ในวันนี้ ครอบครัวเจ็ดคนกำลังนั่งล้อมเตาผิงเล็กๆ ใช้โม่หินที่พ่อทำตำและบดแป้ง เตรียมขนมสำหรับวันปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า โดยวางแผนที่จะมีปีใหม่ที่สนุกสนาน
แต่ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่นั้น ก็มีคนมาเคาะประตูรั้วหน้าบ้าน ซึ่งประตูนั้นไม่ได้เปิดหรือต้อนรับมีใครมาหามาหลายวันแล้ว
ใกล้จะพลบค่ำ พายุหิมะเพิ่งสงบลง และท้องฟ้าด้านนอกก็มืดครึ้ม เพื่อนบ้านต่างพากันหลบอยู่ในบ้านบนเตียงคั่งอิฐที่อบอุ่น
จนทำให้ทุกคนที่ได้ยินเสียงเคาะประหลาดใจ ว่าใครกันที่มาเคาะประตูบ้านของพวกในเวลาวิกาลเช่นนี้?
แน่นอนว่าคนที่มานั้นไม่ใช่ทั้งหยู่เจ๋อ ไม่ใช่หลิวจง หรือคณะแก๊งดาวลูกไก่ หยู่เจ๋อกำลังยุ่งอยู่กับการดูแลภรรยาและคงไม่ว่างในขณะนี้ หลิวจงก็ยุ่งกับงานใหม่ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าฝ่ายนายทะเบียน
ส่วนซงฉีและคนอื่นๆ ของแก๊งดาวลูกไก่ พวกเขาได้รับคำสั่งจากเฉินอ่าวให้พักอยู่ที่บ้านและไม่ต้องมาหาจนกว่าหิมะจะละลาย พวกเขาเคารพบอสใหญ่มาก จึงไม่ขัดคำสั่งหรือมาหาที่บ้านอีกเลย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”
ขณะที่เฉินอวี๋และครอบครัวกำลังสงสัยว่าใครมาเคาะประตู ก็มีเสียงเคาะประตูอีกครั้งไม่ยอมจากไปง่ายๆ
เมื่อเทียบกับตอนแรก อีกฝ่ายรู้สึก้าพบมากกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“จะเป็หยู่เจ๋อหรือเปล่า? ภรรยาของเขาไม่มีอะไรผิดปกติใช่หรือไม่?” เฉินอ่าวพึมพำอย่างสงสัย
เฉินต้าส่ายหัว เขาััได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยและไม่ใช่คนที่พวกเขารู้จัก แต่คิ้วหนาของเขาย่นเล็กน้อย พูดด้วยเสียงต่ำแหบพร่าว่า “คนๆ นี้มีกลิ่นเหม็น เคยฆ่าคนมาก่อนจนกลิ่นสาบเืติดตัว”
คำพูดของเฉินต้าทำให้ทุกคนในบ้านขมวดคิ้ว
เมื่อเร็วนี้ โจรเริ่มออกอาละวาดในฤดูหนาว และมือปราบได้ลาดตระเวนทั่วเมืองแต่ก็จับพวกมันไม่ได้ จึงสงสัยว่าใช่กรณีเดียวกันหรือเปล่า?
เฉินอวี๋เหลียวมองออกไปนอกหน้าต่าง และเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงเดินไปมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่หน้าประตูอย่างเลือนราง
จนขณะที่ครอบครัวกำลังคิดว่าจะเปิดประตูดีหรือไม่ จู่ๆ ก็มีร่างมืดๆ ะโข้ามกำแพงบ้านเข้ามาในลานบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ทุกคนไม่ธรรมดาและมีประสาทััที่ไวอยู่แล้ว ทุกคนจึงมีการตอบสนองอย่ารวดเร็ว
เฉินต้าและเฉินอวี๋ดึงอิงเอ๋อไปอยู่ด้านหลังเพื่อปกป้องนาง
เฉินเหนียนอู่หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ รีบหยิบไม้เล็กๆ แล้วยืนเคียงข้างเฉินถั่วถง
เฉินอ่าวเปิดประตู แล้วถามด้วยความระแวง “ผู้ใด?”
