“เดี๋ยวก่อนครับคุณ”
เสียงเรียกกึ่งะโที่ดังมาจากทางด้านหลังของฉันจนทำให้เท้าที่กำลังจะก้าวเดินต่อหยุดชะงักทันที
“...ค่ะ...?? “
ฉันหันไปด้วยสีหน้าสงสัยด้วยสมองพยายามประมวลผลว่าเป็คนที่ฉันรู้จักหรือเปล่า
“ผมเชนนะครับเป็ผู้จัดการของที่นี่...คุณ...เอ่อ...”
และด้วยการแนะนำตัวของผู้ชายมาดเนี้ยบตรงหน้าก็ทำให้ความหวังที่มอดดับลงไปก่อนหน้านี้พลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“สะ...สวัสดีค่ะ...ดิฉันจันทร์เ้าค่ะ”
ดวงหน้าเนียนใสแย้มยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด
“ครับคุณจันทร์เ้ายินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“ค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” (^-^)
“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อกี้นี้ผมเสียมารยาทฟังการสนทนาระหว่างคุณกับลูกค้าโรงแรมของผมโดยที่ผมไม่ได้เข้าไปช่วยทั้ง ๆ ที่ผมควรจะต้องเข้ามาจัดการให้เร็วที่สุด” (>.<)?
ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยปากขอโทษก่อนถึงการละเลยในสิ่งที่เขาควรจะทำ เพียงแต่เขานั้นอยากรู้ว่าหญิงสาวเป็ใครทำไมถึงสนทนาภาษาที่ไม่เป็ทางการอย่างนี้ได้คล่องแคล่วและถ้าหากดูจากการแต่งกายด้วยแล้วเธอไม่น่าจะใช้ลูกค้าของโรงแรมแม้ว่าผิวพรรณจะดีเสียยิ่งกว่าแขกวีไอพีบางคนเสียอีก
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ ดิฉันช่วยไปตามความสามารถที่มีเท่านั้น” (^-^)
“ว่าแต่คุณจันทร์เ้ามาติดต่อเื่อะไรงั้นหรือครับ เอ่อ ถ้าไม่เป็การเสียมารยาทดูจากการแต่งกายแล้วเหมือนคุณมาสมัครงานมากกว่า”
คนตรงหน้าพูดอย่างไม่อ้อมค้อมอีกทั้งเขาที่ทำงานมาจนได้เป็ถึงผู้จัดการโรงแรมหรูขนาดนี้ทำไมเขาดูปราดเดียวแล้วจะอ่านผู้คนไม่ออก อีกทั้งด้วยการปิดดีลที่น่าประทับใจที่สามารถดึงลูกค้าให้พักได้ถึงครึ่งเดือนในห้องที่มีมูลค่าสูงสุดของโรงแรมได้ด้วยแล้วนั้น นั่นยิ่งทำให้เขาอยากรู้จักเธอมากขึ้นไปอีก
ส่วนคำบอกเล่าที่ว่าตัวเขาจะไม่ได้เข้าโรงแรมมาในเช้านี้จะเป็เื่จริงอย่างที่พนักงานต้อนรับบอกก็ตาม แต่เพราะเขาได้รับคำสั่งมาอย่างกะทันหันว่าจะมีลูกค้าคู่รักวีไอพีที่จะเข้ามาพักกับทางโรงแรมในเช้านี้และลูกค้าคู่รักคู่นั้นก็คือคู่สามีภรรยาที่ผู้หญิงตรงหน้าเพิ่งปิดดีลไป นั่นจึงทำให้เขาที่เพิ่งมาถึงได้เห็นถึงความสามารถของหญิงสาวเข้าพอดี
“แต่ถ้าหากผมเข้าใจอะไรผิดไปผมต้องขออภัยคุณจันทร์เ้าด้วยนะครับ” ชายหนุ่มรีบพูดหลังจากเห็นหญิงสาวยังเงียบอยู่
“ไม่ค่ะ...คุณเชนเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ ดิฉันตั้งใจจะมาสมัครงานและกำลังจะสอบถามคุณเชนอยู่พอดีเลยว่าทางโรงแรมยังเปิดรับสมัครตำแหน่งพนักงานต้อนรับอยู่ไหมคะ”
ฉันถามด้วยใจที่เต้นตุบ ๆ ต่อม ๆ ด้วยเพราะข้อจำกัดที่ฉันมีในตอนนี้ก็คือคุณสมบัติเื่เพศกับวุฒิการศึกษาที่ถ้านับตามจริงฉันยังไม่จบระดับมหาวิทยาลัยเลย และด้วยข้อจำกัดนี้จะทำให้มีปัญหาในการสมัครงานครั้งนี้หรือไม่
“รับอยู่ครับ...แต่ว่าเอ่อ...”
