ตอนที่ 7 เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรี
ไป๋ลู่ปรายตามองหมอหลวงผู้นั้นด้วยสายตาที่เ็าดุจมองหุ่นไล่กาที่ไร้ชีวิต นางไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับเป็ความสมเพชที่ฉายชัดในดวงตาคมปลาบ
“ชะตาฟ้าหรือ” ไป๋ลู่ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบทว่ากังวานลึก
“หากชะตาฟ้าถูกกำหนดด้วยกำยานพิษในกระถางธูปนั่น ท่านหมอหลวงคงต้องกลับไปเรียนรู้วิธีการดมกลิ่นใหม่เสียแล้วกระมัง”
“เ้า!” หมอหลวงหลินสะอึก
ฮูหยินหลูเห็นท่าไม่ดี นางรีบก้าวเข้ามาหมายจะกระชากแขนไป๋ซู่หลาน
“ออกไปเดี๋ยวนี้! ข้าจะให้ทหารมาลากตัวเ้าไปโบยให้ตาย เ้ามันตัวกาลกิณีจริงๆ กะจะทำลายจวนนี้ให้ย่อยยับถึงเพียงนี้เลยหรือ!”
ในจังหวะที่มือของฮูหยินหลูจะถึงตัว ไป๋ลู่กลับเบี่ยงกายหลบอย่างแ่เบาราวกับขนนกที่ลอยตามลม ท่วงท่าของนางสง่างามและไร้ร่องรอยของการรีบร้อน ทว่ากลับทรงพลังจนฮูหยินหลูเสียหลักเซไปปะทะกับขอบโต๊ะ
“ฟังให้ดี” ไป๋ลู่เอ่ยขึ้น ลมหายใจของนางมั่นคงอย่างน่าประหลาด
“ชีวิตของท่านย่าในตอนนี้ แขวนอยู่บนเส้นด้ายที่บางยิ่งกว่าใยแมงมุม ทุกวินาทีที่พวกท่านส่งเสียงดังอยู่นี้ คือการกระชากิญญาของนางลงสู่ขุมนรกเร็วขึ้น”
นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฮูหยินหลู แววตานั้นสงบนิ่งเสียจนคนมองรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“ในเมื่อพวกท่านหาว่าข้าจะฆ่าคน เช่นนั้นเรามาเดิมพันกันด้วยเดิมพันที่ใหญ่ที่สุดดีหรือไม่?”
คำว่า เดิมพัน ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบลงทันตา
“หากข้ารักษาท่านย่าไม่ได้ภายในหนึ่งชั่วยาม ข้ายินดีสละตำแหน่ง คุณหนูใหญ่ แห่งจวนแม่ทัพโหย่ว ยอมรับผิดในฐานะฆาตกรลอบสังหารผู้าุโ และขอมอบชีวิตนี้ให้พวกท่านจัดการตามใจชอบ จะโบยให้ตายหรือส่งไปให้ใต้เท้าหาน ข้าจะไม่ปริปากบ่นสักคำเดียว!”
ฮูหยินหลูชะงักไป ดวงตาพราวระยับด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด หากนังเด็กนี่ตาย ตำแหน่งคุณหนูใหญ่จะตกเป็ของลูกสาวข้า และสินเดิมมหาศาลนั่นก็จะไม่มีใครมาทวงคืนได้อีก!’
“แต่ถ้าข้ารักษาได้” ไป๋ลู่เว้นวรรค ประกายตาคมปลาบดุจั
“ท่านแม่เลี้ยง! ท่านต้องส่งมอบกุญแจคลังสินค้าทั้งหมด กุญแจเรือนสินเดิมของท่านแม่ข้า และอำนาจการจัดการในเรือนหลังทั้งหมดคืนให้แก่ข้าแต่เพียงผู้เดียว พร้อมทั้งกราบขอขมาท่านย่าต่อหน้าข้ารับใช้ทุกคนในจวน!”
“เ้ากล้าดีอย่างไร!” ฮูหยินหลูแผดเสียง ทว่าในใจกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ทำไมหรือ? ท่านแม่เลี้ยงไม่เชื่อมั่นในเื่ อายุขัยที่ท่านหมอหลวงวินิจฉัยไว้หรอกหรือ?” ไป๋ลู่เลิกคิ้วเยาะเย้ย
“หากนางต้องตายแน่ๆ ท่านก็นั่งรอรับชัยชนะของท่านไปเงียบๆ สิ จะกลัวอันใดเล่า?”
