“อย่าร้องไห้เสียใจไปเลยครับ คงจะมีผู้ชายโง่ในโลกนี้เท่านั้นแหละครับที่บอกเลิกคุณหนู”
“ฮือๆ… ”
คำพูดของลุงยาม ทำให้คุณหนูยิ่งสะอึกสะอื้นเสียใจ สองมือโอบกอดเอวลุงไมค์แน่น ร้องไห้จนน้ำตาเปียกเสื้อสีฟ้าซึ่งเป็ยูนิฟอร์มของยาม
“เข้าบ้านเถอะครับคุณหนู”
ลุงยามเอื้อมมือมาโอบไหล่ ที่กล้าแตะเนื้อต้องตัวเอมมี่ก็เพราะว่าไมค์เคยเห็นหล่อนมาั้แ่เอมมี่อายุสิบขวบ ตอนนี้หล่อนยี่สิบกว่า เติบโตเป็สาวสะพรั่ง ใบหน้าสะสวย ทรวดทรงเซ็กซี่สะดุดตาจนลุงยามกล้าพูดว่าคงมีแต่ผู้ชายโง่ๆ บนโลกใบนี้เท่านั้นที่กล้าบอกเลิกกับคุณหนูที่สวยและรวยมาก
“เข้าบ้านนะครับ… คุณหนูของผม”
ลุงยามเอื้อมมือมาโอบไหล่ ทว่าหญิงสาวกลับส่ายหน้าไม่ยอมออกมาจากรถ
“หนูยังไม่อยากเข้าบ้านค่ะ… หนูอยากนั่งอยู่ในรถสักพัก ลุงยามมีเหล้าไหมคะ”
หญิงสาวร้องขอ ลุงยามหรี่ตา รู้สึกใ หากก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงอกหัก
“มีครับ… แต่เป็เหล้าขาวครับ คุณหนูคงดื่มไม่ได้หรอกครับ”
ลุงยามตอบ ปกติแกมีเหล้าซ่อนเอาไว้ในกระป๋องใส่เหล้าสแตนเลสทรงแบน เอาไว้จิบพอให้เืสูบฉีด
“ได้สิ… เอามาให้หน่อย วันนี้หนูอยากกินเหล้า”
คำสั่งของคุณหนูทำให้ลุงยามขัดไม่ได้ แกเดินมาที่ป้อมยาม อึดใจสั้นๆ ก็กลับมาพร้อมกับเหล้า ยื่นให้คุณหนู หล่อนรับเอามาเปิด ยกขึ้นกระดกพรวด กรอกน้ำสีอำพันลงคอ ท่าทางเหมือน้าประชดชีวิต เอื้อมมือมาเปิดเพลงจากในรถ ช่างบังเอิญที่คลื่นวิทยุเปิดเพลงเศร้ามีเนื้อหาอกหัก บาดอารมณ์จนคุณหนูยกเหล้าขึ้นซด ปาดน้ำตาด้วยหลังมืออีกข้าง ก่อนจะหันมาถามลุงยาม
“วันนี้คุณพ่อไม่อยู่ใช่ไหมคะ”
