เนี่ยเทียนป้าร่ำลาถงอันอันและคณะในอุโมงค์เสร็จก็เดินกลับตามทางที่เข้ามา!
“ขอบเขตดวงธาตุทองคำสิบเอ็ดคน? ลอบโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว! หวังเค่อไม่รอดแน่ ฮ่าฮ่า!” เนี่ยเทียนป้ากระหยิ่มยินดี
แต่ยังไม่ทันกระหยิ่มได้นาน เนี่ยเทียนป้าก็หน้าแข็งทื่อ
“ไม่ถูกต้อง! เมื่อกี้ทำไมข้าต้องย้อนกลับมาด้วย? ข้าจะไปยืนยันผายลมอะไรข้างนอกนั่น! ถ้าเกิดว่าพวกถงอันอันจับหวังเค่อปอกลอกเอาเงินหวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าไปหมดไม่เหลือไว้ให้ข้าสักแดงเดียวแล้วข้าจะทำยังไง?” เนี่ยเทียนป้าหน้าแข็งค้าง
เมื่อกี้เผลอหลงระเริงจนลืมตัว คิดแต่ว่าทำยังไงจึงจะจัดการหวังเค่อได้ กลับลืมไปเสียฉิบว่าศิลาิญญาแสนห้าหมื่นชั่งที่เ้าตำหนักให้มายังอยู่ในมือหวังเค่อ เงินมหาศาลขนาดนั้นถงอันอันจะกล้าเล่นไม่ซื่อกับข้า?
“ไม่ ไม่หรอก! เมื่อกี้ถงอันอันรับปากแล้วว่าจะไม่ฮุบเงินข้า อีกอย่าง เราต่างทำงานให้กับเ้าตำหนักเหมือนๆ กัน มันจะกล้ายักยอกเงินของเ้าตำหนักเชียว?” เนี่ยเทียนป้าปลอบใจที่ตื่นตระหนกของตัวเอง
แต่ถึงกระนั้นเนี่ยเทียนป้าก็ยังคงไม่แน่ใจ จะให้ย้อนกลับไปก็กลัวเป็การล่วงเกินถงอันอัน จึงได้แต่ออกจากอุโมงค์มาก่อน หวังว่าถงอันอันจะทำตามที่รับปากไว้
เนี่ยเทียนป้าเร่งฝีเท้า หลังจากวิ่งสุดแรงเกิดมาได้ระยะหนึ่งก็กลับถึงจวนตระกูลเนี่ยก่อนเดินออกจากห้องโถงใหญ่ห้องหนึ่ง มันกระโจนขึ้นไปบนยอดหลังคาทอดตามองไปทางทิศเรือนน้ำชากงอี้
“แกว้ก!” “แกว้ก!”
………
แต่ที่เห็นคือฝูงกระเรียนมงกุฎแดงลอยตัวอยู่เหนือเรือนน้ำชากงอี้ห่างออกไป ศิษย์พรรคอีกาทองคำคนแล้วคนเล่าะโลงจากกระเรียน นำมาโดยจางเสินซวี ต่อให้มีเพียงแสงจันทร์ให้แสง เนี่ยเทียนป้าก็ยังเห็นได้ชัดเจน
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำยกโขยงกันมาขนาดนี้? จางเสินซวี? นี่ นี่ นี่เป็ไปได้ยังไง?” เนี่ยเทียนป้าตะกุกตะกักด้วยความใ
เนี่ยเทียนป้ากำลังรอรับชมภาพการตายอย่างน่าอเนจอนาถของหวังเค่อ แต่นี่มันอะไร? นี่คืออะไร? ศิษย์พรรคอีกาทองคำแห่กันมาตั้งขนาดนี้?
ศิษย์พรรคอีกาทองคำเป็มิตรหรือว่าศัตรู?
หากเป็เมื่อสามสี่วันก่อน เนี่ยเทียนป้ามั่นใจว่าพวกมันจะต้องมาเอาเื่หวังเค่อแน่ อยางไรซะระหว่างจางเสินซวีกับหวังเค่อยังมีความบาดหมางต่อกันอยู่
แต่มาถึงวันนี้ เนี่ยเทียนป้าไม่แน่ใจอีกต่อไป
ข่าวเื่อาคารเสินหวังแพร่มาถึงเมืองจูเซียนนานแล้ว ศิษย์พรรคอีกาทองคำกำลังทำหน้าที่เป็ยามรักษาความปลอดภัยให้อาคารเสินหวัง! นั่นคือทหารรักษาการณ์คอยสอดส่องดูแลอาคารเสินหวัง แม่งเอ๊ย จางเสินซวีกระทั่งเป็หัวหน้ารักษาการณ์ด้วยซ้ำ!