“ติดเื่คุณสมบัติทางด้านเพศใช่ไหมคะ”
ใบหน้าสวยพลันสลดทันที...ทั้งที่เพิ่งดีใจได้เมื่อครู่นี่เอง
“ก็จริงอยู่ครับที่ว่าทางโรงแรม้าพนักงานชายเพราะอยากจะให้ประจำกะกลางคืน แต่ว่า...ด้วยความสามารถของคุณจันทร์เ้าที่ผมเห็นกับตาเมื่อครู่คุณสมบัติเื่เพศอาจจะไม่เป็ปัญหาเท่าไรนัก เพียงแต่อาจจะต้องขอให้คุณจันทร์เ้าสลับเข้ากะระหว่างเวลาเช้ากับเวลาคืนบ้างน่ะครับคุณพอจะสะดวกไหม”
คุณเชนที่เป็ผู้จัดการเอ่ยพูดตรง ๆ และเหมือนกับว่าจะกลายเป็เขาเองที่ประหม่ากลัวว่าหญิงสาวจะไม่ตกลงกับข้อเสนอนี้
“ถ้าเป็เื่เข้างานเวลาคืนสบายมากค่ะ ดิฉันเองสามารถเข้างานสลับได้ค่ะ”
และด้วยความรู้สึกดีใจที่ตัวเองจะได้งานทำนั่นจึงไม่ยากที่ฉันจะเอ่ยปากตอบตกลง เพียงแต่...สิ่งที่กังวลใจฉันอีกอย่างเลยนั่นก็คือเื่วุฒิการศึกษา
“แต่ว่า...ดิฉันต้องขอเรียนคุณเชนตามตรงเลยนะคะว่า ดิฉันดรอปเรียนมหาวิทยาลัยเอาไว้เนื่องด้วยปัญหาทางบ้าน ตอนนี้ดิฉันจึงมีวุฒิการศึกษาแค่ระดับมัธยมปลายเท่านั้นค่ะ”
สีหน้าเจื่อนที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้างามอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้แสดงออกถึงภาวะอึดอัดใจของคนพูดได้เป็อย่างดี
“เื่นั้นยิ่งไม่เป็ปัญหาใหญ่เลยครับ เนื่องจากโรงแรมเราและในเครือของเราเล็งเห็นถึงศักยภาพการทำงานและวุฒิภาวะมากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าในตำแหน่งที่ไม่ได้เป็ระดับรองผู้จัดการขึ้นไปพวกวุฒิการศึกษาก็ไม่สำคัญเท่าความสามารถครับ”
เชนพูดอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน เขาที่นึกชอบนโยบายของบริษัทแบบนี้มากกว่า เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ร่ำเรียนสูง ๆ แม้จะเก่งจะมีความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม แต่กลับกันกับบางคนที่ร่ำเรียนสูง ๆ แต่ทว่าวุฒิภาวะช่างอ่อนด้อยไม่น่าคบหาด้วยเลยคนเ่าั้ก็มีอยู่มากมาย
“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า...”
