แต่แน่นอนว่านี่เป็แค่ความคิด หากพวกเขาสองสามีภรรยาทะเลาะกันบ่อยจริง เธอคงถูกไล่ไปอยู่ที่อื่นแน่!
“เฮ้อ” คิดถึงตรงนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็อดนึกถึงเื่ที่ตัวเองรายงานหยางเสวียเหวินไม่ได้ หากไม่มีเื่ของหยางซวี่ เธอคงจากไปนานแล้ว
ตอนนี้หยางเสวียเหวินไม่ได้เป็ตำรวจแล้ว ต่อให้เธอหนีไปก็ไม่เป็ไร แต่หยางซวี่…
ตอนนี้เธอหัดทำอะไรหลายอย่างและแย่งทำงานสกปรก แต่ทำแบบนี้แล้วจะชดเชยความรู้สึกผิดได้จริงหรือ?
่แรกหวางเจาหวายังพูดเกลี้ยกล่อมอยู่บ้าง “เธอยังเด็ก อย่าทำงานหนักจนร่างกายพัง” แต่่หลังกลับไม่ได้พูดอะไรอีก หรืออาจเพราะไม่อยากขัดใจเธอล่ะมั้ง
ในที่สุดหิมะก็ตกลงอีกครั้ง ครั้งนี้ตกหนักกว่าปกติ เพียงแค่สองวันผืนดินก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน และมีลมหนาวพัดกระโชกแรง
อากาศหนาวขนาดนี้ แต่หยางเสวียเหวินยืนยันว่าจะออกจากบ้านให้ได้ หล่อนมองแผ่นหลังอันแน่วแน่ของสามี ภายในใจรู้สึกซับซ้อนและปวดร้าว
เธอกวักมือเรียกฮั่วเสี่ยวเหวินที่กำลังเก็บชามตะเกียบอยู่ด้านข้าง “เสี่ยวเหวิน มานั่งนี่”
“ฉันไปล้างชามก่อนค่ะ” ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบ แต่เมื่อหมุนตัวไปกลับได้ยินหวางเจาหวาพูดขึ้นว่า “วางไว้ก่อน”
ปกติแล้วหวางเจาหวาจะล้างจานทันทีหลังทานข้าวเสร็จ หล่อนเป็คนทำอะไรรวดเร็ว ไม่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง
การที่หวางเจาหวามีท่าทีผิดปกติเช่นนี้ทำให้ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกกังวลขึ้นมา แต่นึกดูแล้วตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด หรือว่า…
ฮั่วเสี่ยวเหวินสังหรณ์ใจไม่ดี
“คุณน้าหวาง มีอะไรหรือคะ?”
หวางเจาหวามองฮั่วเสี่ยวเหวินที่ยังคงถือชามตะเกียบอยู่ หล่อนพูดอย่างสบายๆ ว่า “ไม่ได้มีอะไร แค่อยากคุยด้วย เอาชามตะเกียบไปเก็บก่อนเถอะ!”