ฮูหยินหลูหันไปมองหมอหลวงหลิน หมอหลวงพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ข้ายืนยันด้วยเกียรติยศ ชีพจรของนางขาดตอนแล้ว ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้เด็ดขาด!”
“ตกลง! ข้ารับคำเดิมพัน!” ฮูหยินหลูประกาศเสียงดัง
“ข้าจะให้เวลาเ้าหนึ่งชั่วยาม และถ้าหากท่านแม่เป็อะไรไป ข้าจะถลกหนังเ้าด้วยมือข้าเอง!”
“ดี! เช่นนั้นก็ออกไปให้หมด!” ไป๋ลู่สั่งการ น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจเสียจนไม่มีใครกล้าขัด
“ห้ามใครรบกวน ห้ามใครแอบมอง หากข้าพบว่ามีคนลอบสังเกตการณ์ ข้าจะถือว่าเดิมพันเป็โมฆะและข้าจะประกาศเื่ หญ้ามรณะซ่อนกลิ่น นี้ให้ดังไปถึงประตูวังหลวง!”
ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมทันทีที่ประตูไม้หนาหนักถูกปิดลงและลั่นกลอนจากข้างใน ไป๋ลู่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องครู่หนึ่ง ฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครรบกวนแล้ว ท่วงท่าที่ดูเป็สตรีโบราณผู้งามสง่าพลันมลายหายไป แทนที่ด้วยมาดเคร่งขรึมของศัลยแพทย์สนามระดับโลก
นางก้าวไปที่ข้างเตียง ย่อกายลงตรวจม่านตาของฮูหยินเฒ่าอีกครั้ง
“รูม่านตายังไม่ขยายตัวถาวร สัญญาณชีพจรยังมีความหวัง”
นางแตะที่กำไลหยกิญญาเบาๆ พลันแสงสีเขียวนวลตากระจายออก เบื้องหน้าปรากฏอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่จัดวางอย่างเป็ระเบียบท่ามกลางอากาศธาตุ นางดึง ยาขับพิษประเภทสารสเตียรอยด์เข้มข้น และ เซรุ่มล้างสารเคมีในระบบประสาทออกมา
มือที่เคยผอมบางของร่างนี้ บัดนี้กลับนิ่งสงบและมั่นคงยิ่งกว่าเข็มทิศพิกัดโลก ไป๋ลู่ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดที่บริเวณหลังมือของหญิงชราที่แห้งกร้าน แสงสว่างจากโคมไฟสมัยใหม่ที่นางดึงออกมาวางข้างเตียง ทำให้เห็นเส้นเืฝอยสีม่วงคล้ำชัดเจน
“เจ็บนิดเดียวนะคะท่านย่า” นางพึมพำด้วยเสียงที่อ่อนโยนทว่าหนักแน่นในแบบที่นุ่มนวลแต่แข็งแกร่ง
ฉึบ!
เข็มน้ำเกลือถูกปักเข้าสู่เส้นเือย่างแม่นยำในครั้งเดียว ไป๋ลู่จัดแจงต่อสายน้ำเกลือโปร่งแสงเข้ากับถุงของเหลวที่มีสารต้านพิษผสมอยู่ นางปรับระดับหยดน้ำให้สม่ำเสมอ แสงสีนวลจากมิติหีบโอสถสะท้อนกับสายน้ำเกลือ ดูราวกับเส้นไหมน้ำแข็งที่เชื่อมต่อระหว่างโลกโบราณกับเทคโนโลยีในอนาคต
จากนั้นนางหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กขึ้นมา ดูด อะดรีนาลีน ปริมาณน้อยเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจที่กำลังจะหยุดทำงาน นางแทงเข็มลงที่บริเวณต้นแขนของย่าอย่างรวดเร็ว ทุกการเคลื่อนไหวของนางไม่ได้มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว นางไม่ใช่เพียงแค่กำลังรักษาคนไข้ แต่เธอกำลังคำนวณสมการความเป็ตายในหัวอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปทีละนิด เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมของไป๋ลู่ นางหยิบผ้าสะอาดมาซับให้ตัวเองอย่างลวกๆ สายตายังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของย่า เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วส่งสัญญาณเสียงติ๊ด... ติ๊ด... ที่เริ่มเป็จังหวะต่อเนื่องมากขึ้น
88%... 91%... 94%...
