แค่ชายหนุ่มชุดดำเอ่ยปาก เส้นสายตาของเนี่ยเทียนก็ตกไปอยู่ที่ตัวเขาทันที
“คนที่เ้าเลือก คือข้า?” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม
ในพื้นที่ขอบเขตท้าย์นี้มีเพียงพวกเขาสี่คนเท่านั้น ตอนนี้อักขระาทั้งหมดของคาถาสะเก็ดดาวบทต้นล้วนถูกคนทั้งสี่แบ่งกันรับเข้าไปในแสง์
หากยังทำเช่นเดิมต่อไป พวกเขาก็ไม่สามารถเอาอักขระามาจากบนกำแพงได้อีกแล้ว
คิดจะรวบรวมอักขระาให้ครบถ้วนเพื่อให้คาถาสะเก็ดดาวแสดงตัวอีกครั้ง มีเพียงวิธีเดียว---่ชิงอักขระโบราณมาจากอีกสามคนที่เหลือ
เมื่อเนี่ยเทียนตระหนักได้ว่าพวกเขาสี่คนทำได้แค่รวบรวมอักขระาบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวเท่านั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าคนทั้งสี่จำเป็ต้องเปิดศึกนองเืต่อกัน
ในสายตาของคนอื่นๆ ขอบเขตเขาต่ำต้อยมากที่สุด ฝีมือจึงอ่อนด้อยมากที่สุด
ทว่าเนื่องจากการฟื้นตัวของพลังจิตที่แข็งแกร่งจึงทำให้เขากลายเป็คนที่ดูดซับเอาอักขระามาได้มากที่สุด
ชายหนุ่มชุดดำหมายหัวเขาเอาไว้ เขาเองก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังเตรียมตัวไว้ั้แ่แรกแล้วด้วย
“ฮ่าๆ!” ชายหนุ่มชุดดำผู้นั้นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปลดมีดยาวเล่มนั้นลง ใช้ปลายมีดแหลมคมชี้มาที่เนี่ยเทียนแล้วกล่าวว่า “ตอนที่ข้าเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานก็เลือกเ้าเป็เป้าหมายแล้ว เื่นี้เ้าเองก็น่าจะรู้ดี”
“อืม” เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ
“ข้าชื่ออู๋หลิ่ง มาจากอาณาจักรต้าฮวาง” ชายหนุ่มชุดดำบอกชื่อของตัวเอง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ หดหายไปทีละน้อย ทว่ามีดยาวแปลกประหลาดเล่มนั้นของเขากลับปลดปล่อยแสงสีเทาเข้มรุบรู่ออกมา
หนังตาของดวงตาหลายคู่ที่หลับสนิทบนมีดยาวกำลังขยุกขยิกเบาๆ คล้ายใกล้จะลืมตาขึ้น
ปราณแห่งความกระหายเืระลอกหนึ่งค่อยๆ แผ่ออกมาจากมีดยาวเล่มนั้นของอู๋หลิ่ง แสงสีเทาเข้มที่ปล่อยออกมาจากมีดยาวเกาะตัวเข้าด้วยกัน ค่อยๆ แปลงมาเป็เสือร้ายที่ดุดันตัวหนึ่ง
“โฮก!”
เสียงร้องคำรามะเืเยื่อแก้วหูดังออกมาจากปากของเสือร้ายดุดันตัวนั้น
สมองของเนี่ยเทียนพลันปวดร้าว ลำพังเพียงแค่เสียงคำรามก็คล้ายจะพุ่งผ่านสิ่งกีดขวางในความว่างเปล่าและเืเนื้อตรงดิ่งเข้ามายังส่วนลึกของจิติญญาเขา ทำให้เขาตัวสั่นสะท้าน
ม่านตาของเขาหดตัวลง รีบโคจรพลังจิตของตัวเองให้ก่อตัวเป็กำแพงพลังจิตหลายชั้นเพื่อสกัดกั้นการแทรกซึมของเสียงเสือคำราม
“ฟิ้วๆๆ!”
แสงสีเทาหลายเส้นคล้ายสายฟ้าหักงอแลบปลาบพุ่งพรวดออกมาจากมีดยาว
ท่ามกลางสายฟ้าที่หักงอเ่าั้ เสือร้ายเหี้ยมโหดที่เกิดจากการรวมตัวกันของแสงรุบรู่ก็แสยะปากคำราม กางเล็บกระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียนด้วย
อู๋หลิ่งที่ถือมีดยาว หลังจากปล่อยแสงและเสือร้ายออกมาแล้วก็ลอยตัวเข้ามาหาช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน
“โพละ!”
