปทำอาหารเพื่อให้ลูกๆ ได้กิน
น้องชายและน้องสาวอยากกินจนน้ำลายสอ หลังจากที่มื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็ร่วมกันกินอย่างมีความสุข แต่ในขณะที่กินไปได้ครึ่งหนึ่ง ถิงจั่ง [1] ก็ได้พาคนเดินเข้ามา
“มีคนอยู่บ้านหรือไม่?”
เสิ่นอิ๋นหวนใและรีบลุกออกไป
ถิงจั่งเพิ่งจะเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามาก็ได้กลิ่นเนื้อหอมฉุย ขนาดครอบครัวเขายังไม่ได้กินอาหารแบบนี้บ่อยๆ นี่ยิ่งทวีความสงสัยในใจเขา
เสิ่นอิ๋นหวนเดินออกไปรับถิงจั่งพร้อมกับกล่าวอย่างสุภาพ “ถิงจั่งมาทำอันใดที่นี่หรือเ้าคะ?”
ถิงจั่งปัดมือ “ก็ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่ลองแวะมาดู เมื่อก่อนครอบครัวพวกเ้าลำบาก วันนี้จึงมาดูว่า้าความช่วยเหลืออะไรหรือไม่”
หลี่อันหรานที่นั่งอยู่ในบ้านได้ยินเขาพูดดังนี้ก็พลันยิ้มเยาะในใจ มาช่วยเหลืออะไรตอนนี้ ตอนที่ครอบครัวของนางยังยากจน ไม่เห็นจะเคยมีผู้ใดมาสนใจความเป็ความตายบ้างเลย ยามที่ประสบความยากลำบาก พวกนางเคยไปขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในฐานะถิงจั่ง เขากลับจัดการแบบขอไปที ไม่เคยเป็ห่วงชีวิตอันทุกข์ยากของชาวบ้านจากใจจริง
บัดนี้ความเป็อยู่ของครอบครัวพวกนางดีขึ้น คนพวกนี้ก็เริ่มสอดมือเข้ามายุ่งทันที
เสิ่นอิ๋นหวนรีบกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ที่บ้านไม่มีอะไรให้ต้องช่วยเหลือเ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ขอบคุณถิงจั่งที่เป็ห่วง เชิญเข้ามานั่งด้านในก่อนเ้าค่ะ”
ตอนนี้เจียงเฉิงเดินออกมาแล้วเช่นกัน ถิงจั่งรู้เื่ที่มีคนต่างถิ่นมาอยู่ในบ้านของหลี่อันหราน ตอนแรกเขายังรู้สึกกังวลอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าคนผู้นี้ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรจึงไม่ได้สนใจนัก
ถิงจั่งชำเลืองตามองเจียงเฉิงที่เดินออกมา จากนั้นต้องใกับหน้าตาอันหล่อเหลากับรูปร่างกำยำของเขา ถิงจั่งผู้นี้พอจะเคยเห็นโลกกว้างมาบ้าง เขารู้ั้แ่แรกเห็นว่าเจียงเฉิงไม่ใช่คนธรรมดา
ถิงจั่งพิจารณาเจียงเฉิงโดยละเอียดแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาหันไปคุยกับเสิ่นอิ๋นหวนว่า “ได้ยินว่าบุตรสาวเ้า้าของสิ่งนั้นบนูเาและจ้างให้คนไปเก็บ มีเื่นี้จริงหรือไม่?”
เสิ่นอิ๋นหวนแน่นิ่งไปเล็กน้อย หลี่อันหรานได้ยินแล้วเช่นกัน ที่แท้ถิงจั่งก็มาด้วยเื่นี้ หลี่อันหรานจึงลุกเดินออกไปเพราะเื่นี้เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง “จริงเ้าค่ะ ข้าให้ท่านป้าหวางไปเก็บจากบนูเาและรับซื้อมา ไม่ทราบว่ามีปัญหาหรือเ้าคะ?”
