บรรยากาศบนหอคอยเงียบกริบ
ทุกคนมองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสีหน้ามึนงง ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดอย่างไรอย่างนั้น
ถึงแม้พวกเขารู้ว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะชอบอ่านหนังสือ แต่พวกเขาไม่เคยคิดว่าการอ่านหนังสือจะสามารถเรียนรู้ได้หลายสิ่งอย่างมากเพียงนี้ มิน่าเล่านักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณมักกล่าวว่า ‘บัณฑิตไม่ออกจากบ้านก็สามารถรับรู้เื่ราวในใต้หล้าได้’ บัณฑิตที่กล่าวมาหมายถึงคนชอบอ่านหนังสือในยุคโบราณนั่นเอง
“ในขั้นแรกคงทำได้เพียงเท่านี้”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวออกมาตั้งมากมาย รวมถึงรายละเอียดต่างๆ และเื่ควรระวัง
ผู้คนไม่น้อยยังคงมึนงง หวู่อันถงเป็คนแรกที่ได้สติกลับมา “ไป๋เฮ่อ เมื่อครู่เ้าบอกว่าขั้นแรกหรือ หมายความว่าอย่างไร? หรือว่ายังมีขั้นที่สอง ขั้นที่สามอีก?”
“ใช่ ตอนนี้ต้องจัดการเผ่าสมุทรเป็หลักก่อน…”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าแล้วกล่าวต่อว่า “ในขั้นที่สองรอกำลังเสริมมาถึงแล้วจึงจะดำเนินการได้ ก็แค่ร่วมมือกันทั้งภายในและภายนอก จากนั้นคิดหาวิธีบีบให้คนที่อยู่เื้ัแสดงตัวออกมา เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงที่เผ่าสมุทรโจมตีเมือง”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างเรียบง่าย แต่กลับไม่มีผู้ใดโต้เถียง ดังคาด มิอาจเอาคนอื่นไปเทียบกันได้ โดยเฉพาะเทียบกับสัตว์ประหลาดบางคน
“ดี ทำตามที่ไป๋เฮ่อว่ามา พวกเราแยกย้ายกันเคลื่อนไหว”
เหมยซิ้งหงสั่งการให้หวู่อันถงไปจัดการเื่นี้ หลังจากนั้นมองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสายตาซับซ้อน อีกฝ่ายเป็อัจฉริยะอย่างแท้จริง ไม่ว่าทำอย่างไรก็ต้องจับอีกฝ่ายไว้ให้แน่น ต่อให้เป็ศิษย์ของเขามิได้ ในอนาคตก็ให้รับตำแหน่งเ้าเมืองหรือตำแหน่งหัวหน้าก็ยังคงเหลือเฟือ
เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนกับพวกเหมยซิ้งหงจากไปแล้ว ข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองซานเซียน
เมื่อขั้วอำนาจต่างๆ กับยอดฝีมือพเนจรรู้เื่นี้ ปฏิกิริยาแรกคือมิอาจเชื่อ เกาะสามเซียนจะมีอาวุธโจมตีที่เทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร? เพียงแต่เมื่อนึกถึงไป๋เฮ่อกับศาสตร์ทักษะสำนักเทียนกงแล้ว ทุกคนก็เริ่มจิตใจสั่นไหว เริ่มเกิดความกังวลขึ้นมา
จินตนาการได้ไม่ยากว่า หากเกาะสามเซียนผ่านหายนะครั้งนี้ไปได้ ทะเลล่วนซิงจะยังมีผู้ใดต่อกรกับเกาะสามเซียนได้อีกหรือ? ต่อให้เป็ซือเต้าหานแห่งตำหนักเซวียนหนี่ว์ก็ทำอะไรมิได้!
ในเวลานี้ผู้คนมากมายต่างกำลังครุ่นคิด ยากจะสงบใจลงได้
……
นอกเกาะสามเซียน องค์หญิงเผ่าสมุทรก็ใกับเสียงะเิขนาดใหญ่เช่นกัน
ผ่านไปไม่นาน สาวใช้อาอีวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน นางกล่าวรายงานว่า “กราบทูลองค์หญิง เกิดเื่ใหญ่แล้วเพคะ!”
“เกิดเื่อันใดขึ้นกันแน่?”
