ตอนที่ 2 จี้หยกปริศนา
หลินชิงเซวียนกวาดสายตามองไปรอบมิติที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่จนไร้ขอบเขต หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของศัลยแพทย์มือหนึ่งเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอก ทว่าความหวาดกลัวที่มนุษย์ทั่วไปควรจะมีกลับมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วย สัญชาตญาณของนักล่า และแผนการสะสมเสบียงระดับพันล้านที่เริ่มก่อตัวขึ้นในสมองอัจฉริยะ
รอยยิ้มเย็นเยียบที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากสวยคม
"ในโลกที่วิทยาศาสตร์พ่ายแพ้... ฉันนี่แหละจะเป็คนกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง"
เพื่อทดสอบสมมติฐานให้แน่ชัด เธอจ้องมองไปที่แก้วน้ำคริสตัลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หยดน้ำที่เกาะอยู่รอบแก้วกำลังไหลลงมาอย่างช้าๆ เธอรวบรวมสมาธิแน่วแน่ กำหนดจิตให้เป็หนึ่งเดียวกับมิติมหัศจรรย์นั้น
"เข้าไป!"
พริบตาเดียว! แก้วน้ำทั้งใบหายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าบนพื้นโต๊ะไม้ราคาแพง หลินชิงเซวียนนิ่งค้างไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายเจิดจ้า เธอสะบัดมือเบาๆ พร้อมกับคำสั่งในใจ
"ออกมา!"
วูบ! แก้วน้ำกลับมาปรากฏบนมือของเธออย่างแม่นยำ หลินชิงเซวียนขมวดคิ้วจ้องมองมันอย่างละเอียดในฐานะนักวิทยาศาสตร์... ความเย็นของน้ำยังคงเดิมสนิท หยดน้ำที่กำลังไหลนิ่งค้างอยู่ในตำแหน่งเดิมเป๊ะ ราวกับว่าเวลาในมิตินั้นถูก แช่แข็ง ไว้ด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่อยู่เหนือกฎแห่งเอนโทรปี (Entropy)
ไม่มีการระเหย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แม้แต่โมเลกุลเดียว!
หลินชิงเซวียนสูดลมหายใจเข้าลึก ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านจนปลายนิ้วสั่นน้อยๆ นี่ไม่ใช่เื่เพ้อเจ้อ แต่มันคือ คลังเก็บของนิรันดร์ ที่ดีที่สุดในจักรวาล!
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามจะััถึงความลึกซึ้งของมิตินี้ ทันใดนั้น ทัศนียภาพรอบกายพลันเปลี่ยนไป นิมิตสีเืที่เคยเลือนรางกลับกลายเป็ภาพที่คมชัดระดับ 8K พร้อมกับเสียงลมหวีดหวิวของฤดูหนาวในชนบทที่หนาวเหน็บถึงกระดูก
ทว่าสิ่งที่สะกดิญญาของเธอที่สุด คือ ตัวเลขสีทองมหึมา ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
[ 7 วัน : 23:59:59 ]
หลินชิงเซวียนจ้องมองตัวเลขสีทองที่ลุกโชนอยู่กลางอากาศ แสงของมันนวลตาแต่กลับกรีดลึกเข้าไปในประสาทััของเธออย่างรุนแรง ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งที่คลุกคลีอยู่กับความเป็ตายและหลักการทางวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต สมองของเธอเริ่มทำการประมวลผลอย่างบ้าคลั่งเพื่อหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
"ภาวะลวงตาจากความเหนื่อยล้า? หรือผลกระทบจากความเครียดสะสม? บางทีอาจจะเป็ความผิดปกติของต่อมใต้สมองที่ทำให้เกิดอาการเห็นภาพหลอน... แต่ไม่สิ กลิ่นสมุนไพรจางๆ จากจี้หยกนี้มันชัดเจนเกินไป ความเย็นของเนื้อหยกที่ััิัก็ไม่ใช่เื่โกหก"
เธอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง พยายามกะพริบตาซ้ำๆ เพื่อไล่ภาพตรงหน้า แต่ตัวเลขวินาทีที่กำลังขยับลดลงอย่างซื่อตรงนั้นยังคงตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
[ 7 วัน : 23:58:42 ]
"เจ็ดวัน..." เธอพึมพำกับตัวเองในห้องที่เงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ "ทำไมต้องเจ็ดวัน? แล้วศูนย์นาฬิกาที่รออยู่ข้างหน้านั้นหมายถึงอะไร? มันคือเวลาที่ฉันต้องตายจากโลกนี้ หรือเป็เพียงประตูบานหนึ่งที่กำลังจะเปิดออก?"
