ในการสร้างนักรบิญญาอสูรหนึ่งคนต้องใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล แม้ว่าถงจ้านจะเป็กายาทองสัมฤทธิ์ แต่หากไม่มีโอสถทองคำโลหิตชาด โอกาสที่จะสำเร็จเป็นักรบิญญาอสูรนั้นเกือบจะเป็ศูนย์
ร่างกายที่สามารถวิวัฒนาการเป็นักรบิญญาอสูรได้นั้นมีไม่มาก ในบรรดาศิษย์สามัญหนึ่งร้อยคน มีแค่ถงจ้านที่เป็กายาทองสัมฤทธิ์เพียงคนเดียวที่มีโอกาส โชคดีที่เขาบังเอิญพบราชันหมีทองสัมฤทธิ์ อีกทั้งิญญาอสูรของราชันหมีทองสัมฤทธิ์นั้นดันเข้ากับกายาทองสัมฤทธิ์ได้พอดิบพอดี ถงจ้านจึงสามารถกลายเป็นักรบิญญาอสูรได้อย่างราบรื่น
เพลานี้ความแข็งแกร่งของถงจ้านเรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าศิษย์สามัญทั้งหมดทั้งมวล ด้วยพลังของิญญาอสูรในกาย เขาสามารถทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้อย่างง่ายดาย
เมื่อพวกจูชิงมาถึง ถงจ้านก็กลายร่างเป็นักรบิญญาอสูรสำเร็จแล้ว
ครั้นเห็นั์ตาสีทองคำของถงจ้าน พวกจูชิงรู้สึกเย็นวาบั้แ่หัวไปจนถึงฝ่าเท้า
“นักรบิญญาอสูร...” ม่านตาของหลงเฟยหดเล็กเหลือเท่ารู้เข็ม เขามองถงจ้านที่กำลังกลายร่างเป็หมีั์อย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง
“โฮกกกก!” ถงจ้านคำราม ร่างใหญ่ั์เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือฟ้า ตัวสูงใหญ่หนึ่งจั้งประจักษ์เบื้องหน้าของพวกจูชิง กรงเล็บแหลมคมตะปบทลายมวลอากาศ!
พลังของถงจ้านในยามนี้เพิ่มสูงขึ้นเกินพรรณนา กระทั่งยังได้เปรียบแม้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูริญญาขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงสามารถจัดการกับพวกจูชิงที่ยังมิได้เป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ว่าจะเป็ในแง่ของความเร็วหรือพละกำลังล้วนเหนือชั้นกว่าอย่างสิ้นเชิง
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขับเคลื่อนอักขระาหลัวโหล พลังปราณอันแข็งแกร่งห่อหุ้มแขนขวา เสียง “ตู้ม!” อึกทึกเอ็ดอึง จูชิงหมุนควงแขนปล่อยหมัด ทว่าร่างกายรู้สึกคล้ายกับถูกูเาใหญ่กดทับ เืลมไหลตีอยู่ในช่องท้อง
กายทองคำของถงจ้านเหยียดเท้าถอยหลังสองก้าว ส่วนจูชิงตัวกระเด็นลอยไปกลางอากาศพร้อมกระอักโลหิต ิัที่แขนขวาแตก เืไหลรินดั่งสายธารา
ด้วยพลังของนักรบิญญาอสูร ถงจ้านสามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับจูชิงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว กระทั่งอักขระาหลัวโหวยังแบกรับความเสียหายที่เกิดจากพลังนี้ไม่ได้!
ถงจ้านผงะเล็กน้อย ความฉงนสงสัยประจักษ์ในั์ตาสีทองคำ เขาประหลาดใจเป็อย่างมาก เหตุใดจอมยุทธ์ที่อ่อนแออย่างจูชิงถึงสกัดกั้นการโจมตีของเขาได้
กรงเล็บนั้นดูเหมือนธรรมดา ทว่าแท้จริงแล้วมันคือพลังทั้งหมดของเขา เดิมทีเขากะว่าจะฆ่าพวกจูชิงให้ตายในคราวเดียว ถงจ้านเหนือชั้นกว่าทุกอย่างทั้งความเร็วและพละกำลัง เขาสามารถสังหารพวกจูชิงให้ตายได้ก่อนที่อีกฝ่ายจักตอบโต้ทันเสียอีก
เขาคิดไม่ถึงว่าจูชิงจะตอบสนองได้เร็วเฉกเช่นนี้ ระหว่างที่กรงเล็บตะปบกลางอากาศ อีกฝ่ายปล่อยหมัดสวนกลับมาแทบในเวลาเดียวกัน ทำให้ถงจ้านกระเด็นถอยไปข้างหลัง ไม่สามารถโจมตีต่อไปได้
มันเป็เื่ยากที่จะจินตนาการ นี่ไม่น่าใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้าทำได้ ถึงเป็หลงเฟยที่เป็ขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าก็ไม่น่ารับการโจมตีของถงจ้านไหว!
