พอเห็นสีหน้าของหลงจี๋แล้วหลงอวี้ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเื่ของเฟิงฉางเกอแม้แต่น้อย!
“พ่อบุญธรรมข้าเฟิงฉางเกอถูกมือสังหารของอาณาจักรกู่เิจับตัวไปเมื่อสามวันก่อน หรือว่าท่านจอมทัพผู้บัญชาการกองทัพเรือนแสนอย่างขุนพลน้อยหลงจี๋จะยังไม่รู้เื่นี้กัน?”
หลงอวี้เค้นถามออกไปอีกหนึ่งประโยค!
“ข้าย่อมต้องรู้อยู่แล้ว”
หลงจี๋นั้นเพียงแค่ชะงักไปครู่หนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็รีบตอบกลับด้วยสายตาดูแคลน
“เพียงแค่เฟิงฉางเกอเคยเป็รองขุนพลของคนทรยศ ต่อให้ถูกอาณาจักรกู่เิจับตัวไปก็ไม่ใช่เื่สำคัญ!”
“อย่างนั้นหรือ”
หลงอวี้หัวเราะเ็า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าพ่อบุญธรรมของข้าตอนนี้มีวิถียุทธ์ระดับเท่าไร?”
“อย่างเ้านั่นจะยังมีวิถียุทธ์เหลือสักเท่าไรเชียว อย่างมากสุดแค่ใช้พลังระดับวิถียุทธ์ขั้นแปดออกมาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว!”
แม่ทัพหัวล้านที่อยู่ข้างๆ เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็น่าจะรู้สินะว่าพ่อบุญธรรมของข้าได้รับาเ็สาหัสก็เพราะต้องทำศึกกับกองทัพพันธมิตรระหว่างอาณาจักรกู่เิและอาณาจักรตงยื่อ?”
หลงอวี้เค้นถามต่อด้วยแววตาอันเ็า
“เขาฆ่าฟันกับอริราชศัตรูเพื่ออาณาจักรจนไม่เพียงแต่ได้รับาเ็สาหัสเท่านั้น แต่ยังถูกทหารของศัตรูจำนวนมากโกรธแค้นจนเป็เหตุให้ถูกลักพาตัวไปในตอนนี้ด้วย! แต่พวกเ้า แม่ทัพของกองทัพต้าถังในตอนนี้ กลับมาบอกว่าเื่ที่เขาถูกลักพาตัวไปไม่ใช่เื่สำคัญอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อหลงอวี้พูดประโยคนี้จบ พวกหลงจี๋ก็พูดอะไรไม่ออกราวกับเป็ใบ้ไปเลยทีเดียว!
ไม่ว่าจะหลงจี๋หรือแม่ทัพหัวล้านหรือแม่ทัพที่มีตาเหมือนจิ้งจอกนั่น ล้วนไม่สามารถมาตอบโต้หลงอวี้ได้เลยอย่างสิ้นเชิง!
เพราะว่าสิ่งที่หลงอวี้พูดนั้นเป็ความจริงทุกประการ!
“ในเมื่อไม่คิดจะไปตามหาเขา ข้าไปเองก็ได้”
หลงอวี้หัวเราะเ็า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกผิดหวังกับแม่ทัพของกองทัพต้าถังในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
แต่เดิมเขายังไม่ได้รู้สึกอะไรกับหลงจี๋เป็พิเศษ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยเจออีกฝ่าย และเ้าหลงจี๋นี่ก็อาจจะเป็คนที่มีความสามารถในการบัญชาการกองทัพทำศึกาได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
แต่จากที่เห็นตอนนี้ เ้าหลงจี๋นี่นอกจากจะมีระดับพลังสูงกว่าชาวบ้านเล็กน้อยและเป็ลูกหลานของตระกูลหลงแล้ว ก็ไม่มีเื่อื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพนับถือเลยแม้แต่อย่างเดียว!
พอพูดจบแล้ว หลงอวี้ก็หันหลังเดินออกจากตำหนักจอมทัพทันที
“ศิษย์น้อง ข้าจะไปกับเ้า”
ปู้สิงเองก็ผิดหวังกับแม่ทัพเหล่านี้อย่างมากเช่นกัน จึงหันหลังกลับแล้วเดินตามหลงอวี้ไปด้วย
“ขุนพลน้อย เ้าสองคนนี้นี่ช่างโอหังจริงๆ ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าไม่เห็นท่านในสายตาเลยแม้แต่น้อย!”