และเวลานี้เอง ฟองอากาศเจ็ดสีที่ห่อหุ้มอู๋หลิงเอาไว้ก็พลันะเิออก
อู๋หลิงที่เรือนกายสูงใหญ่จึงร่วงลงบนพื้นของพระราชวังทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไอสังหาร ปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวเขาก็เต็มไปด้วยความกระหายเื
“โพละๆๆ!”
ไม่เพียงแค่อู๋หลิ่ง เนี่ยเทียน ซูหลิน และยังมีชายหนุ่มชุดขาวที่มาจากอาณาจักรปิงเฟิงผู้นั้นก็หลุดจากสภาพลอยตัวร่วงลงมาอยู่บนพื้นเช่นกัน
ราวกับว่าเมื่ออู๋หลิงเกิดจิตสังหารขึ้นในใจและลงมือกับเนี่ยเทียน พื้นที่แห่งนี้จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที
ฟองอากาศเจ็ดสีที่ห่อหุ้มตัวพวกเขาและพาพวกเขามาที่นี่ต่างก็ะเิออกพร้อมกัน
ทุกคนยืนอยู่บนพื้นหินแข็งกระด้างเย็นเฉียบ ปราณิญญาที่อยู่รอบด้านประดุจไอหมอก ต่างฝ่ายต่างอยู่ห่างกันั้แ่หลายสิบเมตรถึงร้อยเมตร
ซูหลินที่มาจากวิมาน์ของอาณาจักรเสวียนเทียนพอเห็นว่าอู๋หลิ่งอดไม่ไหวจนลงไม้ลงมือกับเนี่ยเทียน คิ้วดกดำของนางก็ขมวดเข้าหากันเบาๆ คล้ายกำลังสองจิตสองใจ
นางลังเลว่าควรจะลงมือกับชายชุดขาวที่มาจากอาณาจักรปิงเฟิงในเวลานี้ดีหรือไม่
เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเขาล้วนเข้าใจว่าหากคิดจะรวบรวมบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวให้ครบถ้วน ให้วิชาสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวนั้นปรากฏขึ้นบนดินแดนดาวตกอีกครั้ง ก็จำเป็ต้อง่ชิงเอามาจากแสง์ของอีกสามคนที่เหลือ
มีเพียงรวบรวมแสง์ที่สี่คนได้รับไป อักขระาทั้งหมด ถึงจะทำเช่นนั้นได้
ซูหลินไม่ได้ลงมือทันทีก็เพราะว่าเป้าหมายเดิมของนางคืออู๋หลิงจากอาณาจักรต้าฮวง
แต่เห็นได้ชัดว่าอู๋หลิงรู้ความร้ายกาจของนาง จึงไม่คิดจะหาเื่นางเป็คนแรก ดังนั้นถึงได้เลือกเนี่ยเทียน
นางเข้าใจความคิดของอู๋หลิงได้อย่างรวดเร็ว
ที่อู๋หลิงเลือกเนี่ยเทียนก็เพราะ้าให้นางมองชายชุดขาวเป็เป้าหมาย กะจะให้ชายชุดขาวผู้นั้นมาเผาผลาญกำลังของนางก่อน
ในสายตาของอู๋หลิ่ง เนี่ยเทียนมีฝีมืออ่อนด้อยมากที่สุด สังหารเนี่ยเทียนไม่มีทางส่งผลกระทบต่อเขามากเท่าใดนัก
รอจนเนี่ยเทียนตายไปแล้ว หลังจากที่เขาได้แสง์สิบห้าจุดของเนี่ยเทียนมา การต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายชุดขาวอาจจะกำลังอยู่ใน่ที่ดุเดือดพอดี
ถึงเวลานั้น เขาทั้งสามารถร่วมมือกับชายชุดขาวมาต่อกรกับซูหลิน และทั้งสามารถสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ รอจนคนทั้งสองต่อสู้กันเสร็จแล้วค่อยลงมือกับผู้ชนะก็ได้
ความคิดทุกอย่างของอู๋หลิ่งล้วนยอดเยี่ยมถึงที่สุด คิดว่าตัวเองมองเนี่ยเทียนเป็เป้าหมายแรกคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดแล้ว
ทว่าความคิดของเขา ซูหลินและชายชุดขาวผู้นั้นก็มองออกอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นกัน
พวกเขาไม่ได้ต่อสู้กันทันทีก็เพราะกังวลว่าใน่ระยะเวลาสั้นๆ อู๋หลิงจะสามารถจัดการกับเนี่ยเทียนได้สำเร็จ กลัวว่าการต่อสู้ดุเดือดของพวกเขาจะกลายเป็การเปิดโอกาสให้อู๋หลิงฉกฉวยผลประโยชน์
ด้วยเหตุนี้คนทั้งสองจึงสบตากันหนึ่งครั้ง และต่างก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ
ซูหลินและชายชุดขาวผู้นั้นคล้ายได้ทำข้อตกลงกันอย่างลับๆ
“ฟิ้วๆ!”