เมื่อฮั่วเสี่ยวเหวินกลับเข้ามา หวางเจาหวากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย หล่อนยังคงงดงาม ใบหน้าเป็รูปไข่ห่าน คิ้วไม่บางไม่หนาเกินไป
เพียงแต่ฮั่วเสี่ยวเหวินััได้ว่าหล่อนซูบเซียวกว่าเมื่อก่อนมาก หากตั้งใจมองจะพบว่าถุงใต้ตาของหล่อนหนาขึ้นเหมือนไม่ได้นอนหลับเต็มที่มานาน
ฮั่วเสี่ยวเหวินนั่งลงตรงข้ามหล่อน พร้อมกับร้องเรียก “คุณน้าหวาง”
หวางเจาหวาหันกลับมา หล่อนทัดผมที่หูอย่างเคยชิน “เสี่ยวเหวิน เธอรู้สึกว่าน้าปฏิบัติต่อเธออย่างไร?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบแบบไม่ต้องคิด “คุณน้าหวางดีกับฉันมากค่ะ”
บางครั้งก็อยากให้หล่อนดีต่อตัวเธอน้อยลงกว่านี้ หากหยางเสวียเหวินและหวางเจาหวาสองสามีภรรยาด่าทอทุบตีเธอบ้าง เธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการตายของหยางซวี่
ให้เธอเป็เ้าสาวเด็กที่ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณ แต่ละวันพร่ำบ่นว่าทำไมต้องดูแลลูกชายของพวกคุณยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วย? เป็เช่นนี้จะดีกว่า
แต่นี่หล่อนดูแลเธอดีไม่ต่างกับลูกสาว ขนาดเวลากินไก่ยังแบ่งน่องไก่ให้เธอกับหยางซวี่คนละน่อง
หวางเจาหวาเงยหน้ามองเธอ แทบจะจ้องตาเขม็ง
“เช่นนั้นทำไมเธอต้องฆ่าซวี่เอ๋อร์?”
หล่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างสบายๆ เหมือนกับกำลังพูดว่า ‘เสี่ยวเหวิน มาช่วยน้ามัดฟืนหน่อย’
“คุณน้าหวาง ฉันเปล่านะคะ” ฮั่วเสี่ยวเหวินอธิบายอย่างกระวนกระวาย น้ำตาจะเอ่อล้นออกมาอยู่แล้ว ทว่าท่าทีเช่นนี้กลับยิ่งดูเหมือนคนกำลังปกปิดความผิด
หวางเจาหวาใจเย็นมาก “ฉันได้ยินที่เธอคุยกับเด็กชายคนนั้นหมดแล้ว”
“อะไรนะคะ?” ในหัวของฮั่วเสี่ยวเหวินว่างเปล่า ไปต่อไม่ถูก
หวางเจาหวาไม่ได้รู้สึกสะใจที่เธอเป็แบบนี้ ตรงกันข้ามหล่อนกลับรู้สึกผิดหวัง แววตาที่ใช้มองฮั่วเสี่ยวเหวินเปลี่ยนไป
“ฉันรู้ เสวียเหวินทำไม่ถูกที่บังคับพาตัวเธอมา เธอจะโกรธเกลียดพวกเราก็ไม่แปลก แต่เขาเป็แค่เด็ก พวกเธอทำลงได้อย่างไร?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินร้อนรนทำอะไรไม่ถูก เธอพูดอธิบายไม่ได้ น้ำตาพรั่งพรูอย่างรวดเร็ว
“ฉันเปล่านะคะ ฉันแค่บังเอิญไม่อยู่กับเขาพอดี ฉันไม่รู้ว่าเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร”
เห็นเธอไม่ยอมรับ หวางเจาหวากัดริมฝีปาก “เวลานี้แล้วยังไม่ยอมพูดความจริงอีก เธอคิดว่าฉันมองไม่ออกหรือว่าเด็กชายคนนั้นเป็พวกเดียวกับเธอ หากไม่ใช่เพราะเธอจงใจหลีกทางให้ เขาจะมีโอกาสลงมือได้อย่างไร?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปมองนอกหน้าต่าง น้ำตาไหลอาบข้างแก้ม
นึกย้อนถึงวันนั้น ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นจางเจียิมายืนมองตัวเองจากไกลๆ อีกแล้ว
‘สุดท้ายเขาก็ทิ้งฉันไม่ลง’ ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปหาเขา เห็นชัดว่าจางเจียิไม่คิดว่าเธอจะมาหา เขาพูดตะกุกตะกัก ‘เสี่ยวเหวิน…เธอมาได้อย่างไร’
‘พี่มีสิทธิ์มาแอบมองฉันแค่ฝ่ายเดียว แต่ฉันไม่มีสิทธิ์มาหาพี่หรือ?’ เธอพูดแล้วหลุดหัวเราะดัง ‘พรืด’
จางเจียิไม่ยิ้ม เขาเดินเข้ามาสวมกอดเธอ แขนที่เล็กซูบของเขามีแรงเยอะมาก
ฮั่วเสี่ยวเหวินส่งเสียงร้อง ‘พี่จะรัดฉันให้ตายหรือ!’