อาคารเสินหวังเป็ของหวังเค่อ จางเสินซวีเป็หัวหน้ายาม นี่ยังนับเป็ศัตรูได้? จากศัตรูต้องกลายเป็มิตรกันไปแล้วแน่ๆ!
“จะว่าไปตอนออกมาจากเมืองจูเซียนก่อนหน้านี้ ทำไมศิษย์พรรคอีกาทองคำถึงต้องปิดเมืองตรวจดูรูปพรรณสันฐานของชาวเมืองด้วย ยะ อย่าบอกนะว่านี่คือการจัดเตรียมของหวังเค่อ? ที่จริงข้าถูกหวังเค่อจับตาดูอยู่นานแล้ว?” เนี่ยเทียนป้าเปลี่ยนสีหน้าใหญ่หลวง
“จบกัน จบกัน หวังเค่อไอ้ผีนรก มันดักข้า? ทุกการเคลื่อนไหวของข้าล้วนอยู่ในสายตามันมาตลอด รวมถึงการปรากฏตัวของพวกถงอันอันด้วย? ทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของหวังเค่อ! พวกถงอันอันเหมือนจะไปลอบโจมตีหวังเค่อ แต่ที่จริง ที่จริงกลับเดินเข้าหากับดักของหวังเค่อ?” เนี่ยเทียนป้าเผยสีหน้าพรั่นพรึง
“ลอบโจมตีหวังเค่ออันใด! ทั้งหมดนี้ล้วนเป็การจัดเตรียมของหวังเค่อทั้งสิ้น! พวกถงอันอันถูกล้างบางไปแล้วกระมัง?” เนี่ยเทียนป้าเผยสีหน้าสิ้นหวัง
ในตอนที่เนี่ยเทียนป้ากำลังอับจนหนทาง จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งวางลงบนบ่าของมัน
“ตุบ!”
ดึกดื่นค่อนคืนจู่ๆ มีมือข้างหนึ่งวางแผละลงมา เนี่ยเทียนป้าขวัญหนีดีฝ่อ
“ใคร!” เนี่ยเทียนป้าหมุนตัวกลับมาด้วยความหวาดสะพรึง
คนในชุดคลุมดำตลอดตัวยืนอยู่ข้างตัวเนี่ยเทียนป้า
“ผู้าุโ! ท่านคิดได้ก็เลยกลับมาใช่ไหม?” เนี่ยเทียนป้าดีใจเป็ล้นพ้น
เนี่ยเทียนป้านึกว่าอีกฝ่ายคือคนชุดดำที่กลับไปรายงานเ้าตำหนักว่าตนสูญเงินแสนห้าหมื่นชั่งย้อนกลับมาหาตน
“ผู้าุโ? ฮึ่ม ข้าไม่ใช่ผู้าุโอันใดของเ้า!” เสียงแหบพร่าของคนชุดดำถ่ายทอดมา
เนี่ยเทียนป้าหน้าเปลี่ยนสี หันหลังเตรียมเผ่น
“ปง!”
คนชุดดำส่งฝ่ามือข้ามผ่านระยะทาง ทันใดนั้นเนี่ยเทียนป้าก็ซวนเซล้มตึงลงกับพื้นกระเบื้องของหลังคา
“พรูด!”
เืสดๆ พ่นออกมาเป็ฝอย เนี่ยเทียนป้ามองคนชุดดำตรงหน้าอย่างสะพรึงกลัว
ตนเป็ถึงดวงธาตุทองคำ แต่ถูกแรงอัดอากาศจากฝ่ามืออีกฝ่ายจนกระอักเื? พลังของคนผู้นี้น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงขนาดนี้ได้อย่างไร? ตนคงหนีไม่รอดแล้วสินะ?