ความลังเลวูบผ่านดวงตาคู่สวย หลินชิงเซวียนผู้ที่เคยคุมเกมในห้องผ่าตัดได้อย่างเบ็ดเสร็จกลับรู้สึกถึงความไร้อำนาจเป็ครั้งแรก เธอเดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ จ้องมองเงาสะท้อนของหญิงสาวผู้ประสบความสำเร็จ มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอำนาจที่ทุกคนอิจฉา แต่ในเงาสะท้อนนั้น เธอกลับเห็นภาพซ้อนของหญิงสาวอีกคนที่ผอมแห้งจนิัแนบกระดูก หญิงสาวที่กำลังร้องไห้อย่างเดียวดายในป่าลึกยุค 70
"ความรู้สึกอัดอั้นจนแทบหายใจไม่ออกนี่มันคืออะไรกันแน่..." เธอเอามือทาบอก ความเ็ปในนิมิตนั้นมันสมจริง เสียจนเธอรู้สึกแสบที่กลางขั้วหัวใจ
"ถ้าหากโลกนั้นมีอยู่จริง และนั่นคือฉันในอีกภพหนึ่ง... เจ็ดวันที่หายไปนี่หมายความว่าฉันต้องทิ้งทุกอย่างที่สร้างมาในโลกนี้ไปงั้นหรือ?"
เธอมองไปที่สมุดเช็คบนโต๊ะ มองไปที่ใบประกาศเกียรติคุณมากมายบนผนัง ทุกอย่างที่เธอแลกมาด้วยหยาดเหงื่อตลอดหลายปี
ความรู้สึกหนึ่งวาบขึ้นมาในใจ...
"ช่างน่าขันนัก! ์ให้ฉันเป็ผู้ชนะในโลกนี้ เพื่อจะส่งฉันไปเป็ผู้แพ้ในโลกนั้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า? หรือว่านี่คือบททดสอบ? ถ้าฉันปฏิเสธ... ถ้าฉันโยนหยกชิ้นนี้ทิ้งไปเสียตอนนี้ล่ะ?"
ราวกับได้รับรู้ความคิดที่ดื้อรั้นของเธอ จี้หยกในมือพลันเปล่งแสงสีแดงชาดวาบขึ้นมาครู่หนึ่ง ความเ็ปจากการบีบรัดในอกทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กแฝดในนิมิตที่ดังก้องจนเธอต้องทรุดตัวลง
"แม่... อย่าไป..."
เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความหวังสุดท้ายที่ใกล้จะดับมอด มันปลุกสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในสายเืของเธอให้ตื่นขึ้น ความลังเลที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่เฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ
"ในโลกนี้ ฉันใช้มีดหมอช่วยคนมานับไม่ถ้วน แต่กลับไม่เคยมีใครที่ฉันรักจริงๆ ให้ปกป้อง" หลินชิงเซวียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แววตาที่เคยสับสนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ประกายจ้า
"ถ้าเจ็ดวันคือเส้นตายที่พระเ้ากำหนดมาให้ฉันทิ้งโลกที่แสนสะดวกสบายนี้ไปหาเด็กพวกนั้น... ฉันก็จะแสดงให้เห็นว่า ต่อให้์จะใจร้ายส่งฉันไปลงเหว ฉันก็จะใช้เงินพันล้านและเทคโนโลยีจากโลกนี้ ขุดทองขึ้นมาจากก้นเหวให้ดู!"
เธอมองตัวเลขที่นับถอยหลังอีกครั้งด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังวางแผนรบ
หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจว่า...