“《หมัดพฤฒา》น่าทึ่งขนาดนั้นเชียวรึ?” ผู้าุโลองกระบี่ครุ่นคิดอย่างอดมิได้
นอกจาก《หมัดพฤฒา》แล้ว ผู้าุโลองกระบี่นึกไม่ออกว่าจูชิงใช้เทคนิคอะไรถึงต่อต้านการโจมตีของถงจ้านได้
แม้ว่าพฤฒาเก้าเสียงจะเป็เพียงตำนานที่เล่าขานกันในขุนเขากระบี่เทียนหยวน ทว่าไม่มีใครสงสัยในข้อเท็จจริงของมัน เมื่อใดที่ฝึกฝน《หมัดพฤฒา》สำเร็จถึงเสียงที่เก้าก็จะกลายเป็ผู้ไร้เทียมทานในขั้นพลังนั้น!
“ถงจ้าน รนหาที่ตายนัก!” หลงเฟยคำรามเปี่ยมล้นด้วยโทสะ ชักกระบี่ยาวที่สะพายอยู่ด้านหลังตวัดใส่ถงจ้าน!
รอยยิ้มไม่แยแสปรากฏบนใบหน้าของถงจ้านพร้ะปบอุ้งตีนหมีทองคำปะทะกับกระบี่ยาว!
“เคร้ง!” ศัสตราวุธิญญามนุษย์ระดับกลางในสายตาของถงจ้านมิต่างอันใดกับเศษเหล็ก พริบตาเดียวหลงเฟยก็ถูกหวด ตัวกระเด็นไปไกลกระอักโลหิตออกมาไม่หยุด!
เดิมทีนักรบิญญาอสูรมีพละกำลังเหนือคนทั่วไป นับประสาอะไรกับถงจ้านที่เป็จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ขั้นพลังสูงยิ่งกว่าจูชิงกับหลงเฟยหนึ่งขั้นพลังใหญ่ ถึงจูชิงกับหลงเฟยจักเป็อัจฉริยะที่เก่งกาจในขั้นหลอมกายา แต่ก็ยังมิใช่คู่ประมือของถงจ้าน!
ถงจ้านไม่เข้าใจภาษามนุษย์ ความดุร้ายแต่กำเนิดแผ่ซ่านทั่วทุกสารทิศ ขณะนั้นเขารู้สึกราวกับเห็นเหยื่อที่ไล่ล่ามานาน อยากฉีกร่างของพวกมันให้แหลกเป็ชิ้นๆ
ผู้าุโลองกระบี่สูดลมหายใจเข้าลึก แสงหนึ่งพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้า จากนั้นถงจ้านก็หายตัวไป!
ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสูงเกินเงื่อนไขของขั้นบำเพ็ญเพียรที่ใช้ในการทดสอบ เพลานี้ถงจ้านสำเร็จเป็นักรบิญญาอสูรมีคุณสมบัติสามารถเข้าร่วมเป็ศิษย์ในสำนัก ไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมการทดสอบนี้อีกต่อไป
“สัตว์อสูรที่มีสายเืดึกดำบรรพ์ไม่ธรรมดา เพิ่งสำเร็จเป็นักรบิญญาอสูรก็มีฤทธิรณเหนือชั้นฟ้าแล้ว!” ผู้าุโลองกระบี่อุทาน
ผู้าุโลองกระบี่มองถงจ้านที่กำลังพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการลมปราณพลางเอามือลูบหัวของเขาเบาๆ ถงจ้านที่กำลังคลุ้มคลั่งก็เงียบสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์
“เ้าถูกเลี้ยงดูโดยสัตว์อสูร ความดุร้ายในหัวใจนั้นรุนแรงเกินไปซึ่งไม่ประโยชน์ในเส้นทางแห่งยุทธ์ หาก้าควบคุมิญญาอสูรเ้าจักต้องควบคุมความดุร้ายของตัวเองให้ได้เสียก่อน” ผู้าุโลองกระบี่พูดกับถงจ้าน
ถงจ้านเงยหน้ามองผู้าุโลองกระบี่ด้วยความสงสัย สิ่งที่ผู้าุโลองกระบี่กล่าวนั้นลึกซึ้งเกินไปสำหรับเขา
“สักวันเ้าจะเข้าใจ ข้ายังขาดศิษย์สืบทอด หลังจากนี้เ้าไปด้วยกันกับข้าเถิด” ผู้าุโลองกระบี่ยิ้ม
“โฮกกก!” ถงจ้านคำรามในลำคอคล้ายกับตอบรับ
เมื่อมองไปที่จูชิงกับหลงเฟยที่ตัวทั้งตัวชโลมชุ่มไปด้วยเื ผู้าุโลองกระบี่ก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งสองคนเป็ตัวเลือกที่ดีเช่นกัน หากแต่ถงจ้านโดดเด่นยิ่งกว่า เขาจึงต้องเลือกถงจ้าน
