หลิวจือโม่มองหญิงสาวอย่างสงบ ถามด้วยความสงสัย "เ้าคือใคร"
เขานึกทวนในใจ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่รู้จักสตรีตรงหน้าจริงๆ
ถงว่านหรงเดินไปหาหลิวจือโม่ช้าๆ ในใจรู้สึกอายเล็กน้อย แต่ภายนอกยิ้มอย่างใจดีและสุภาพ "พี่หลิว ช่วยเรียกท่านพ่อของข้าให้หน่อยได้หรือไม่ ข้ามีอะไรจะถามเขา"
เด็กสาวมองหลิวจือโม่อย่างละโมบ ลักษณะที่อ่อนโยนและสง่างามของเขาตรงกับภาพลักษณ์สามีในความคิดของนาง
เขาไม่เพียงแต่หล่อเหลา แต่ยังเรียนเก่ง
นางเคยได้ยินบิดาชมเขาหลายครั้ง การสอบจัดอันดับรอบนี้ก็คงออกมาไม่เลวนัก
ถ้าพลาดสามีที่ดีขนาดนี้ไป นางจะเสียใจไปตลอดชีวิต
“แม่นาง ขอโทษด้วย ข้าคงช่วยไม่ได้ ถ้าอยากเรียกจริงๆ ให้ผู้คุมช่วยได้” หลิวจือโม่ปฏิเสธ หันกลับเดินเข้าไปโดยไม่รอให้นางตอบ
ถงว่านหรงกระทืบเท้าด้วยความโกรธ ทำไมเ้าท่อนไม้นั่นถึงมองความคิดของนางไม่ออก?
หรือนางไม่งามพอที่จะดึงดูดสายตาของเขา?
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ถงว่านหรงก็รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย นางมองหลังหลิวจือโม่อีกครั้ง ส่งเสียงหึ หันหลังกลับและเดินไปที่รถม้า
เซี่ยเหอ สาวใช้ส่วนตัวเห็นจึงรีบเข้าไปทักทาย "คุณหนู เป็อย่างไรบ้าง คุณชายหลิว เขา..." ทำไมคุณหนูกลับมาเร็วจัง
“เข้าไปแล้วค่อยคุย” ถึงนางจะกล้ายังไง นางก็อายเกินกว่าจะพูดถึงผู้ชายข้างนอกแบบนี้
ถ้าท่านพ่อรู้เข้า คงโกรธจนให้นางคัดตำราสอนหญิงแน่
เซี่ยเหอปิดปาก พยักหน้าและช่วยพยุงถงว่านหรงเข้าไปในรถม้า
ทันทีที่นางนั่งลง ถงว่านหรงก็ขมวดคิ้ว และถามเซียเหอว่านางหน้าตาไม่ดีหรือ?
"คุณหนู ถ้าคุณหนูไม่งาม ก็ไม่มีใครงามแล้วค่ะ" เซี่ยเหอไม่ได้ประจบประแจงจริงๆ ถงว่านหรงมีรูปร่างหน้าตาที่ดี ใบหน้ารูปไข่ดูอ่อนโยน คู่กับดวงตาดุจผลซิ่งที่สวยงาม มองไปแวบแรกก็รู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้อ่อนโยนสุภาพมาก
ถงว่านหรงััใบหน้าตน เอียงหัวถามเซี่ยเหอ "ถ้าเช่นนั้น ทำไมศิษย์พี่หลิวถึงไม่ยอมช่วย" นางถอนหายใจเล็กน้อย "เป็เพราะเขาไม่ชอบแบบข้าหรือ”
“เป็ไปได้อย่างไร คุณหนูคิดมากไปแล้วเ้าค่ะ คุณหนูงดงามเช่นนี้ ผู้ใดบ้างจะไม่ชอบท่าน”
“แล้วทำไมเขาไม่ทำตามคำขอของข้า”
"เอ่อ..." หัวเซี่ยเหอหมุนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเปิดปากพูดอย่างไม่เต็มใจนัก "คุณชายหลิวเป็สุภาพบุรุษที่ซื่อตรง คุณหนูไปหาเขาในที่สาธารณะ เขาก็คงต้องเลี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนนินทา”
หากนายท่านรู้เข้า นางคงต้องโดนลงโทษที่ไม่ห้ามคุณหนูแน่
เมื่อนึกถึงผลที่ตามมา เซี่ยเหอก็ตัวสั่นด้วยความกลัว
คุณหนูทำผิดไม่เคยโดนลงโทษนัก มีแต่สาวใช้ที่จะโดนแทน
เพื่อหลีกเลี่ยงการลงโทษเหล่านี้ นางจึงทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมคุณหนูเท่านั้น
“คุณหนู คราวหน้าคุณไปหาคุณชายหลิวตรงๆ แบบนี้ไม่ได้ ถ้าคุณหนูไปหาเขาโดยตรง เขาจะไม่สนใจ” เซี่ยเหอรินชาให้ถงว่านหรง เกลี้ยกล่อมเสียงเบา “คุณหนู ถ้าคุณหนูชอบคุณชายหลิวก็ลองพูดเป็นัยกับนายท่านเบาๆ ก็ได้เ้าค่ะ นายท่านชอบคุณชายหลิวขนาดนั้น ย่อมอยากได้เป็ลูกเขยอยู่แล้ว”
ถงว่านหรงยกถ้วยขึ้นจิบชาช้าๆ รู้สึกว่าสิ่งที่เซี่ยเหอพูดมีเหตุผล นางจึงตอบรับ
เมื่อเห็นว่าถงว่านหรงเห็นด้วย เซี่ยเหอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ครั้งต่อไปหากคุณหนูคิดจะทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก นางจะต้องพยายามห้ามอย่างเต็มกำลัง
นางลงนามในสัญญาแล้ว นางไม่อยากโดนขาย
"งั้นก็กลับกันเถอะ!"