องค์หญิงสามขมวดคิ้วเล็กน้อย ในดวงตาเผยประกายเ็า ไม่เสียทีที่เกาะสามเซียนเป็ขั้วอำนาจที่มีประวัตินับพันปี รากฐานแข็งแกร่งมากจริงๆ ภายใต้สถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้ถึงกับยังมีกำลังตอบโต้
สาวใช้อาอีกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น “องค์หญิงสามเพคะ ที่จริงแล้วพวกเราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนในเมืองซานเซียนจะปรากฏผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ เพียงการโจมตีเดียวพวกเราก็สูญเสียทหารเผ่าสมุทรนับหมื่นแล้ว แม้แต่ขุนพลหลงไห่ก็าเ็หนักเช่นกัน”
“อะไรนะ! ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์หรือ!”
องค์หญิงสามสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่มิได้ใมากนัก
ผู้ที่ถูกเรียกเป็ผู้แข็งแกร่งได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็ผู้บำเพ็ญเซียนระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ เทียบเท่ากับาาในเผ่าสมุทร ทว่าจากข่าวที่นางได้รับมา ในเมืองซานเซียนน่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่งอยู่
“ตรวจสอบแน่ชัดแล้วหรือยัง?”
“ยะ...ยังเพคะ”
สาวใช้อาอีส่ายศีรษะด้วยสีหน้าลังเล
องค์หญิงสามจิตใจสั่นไหวแล้วกล่าวเสริมว่า “เช่นนั้นในเมืองเล่า? มีข่าวส่งมาบ้างหรือไม่?”
อาอียังคงส่ายศีรษะเช่นเดิม “ในเมืองมิได้ส่งข่าวมาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอันใดหรือไม่”
สายตาขององค์หญิงสามเ็า จิตสังหารพวยพุ่งออกมาจากหน้าผาก “ไม่ว่าเผ่ามนุษย์จะมีผู้แข็งแกร่งหรือไม่ เราต้องชิงของกลับมาให้ได้ มิเช่นนั้นข้าจะเอาหน้ากลับไปพบเสด็จพ่อได้อย่างไร…อัญเชิญเทพสมุทร โจมตีเมืองต่อไปโดยไม่ต้องสนค่าตอบแทน!”
“รับบัญชา!”
อาอีรับคำสั่งพร้อมเผยสายตาแปลกประหลาด
……
“อู…”
เสียงแตรดังก้องะเืฟ้า
เผ่าสมุทรโจมตีเมืองอีกครั้ง ขั้วอำนาจต่างๆ กับยอดฝีมือพเนจรเริ่มทำการป้องกัน
เพียงแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เมื่อก่อนพวกเขากลัวตาย ทุกคนต่างเก็บงำฝีมือเอาไว้ ใช้พลังปกป้องชีวิตตัวเองเป็หลัก ถึงแม้เป็ตอนที่เมืองแตก พวกเขาก็ยังมีโอกาสดิ้นรนได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่ครั้งนี้เมื่อมีทำเนียบผลงานสร้างขวัญกำลังใจ ทุกคนล้วนสังหารสัตว์อสูรเผ่าสมุทรโดยไม่สนใจตัวเอง โดยเฉพาะพวกโฉดชั่วในหมู่ผู้บำเพ็ญพเนจร
อีกทั้งเมื่อเริ่มดำเนินแผนการใช้ชาวบ้านเป็ทหาร ไม่ว่าผู้บำเพ็ญเซียนหรือคนธรรมดาล้วนขึ้นไปบนกำแพงเมืองเพื่อปกป้องบ้านของพวกเขาเอง
เมื่อเป็เช่นนี้ความกดดันของกำแพงเมืองด้านต่างๆ จึงลดลง อัตราการตายก็ลดลงไม่น้อย
แน่นอนว่าสาเหตุสำคัญที่สุดก็คือการปรากฏตัวของค่ายกลหอคอยรวมิญญาเพลิงอัสนีทลาย์ ราวกับะเิทะลุทะลวง ะเิช่องว่างในคลื่นน้ำสีเื ทำให้กระบวนทัพของเผ่าสมุทรแตกพ่าย รุกไม่ได้ถอยก็ไม่ดี
เนื่องจากสถานการณ์าที่เปลี่ยนไป สถานการณ์ต่อสู้ของเผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรจึงค่อยๆ มั่นคงขึ้น หากเป็เช่นนี้ต่อให้ต้องทำาอีกเดือนสองเดือนก็ไม่มีปัญหา
ทว่าเผ่าสมุทรยิ่งมายิ่งบ้าคลั่ง เหมือนไม่เคยคิดจะยอมแพ้ ตั้งขบวนทัพโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า!