ฉันที่ไม่อยากดีใจเก้อเอ่ยถามย้ำคนตรงหน้าทันที เพราะถ้าหากสิ่งที่ฉันคิดเป็จริงเขาก็กำลังจะเป็เ้านายของฉันในอนาคต
“ใช่ครับคุณจันทร์เ้าได้งานแล้วครับ ส่วนรายละเอียดผมขอคอนแท็กต์ช่องทางการติดต่อหน่อยนะครับเดี๋ยวผมจะส่งรายละเอียดไปให้ แล้วก็ถ้าสะดวกสามารถมาเริ่มงานวันศุกร์นี้เลยได้ไหมครับเพราะ่นี้นักท่องเที่ยวเริ่มจะเยอะขึ้นแล้ว”
คำพูดที่เป็เหมือนคำยืนยันว่าฉันได้งานแล้วจริง ๆ ทำให้รอยยิ้มที่ประทับอยู่บนดวงหน้าเนียนใสยิ่งกว้างเบิกบานจนคนมองถึงกับตะลึง
“ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณเชนมาก ๆ เลยนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ให้โอกาสดิฉัน”
ร่างบางพลันโค้งตัวปลก ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันตื้นตันกับสิ่งที่ได้รับมากแค่ไหน ก่อนที่จะลาจากไปด้วยหัวใจที่เบิกบานและเตรียมตัวที่จะมาทำงานในอีกสองวัน...
สองวันต่อมา...
ณ โรงแรมยามาซูมิ
“สวัสดีค่ะผู้จัดการ ~~” (^-^)
“ผู้จัดการสวัสดีค่ะ ~~” (^-^)
พนักงานสองสาวที่ฉันเจอก่อนหน้านี้เอ่ยทักทายผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันด้วยสีหน้าแจ่มใส
“สวัสดีครับ...พอดีผมพาพนักงานต้อนรับคนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก”
คุณเชนทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะเบนตัวเล็กน้อยให้เพื่อเผยให้สองสาวได้เป็เห็น
“อ้าว...คุณนั่นเอง”
พนักงานที่ฉันช่วยในวันนั้นเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“นี่พนักงานคนใหม่ของเรานะชื่อจันทร์เ้า ส่วนนี้มะลิกับจินดานะครับ”
“สวัสดีค่ะ คุณมะลิคุณจินดา ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
ฉันเอ่ยพร้อมกับแสดงท่าทางนอบน้อม
“สวัสดีจ้ะ ไม่ต้องเรียกคุณหรอกดูแล้วเราน่าจะอ่อนกว่าพี่นะเรียกพี่ว่าพี่มะลิกับพี่จินดาก็พอ”
คนพูดที่รู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวเอ่ยบอกอย่างเป็มิตร
กระทั่งเมื่อการแนะนำผู้ร่วมงานผ่านพ้นไป ฉันก็เริ่มเรียนรู้งานโดยมีพี่มะลิคอยสอนคอยบอกอย่างไม่มีปิดบัง
“จันทร์เ้าพอเข้าใจไหม”
พี่มะลิถามหลังจากที่สอนฉันบุ๊กห้องพักเวลามีแขกมาติดต่อเข้าพัก
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่มะลิ พี่มะลิเรียกลูกจันก็ได้ค่ะ”
ฉันยิ้มตอบอย่างเป็มิตร
“ส่วนห้องอาหารเดี๋ยวเอาไว้พักเที่ยงพี่พาไปนะ ที่นี่สวัสดิการดีมากมีอาหารให้กินครบสามมื้อเลย ดีมากเลยใช่ไหมล่ะ อ่อ...จินดาเดี๋ยวกลางวันฉันขอพาน้องไปกินข้าวนะน้องมันยังไม่รู้ว่าโรงอาหารเราอยู่ตรงไหน” (^-^)
เสียงสดใสของพี่มะลิที่พูดคุยกับฉันไม่หยุดก่อนจะหันไปบอกเพื่อนอีกคนที่นั่งด้านข้างกัน
“อืม...ได้”
ส่วนพี่จินดาที่ดูจะไม่ค่อยพูดเท่าไรจนฉันยอมรับว่าเกิดอาการเกร็งอยู่บ้างยามที่อยู่ใกล้พี่เขาแต่ก็เข้าใจดีด้วยเพราะนิสัยคนเราไม่เหมือนกัน
“เออ...พี่ลืมบอกไปอีกเื่ เวลาพักกลางวันพวกเราจะผลัดกันไปนะ จะไม่ได้ไปกินด้วยกันเหมือนวันนี้”
พี่มะลิอธิบายเพิ่มเพื่อให้ฉันเข้าใจถึงกฎระเบียบการทำงาน
“ค่ะ...พี่มะลิ” (^-^)
ฉันรับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตาเรียนรู้งานต่อไปด้วยความตั้งใจ...