"วิทยศาสตร์อธิบายเื่นี้ไม่ได้ แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่า ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ใครจะโง่เดินเข้าสนามรบโดยไม่มีปืนกันล่ะ? ในเมื่อเวลามันนับถอยหลัง ฉันก็จะไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวไปกับการนั่งตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบอีกต่อไป"
เธอหันไปหา เสี่ยวไป๋ เ้าแมวพันธุ์ผสมสีขาวขนฟูหนาเตอะที่ดูี้เีไปวันๆ มันคือแมวที่หลินชิงเซวียน เก็บได้หน้าศาลเ้าเก่าแก่แห่งหนึ่ง ในวันที่เธอได้รับจี้หยกมาเมื่อสิบปีก่อน มันไม่เคยแก่ลงเลยแม้แต่วันเดียว และดวงตาสีฟ้าครามของมันมักจะสะท้อนประกายลึกลับที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ความลับของจักรวาล
มันกำลังเอียงคอมองเธอที่กำลังจดอะไรบ้างอย่างบนไอแพดอยู่
"เสี่ยวไป๋... เตรียมตัวให้พร้อมนะ ต่อไปนี้คือาการช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเรา ถ้าที่นั่นไม่มีไฟฟ้า ฉันจะขนแผงโซลาร์เซลล์ไป ถ้าที่นั่นไม่มีหยูกยา ฉันจะเหมาโรงงานยาไปให้เกลี้ยง!"
"ยัยหนูหลิน... ลิสต์รายการของเ้าน่ะมันพื้นเกินไป" เสียงเย่อหยิ่งของเสี่ยวไป๋ดังขึ้นในมโนสำนึก
หลินชิงเซวียนชะงักมือที่กำลังจดลิสต์รายการสินค้า เธอขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะหันไปหาเ้าก้อนขนสีขาวที่นั่งเชิดหน้าอยู่บนกองเอกสารสำคัญ
"เมี๊ยว~ (เ้ามนุษย์ อย่ามัวแต่จดของกินพวกพืชผักสิ ข้าบอกแล้วไงว่าข้า้าเนื้อ!)"
ั์ตาเรียวยาวของหลินชิงเซวียนเบิกกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอแทบจะทำปากกาในมือหล่น
"เสี่ยวไป๋... เมื่อกี้แก... แกพูดเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ! นึกว่าเ้าจะหูตึงไปพร้อมกับความเครียดเสียแล้ว" เ้าแมวขาวสะบัดหางพวงโตอย่างรำคาญใจ คราวนี้มันไม่ได้ส่งเสียงร้อง แต่มัน พูด ออกมาเป็ภาษาที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง เสียงของมันฟังสบายหูคล้ายเด็กหนุ่มเ้าสำราญที่แฝงไปด้วยความโอหัง
"ข้าเห็นเ้ายืนเอ๋อมาพักใหญ่แล้วนะ ตัวเลขข้างบนนั่นน่ะขยับลงทุกวินาที ถ้าเ้ายังไม่รีบขยับก้นไปกว้านซื้อปลาแห้งให้ข้า ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
หลินชิงเซวียนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังพิงกับชั้นวางตำราแพทย์
"บ้าไปแล้ว... นี่มันเกินขอบเขตของอาการทางจิตทุกประเภทที่ฉันเคยเรียนมา! ฉันผ่าตัดคนไข้ต่อเนื่องนานเกินไปจนสมองส่วนพยาธิวิทยาพังพินาศไปแล้วใช่ไหม? หรือมีสารสื่อประสาทตัวไหนหลั่งผิดปกติจนทำให้ฉันได้ยินแมวพูดได้?"
เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหาเสี่ยวไป๋ด้วยท่าทางเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะมาชำแหละสิ่งมีชีวิตประหลาด เธอยื่นมือไปจับหูแมวแล้วดึงเบาๆ
"แกพูดจริงๆ ใช่ไหม? ไม่ใช่ฉันที่คิดไปเอง?"
"โอ๊ย! มันเจ็บนะยัยหมอใจั์!" เสี่ยวไป๋ตะปบมือเธอออก (แบบไม่ใช้เล็บ)
"ยอมรับความจริงเสียทีเถอะว่าโลกที่เ้าเคยอยู่มันกำลังจะกลายเป็อดีต ทั้งมิติจี้หยก ทั้งการย้อนเวลา และทั้งข้าที่เป็ สัตว์เทพผู้พิทักษ์มิติ ทุกอย่างมันคือเื่จริงที่วิทยาศาสตร์ง่อยๆ ของเ้าอธิบายไม่ได้!"
หลินชิงเซวียนนิ่งค้างไปหลายวินาที เธอพยายามเรียกสติที่กระจัดกระจายให้กลับมาคืนร่าง ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่ง เธอถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่คาดไม่ถึงเสมอ
ถ้าคนไข้หัวใจหยุดเต้น... ต้องปั๊ม ถ้าแมวพูดได้... ก็แค่ต้องฟัง!