เมืองมองไปที่ลานบ้าน อีกฝ่ายนั้นเป็ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หัวล้าน สีหน้าและท่าทางหยิ่งผยองอย่างยิ่ง แม้เขาจะบุกเข้ามาและถูกพบ เขากลับไม่ตื่นตระหนก สำรวจพื้นที่โดยรอบด้วยสายตาส่งผ่านประตูและหน้าต่างเข้าไปในบ้าน ก่อนจะหัวเราะและยิ้มออกมา
“ขออภัย ข้าแซ่เสี่ยวนามฉิง เรียกว่าเสี่ยวฉิงก็ได้ ขออภัยที่มาพบโดยพลการ คนแซ่เสี่ยวชื่นชมชื่อเสียงของนายท่านใหญ่เฉินมานานแล้ว และวันนี้เขามาเพื่อแสดงความเคารพ!”
“มาทักทายรึ?” เฉินอ่าวก้าวออกมาไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้บ้าน เมื่อมองไปยังชายตรงหน้าซึ่งถือดาบยาวสะพายหลัง ร่างกายทรุดโทรมจากการเดินทางและสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น เขาก็เดาได้แล้วว่าชายผู้นั้นคือใคร
“เ้าคือนักรบสันโดษเช่นนั้นรึ?” เฉินอ่าวยกมือป้องหมัดทักทายคืน
ภายในบ้าน เฉินเหนียนอู่ถามด้วยเสียงเบาว่า “ท่านแม่ นักรบสันโดษคืออะไร?”
เฉินถั่วถงส่ายหัว นางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
เฉินอวี๋จึงเป็ผู้ตอบแทนออกมาว่า “คนพวกนี้ก็แค่พวกอันธพาลที่รู้กังฟูและการต่อสู้นิดหน่อย พวกเขาทำเื่ปล้นคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจน หลงเรียกตัวเองว่าวีรบุรุษ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาเป็กลุ่มอาชญากรที่อันตราย จัดตั้งองค์กรอิสระเป็พวกนอกกฎหมาย!”
“แม้จะไม่ได้ปล้นฆ่าคนไปทั่วเหมือนโจร แต่พวกเขาอันตรายกว่าเพราะเลือกจัดการกับคนใหญ่คนโตเพื่อตอบสนองอุดมการณ์ไร้สาระของตัวเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของทุกคนในบ้านก็ยิ่งมืดมนลงไปอีก
ครอบครัวของพวกเขาไม่เข้าเกณฑ์ที่จะถูกปล้นจากคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจนอย่างแน่นอน แล้วนักรบสันโดษนามเสี่ยวฉิงคนนี้้าอะไรกันแน่ถึงจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของพวกเขา?
เฉินอ่าวเองก็งุนงงเช่นกัน เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะปล้นแต่ก็ยังบุกเข้ามา เขาจึงถามอย่างสงสัยว่า
“ข้าและครอบครัวเป็เพียงช่างปั้นทำเตียงคั่งธรรมดาๆ ที่มีชื่อเสียงเล็กน้อย เหตุใดถึงทำให้เ้ามาชื่นชม?"
เสี่ยวฉิงสำรวจชายตรงหน้า เขามีผิวขาวอมเหลืองเล็กน้อยและรูปร่างผอมบาง มองเผินๆ แล้ว เขามีลักษณะคล้ายกับบุคคลที่ต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่พันธมิตรของเขาเจอ ว่าพบยอดฝีมือคนหนึ่งที่ถอนตัวออกจากยุทธภพซ่อนตัวอยู่ในเหลียงตง
จากนั้น เมื่อนึกถึงสิ่งที่พันธมิตรระบุ จึงพูดออกมาว่า
“ระหว่างทาง ได้ยินมาจากชาวบ้านว่าพบนายพรานมือฉมังคนหนึ่งที่ไม่กลัวความหนาวเย็นของหิมะ พอสอบถามจึงรู้ว่ามาอยู่ที่นครเหลียงตง” เสี่ยวฉิงจึงจงใจมองลอดประตูบ้านและหน้าต่างเข้าไป
ครอบครัวนี้ เห็นว่ามีคนแก่ ผู้หญิงและเด็กๆ สี่คนที่กำลังแอบมองอยู่จากทางด้านหลัง ซึ่งที่ทำให้เขาสนใจไม่ใช่จำนวนสมาชิก แต่คือด้านหลังของแม่กับลูกทั้งสี่คนนั้นมีคันธนูแขวนไว้ที่ข้างฝา
ดวงตาของเสี่ยวฉิงเป็ประกายด้วยความยินดี เมื่อลองฟังเสียงลมหายใจของเฉินอ่าวที่ยืนกลางลมเย็น เขาก็พบว่ามันเป็ลมหายใจที่ยาวและเบา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาควบคุมลมหายใจได้ยอดเยี่ยม เป็ปรมาจารย์ด้านวิชาการต่อสู้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่อีกฝ่าจะบุกทะลวงฝูงหมาป่าและรอดชีวิตมาได้
ทุกอย่างที่เห็นทั้งบุคคลและอาวุธ เข้ากันกับข้อมูลที่กลุ่มพันธมิตรแจ้งมาพอดี!