“เ้า เ้าเป็คนที่หวังเค่อเตรียมเอาไว้! ไม่ เพราะอะไร!” เนี่ยเทียนป้าเผยสีหน้าสิ้นหวัง
“หวังเค่อ? ถึงกับทำให้เ้ากลัวหัวหดขนาดนี้? แต่นั่นไม่สำคัญ! ข้าถามเ้าหน่อย พวกถงอันอันอยู่ไหน?” คนชุดดำถามเสียงต่ำ
“อ๋า? ท่านไม่ใช่คนที่หวังเค่อส่งมาหรอกหรือ? งั้นทำไมท่านถึงรู้จักพวกถงอันอันได้?” เนี่ยเทียนป้าตะลึงไป
“ข้ากำลังถามเ้าอยู่ เ้าแค่ตอบมาก็พอ! ไม่งั้นข้าไม่รังเกียจที่จะตบเ้าอีกสักฝ่ามือ!” คนชุดดำเอ่ยวาจาน่าขนลุก
“ขะ ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว พวกถงอันอันใช้อุโมงค์ในบ้านข้าข้ามไปยังเรือนน้ำชากงอี้เตรียมลอบโจมตีหวังเค่อ แต่สุดท้ายกลับถูกหวังเค่อตลบหลังโดนศิษย์พรรคอีกาทองคำกลุ่มหนึ่งล้อมกรอบ นั่นไง อยู่ตรงนั้นขอรับ!” เนี่ยเทียนป้าชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางเรือนน้ำชากงอี้อย่างขมขื่นชอกช้ำ
คนชุดดำก้มมองที่ปลายเท้า แม้ว่ามีชั้นกระเบื้องคั่นกลางอยู่แต่เนี่ยเทียนป้าสังหรณ์ใจว่าคนชุดดำสามารถมองทะลุกระเบื้องพวกนี้ลงไปถึงปากทางเข้าออกอุโมงค์ที่ถูกขุดทิ้งไว้นั้นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“ถึงว่าทำไมกลิ่นอายของถงอันอันที่ข้าไล่ตามมาถึงได้ขาดหายไปตรงนี้! ที่แท้พวกมันก็ขุดอุโมงค์หนีนี่เอง? ฮ่า แถมยังถูกหวังเค่อกับพรรคอีกาทองคำดักโจมตี? สมแล้วที่เป็พวกไม่เป็โล้เป็พาย!” คนชุดดำแค่นเสียงต่ำ
“อ๋า? ผู้าุโ สรุปแล้วท่านเป็พวกเดียวกับหวังเค่อหรือ!?” เนี่ยเทียนป้าสีหน้าว่างเปล่า
น้ำคำของคนชุดดำผู้นี้ฟังไม่ค่อยจะเข้าใจอย่างไรไม่รู้! สรุปว่ามันอยู่ฝ่ายหวังเค่อหรือว่าฝ่ายถงอันอันกันแน่!?
“ฮึ่ม!”
คนชุดดำเหยียดมือเข้าหาเนี่ยเทียนป้า
“ผู้าุโ หยุดมือ! ข้าพูดความจริงนะขอรับ! ข้าให้ความร่วมมือ!” เนี่ยเทียนป้าร้องลั่น
“ตูม!”
เนี่ยเทียนป้าถูกฟาดร่วงจากยอดหลังคาก่อนจะสลบเหมือดไปในบัดดล
“เห็นแก่ที่เ้าไม่ได้โกหก ข้าจึงละเว้นเ้า! แต่จงหลับไปสองวันก็แล้วกัน!” คนชุดดำเอ่ยเสียงขรึม
จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วโบกมือคราหนึ่ง ราวกับว่าปราการใสบางอย่างอันตรธานไป
ชัดเจนว่าเมื่อครู่คนชุดดำได้กางข่ายสัจปราณไว้ กันไม่ให้คนตระกูลเนี่ยได้ยินเสียงจากบนหลังคา
คนชุดดำมองไปทางเรือนน้ำชากงอี้แล้วสะกิดเท้าเบาๆ เงาร่างพลันพร่าเลือนเป็แถบสีดำติดตา มุ่งตรงไปทางเรือนน้ำชากงอี้
ไม่นานหลังจากที่คนชุดดำจากไป เนี่ยเทียนป้าที่สลบไปกลับเปล่งแสงสีเืตลอดทั้งตัว จากนั้นคนก็ได้สติคืนมา
“ขอบเขตทารกแกนิญญา? มันคือทารกแกนิญญา? หากไม่ใช่ว่าข้ามีเคล็ดเทพโลหิตละก็! เมื่อกี้ข้าคงจะ...!” เนี่ยเทียนป้ามองหลังคาด้วยใจที่ยังกลัวไม่หาย
เรือนน้ำชากงอี้! ห้องนอนของหวังเค่อ!
หวังเค่อนั่งอยู่บนเตียงเงี่ยหูฟังเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านล่าง
“อ้า อู้ว อู๊ยย!”
.........
“ตึงตึงโครมโครม! ตุ้บตุ้บครืดครืด!”
.........
......