"เ้าค่ะ..." เซี่ยเหอตอบรับ ยกม่านรถขอให้คนขับรถกลับบ้าน
หลิวจือโม่ที่ไม่รู้ว่ากำลังถูกสตรีอื่นหมายหัว กำลังถูกอาจารย์ถงเรียกไปคุยที่ห้องหนังสือ
"เ้าจะไม่พลาดการสอบบัณฑิตครั้งนี้อีกใช่หรือไหม"
สองปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้ได้จัดการสอบติดต่อกันเพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถ ตอนนั้นเขาบอกให้หลิวจือโม่ไปสอบ
อย่างไรก็ตาม หลิวจือโม่ปฏิเสธ บอกว่าจะรออีกสองปีค่อยลงสนาม
ช่วยไม่ได้ เขาก็ต้องปล่อยไปตามนั้น
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะกล่อมให้ไปสอบให้ได้
หลิวจือโม่ตอบรับ บอกว่าครั้งนี้ตนเองจะเข้าร่วมการสอบ
ทุกอย่างที่บ้านกำลังไปในทางที่ดี เขาจึงไม่ต้องกังวลและสามารถสอบได้อย่างสบายใจ
อาจารย์ถงลูบเคราด้วยความพึงพอใจ ในบรรดานักเรียน เขามองหลิวจือโม่ในแง่ดีมากที่สุด ครั้งนี้ เขาจะกลับมาพร้อมกับอันดับที่ดีอย่างแน่นอน
"นี่เป็บทความจากปีก่อนๆ เอากลับไปอ่านดู" อาจารย์ถงหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาใส่มือหลิวจือโม่ ขอให้เขานำกลับไปอ่าน
หลิวจือโม่รับและขอบคุณ
การอ่านบทความเพิ่มเติมจากปีก่อนๆ จะทำให้เขาเข้าใจมากขึ้น
"หลังจากอ่านบทความพวกนี้เสร็จก็มาถกกับข้า”
"ขอรับ…"
หลิวจือโม่ถามคำถามด้านการเรียนเพิ่มเติม จากนั้นจึงออกมา
ทันทีที่เขาเดินออกจากห้องหนังสือก็ถูกเซียงหยุนเฟย เพื่อนร่วมชั้นมาจับไหล่
"อาจารย์ถงให้การบ้านเยอะขนาดนี้อีกแล้วหรือ" เซียงหยุนเฟยมองบทความในมือของหลิวจือโม่ "อาจารย์ถงดีกับเ้าจริงๆ!"
น้ำเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อยเผยให้รู้ว่าสื่อความหมายกลับกัน
หลิวจือโม่แสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ เขาชำเลืองมอง “ไว้อ่านเสร็จแล้วข้าจะให้เ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซียงหยุนเฟยก็โบกมืออย่างรุนแรง "ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ต้องให้ข้าอ่าน เ้าค่อยๆ อ่านเองเถอะนะ!" เขาไม่อยากเรียนจนโง่ ถ้ามีการบ้านเยอะขนาดนี้ทับต้องตายแน่ๆ
พวกเขาเป็เพื่อนร่วมชั้นกันมาสามปีแล้ว เขารู้จักอีกฝ่ายดี เซียงหยุนเฟยค่อนข้างฉลาด แต่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ
เขามาที่สถานศึกษาก็เพื่อครอบครัว เพราะไม่อยากถูกที่บ้านจู้จี้
“คราวนี้จะไม่สอบหรือ?”
