หลี่ชุ่ยเสียสะบัดตัวหลุดจากมือผอมแห้งของพ่อจาง ก้าวฉับๆ บุกเข้าไปในบ้านอย่างว่องไวผิดวิสัยคนแก่ ยิ่งพอเห็นหม้อน้ำมันเต็มปรี่ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง และกองขนมที่วางเรียงรายอยู่ในครัว นางก็กุมหน้าอกแทบหยุดหายใจด้วยความตื่นเต้นระคนโลภ
แม่เ้าโว้ย... ของดีทั้งนั้น
น้ำมันขนาดนี้กินได้เป็ปี ไหนจะถุงแป้ง ถุงข้าวสาร ขนมของกินเล่นอีกเพียบ ของพวกนี้มันต้องเป็ของฉัน
หลี่ชุ่ยเสียไม่รอช้า กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้าราวกับคนบ้าหอบฟาง แบกใส่บ่า หิ้วใส่ตะกร้า หอบจนเต็มไม้เต็มมือ พอเดินออกมาเห็นเถียนจ้าวตี้ยังมัวยืนด่าทอถังหว่านอยู่ ก็อดสบถไม่ได้ "นังโง่ มัวยืนบื้อทำไม รีบไปขนของก่อนสิวะ จะด่ามันเมื่อไหร่ก็ได้"
เถียนจ้าวตี้สะดุ้ง ได้สติว่าภารกิจหลักคือการ 'ปล้น' ไม่ใช่การ 'ด่า' จึงรีบวิ่งถลันเข้าไปในบ้านบ้าง
ถังหว่านยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด พ่อจางถูกสองแม่ผัวลูกสะใภ้ผลักกระเด็นล้มคว่ำ กุมขาที่าเ็ด้วยความเ็ป
แดดบ่ายร้อนระอุ แต่ใจถังหว่านกลับหนาวเหน็บ ภาพรอยยิ้มละโมบของคนพวกนี้ที่กำลังขนสมบัติของเธอออกไปหน้าด้านๆ มันช่างบาดใจ ความแค้นสุมอกจนแทบะเิ
ข้าวของทุกชิ้นเธอหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย... จะยอมให้พวกมันเอาไปง่ายๆ ได้ยังไง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ห้ามเอาไป"
ความโกรธทำให้เธอลืมตัว พุ่งเข้าไปเตะถังน้ำมันในมือหลี่ชุ่ยเสียสุดแรงเกิด
เคร้ง
ถังน้ำมันร่วงกระแทกพื้น น้ำมันสีทองล้ำค่าหกกระจายเจิ่งนองซึมลงสู่พื้นดินต่อหน้าต่อตา
"กรี๊ดดด อีเด็กนรก น้ำมันของกู" หลี่ชุ่ยเสียหวีดร้องโหยหวน แทบจะลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น นางชี้หน้าด่าถังหว่านด้วยความแค้น "อีสารเลว ทำไมแกไม่ตายโหงไปซะ ทำลายข้าวของแบบนี้มันนรกชัดๆ"
เสียงเอะอะโวยวายเรียกชาวบ้านให้แห่กันมามุงดู พอเห็นสภาพการณ์ ทุกคนก็ร้องอ๋อทันที
สองแม่ผัวลูกสะใภ้ตระกูลถัง... บุกปล้นบ้านคนอื่นกลางวันแสกๆ หน้าไม่อายจริงๆ
"นี่มันจะเกินไปแล้วนะหลี่ชุ่ยเสีย จะปล้นก็ไปปล้นตอนกลางคืนสิ นี่มันกลางวันแสกๆ ทำตัวเป็โจรหน้าด้านๆ แบบนี้ไม่อายฟ้าดินบ้างหรือไง" ชาวบ้านคนหนึ่งทนไม่ไหวะโด่า
"หุบปากไปเลยไอ้พวกปากหอยปากปู นี่ไม่ใช่การปล้น ฉันแค่มาทวงของที่เป็ของฉันคืน บ้านตระกูลจางมันจนกรอบจะตายชัก ใครๆ ก็รู้ จู่ๆ อีเด็กนี่จะมีปัญญาซื้อน้ำมันซื้อแป้งมาทำขนมได้ยังไง เงินสองร้อยหยวนที่บ้านฉันหายไป อีเด็กนี่ขโมยมาแน่ๆ" เถียนจ้าวตี้แถข้างๆ คูๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าใครขโมยเงิน
"ฉันขโมยเงินพวกแกงั้นเหรอ?" ถังหว่านกัดฟันกรอด "ได้ งั้นไปโรงพักกันเดี๋ยวนี้ ให้ตำรวจลากคอไอ้พี่ใหญ่ของแกมาสอบสวนด้วย ใครขโมยขอให้ฟ้าผ่าตาย แต่ถ้าฉันไม่ได้ขโมย... ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและปล้นทรัพย์พวกแก"
"ป...ปล้นทรัพย์อะไรของแก" เถียนจ้าวตี้ชะงักเริ่มใจเสีย
"ก็สิ่งที่พวกแกทำอยู่นี่ไง โทษฐานปล้นทรัพย์กลางวันแสกๆ โดนยิงเป้าสถานเดียวนะจะบอกให้ ชาวบ้านทุกคนเป็พยานให้ฉันได้ เตรียมตัวตายได้เลย" ถังหว่านขู่เสียงเขียว แววตาน่ากลัวจนเถียนจ้าวตี้ขนลุกซู่
"เชอะ อย่ามาขู่ซะให้ยาก ตำรวจที่ไหนจะเชื่อเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแก พวกข้าไม่กลัวหรอกโว้ย" หลี่ชุ่ยเสียถ่มน้ำลายรดพื้น แม้จะแอบหวั่นใจ แต่ความงกมันบังตา นางกอดตะกร้าของกลางแน่น แล้วรีบฉุดแขนลูกสะใภ้เดินหนีไปดื้อๆ
สองโจรเดินจากไปอย่างลอยหน้าลอยตา ทิ้งให้ถังหว่านยืนน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บใจ... มีครั้งแรกต้องมีครั้งที่สอง เธอจะทำยังไงดี? ถึงจะหนีกลับมาบ้านพ่อแท้ๆ แล้ว แต่ในสายตาชาวบ้าน เธอก็ยังเป็เด็กที่ตระกูลถังเลี้ยงมา ไม่มีใครกล้ายื่นมือมาช่วยจริงจัง
เมื่อฝูงชนสลายตัว ถังหว่านทรุดลงทุบพื้นดินระบายแค้น พ่อจางมองลูกสาวด้วยความสงสารจับใจ "พ่อขอโทษ... พ่อไม่น่าส่งเ้าไปอยู่กับคนพวกนั้นเลย"
ถังหว่านรีบเช็ดน้ำตา เข้าไปประคองพ่อ "ไม่เป็ไรค่ะพ่อ ถือซะว่าใช้หนี้บุญคุณค่าข้าวสุกไปก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้าถ้าพวกมันกล้ามาอีก... หนูไม่ยอมแน่"
...