สีหน้าของฮูหยินเฒ่าเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาตายซาก กลายเป็สีชมพูจางๆ ริมฝีปากที่เคยเขียวคล้ำเริ่มมีความชุ่มชื้น ไป๋ลู่ยิ้มออกมาอย่างเบาบาง เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจทว่ายังแฝงความขี้เล่นในแบบที่ลึกซึ้ง
“มัจจุราชคงต้องรอนานหน่อยแล้วล่ะวันนี้ เพราะคนไข้คนนี้! ข้าขอจองไว้ก่อน!”
นางก้าวเข้าไปใกล้กระถางธูปหยกที่ดับไปแล้ว นางใช้ปืนยิงอุณหภูมิสมัยใหม่ตรวจดูความร้อนที่ยังค้างอยู่ ก่อนจะใช้คีมคีบก้อนกำยานมรณะนั้นเข้าไปในขวดแก้วปิดผนึกเพื่อเก็บไว้เป็หลักฐานมัดตัวฮูหยินหลู
ภายในห้องที่ปิดสนิทนี้ แสงแดดข้างนอกเริ่มเลื่อนตำแหน่งไปตามเวลาที่ผ่านไป แสงสีทองลอดผ่านรูโหว่ของผนังไม้ ตกกระทบลงบนหน้ากากออกซิเจนใสที่ครอบอยู่บนใบหน้าของหญิงชรา เป็ภาพที่สวยงามและแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ความร่วงโรยของกาลเวลาปะทะกับความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ยุคใหม่
ไป๋ลู่นั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าของย่าที่เริ่มมีลมหายใจที่ลึกและสม่ำเสมอ ความรู้สึกผูกพันประหลาดสายหนึ่งแล่นเข้าสู่หัวใจ นางไม่รู้ว่าทำไม แต่ในสายตาของนาง ย่าผู้นี้ไม่ได้เป็เพียงแค่บันไดสู่อำนาจ แต่นางคือชีวิตชีวิตหนึ่งที่ถูกทำร้ายจากความแค้นและความโลภที่นางแสนเกลียดชัง
“ท่านย่า! ข้าเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อช่วยท่าน ไม่ใช่เพียงเพราะอำนาจ แต่เพราะในโลกที่โดดเดี่ยวใบนี้! ข้าอยากเห็นว่าหัวใจที่เต้นอยู่เพื่อความยุติธรรม มันงดงามเพียงใด”
นางค่อยๆ เก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์กลับเข้าสู่มิติหีบโอสถอย่างเป็ระเบียบ เหลือไว้เพียงเข็มน้ำเกลือที่นางใช้ผ้าพันแผลโบราณพันทับไว้อย่างมิดชิดเพื่อให้ดูเหมือนการพอกสมุนไพรลึกลับ
จวนแม่ทัพที่เงียบเชียบข้างนอกกำลังรอคอยความล้มเหลวของนาง พวกเขารอที่จะเห็นนางถูกลากไปโบย รอที่จะเห็นคุณหนูใหญ่ผู้ไร้ค่าดับสูญไปตลอดกาล ทว่าไป๋ลู่กลับเดินไปที่หน้าต่าง มองผ่านรอยแตกของไม้ไปยังท้องฟ้าที่กว้างไกล
แววตาของนางนิ่งสงบดุจทะเลสาบที่อยู่ภายใต้แสงดาว
“เดิมพันด้วยชีวิตงั้นหรือ?” นางพึมพำ มุมปากหยักขึ้นเป็รอยยิ้มที่เหนือชั้น
“ในเมื่อข้าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความตายสำหรับข้าจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่การอยู่อย่างไร้เกียรติยศและศักดิ์ศรีต่างหาก คือสิ่งที่ข้ายอมไม่ได้”
เวลาหนึ่งชั่วยามใกล้จะหมดลง ไป๋ลู่ขยับปกเสื้อให้เรียบร้อย นางยืนรออยู่กลางห้อง แสงเทียนในห้องเริ่มมอดดับลง แทนที่ด้วยแสงตะวันรำไรที่กำลังจะบอกเวลาตัดสิน
เสียงหัวใจของหญิงชราบนเตียงเต้นเป็จังหวะมั่นคง ราวกับเสียงกลองที่ประกาศการกลับมาของผู้พิชิต
ไป๋ลู่สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมที่จะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับเหล่าฝูงสุนัขจิ้งจอกในคราบมนุษย์ บัดนี้หัตถ์เทวะไม่ได้เพียงแค่รักษาคน แต่กำลังจะกรีดเืเสียออกจากจวนแม่ทัพโหย่วแห่งนี้ให้สะอาดหมดจด
พายุที่แท้จริง กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