"โอเค..." เธอกุมขมับ พลางถอนหายใจยาว
"ฉันอาจจะบ้า หรือไม่โลกนี้ก็บ้าไปแล้ว แต่ในเมื่อฉันเรียกมิติออกมาได้ และมีเลขถอยหลังโชว์หราอยู่กลางอากาศ การที่แมวจะพูดได้อีกสักอย่างคงไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายอะไร"
เธอมองเ้าแมวอ้วนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากสัตว์เลี้ยงกลายเป็ ผู้ร่วมชะตากรรม
"ในเมื่อแกพูดได้ งั้นก็ดี... แกบอกว่าแกเป็ผู้พิทักษ์มิติ แสดงว่าแกรู้ดีที่สุดว่าในนั้นเก็บอะไรได้บ้าง และอะไรที่จำเป็ที่สุดสำหรับยุคที่ฉันกำลังจะไป?"
เสี่ยวไป๋ยืดอกอย่างภูมิใจ
"หึหึ ก็นับว่าเ้ายังมีไหวพริบอยู่บ้าง... ฟังนะยัยหนูหลิน นอกจากเนื้อวากิวของข้าแล้ว สิ่งที่เ้าต้องกว้านซื้อคือพวก พลังงาน และ สิ่งอำนวยความสะดวก เพราะในมิตินี้เ้าสามารถสร้างโรงไฟฟ้าส่วนตัวได้ถ้าเ้ามีแผงโซลาร์เซลล์มากพอ!"
หลินชิงเซวียนแค่นยิ้ม ความมึนงงในตอนแรกเริ่มถูกความทะเยอทะยานบดบัง
"ได้... ในเมื่อโชคชะตาจัดเต็มมาให้ขนาดนี้ ฉันก็จะจัดหนักให้ถึงที่สุด เสี่ยวไป๋... แกเตรียมคัดเลือกสินค้าเกรดพรีเมียมให้ฉันได้เลย ส่วนเื่ปลาของแก... ฉันจะสั่งให้คนรถไปหามาให้เดี๋ยวนี้!"
เธอกดโทรศัพท์หาผู้จัดการอีกครั้งด้วยท่าทีที่มาดมั่นกว่าเดิม ความไม่ปกติที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอลง แต่มันกลับทำให้เธอกลายเป็ นางพญาที่พร้อมจะถล่มยุค 70 อย่างเต็มตัว
[ 7 วัน : 23:50:15 ]
"เวลาคือเงินทอง แต่สำหรับฉันตอนนี้... เวลาคือชีวิตของเด็กสามคนนั่น"
มันคือเวลานับถอยหลัง!
"เจ็ดวัน... ฉันเหลือเวลาเตรียมตัวอีกแค่เจ็ดวันก่อนที่จะต้องไปที่นั่นจริงๆ สินะ"
รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ หลินชิงเซวียนในยุคปัจจุบันคือมหาเศรษฐีนีที่สะสมทรัพย์สินจากการเป็แพทย์ที่ปรึกษาและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เธอมีเงินในบัญชีมากกว่าพันล้านหยวน
หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจว่า...
"ในเมื่อโชคชะตาอยากจะเล่นตลก ส่งฉันไปตกระกำลำบากในยุคที่ขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหาร ฉันก็จะใช้เงินพันล้านนี้กว้านซื้อโลกทั้งใบใส่ไว้ในจี้หยกนี่ซะ! ดูซิว่าใครจะทำอะไรฉันได้"
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดต่อสายถึงผู้จัดการส่วนตัวทันที
"หลี่เว่ย ขายหุ้นทั้งหมดที่ฉันมี เปลี่ยนทุกอย่างเป็เงินสดด่วนที่สุด"
ปลายสายเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
"แต่อาจารย์หลินครับ หุ้นพวกนั้นกำลังทำกำไรมหาศาลเลยนะครับ ถ้าขายตอนนี้คุณจะเสียรายได้ไปอย่างน้อยสี่ร้อยล้าน!"
"ทำตามที่ฉันสั่ง" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบขาด
"ภายในสามวัน เงินทั้งหมดต้องอยู่ในบัญชี และเตรียมโกดังสินค้าขนาดใหญ่แถวท่าเรือไว้ให้ฉัน ฉัน้าใช้มันเดี๋ยวนี้"
"ครับ...ครับ!"