เย็นวันนั้น ที่บ้านตระกูลถัง
อาหารมื้อเย็นจากเดิมที่เป็ข้าวต้มน้ำใสๆ กลายเป็ข้าวต้มข้นคลั่ก หอมกลิ่นข้าวใหม่
"โห แม่... วันนี้มีงานบุญอะไรเหรอครับ ทำไมข้าวต้มข้นจัง?" ถังฟู่กุ้ยซดโฮกๆ อย่างเอร็ดอร่อย
หลี่ชุ่ยเสียปรายตามองสามีเงียบๆ ไม่ตอบ แต่เถียนจ้าวตี้ผู้ปากสว่างรีบโอ้อวด "ก็ฝีมือแม่น่ะสิคะ แม่ไปสั่งสอนนังถัง..."
ปัง
หลี่ชุ่ยเสียตบโต๊ะดังสนั่น หน้าตึงเปรี๊ยะ "หุบปากแล้วกินข้าวไปซะ พูดมากเดี๋ยวข้าวติดคอตาย"
ขืนผัวรู้ว่านางไปทำงามหน้าอะไรมา มีหวังโดนด่าเปิงแน่
...
ทางฝั่งบ้านตระกูลจาง บรรยากาศเงียบเหงา
ของกินเกลี้ยงครัว ไม่เหลืออะไรจะใส่หม้อ ถังหว่านแค้นจนตัวสั่น แต่โชคดีที่ฟ้ายังมีตา... ภรรยาของเอ้อจู้ เพื่อนบ้านแสนดี แอบหิ้วข้าวฟ่างครึ่งถุงมาให้ตอนค่ำ
"อย่ารังเกียจเลยนะน้องสาว เอาไปประทังชีวิตก่อน คนกันเองทั้งนั้น ขาดเหลืออะไรก็บอกพี่นะ"
ถังหว่านซาบซึ้งจนพูดไม่ออก... ญาติโกโหติกาห่างๆ ยังสู้เพื่อนบ้านดีๆ ไม่ได้เลยจริงๆ
คืนนั้น... ในครัวที่ทรุดโทรมจนเห็นดาวผ่านหลังคา ถังหว่านต้มข้าวฟ่างด้วยไฟอ่อนๆ แสงไฟสลัวสะท้อนใบหน้ามุ่งมั่น
จางเหวินไฉนั่งเย็บผ้าเงียบๆ อยู่ข้างๆ "ลูกเอ๊ย... อย่ากังวลไปเลยนะ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ"
ถังหว่านเหม่อมองหม้อข้าวเดือดปุดๆ ในใจครุ่นคิดหนัก... ถ้าไม่มีเงิน เธอคงนอนตายตาไม่หลับ ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน ถ้าไม่มีเสบียง ไม่มีเงิน... จะอยู่รอดได้ยังไง? จะให้ไปขอทานงั้นหรือ?
"พ่อคะ... วางมือเถอะค่ะ งานเย็บปักถักร้อยให้หนูทำเอง พ่อดูถูกฝีมือลูกสาวไปหน่อยมั้ง" เธอแย่งผ้าจากมือพ่อมา แสร้งทำเป็ร่าเริง
"พ่อคะ... ตราบใดที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน ที่นี่ก็คือบ้าน เราต้องช่วยกันประคองกันไป พ่ออยากตัดขาดจากพวกตระกูลถังจริงๆ ใช่มั้ย?"
"พ่ออยากสิ... แต่มันยาก ทะเบียนบ้านลูกยังอยู่ที่นั่น ตราบใดที่ย้ายออกมาไม่ได้ พวกมันก็มีข้ออ้างมารังควานเราได้ตลอด" พ่อจางถอนหายใจ
ถังหว่านแววตาเป็ประกายวาวโรจน์ "งั้นเราต้องทำให้พวกมัน 'เต็มใจ' ย้ายทะเบียนบ้านให้หนูเองค่ะ"