ในดวงตาของแม่ทัพหัวล้านนั่นฉายแววพิโรธเดือดดาล
“แม่ทัพใหญ่เหยียนซาน”
หลงจี๋หรี่ตาลง ชุดเกราะสีทองของเขาได้เปล่งประกายเรืองรอง
“ไม่จำเป็ต้องมีน้ำโหกับไอ้หมอนั่นหรอก เพราะอีกไม่นานมันก็ต้องตายในสนามรบอยู่แล้ว!”
“เป็อย่างที่ขุนพลน้อยพูดเลย”
เมื่อแม่ทัพหัวล้านเหยียนซานได้ยินคำพูดของหลงจี๋ก็รู้ทันทีว่าหลงจี๋นั้นได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว จึงรู้สึกวางใจขึ้นมา
ไม่อย่างนั้น ตัวเขาที่ถูกหลงอวี้สั่งสอนเมื่อครู่นี้ก็ไม่อาจระบายอารมณ์ได้น่ะสิ?
ในเมื่อเ้าหนูนั่นใกล้ตายแล้ว อย่างนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องไปอารมณ์เสียอะไรกับคนตาย!
.......
หลงอวี้และปู้สิงสองคนได้เดินออกมาจากตำหนักจอมทัพ ระหว่างทางได้ยินข้อมูลทางการทหารมาจากหน่วยสอดแนมด้วย หุบเขาแรกสุดในเจ็ดมหาหุบเขานั้น มีกองทัพกู่เิขนาดเล็กเข้ามารุกราน
ภายในลานฝึกซ้อมในเมืองถังกวนนั้น รองแม่ทัพใหญ่สองคนที่รับหน้าเฝ้าระวังรีบสั่งการให้กองทัพพันคนของตัวเองเตรียมตัวออกเดินทางไปสกัดกองทัพศัตรูไว้ทันที
ปู้สิงหันกลับไปมองทางตำหนักจอมทัพครู่หนึ่ง พบว่าเ้าหลงจี๋ไม่แม้แต่จะออกมาดูเลยด้วยซ้ำ ทำให้เขาอดรู้สึกดูถูกไอ้หลงจี๋นั่นมากกว่าเดิม
ในาระหว่างสองอาณาจักร ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดล้วนมีความสำคัญเร่งด่วนทั้งสิ้น แต่ไอ้หลงจี๋นั่นมันกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย!
“แม่ทัพทั้งสอง ให้พวกเราติดตามไปด้วยเถอะ”
ปู้สิงเดินไปหารองแม่ทัพใหญ่สองคนนั้นและพยักหน้าให้อีกฝ่าย
เมื่อมีปู้สิงและหลงอวี้ที่เป็ยอดฝีมือระดับิญญาแท้สองคนเข้าร่วมด้วยเช่นนี้ รองแม่ทัพทั้งสองคนนั้นย่อมต้องรู้สึกยินดีอยู่แล้ว
“สหายผู้นี้ เ้ามีระดับวิถียุทธ์สูงที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งหมดแล้ว หากอีกฝ่ายมีตัวตนระดับแม่ทัพใหญ่ปรากฏตัว เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องรบกวนขอให้เ้าช่วยรับมือแทนแล้ว!”
หนึ่งในรองแม่ทัพทั้งสองเอ่ยขึ้น
รองแม่ทัพนั้นคือผู้ที่มีวิถียุทธ์ระดับิญญาแท้ขั้นที่สองเท่านั้น หากเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่ที่ระดับิญญาแท้ขั้นที่สามก็ย่อมต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ยังดีที่มีปู้สิงมาเข้าร่วมด้วย
ส่วนหลงอวี้นั้น พวกนั้นไม่ได้สนใจสักเท่าไร ถึงอย่างไรรองแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งก็มีลูกน้องที่เป็แม่ทัพเล็กระดับิญญาแท้ขั้นที่หนึ่งหลายคนอยู่แล้ว
“ไม่มีปัญหา ไปกันเถอะ”
ปู้สิงพยักหน้ารับ เขาย่อมต้องเต็มใจต่อสู้เพื่ออาณาจักรอย่างสุดความสามารถ
กองทัพของรองแม่ทัพใหญ่ทั้งสองแต่เดิมก็กำลังซ้อมรบอยู่เมืองถังกวน พอได้ข่าวของศัตรูก็สามารถเร่งออกเดินทางไปยังแนวหน้าได้ทันที
ในเวลาเพียงสิบกว่าลมหายใจเท่านั้น ทหารผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดสองพันคนก็ตั้งทัพเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น
หลงอวี้และปู้สิงได้เข้าไปอยู่ในกองทัพนี้ด้วย ทหารผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดสองพันคนพากันขี่ม้าออกเดินทางไปยังหุบเขานอกเมืองอวี้กวนทันที!