ทั้งสองคุยกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘จริงสิ พี่เจียิ ทำไมพี่เอาแต่มองฉันจากไกลๆ? เข้ามาคุยกันดีๆ ไม่ได้หรือ?’
จางเจียิมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบตากับเธอ ‘เธอต้องแต่งงานกับเขาไม่ใช่หรือ?’
ฮั่วเสี่ยวเหวินปวดแปลบในใจแปลกๆ คำพูดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวง ถ้าเช่นนั้นเื่ของหยางซวี่…
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองเขา ‘พี่ก็เลยผลักเขาตกหน้าผาหรือ?’
จางเจียิหัวเราะ ‘เธอประเมินพี่สูงเกินไปแล้ว พี่แค่ต่อยเขาไปหนึ่งยก ตรงนั้นเป็หน้าผาก็จริง แต่พี่ไม่รู้ว่าเขาตกลงไปได้อย่างไร’
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย หากเื่นี้เป็ฝีมือของเขา เธอคงไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร
‘พี่เจียิ อย่าทำอะไรบ้าๆ เพื่อฉัน ตอนนี้ห้ามทำ ต่อไปก็ห้ามทำเช่นกัน’ ฮั่วเสี่ยวเหวินมองไปที่จางเจียิอย่างจริงจัง
‘ถ้าอย่างนั้นเธอจะกลับไปกับพี่ไหม?’ จางเจียิถามเสียงเบามากเหมือนกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ
‘ไม่ว่าอย่างไร หยางซวี่ก็ตายเพราะฉัน ฉะนั้นฉันทิ้งความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้’
ตัวของเขาสั่นเทิ้ม ฮั่วเสี่ยวเหวินใ หรือว่าเขาจะกำลังโกหก?
‘พี่เจียิ พี่จะไม่โกหกฉันใช่ไหม?’
‘อื้ม’
จางเจียิปล่อยตัวเธอ บอกว่าในเมื่อเธอจะอยู่ที่นี่ เช่นนั้นพี่จะอยู่เป็เพื่อน และจะอยู่จนกว่าเธอจะตามกลับบ้าน
ความทรงจำค่อยๆ จางหายออกไป หวางเจาหวาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดอย่างเห็นได้ชัด เธอจึงพูดสิ่งที่จางเจียิบอกเมื่อวันนั้นให้ฟัง
แต่เพิ่งพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ถูกตัดบทเสียก่อน “ไม่ต้องพูดแล้ว”
หวางเจาหวาหลับตากลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา
“ซวี่เอ๋อร์จากไปแล้ว พูดเื่พวกนี้ไปก็ไม่มีความหมาย”
หวางเจาหวาเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ “แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พวกเธอก็หนีความรับผิดชอบจากเื่นี้ไม่พ้น”
ฮั่วเสี่ยวเหวินก้มหน้า ถูกต้อง เธอมีความผิดต่อเื่นี้
วันนั้นเธอใกล้ชิดกับจางเจียิขนาดนั้น หวางเจาหวาคงเข้าใจผิดคิดว่าพวกเธอวางแผนล่อหยางซวี่ไปที่หน้าผา
“ขอโทษค่ะ”
หวางเจาหวาลุกมาลูบหัวเธอ “ตอนนั้นฉันอยากจะแจ้งความ ต่อมาครุ่นคิดอยู่นานมาก ต่อให้จับพวกเธอเข้าคุกไป ซวี่เอ๋อร์ก็ไม่กลับมาอยู่ดี”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้จะตอบอย่างไร คนตายเป็พยานให้ไม่ได้ ลำพังแค่คำพูดของจางเจียิเพียงอย่างเดียวไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้เป็คนทำ