แสงรุบรู่หลายเส้นแปรเปลี่ยนมาเป็งูไฟฟ้าเลื้อยขยุกขยิกอยู่กลางอากาศ พุ่งเข้าฉกกัดเนี่ยเทียน
ท่ามกลางงูไฟฟ้าเ่าั้ เสือร้ายตัวหนึ่งที่ร้องคำรามก็ได้กระโจนเข้ามาหาพร้อมความกระหายเื
“โฮก! โฮก!”
เสียงร้องคำรามะเืเลือนลั่นดังออกมาจากปากของพยัคฆ์ร้ายตัวนั้น พุ่งตรงเข้าสู่สมองของเนี่ยเทียน
กำแพงพลังจิตที่เนี่ยเทียนรวบรวมขึ้นปริแตกออกอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ก่อตัวกันขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
พลังจิตของเนี่ยเทียนไหลหายไปรวดเร็วจนน่าใ
“ร้ายกาจ!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เขาครุ่นคิดและกำลังจะรวบรวมพลังมาต้านทานเสือร้ายที่พุ่งเข้าใส่ด้วยท่าทางบ้าระห่ำ ทันใดนั้นใจก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
เขาสังเกตเห็นว่าลูกกลมปราณิญญายี่สิบสามลูกที่ลอยอยู่รอบกายเขา มีหนึ่งในนั้นขวางอยู่บนเส้นทางที่เสือร้ายพุ่งทะยานมา
ลูกกลมปราณิญญายี่สิบสามลูกคือวัตถุที่เขาทิ้งแล้วหลังจากดึงเอาพลังแปลกประหลาดออกไปจนเกลี้ยง
ทว่าเนื่องด้วยลูกกลมปราณิญญาเ่าั้ล้วนเกิดจากการสร้างของเขา ดังนั้นระหว่างเขาและลูกกลมปราณิญญาจึงมีความเชื่อมโยงทางจิตที่ลึกลับบางอย่างดำรงอยู่ตลอดเวลา
เขาทดลองปลดปล่อยกระแสจิตกลุ่มหนึ่งให้แทรกซึมเข้าไปยังลูกกลมปราณิญญาลูกนั้น
ชั่วพริบตาเดียว ลูกกลมปราณิญญานั่นก็คล้ายจะกลายมาเป็ส่วนหนึ่งของเขา กลายมาเป็เหมือนแขนขาของเขาที่ยื่นออกไป จนเขาสามารถััได้ถึงคลื่นพลังงานที่กระเพื่อมไม่หยุดนิ่งอยู่ด้านใน
“ไป!”
เขาใช้พลังจิตชักนำลูกกลมปราณิญญาลูกนั้นให้โจมตีเสือร้ายที่พุ่งมาพร้อมร้องคำราม
“ฟิ้ว!”
เนื่องจากถูกพลังจิตของเขาดึงรั้ง ลูกกลมปราณิญญาที่ลอยอยู่กลางอากาศตลอดเวลาจึงโจมตีเข้าใส่เสือร้ายทันควัน
วินาทีที่ััเข้ากับเสือร้าย พลังงานขุ่นคลั่กที่ล้อมวนอยู่ในลูกกลมปราณิญญาก็พลันะเิออกอย่างรุนแรง
“ตูม!”
แสงวิเศษพริบพราวสาดส่องออกมาจากลูกกลมปราณิญญา ลูกกลมปราณิญญาจึงกลายมาเป็เหมือนดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่ะเิออก ก่อเกิดเป็พลังโจมตีที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
เสือร้ายที่ร้องคำรามซึ่งด้านข้างมีงูไฟฟ้าหลายตัวเลื้อยพันถูกแสงวิเศษเจิดจ้ากลืนกินเข้าไปในชั่วพริบตา
“เปรียะๆ!”
ภายใต้การสังเกตการณ์ของเนี่ยเทียน เสือร้ายรวมไปถึงงูไฟฟ้าทุกตัวล้วนถูกคลื่นแสงพลังโจมตีที่ะเิออกฉีกกระชากจนกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
การะเิของลูกกลมปราณิญญาลูกเดียวทำให้การโจมตีจากอู๋หลิ่งแห่งอาณาจักรต้าฮวงหายวับไปไม่เหลือเงา!