‘ฉวยโอกาสจับตัวแม่ทัพของศัตรูสักสองสามคนมาถามหาเบาะแสของพ่อบุญธรรมในตอนที่กำลังชุลมุนดีกว่า’
หลงอวี้ที่อยู่ในกองทัพด้วยก็ได้วางแผนในใจเรียบร้อย
ดูจากท่าทีที่หลงจี๋มีต่อาระหว่างสองอาณาจักรในครั้งนี้เขาก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้คร่าวๆ แล้ว เพียงแค่ยังไม่สามารถยืนยันได้
บางทีาครั้งนี้อาจจะไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้น
ไม่อย่างนั้น ท่าทีเอื่อยเฉื่อยแบบนั้นของเ้าหลงจี๋ เกรงว่าเมืองถังกวนนี่คงจะถูกแม่ทัพของศัตรูตีแตกไปนานแล้ว
อีกทั้งหากาครั้งนี้เป็าใหญ่จริงๆ อาณาจักรคงไม่ส่งแค่หลงจี๋คนเดียวมาเป็จอมทัพบัญชาการกองทัพเรือนแสนเช่นนี้แน่
“เกรงว่าาครั้งนี้ต้องมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่”
หลงอวี้ครุ่นคิดอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจคาดเดาความจริงได้เลย
สิ่งเดียวที่ตัวเขาในตอนนี้ทำได้ มีแค่การจับตัวแม่ทัพของศัตรูมาเค้นหาเบาะแสของเฟิงฉางเกอให้ได้เท่านั้น
กองทัพผู้ฝึกยุทธ์สองพันคนได้เดินทางออกจากเมืองถังกวนไปภายใต้การนำทัพของรองขุนพลใหญ่สองคน และมุ่งหน้าไปยังหุบเขาที่หนึ่งที่อยู่ทางตะวันออกสุด
ทางทิศเหนือของเมืองถังกวน เป็เทือกเขาที่สูงสุดขีดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็ชายแดนระหว่างอาณาจักรต้าถังกับกู่เิด้วย เรียกได้ว่าเป็กำแพงธรรมชาติที่คอยขวางกั้นระหว่างทั้งสองอาณาจักรเอาไว้
มีเพียงเจ็ดมหาหุบเขาที่เมืองถังกวนเฝ้าอยู่เท่านั้นถึงจะสามารถเดินทางไปมาระหว่างสองอาณาจักรนี้ได้
หุบเขาที่หนึ่ง เป็หุบเขาแห่งแรกที่ตั้งอยู่ตรงฝั่งตะวันออกสุดของเจ็ดมหาหุบเขา และก็เป็หุบเขาที่เล็กที่สุดและแคบสุดขีด สามารถเดินเข้าไปพร้อมกันได้เพียงสิบกว่าคนเท่านั้น เป็จุดที่เสี่ยงต่อการถูกซุ่มโจมตีมากที่สุด
หลงอวี้และปู้สิงที่อยู่ในกองทัพด้วย มีเพียงพวกเขาสองคนที่ไม่ได้ขี่ม้าออกมา
ด้วยระดับพลังและวิชาท่าร่างของทั้งสอง การติดตามกองทัพสองพันคนนั้นง่ายราวกับการเดินเล่นก็ไม่ปาน ถึงกับไม่จำเป็ต้องใช้วิชาก้าวประชิดขอบฟ้าหรือปีกแห่งหุบเขาปีศาจออกมาเลยด้วยซ้ำ
ตอนที่เพิ่งไปถึงหน้าทางเข้าหุบเขาที่หนึ่งนั้น พลสอดแนมที่อยู่ทางด้านหน้าก็รีบเข้ามารายงานทันที
“เรียกท่านรองแม่ทัพ! ฝั่งศัตรูมีแม่ทัพใหญ่หนึ่งนายนำทัพมาพร้อมกับรองขุนพลอีกห้านาย รวมทหารทั้งหมดแล้วมีจำนวนกว่าห้าพันคน!”
ข่าวนี้ทำให้รองขุนทั้งสองนั้นเปลี่ยนสีหน้าไปทันที
จำนวนคนของศัตรูมันมากกว่าฝ่ายเราถึงหนึ่งเท่า!