เซียงหยุนเฟยกางพัดในมือออก และส่ายหน้าเล็กน้อย "ต้องสอบอยู่แล้ว แต่พูดยากว่าผลจะเป็อย่างไร”
หลิวจือโม่เหลือบมองเขาอีกครั้ง เอ่ยเสียงเรียบ "หลังเลิกเรียนแล้วข้าจะช่วยทบทวนสิ่งที่เ้าไม่รู้" เขาสนิทกับเซียงหยุนเฟย และไม่อยากเห็นเขาไปสอบตัวเปล่า
"ไม่จำเป็หรอกกระมัง?" เซียงหยุนเฟยร้องด้วยสีหน้าหดหู่ "เ้าไปยุ่งเื่ของเ้าเถอะ ไม่ต้องสนใจข้า จริงๆ นะ…”
หลิวจือโม่มองเซียงหยุนเฟยเงียบๆ ทำเอาอีกฝ่ายกลืนน้ำลาย และหัวเราะ "ถ้าเช่นนั้น... ก็รบกวนเ้าแล้ว”
เขาไม่กลัวบิดามากนัก แต่ดันกลัวสหายคนนี้
จือโม่เป็คนหน้าเนื้อใจเสือ หากไปหาเื่เข้าอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไรด้วยซ้ำ
เขาแก้แค้นไม่เคยใช้กำลัง ใช้แค่สมองก็พอแล้ว
หลิวจือโม่ตอบรับเบาๆ จากนั้นเดินต่อไปยังห้องเรียน
เซียงหยุนเฟยเป็คนที่ทนเหงาไม่ไหว เขาโอบไหล่หลิวจือโม่พลางกระซิบข้างหู “นี่ เ้ารู้ไหมว่าอาจารย์ถงมีลูกสาวสวยมาก” เขาเคยบังเอิญเจอ และรู้สึกตาเป็ประกายเลยจริงๆ “อาจารย์ถงชอบเ้าขนาดนั้น จะอยากได้เ้าเป็ลูกเขยหรือไม่”
เขาครุ่นคิดดูแล้ว มันเป็ไปได้จริงๆ
หลิวจือโม่ชะงักฝีเท้า หันมองเซียงหยุนเฟยและพูดอย่างจริงจัง "ข้ามีคู่หมั้นแล้ว เราจะแต่งงานกันในวันที่สิบเดือนหน้า" ในสายตาของเขาไม่มีใครสวยไปกว่าหลิงเอ๋อของเขา “คราวหน้าพูดจามั่วซั่วอีก ข้าจะเย็บปากเ้าซะ”
“อะไรนะ? เ้าจะแต่งงานในวันที่สิบเดือนหน้าหรือ?” เซียงหยุนเฟยมองหลิวจือโม่ด้วยความใ “เ้า… เ้ามีคู่หมั้นจริงๆ หรือ? จะแต่งงานในวันที่สิบเดือนหน้าจริงๆ หรือ ไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม”
แม้ว่าพวกเขาจะสนิทกัน แต่เขาก็ไม่เคยไปที่บ้านของหลิวจือโม่ และไม่เคยได้ยินเื่ที่ว่าเขามีคู่หมั้นด้วย
เขาไม่ได้โกหกใช่ไหม
เซียงหยุนเฟยมองหลิวจือโม่อย่างจริงจัง เมื่อเห็นว่าเขาดูจริงจังไม่เหมือนล้อเล่นจึงสูดหายใจเฮือกใหญ่ คงจะจริงสินะ
"เ้า... คู่หมั้นของเ้าสวยไหม”
"อืม..." หลิวจือโม่เดินต่อแล้วพูด "วันที่สิบเดือนหน้า ถ้าว่างก็มาดื่มสุราได้”
เซียงหยุนเฟยกะพริบตาแล้วรีบเดินตาม มองหลิวจือโม่แล้วหัวเราะแหะ "ข้ารู้จักเ้ามาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปบ้านเ้าเลย คืนนี้กลับไปค้างบ้านเ้าสักสองวันดีหรือไม่ไหม” พรุ่งนี้ก็วันหยุด ไม่ต้องเรียนพอดี
เขาจำได้เพียงว่าหลิวจือโม่บอกว่าบ้านอยู่ชนบท ไม่รู้ว่าที่นั่นจะสนุกไหม?
เขายังไม่เคยไปชนบทเลย!
หลิวจือโม่มองสีหน้าโหยหาของอีกฝ่าย เลิกคิ้วและตอบอืมอีกครั้ง
เขารู้จักเซียงหยุนเฟยมาหลายปีแล้ว ย่อมไม่คัดค้านหากอีกฝ่ายอยากไปค้าง
เดิมเซียงหยุนเฟยคิดว่าถ้าหลิวจือโม่ปฏิเสธ เขาจะลองตามตื๊อกลับไป
ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงเร็วแบบนี้
เขามีความสุขจนตั้งตัวไม่ทัน
หลิวจือโม่ไม่สนใจเซียงหยุนเฟยที่ชะงักค้าง เขาเดินตรงกลับไปที่ห้องเรียน
จนหลิวจือโม่เข้าห้องเรียน เซียงหยุนเฟยจึงจะรู้สึกตัวและโหวกเหวกตามมา
เขาวิ่งไปตัดหน้าหลิวจือโม่และหัวเราะ “หลังเลิกเรียนรอข้านะ ข้าจะกลับไปเก็บเสื้อผ้า แล้วจะรีบมา!" เขาต้องไปลองััชีวิตชนบทให้เต็มอิ่ม ฮิๆ…
ถ้าได้เห็นคู่หมั้นของหลิวจือโม่ก็คงดี แต่ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้น เพราะคงจะไม่ได้เจอเ้าสาว จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน
แต่เมื่อเขาไปที่บ้านของหลิวจือโม่และได้เห็นหลี่ชิงหลิง ได้ยินเขาแนะนำนาง เขาก็ต้องตกตะลึง