เรือนกายสูงใหญ่ของอู๋หลิงสั่นสะท้านน้อยๆ เขามองพื้นที่ที่ลูกกลมปราณิญญาะเิออกด้วยความตะลึงระคนแปลกใจ สีหน้าเปลี่ยนมาเป็เคร่งขรึม
เขานึกไม่ถึงว่าลูกกลมปราณิญญามากมายที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเห็นๆ อยู่ว่าถูกเนี่ยเทียนโยนทิ้งไว้ด้านข้าง กลับทำให้เนี่ยเทียนเอามาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ในเวลานี้
ไม่รอให้เขามีปฏิกิริยาตอบสนองกลับคืนมา เนี่ยเทียนที่ได้ลิ้มรสหวานล้ำมาแล้วหัวเราะหึหึเสียงแปร่งหู แล้วจึงปล่อยกระแสจิตออกไปอีกหนึ่งกลุ่ม
กระแสจิตของเขาแทรกซึมเข้าไปในลูกกลมปราณิญญาพร้อมกันทีเดียวหกลูก พริบตาเดียวลูกกลมปราณิญญาหกลูกก็เกิดความเชื่อมโยงที่มหัศจรรย์กับตัวเขา
ในความรู้สึกของเขา ลูกกลมปราณิญญาหกลูกนั้นคล้ายกลายมาเป็แขนของเขา กลายมาเป็หมัดของเขา เขาสามารถควบคุมมันได้ดังใจปรารถนา
“อู้ๆๆ!”
ภายใต้การชักพาของกระแสจิตเขา ลูกกลมปราณิญญาหกลูกลอยพรวดเข้าหาอู๋หลิงอย่างรวดเร็ว
อู๋หลิงที่มีตบะท้าย์่ท้าย มาจากอาณาจักรต้าฮวง มองเห็นลูกกลมปราณิญญาหกลูกคำรามเข้ามาใกล้ หน้าก็นิ่งสนิทดุจน้ำลึก
อยู่ๆ เขาก็พลันเกิดความรู้สึกเหมือนตัวเองยื่นเท้าออกไปแตะแผ่นเหล็ก
“ฟิ้วๆ!”
อู๋หลิ่งแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง โบกสะบัดมีดยาว แล้วดึงเอาแสงมีดที่ยาวหลายสิบเมตรออกมาหลายเส้น
ดวงตาสามข้างที่ปิดอยู่บนมีดยาวนั้นพลันเบิกโพลง
วินาทีที่ดวงตาทั้งสามเบิกโพลง คลื่นพลังิญญาที่ส่งมาจากร่างของอู๋หลิงไม่เพียงแต่เพิ่มพรวดขึ้นหนึ่งเท่า ปราณของเขาก็ยังเปลี่ยนมาเป็บ้าคลั่งและกระหายเืด้วย
“จงแตกสลาย!”
แสงมีดหลายเส้นคล้ายรุ้งยาวที่แหวกอากาศฟันฉับลงไปบนลูกกลมปราณิญญาทั้งหก
ลูกกลมปราณิญญาทั้งหกพากันะเิออกเป็สะเก็ดแสงนับพันนับหมื่นที่สาดกระเซ็นไปทั่ว
สะเก็ดแสงมากมายคล้ายสะเก็ดดาวที่ร่วงลงมาจากทางช้างเผือก ปกคลุมขอบเขตทั้งหมดที่อู๋หลิงยืนอยู่ไว้จนมิด
ท่ามกลางสะเก็ดแสงเ่าั้ อู๋หลิ่งสีหน้านิ่งสนิท กระชากอาภรณ์สีดำที่อยู่บนร่างออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ใต้อาภรณ์ เกราะวิเศษสีเขียวเข้มชิ้นหนึ่งซึ่งแนบติดกับผิวเนื้อของเขาพลันปรากฏขึ้น
แสงรุบรู่มากมายสาดกระจายออกมาจากเกราะวิเศษชิ้นนั้น แสงเ่าั้คมกริบประดุจหนามแหลมซึ่งสลัดกระจายไปรอบด้านต่อเนื่อง
มองผ่านๆ ก็คล้ายว่าอู๋หลิ่งกลายมาเป็เม่นั์ตัวหนึ่ง หนามที่โผล่ขึ้นมาบนร่างเขาได้ทำลายสะเก็ดแสงที่โอบล้อมรอบกายเขาจนหมดเกลี้ยง
“นี่ก็คือศิษย์ผู้ทรงเกียรติของต่างอาณาจักรที่ท่านอาจารย์พูดถึงสินะ”
มองอู๋หลิ่งที่ถือมีดยาว บนร่างมีเกราะวิเศษแนบกาย เนี่ยเทียนก็พึมพำกับตัวเองหนึ่งประโยค
-----