“พวกเราเข้าไปต้านรับไว้ก่อน แล้วก็ส่งคนกลับไปขอกำลังเสริมด้วย”
รองขุนพลคนหนึ่งตัดสินใจอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หันไปทางปู้สิง
“สหายผู้นี้ ข้าต้องขอฝากให้เ้าจัดการแม่ทัพใหญ่ของอีกฝ่ายให้แล้ว! ้าผู้ช่วยด้วยไหม?”
“ไม่จำเป็”
ปู้สิงย่อมต้องมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่แล้ว
กับแม่ทัพใหญ่ระดับิญญาแท้ขั้นที่สาม ต่อให้เขาฆ่าอีกฝ่ายไม่ได้ ก็อย่าคิดว่าอีกฝ่ายจะจัดการเขาได้
ความจริงแล้ว ลูกศิษย์ระดับพิเศษอันดับที่หนึ่งของทั้งเจ็ดสำนักลัทธิใหญ่ในอาณาจักรต้าถังตอนนี้ โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วนมีพลังระดับิญญาแท้ขั้นที่สามทั้งสิ้น แต่ความแข็งแกร่งของปู้สิงนั้น ในบรรดาลูกศิษย์ระดับพิเศษของทั้งเจ็ดสำนักลัทธิใหญ่ เขาต้องถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆแน่นอน!
เป็เพราะปู้สิงนั้นเหมือนกับหลงอวี้ตรงที่มีพลังต่อสู้สูงกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกัน!
“ก็ได้ แต่เ้าห้ามประมาทเด็ดขาดนะ ในานั้นไม่เหมือนกับการต่อสู้ตัวต่อตัว สถานการณ์สามารถพลิกผันได้ทุกวินาที”
รองขุนพลผู้นั้นเห็นปู้สิงมั่นใจในตัวเองขนาดนี้ก็ไม่ได้บังคับอะไร เพียงกล่าวเตือนเท่านั้น
“หากถูกซุ่มโจมตีเข้า เ้าต้องให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวเองก่อนเป็อย่างแรก!”
“อืม”
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็คำเตือนจากผู้มีประสบการณ์ ปู้สิงตั้งใจรับฟังเป็อย่างดี
จะว่าไปแล้ว แม้ปู้สิงจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เคยลงสนามรบจริงๆ มาก่อน พอตอนนี้ได้ยินเสียงะโเพื่อปลุกใจของทหารราวสองพันคนแล้ว ตัวเขาเองก็รู้สึกเืร้อนขึ้นมาด้วยเช่นกัน
เทียบกันแล้ว หลงอวี้กลับเยือกเย็นกว่าเยอะ
ตัวเขาเคยผ่านประสบการณ์การฆ่าคนมาทุกรูปแบบแล้ว
เขาเงยหน้ามองไปทางหุบเขาที่อยู่ตรงหน้า เห็นว่าหุบเขาที่หนึ่งนั่นคับแคบอย่างที่ได้ยินมาจริงๆ กว้างพอให้คนเดินเข้าไปพร้อมกันได้สิบกว่าคนเท่านั้น ซึ่งหน้าผาทั้งสองฝั่งด้านข้างสูงจนทะลุเมฆ มองไม่เห็นยอดเขาเลยด้วยซ้ำ มีหิมะปกคลุมอยู่เต็มไปหมด
ที่นี่คือหุบเขาหิมะแห่งหนึ่ง เพียงแค่หิมะเหล่านี้ไม่เคยละลายเลยก็เท่านั้น
เจ็ดมหาหุบเขานั้นมันคงอยู่มาไม่รู้ยาวนานขนาดไหนแล้ว
“ย้าก!!!”
ภายในหุบเขาพลันมีเสียงะโะเืฟ้า ต่อจากนั้นก็ได้มีชายร่างโตไว้เครายาวที่มีพลังระดับิญญาแท้ขั้นสามคนหนึ่งพุ่งทะยานมาจากในหุบเขาเป็คนแรก!
“ข้าไปรับมือมันเอง!”
ปู้สิงเห็นดังนั้น ดวงตาก็เป็ประกายอำมหิตทันที ก้าวเท้าออกไปในพริบตา เปลี่ยนระยะสุดขอบฟ้าเป็เพียงเอื้อมมือ บุกเข้าหาชายไว้เคราร่างโตนั่นอย่างดุดัน
“เป็คนในสังกัดสำนักลัทธิหรือนี่!”