ถิงจั่งทำเพียงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เขาเดินตรงเข้ามาในบ้านและเห็นว่าบนโต๊ะมีทั้งปลาและเนื้อ จากนั้นจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “โอ้ ดูเหมือนว่าความเป็อยู่ของพวกเ้าจะดีขึ้นไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าจะมีปลามีเนื้อให้กิน ข้าอยากรู้นักว่าของพวกนี้มาจากที่ใด”
หลี่อันหรานพลันขมวดคิ้วมุ่น นางชิงตอบก่อนที่เสิ่นอิ๋นหวนจะได้พูด “ก็ต้องซื้อมาอยู่แล้วเ้าค่ะ ถิงจั่งสงสัยอันใดหรือเ้าคะ?”
ถิงจั่งผู้นั้นกล่าวต่อ “ก่อนหน้านี้ครอบครัวเ้ายากจนข้นแค้น แค่หมั่นโถวยังแทบไม่มีให้กิน ทว่าตอนนี้กลับมีทั้งปลาทั้งเนื้อ ไปเอาเงินมาจากที่ใด?”
หลี่อันหรานได้ยินดังนี้ก็เข้าใจทันที ที่แท้เขาก็มาเพราะอยากรู้ว่าพวกนางไปเอาเงินมาจากที่ใด คนพวกนี้ทนเห็นผู้อื่นได้ดิบได้ดีไม่ได้ ทนเห็นผู้อื่นมีเงินมีทองไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็คนที่พวกเขาเคยดูถูกเหยียดหยามมาก่อน ตอนนี้พอเห็นพวกนางมีชีวิตดีกว่าตัวเองจึงไม่อาจยอมรับได้
หลี่อันหรานตอบตามตรง “ข้าหาเงินได้จากการขายน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด เชื่อว่าถิงจั่งคงน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง”
เสิ่นอิ๋นหวนก็พยักหน้าเช่นกัน “ใช่เ้าค่ะๆ อันหรานขายของพวกนั้นอยู่ตลอด บ้านพวกเราไม่ได้กินแบบนี้ทุกวัน วันนี้เพิ่งกินเป็ครั้งแรกเ้าค่ะ”
เสิ่นอิ๋นหวนกล่าวอย่างเร่งร้อนเพราะกลัวถิงจั่งผู้นี้จริงๆ
ทว่าหลี่อันหรานกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ถิงจั่งชำเลืองตามองอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง สถานการณ์นี้ทำให้น้องชายน้องสาวกลัวจนต้องไปหลบอยู่ในมุม ไม่กล้ากินอาหารต่อ
เจียงเฉิงยืนมองเงียบๆ มาโดยตลอด เขาอยากเห็นว่าถิงจั่งของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ว่าจะทำงานอย่างไร
“งั้นหรือ? น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของเ้าหน้าตาเป็อย่างไร มีผู้ใดเคยเห็นบ้าง นำไปขายที่ใด”
เสิ่นอิ๋นหวนรีบเข้าครัวไปนำเต้าเจี้ยวเผ็ดหนึ่งโถออกมาวางตรงหน้าถิงจั่งทันที “นี่เ้าค่ะ ถิงจั่งลองชิมดู อันหรานนำไปขายในตัวเมืองเ้าค่ะ”
หลี่อันหรานไม่พูดอะไร นางเพียงแต่มองถิงจั่งผู้นี้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ถิงจั่งแค่นเสียงเย็นด้วยความเย้ยหยัน จากนั้นหันไปกล่าวกับคนของตัวเอง “นี่มันอะไรน่ะ? กลิ่นแปลกแบบนี้จะอร่อยและมีคนชอบเยอะขนาดนั้นจริงหรือ?”
“ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ใดจะรู้ว่าคือสิ่งใด” คนของเขาตอบ
ถิงจั่งหยิบตะเกียบบนโต๊ะไปจิ้มเต้าเจี้ยวเผ็ดแล้วชิม เขาเลียปลายลิ้นไม่หยุด ประหนึ่งกำลังไตร่ตรองเื่ใหญ่ในชีวิต สุดท้ายจึงกล่าวออกมาว่า “รสชาติไม่เลว แต่ไม่เคยกินของแบบนี้มาก่อน”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วถามเสิ่นอิ๋นหวน “มันคือสิ่งใด”
เสิ่นอิ๋นหวนตอบ “มันเอาไว้กินกับหมั่นโถวหรือไม่ก็มันเทศเ้าค่ะ สามารถกินได้ทันทีโดยไม่ต้องอุ่นหรือผัด เป็เครื่องเคียงจำพวกเดียวกับผักดอง”
หลี่อันหรานหัวเราะในใจแต่ยังคงนิ่งเงียบ นางพอจะคาดเดาเจตนาในการมาของถิงจั่งได้แล้ว
เดิมทีถิงจั่งมาเพื่อตรวจสอบว่าพวกนางมีเงินได้อย่างไร นึกไม่ถึงว่าจะมีเต้าเจี้ยวเผ็ดอยู่จริง เขาสั่งคนของตัวเองว่า “นำเต้าเจี้ยวเผ็ดนี่กลับไปตรวจสอบดูว่าขายเป็เงินได้จริงหรือไม่ มิเช่นนั้นพวกเ้าต้องมีคำตอบว่าเงินมาจากที่ใด”
เขากวาดสายตามองรอบทิศแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่พบจุดอ่อนอะไรที่จะใช้เล่นงานได้ จากนั้นจึงพาคนของตัวเองไปจากที่นี่และไม่ลืมที่จะนำเต้าเจี้ยวเผ็ดโถนั้นกลับไปด้วย
หลี่อันหรานตั้งใจจะเข้าไปขัดขวาง เต้าเจี้ยวเผ็ดโถนี้มีมูลค่าหลายร้อยอีแปะเชียวนะ ทว่าเสิ่นอิ๋นหวนกลับห้ามไว้ก่อน “ให้เขาไปเถอะ”
หลังจากที่พวกเขาจากไป หลี่อันหรานจึงทิ้งก้นนั่งลงด้วยความโมโห “กว่าข้าจะทำออกมาไม่ใช่ง่ายๆ แต่แล้วกลับถูกเขาเอาไปง่ายๆ แบบนี้หรือ เขามีสิทธิ์อันใดกัน”
เจียงเฉิงที่อยู่ด้านข้างเพิ่งจะส่งเสียงก็ตอนนี้ “เกรงว่าเื่ที่เ้าทำใน่นี้คงดึงดูดความสนใจของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นคือเ้ามีการจ้างให้ท่านป้าหวางให้ช่วยงาน พวกเขาจึงคิดว่าตอนนี้เ้ามีเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่รู้แหล่งที่มาของเงินนี้ ด้วยเหตุนี้จึงมาสืบสวน”
หลี่อันหรานยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่ “หากข้ามีเงินจริงๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเขากัน ต่อให้ข้าขโมยหรือปล้นมาแล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกเขาหรือ?”
เสิ่นอิ๋นหวนรีบกล่าวว่า “หากขโมยหรือปล้นมาก็ต้องเกี่ยวกับพวกเขาอยู่แล้วสิ ถิงจั่งเป็ผู้ดูแลหมู่บ้านของเรา จะไม่เกี่ยวข้องกับเขาได้อย่างไร เื่นี้จะโทษเขาไม่ได้หรอก ยังดีที่พวกเราหาเงินด้วยความสุจริต ต่อให้เขายึดไปก็เอาผิดอะไรไม่ได้”
เชิงอรรถ
[1] ถิงจั่ง (亭长) ยศตำแหน่งระดับต่ำสุดในสมัยศักดินา เป็ผู้ดูแลความสงบและงานที่เกี่ยวข้องประชาชน ไม่ถือเป็ข้าราชการประจำการ