ผู้าุโลองกระบี่ช่วยให้พวกเขารอดชีวิตจากน้ำมือของถงจ้านนั่นถือเป็ขีดจำกัดที่สามารถทำได้แล้ว
จูชิงมองแขนขวาของตัวเองที่กำลังสั่นเทาแล้วยิ้มอย่างขมขื่น มันเป็การพ่ายแพ้ที่น่าสังเวชที่สุดนับั้แ่ก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญเพียร แพ้พ่ายย่อยยับ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้าุโลองกระบี่เข้ามาแทรกแซง เขาก็คงตายไปแล้ว
แน่นอนว่าจูชิงไม่มีทางถูกถงจ้านฆ่าตาย เขายังมีง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกับตราประทับหินทะมึน ถ้ายังสู้ไม่ได้อีกก็ยังมีเฒ่าปีศาจ เฒ่าปีศาจหรือจะยืนดูจูชิงตายไปต่อหน้าต่อตา
แต่ที่นี่คือขุนเขากระบี่เทียนหยวน บนฟ้ามีผู้าุโลองกระบี่ และบางอย่างที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
อักขระาหลัวโหวนั้นแข็งแกร่งมาก ทว่าจูชิงยังอ่อนแอเกินไป ไม่อาจสำแดงพลานุภาพทั้งหมดของอักขระาหลัวโหวได้
“ข้ายังอ่อนแอเกินไป ทั้งๆ ที่มีสี่อักขระาหลัวโหวแล้วแท้ๆ!” จูชิงถอนหายใจ
“สี่อักขระาหลัวโหวมิได้อ่อนแอ แต่ศัตรูที่เ้าเผชิญหน้าด้วยนั้นแข็งแกร่งเกินไป ขั้นหลอมกายาไม่มีทางเอาชนะขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้อยู่แล้ว นับประสาอะไรกับอีกฝ่ายที่เป็นักรบิญญาอสูร ถ้าเทียบกับเ้า...เอาเป็ว่าเป็เื่ปกติ พวกเขาแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปหนึ่งระดับ ถ้าเ้าเอาชนะได้สิแปลก” เฒ่าปีศาจมิได้เยาะเย้ยถากถางเหมือนกับก่อนหน้านี้ ทั้งยังปลอบใจจูชิง นี่ทำให้จูชิงทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
“จอมยุทธ์ก็คือจอมยุทธ์ไม่ใช่รึ นักรบิญญาอสูรอะไรนั่นมาจากไหน?” จูชิงดูดซับลมปราณในหินโลหิตรักษาาแ
นักรบิญญาอสูรหรือเรียกอีกอย่างก็คือนักรบิญญา เป็จอมยุทธ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มพิเศษ พวกเขามีพลังและความสามารถแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไป จะพูดว่าอยู่เหนือจอมยุทธ์ทั่วไปก็ว่าได้
นักรบิญญาแบ่งออกเป็นักรบศัสตราิญญากับนักรบิญญาอสูร นักรบิญญาอสูรเหมือนกับถงจ้านก่อนหน้านี้ ผนึกิญญาของสัตว์อสูรเอาไว้ในร่างกาย ใช้ลมปราณหล่อเลี้ยงทั้งวันคืนเพื่อให้ผสานรวมเป็หนึ่งกับร่างกายและยังสามารถเปลี่ยนร่างเป็สัตว์อสูรได้ มีฤทธิรณแกร่งกล้าเป็เท่าตัว เหนือชั้นยิ่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปที่อยู่ในระดับขั้นพลังเดียวกัน
ส่วนนักรบศัสตราิญญาคล้ายคลึงกับนักรบิญญาอสูร แค่จุดที่แตกต่างออกไปก็คือการกลืนกินศัสตราวุธเข้าไปในร่างกาย ใช้ลมปราณกลั่นหลอมเปลี่ยนร่างให้เป็ศัสตราวุธ พลานุภาพแกร่งกล้าสามารถทำลายแม้กำแพงเหล็กที่แข็งแกร่ง
“นักรบิญญาแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปอย่างนั้นรึ?” พอได้ฟังเฒ่าปีศาจอธิบายจูชิงก็รู้สึกหดหู่อยู่ในใจ เขาพยายามอย่างหนักเพื่อฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่ง ทว่ากลับมีคนบอกว่าจอมยุทธ์พิเศษพวกนั้นเหนือชั้นยิ่งกว่าเขา!