พออีกฝ่ายเห็นอย่างนั้นก็ชะงักทันที จากนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะดังสนั่น
“กองทัพต้าถังไม่มีคนแล้วหรืออย่างไร? ถึงกับส่งอัจฉริยะของสำนักลัทธิหนึ่งมาต่อกรกับข้าเช่นนี้!”
อัจฉริยะของสำนักลัทธินั้น เรียกได้ว่าเป็รากฐานของอาณาจักรเลยก็ว่าได้ มีเพียงอัจฉริยะเหล่านี้เท่านั้นที่จะสามารถค้ำจุนอาณาจักรให้อยู่รอดต่อไปได้หลังจากเติบโต
หากปล่อยให้อัจฉริยะวัยเยาว์เหล่านี้มาตายในสนามรบ ถือได้ว่าเป็ความเสียหายครั้งใหญ่หลวงของอาณาจักร ไม่ว่าอาณาจักรไหนก็ตาม!
“ย้าก!!!”
ทางฝั่งต้าถังเองก็แผดเสียงะโกู่ก้องะเืฟ้าเช่นกัน รองขุนพลสองคนนั้นได้นำทหารสองพันคนบุกเข้าไปในหุบเขาแล้ว!
แม้ทุกคนจะได้ยินข่าวว่าศัตรูมีจำนวนเยอะกว่า แต่ในหุบเขาคับแคบถึงเพียงนี้ ต่อให้คนเยอะแล้วจะทำไม?
คนที่เขาไปในหุบเขาได้ก็มีแค่ไม่กี่คนอยู่ดี!
“เ้าอยากฆ่าศัตรูแล้วหรือ?”
ท่ามกลางสมรภูมิเช่นนี้ อยู่ๆ หลงอวี้ก็ััได้ว่าหอกัปรภพในมือเขาสั่นขึ้นกะทันหัน
หอกัปรภพเป็ยุทธภัณฑ์ที่หลงจ้ายเทียนเคยใช้ทำาในอดีต เมื่อมันััได้ถึงบรรยากาศของาตรงหน้าแล้ว จึงได้สั่นไหวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น!
“ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ชีวิตของทหารกู่เิพวกนี้มาฝึกฝนวิชาหอกหมื่นสังหารของข้าก็แล้วกัน!”
ในดวงตาของหลงอวี้มีจิตสังหารแผ่ซ่านออกมา เขาเร่งเร้าลมปราณเพื่อใช้งานปีกแห่งหุบเขาปีศาจ เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็เพียงประกายแสงสายหนึ่ง พุ่งทะยานไปอยู่ที่ด้านหน้าสุดของแนวรบทันที!
ภาพที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างก็ตื่นตะลึง
“พ่อหนุ่มของลัทธิคนนั้น ออกไปไกลขนาดนั้นทำไม? แบบนั้นเหมือนเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเลยนะ!”
“เ้าหนูนี่จะต้องไม่เคยเข้าร่วมามาก่อนแน่ ถึงได้อวดดีขนาดนี้!”
“ไอ้หนูนั้นมันออกมาอยู่หน้าสุดเลย เราฆ่ามันก่อนเลยแล้วกัน ลงมือ!”
ทหารของฝ่ายต้าถังต่างก็ชะงักไป ส่วนทหารฝ่ายกู่เินั้นต่างก็ฉกฉวยโอกาสนี้ส่งรองขุนพลสองคนออกไปหมายจะฆ่าหลงอวี้!
“ิญญาแท้อินทรีย์นภา สยบมันไว้!”
ตอนนี้ปู้สิงได้เข้าต่อสู้พัวพันกับแม่ทัพใหญ่ของศัตรูแล้ว เมื่อครู่นี้ทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันหนึ่งคำรบ พลันเกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวทันที หิมะภายในหุบเขาถูกะเิจนสาดกระจายไปทั่ว ทำให้ทัศนวิสัยของทหารทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกบดบังจนเลือนราง
ส่วนหลงอวี้ที่เผชิญหน้ากับรองขุนพลสองคน กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง!
“สหายน้อย รีบกลับมา!”
รองขุนพลฝ่ายต้าถังสองคนที่อยู่ด้านหลังได้ส่งเสียงะโเรียก นั่นมันเป็อัจฉริยะของลัทธิเชียวนะ หากมาตายที่นี่ล่ะก็ พวกเขาสองคนมีปัญหาแน่!
แต่หลงอวี้กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อปู้สิงขวางแม่ทัพใหญ่ของอีกฝ่ายไว้แล้ว เช่นนั้นคนที่เหลืออยู่นั้นก็ไร้ซึ่งพิษภัยอย่างสิ้นเชิง