ผ่านไปไม่นานทั้งสนามรบก็อาบย้อมด้วยเืเนื้อ ซากศพสัตว์อสูรเผ่าสมุทรกองพะเนินเป็ูเา ใกล้จะสูงเทียบกำแพงเมืองซานเซียนได้แล้ว
จากนั้นเผ่าสมุทรจึงทำการอัญเชิญอีกครั้ง ใช้เืของสิ่งมีชีวิตนับล้านสังเวยให้เทพสมุทร!
คลื่นพลังโหมกระหน่ำ เมฆฝนปั่นป่วน พลังสมุทรมหาศาลพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ควบรวมกลายเป็เงาสูงเก้าจั้งร่างหนึ่งกลางอากาศ เหมือนคนแต่มิใช่ เหมือนสัตว์ก็ไม่เชิง ก้าวข้ามมหาสมุทร มือถือตรีศูล
“โฮก…”
เทพสมุทรคำราม เกิดคลื่นั์ขนาดใหญ่
“ตูม!”
“ตูมมม…”
ค่ายกลของเมืองซานเซียนสั่นไหวอย่างรุนแรงภายใต้การโจมตีของเงาเทพสมุทร บนกำแพงปรากฏรอยแตกอย่างน่ากลัว เหมือนจะพังทลายได้ตลอดเวลา
ผู้คนในเมืองเผยสีหน้าใ พวกเขาจิตใจสั่นสะท้าน
ทว่าในเวลานี้เองแสงเพลิงอัสนีน่ากลัวนับสิบสายพุ่งออกมาจากบนท้องฟ้า ยิงไปทางจุดตายของเงาเทพสมุทรโดยตรง
ใน่เวลาสำคัญ เ้าเกาะทั้งสามจึงร่วมมือกันใช้พลังของค่ายกลหอคอยรวมิญญาสิบอัน ต่อสู้ครั้งสุดท้าย
“ตูม ตูม ตูม…”
มิติแตกแยก ฟ้าดินมืดมัว
พวกเขาเห็นเงาเทพสมุทรแตกสลาย พังทำลายภายใต้การโจมตีด้วยแสงเพลิงอัสนีนี้!
เทพสมุทรโบราณ ยกมือปิดแผ่นฟ้า สร้างคลื่นั์น่ากลัว…แต่เงาเทพสมุทรด้านหน้าเป็เพียงเงา มิอาจใช้พลังของร่างจริงเทพสมุทรได้แม้แต่หนึ่งในหมื่น จึงถูกทำลายอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ยอดฝีมือเผ่าสมุทรอ้าปากค้าง เหล่าสัตว์อสูรก็ใจนสิ้นหวัง! คลื่นน้ำสีเืหยุดชะงัก จากนั้นถอยหลังกลับอย่างบ้าคลั่ง
เผ่ามนุษย์มีฝีมือน่ากลัวถึงเพียงนี้ แม้แต่เงาเทพสมุทรก็ถูกทำลายไปแล้ว ยังจะทำสิ่งใดได้อีก?
……
“ถอยแล้ว! คลื่นน้ำสีเืถอยกลับไปแล้ว!”
“ปกป้องไว้ได้! ในที่สุดพวกเราก็ปกป้องไว้ได้! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“พวกเรายังมีชีวิตอยู่ ยังมีชีวิตอยู่”
“ท่านเ้าเกาะเก่งกาจ!”
“ท่านเ้าเกาะเก่งกาจ…ท่านเ้าเกาะเก่งกาจ…”
……
บนกำแพงเมืองมีเสียงะโดังะเืฟ้าะเืดิน ทุกคนล้วนเผยรอยยิ้มปิติยินดี
หลังจากรู้สึกยินดีได้สักพัก เกาะสามเซียนร่วมมือกับขั้วอำนาจต่างๆ และยอดฝีมือพเนจร ฉวยโอกาสตอนยังชนะเป็ฝ่ายไล่สังหารกองทัพของเผ่าสมุทร จากนั้นโจมตีคลื่นน้ำเืสีแดงจึงพังทลายอีกครั้ง