หลังจากวางสาย หลินชิงเซวียนลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวแสงสีของเมืองหลวง เธอมองไปที่แสงเ่าั้ด้วยแววตาที่เตรียมพร้อมสำหรับการลาจาก
ค่ำคืนนั้น หลินชิงเซวียนไม่ได้นอน เธอเริ่มร่างรายการสินค้าที่จะต้องกว้านซื้อด้วยความละเอียดรอบคอบแบบนักวางแผน
รายการพื้นฐาน:
1. หมวดเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์
ในยุค 70 ยาปฏิชีวนะและอุปกรณ์ผ่าตัดที่ทันสมัยคือของล้ำค่าที่หาไม่ได้ด้วยเงิน
· ชุดผ่าตัดและอุปกรณ์พื้นฐาน: มีดผ่าตัดหลายขนาด, เข็มและไหมเย็บแผล (จำนวนมาก), คีมจับหลอดเื, เครื่องวัดความดันแบบปรอท, และหูฟัง (Stethoscope)
· ยาปฏิชีวนะและยาสามัญ: เพนิซิลลิน, อะม็อกซีซิลลิน, ยาฆ่าเชื้อรา, ยาแก้ปวดลดไข้ (พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน), และยาแก้ไอ
· อุปกรณ์ทำแผล: แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, เบตาดีน, สำลี, ผ้าก๊อซ, และพลาสเตอร์ยา (กักตุนแบบยกลัง)
· วิตามินและยาบำรุง: วิตามินรวม, แคลเซียม (สำหรับเด็กและคนชรา), และยาบำรุงเื
2. หมวดอาหารและโภชนาการ (เน้นของที่ให้พลังงานสูงและเก็บได้นาน)
ยุค 70 ในชนบทจีนคือยุคที่ขาดแคลนน้ำมันและเนื้อสัตว์อย่างหนัก
· กลุ่มไขมันและโปรตีน: น้ำมันพืช, น้ำมันหมู (สำคัญมาก), เนื้อสัตว์แปรรูป (กุนเชียง, แฮมกระป๋อง, เนื้อเค็ม), และไข่เค็ม
· อาหารบำรุงเด็ก: นมผงคุณภาพสูง, นมข้นหวาน, ข้าวโอ๊ต, และน้ำตาลทรายแดง/น้ำตาลกรวด (ซึ่งในยุคนั้นใช้แทนรางวัลหรือของบำรุง)
· ธัญพืชหลัก: ข้าวสารขัดขาว, แป้งสาลีเกรดเอ, ข้าวโพด, และถั่วชนิดต่างๆ
· เครื่องปรุงรส: เกลือ (สะสมไว้ปริมาณมากเพราะใช้ถนอมอาหารได้), ซีอิ๊ว, น้ำส้มสายชู, และผงปรุงรสต่างๆ
3. หมวดเครื่องนุ่งห่มและของใช้ในชีวิตประจำวัน
การมีเสื้อผ้าใหม่หรือผ้าเนื้อดีจะช่วยยกระดับความเป็อยู่และใช้ผูกมิตรกับคนในหมู่บ้านได้
· ผ้าและเส้นใย: พับผ้าฝ้าย, ผ้าใยสังเคราะห์ (ซึ่งเริ่มเป็ที่นิยม), ขนสัตว์ และที่ขาดไม่ได้คือ สำลีสำหรับยัดที่นอนและเสื้อกันหนาว
· เครื่องแต่งกาย: เสื้อผ้าสีตุ่น (เขียวทหาร, น้ำเงิน, เทา) เพื่อให้กลมกลืน, รองเท้าผ้าใบ, และถุงเท้าหนาๆ
· ของใช้เบ็ดเตล็ด: สบู่, ยาสีฟัน, ผงซักฟอก, แชมพู, กระดาษชำระ, ไฟแช็ก, และเทียนไข
4. หมวดเกษตรกรรม (สำหรับพื้นที่ดินดำในมิติ)
เพื่อการพึ่งพาตนเองในระยะยาวและสร้างรายได้
· เมล็ดพันธุ์: เมล็ดผักสวนครัวทุกชนิด, สมุนไพรหายาก (เช่น โสม, ถั่งเช่า) เพื่อปลูกในมิติและนำไปขายเป็ยา
· เครื่องมือ: จอบ, เสียม, กรรไกรตัดกิ่ง และปุ๋ยชีวภาพเข้มข้น
5. หมวดทรัพย์สินเพื่อการแลกเปลี่ยนและสร้างตัว