“ไม่เสมอไป ในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ไม่มีอะไรแน่นอน นักรบิญญาแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจอมยุทธ์ทั่วไปจักต้องอ่อนแอ มีจอมยุทธ์บางคนสามารถเอาชนะนักรบิญญาได้” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงกลอกตา เห็นได้ชัดว่าเฒ่าปีศาจก็แค่ปลอบเขา หลังจากที่สู้กับถงจ้านจูชิงได้เห็นความแข็งแกร่งของนักรบิญญา ความสามารถของเขาเหนือกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปโดยไม่มีเหตุผล
ทว่าพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวใช่ว่าจะพ่ายแพ้ตลอดไป ครั้งนี้ที่เขาแพ้เป็เพราะยังมิได้สำเร็จเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ถ้าจูชิงเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ แม้ว่าถงจ้านจะเป็นักรบิญญาอสูร แต่ใครจักเป็ฝ่ายแพ้ ใครจักเป็ฝ่ายชนะก็ยากตัดสิน
จูชิงอยากให้รากฐานของตัวเองมั่นคงเสียก่อน เขาไม่คิดที่จะทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณจนกว่าจักผสานอักขระาหลัวโหวให้ครบทั้งเจ็ดอักขระ!
“ฆ่า!” ห้าวันต่อมา สองร่างเงาบุกทะลวงเข้าไปในถ้ำ ลมปราณพลุ่งพล่านเสียจนทำให้ถ้ำที่มืดมิดสว่างไสว เหล่าค้างคาวที่อยู่ข้างในกระพือปีกบินเตลิดหนีออกไปด้วยความกลัว!
ฝ่ามือจูชิงคมกล้าดั่งกระบี่ ผ่าร่างค้างคาวตัวเท่าวัวเป็สองส่วนได้ในฝ่ามือเดียว เืสีเขียวเข้มสาดกระเซ็นเปรอะทั่วทั้งกายา!
หลงเฟยเองก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน แสงกระบี่พุ่งออกมาจากกระบี่เหล็กแทงทะลวงกะโหลกค้างคาวสี่ตัวในเวลาเดียวกัน!
“เ้าแพ้!” หลงเฟยฉีกยิ้ม
“แพ้หรือชนะตัดสินกันที่ใครโค่นราชันค้างคาวได้ก่อน พวกเราลองกันตั้งหลายครั้งแล้วก็ยังทำไม่สำเร็จ!” จูชิงกลอกตา เคล็ดวิชากระบี่ของหลงเฟยใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมกับพวกลูกกระจ๊อก เขาก็เลยเป็ฝ่ายแพ้ทุกครั้ง
“ตอนประมือกับราชันค้างคาววิชากระบี่งอกง่อยของเ้าไม่เห็นเก่งกาจเหมือนกับตอนเด็ดหัวเ้าพวกลูกกระจ๊อกพวกนี้เลย!” จูชิงเบ้ปาก
หลงเฟยแค่นเสียงหึ “หมัดปุยนุ่นของเ้าเองก็เหมือนกัน แค่เข้าไปใกล้มันยังทำไม่ได้ไม่ใช่หรือไง?”
“หึ ทำเหมือนกับเ้าเข้าไปใกล้ได้อย่างงั้นแหละ ข้าเห็นถูกเล่นงานกลับมาทุกครั้ง!” จูชิงกลอกตา
“เ้าเองก็เหมือนกันไม่ใช่รึ!” หลงเฟยแค่นเสียง
“หวิวว!” ลมกระโชกแรงพัดผ่าน จูชิงกับหลงเฟยหน้าเปลี่ยนสี พวกเขากำลังจะเผชิญหน้ากับสัตว์อสูริญญาทรงพลังเกินหยั่งถึง!
“ถ้ากลัวก็ถอยไป” จูชิงเอ่ย
“ข้าต่างหากที่ต้องเป็คนพูด อย่ามาถ่วงแข้งถ่วงขาข้าล่ะ!” หลงเฟยเม้มปาก ฟาดฟันกระบี่เหล็ก แสงกระบี่พุ่งทะยานตรงไปยังส่วนลึกของถ้ำ!