ว่านี่แหละ
คือคนที่เขาตามหามาตลอด!
“คนแซ่เสี่ยวเลื่อมใสปรมาจารย์ที่เก่งกาจเื่ธนู ข้ามีธุระในเหลียงตง จึงไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยว่าจะมีปรมาจารย์อย่างท่านเฉินอยู่นครนี้ด้วย หากท่านมาร่วมมือกับเราแล้ว ผู้คนจะต้องยกย่องเชิดชูเป็แน่!”
เฉินอ่าวถึงกับงุนงงกับคำพูดเ่าั้ ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือเฉินถั่วถงที่ออกไปล่าสัตว์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนักรบสันโดษผู้นี้ได้กล่าวชมเชยเขาั้แ่แรกที่มาถึง แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีวัตถุประสงค์บางอย่างไม่ใช่แค่การมาทักทาย
เฉินอ่าวไม่อยากหาเื่วุ่นวายในชีวิตนี้ หากรู้ความ้าแล้ว เขาจะกำจัดหรือไล่ไปให้ไวที่สุด
ความอยากที่จะตบหน้าใครสักคนให้ตายต้องพยายามระงับ แล้วส่งสัญญาณให้เสี่ยวฉิงพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
เสี่ยวฉิงไม่ถือสา เขาชี้ไปที่บ้านแล้วถามว่า "เราเข้าไปคุยข้างในได้หรือไม่?"
“ไม่สามารถ” เฉินอ่าวพูดปฏิเสธอย่างเรียบๆ ใครจะบ้าพอให้คนแปลกนาเข้ามาที่บ้านตัวเอง “ภรรยาและลูกๆ ที่บ้านขี้กลัว เกรงว่าจะทำให้พวกเขาไม่สบายใจนัก คุยกันที่นี่เถอะ”
ท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตนแต่หนักแน่น และค่อนข้างแข็งกร้าวของเฉินอ่าว ยิ่งทำให้สายตาของเสี่ยวฉิงจ้องมองอย่างร้อนแรงเพิ่มมากขึ้น
เขานึกในใจ ว่าปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์ แม้ในยามเผชิญความยากลำบาก ก็ยังรักษาความสงบ!
เสี่ยวฉิงมองไปรอบๆ มืดสนิท กำแพงลานบ้านเล็กๆ นั้นไม่สูงมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะกันสายตาและเสียงจากคนนอกได้
เขามองไปยังชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาตรงหน้า ถูมือเข้าด้วยกัน ถอนหายใจออกมาเป็ลมเย็น แล้วอธิบายจุดประสงค์ของตนอย่างเงียบๆ
“ไม่ขอปิดบังต่อท่านเฉิน”
“พันธมิตรขุนเขาไท่ซานของเรา มีความ้าจะลอบสังหารเ้ามณฑลเหลียง”
“จะดีมาก หากเราได้ท่านเป็กำลังช่วยเหลืออีกแรง”
เปรี้ยง!!!!
“...”
สิ่งที่ได้ยิน ทำเอาเฉินอ่าวใมาก
ปรากฏว่าอีกฝ่ายเป็กลุ่มมือสังหาร มาที่เมืองเพื่อฆ่าเ้ามณฑลเหลียงตง ทำให้ใบหน้าของเขากลายเป็สีดำคล้ำราวกับก้นหม้อ
ที่คนเหล่านี้ กำลังลากชีวิตอันสงบสุขของเขาและครอบครัวให้จมไปกับบ่อโคลน