ทองคำคือคำตอบสุดท้ายเมื่อเงินสดในยุคปัจจุบันอาจใช้ไม่ได้ในอดีต
· ทองคำ: ทองคำแท่งขนาดเล็กและทองรูปพรรณ (ซ่อนง่ายและมีค่าเสมอ)
· ของล้ำค่าในยุค 70: นาฬิกาข้อมือ (แบรนด์ยอดนิยมในยุคนั้น), จักรเย็บผ้า, และจักรยาน (ถ้าสามารถนำเข้ามิติได้ สิ่งเหล่านี้คือ "เศรษฐี" ในยุคนั้น)
· เงินสดสำรอง: หากเป็ไปได้ ควรหาเงินหยวนในยุคนั้นสะสมไว้บ้างเพื่อใช้ใน่แรกที่ข้ามไป
6. อุปกรณ์เสริมเพื่อความสะดวกส่วนตัว
· ไฟฉายและถ่านไฟฉาย: จำนวนมาก
· แผงโซลาร์เซลล์ขนาดพกพา: สำหรับชาร์จอุปกรณ์เล็กๆ หรือให้แสงสว่างในพื้นที่ส่วนตัวในมิติ
· หนังสือคู่มือ: คู่มือการเกษตรแบบดั้งเดิม, คู่มือการทำอาหารยุคประหยัด และแผนที่ประวัติศาสตร์
ขณะที่เธอกำลังจดบันทึก แสงไฟในห้องก็วูบวาบ ภาพนิมิตสีเืกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเห็นเด็กน้อยแฝดผู้พี่ กำลังถูกชาวบ้านรุมประณามว่าเป็ ลูกคนทรยศ เพราะพ่อของเขาหนีเอาตัวรอดไปในสนามรบ เด็กน้อยตัวสั่นเทาแต่กลับยืนบังน้องๆ ไว้ด้านหลัง
"อย่าว่าแม่ผมนะ! และพ่อผมก็ไม่ได้เป็คนทรยศ!"
หัวใจของหลินชิงเซวียนบีบรัดอย่างรุนแรง ความโกรธแค้นประหนึ่งไฟลามทุ่งพุ่งพล่านในอก
"กล้าดียังไงมาบอกว่าสามีฉันเป็คนทรยศ? กล้าดียังไงมารังแกเด็กๆ ของฉัน? คอยดูเถอะ ถ้าฉันไปถึงที่นั่น ฉันจะทำให้พวกแกต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต และฉันจะใช้เงินตรากับอำนาจแพทย์ทุบหัวพวกแกให้หลอนไปทั้งชาติ!"
เธอกุมจี้หยกไว้แน่น เืที่ซึมออกมาจากรอยบาดเล็กๆ ที่นิ้วมือจากการทำงานหนัก (ซึ่งเธอแทบไม่สังเกต) เคลือบลงบนหยกมรกตทันที
"วูบบบบ!"
หยกดูดซับเืหยดนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว แสงสีมรกตเจิดจ้ากลายเป็สีแดงชาดชั่วครู่ ก่อนจะสงบลง หลินชิงเซวียนรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอสามารถมองเห็นทุกซอกทุกมุมของมิติได้ราวกับมองฝ่ามือตัวเอง
ในมิตินั้น ไม่ได้มีแค่โกดัง แต่มันเริ่มมีสัญญาณของกระแสจิตที่บอกว่า... มีใครบางคนรอนางอยู่ที่นั่น
"กู้เยี่ยนเฉิน..." เธอพึมพำชื่อชายหนุ่มที่อยู่ในความทรงจำที่ยังไม่มาถึง
หลินชิงเซวียนลุกขึ้นยืนด้วยความมาดมั่น แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างขับเน้นใบหน้าสวยคมของเธอให้ดูเ็าแต่แฝงไปด้วยประกายแห่งความหวัง
(ลุงรปภ. ที่เดินตรวจเวรหน้าห้องทำงาน): "คุณหมอหลินยังไม่กลับบ้านอีกเหรอเนี่ย? ช่างเป็หมอที่ทุ่มเทจริงๆ แต่เอ๊ะ... ทำไมไฟในห้องเธอถึงเปลี่ยนเป็สีเขียวแปลกๆ นะ? หรือว่าตาคนแก่อย่างฉันจะฝาดไปเอง... ช่างเถอะ หมอเก่งๆ มักจะมีรสนิยมประหลาดเสมอแหละ"
หลินชิงเซวียนหยิบเสื้อกาวน์คลุมไหล่ ท่วงท่าองอาจดุจขุนพลหญิงที่กำลังจะออกศึก