หวังเค่อนั่งใบ้รับประทานอยู่ข้างเตียงนานสองนาน
“แม่งเอ๊ย ห้องลับนี้ของข้าเพิ่งจะถูกขุดออกมาไม่นาน คนจากไหนมาส่งเสียงดังเยอะแยะปานนี้? ก็มีแต่เ้าจางเจิ้งเต้าอยู่แค่คนเดียว ทำไมถึงได้มีเสียงเยอะแยะมากมายไปหมด? เ้ากำลังฝึกเลียนเสียงอยู่รึไง? หรือว่าห้องลับข้าดันไปสร้างไว้บนสุสานใครเข้า เ้าก็เลยกำลังเต้นเบรกแดนซ์อยู่กับผีอาตาทวดเ่าั้?” หวังเค่อสีหน้าไม่น่าดูอย่างที่สุด
หวังเค่อโมโหสุดขีด เื่กำลังเป็ไปด้วยดีแท้ๆ แล้วไอ้หมอนี่มันทำบ้าอะไรอยู่? ไม่มีจิติญญาของการทำงานเป็หมู่คณะบ้างเลยรึ?
หวังเค่อกำลังจะกระตุ้นกลไกเปิดห้องลับออกมาด่าจางเจิ้งเต้าให้หายฉุน
“ผัวะ!”
บานประตูถูกเตะเปิดออกกะทันหัน
หวังเค่อเงยหน้าขวับ มองเห็นจางเสินซวียืนถือพัดขาวอยู่ตรงปากประตูอย่างเ็า ด้านหลังยืนไว้ด้วยเหล่าศิษย์น้องของมัน
“หวังเค่อ เ้าซ่อนตัวเก่งนักนะ!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น
หวังเค่อ “…!”
แม่งเอ๊ย จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?
แน่นอนว่าจางเสินซวีระวังตัวแจั้แ่ตอนที่ยังไม่ทันเข้าประตูมา นั่นเป็เพราะว่าใต้พื้นเตียงของหวังเค่อมีเสียงตึงตังเจี๊ยวจ๊าวดังออกมาไม่ขาดสาย รวมถึงเสียงผีคร่ำิญญาหวนที่เล็ดรอดมาเรื่อยๆ นั่นอีก
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้จางเสินซวีต้องมองอย่างอึ้งกิมกี่
นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? ใต้ห้องนอนหวังเค่อมีเสียงะโโห่ร้องด้วย?
“ราตรียืดยาวคนเปลี่ยวเหงา ชั้นล่างจึงร้องรำทำเพลงเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ! เ้าเชื่อข้าใช่ไหม?” หวังเค่อเอ่ยด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
ชั้นล่าง? บ้านเ้ามีอยู่แค่ชั้นเดียว จะมาชั้นล่างผีสางอันใด?
แต่ด้านล่างก็มีเสียงดังออกมาไม่ขาด่อยู่จริง จางเสินซวีสับสนงุนงงสุดประมาณ!
“ศิษย์พี่เสินซวี ด้านล่างจะต้องมีห้องลับซ่อนอยู่ ในห้องลับอาจกำลังมีการทรมานอันโเี้ทารุณบางประการ ก็เลยเกิดเสียงคร่ำหวนปริ่มจะขาดใจออกมาอย่างนั้น!” รุ่นน้องคนหนึ่งกระซิบบอกจางเสินซวี
จางเสินซวีหนังตากระตุกยิกๆ ห้องไต่สวนลับ?
“หวังเค่อ? ข้าดูถูกเ้าไปหน่อย ดึกดื่นค่อนคืนกลับตั้งศาลเตี้ยทำการไต่สวนทรมานคน? ฮ่า นี่เ้ากำลังไต่สวนมารร้ายอยู่ใช่ไหม!? ข้ามาขัดจังหวะเ้ารึเปล่า?” จางเสินซวีถามเสียงเย็น
“หากเ้าช่วยข้าปิดประตูข้าจะถือว่าเ้าไม่ได้ขัดจังหวะ!” หวังเค่อเอ่ยด้วยสีกระอักกระอ่วนพิลึกพิลั่น
แม่งเอ๊ย ทีนี้จะทำยังไง? ข้าอุตส่าห์เตรียมกับดักไว้อย่างแยบยล แต่กลับถูกไอ้เวรตะไลจางเจิ้งเต้าทำพังหมด! อย่าบอกนะว่าข้าต้องใช้วิธีเอานวมยัดหน้าพวกมันจนถึงแก่ความตายอย่างที่จางเจิ้งเต้ามันว่าจริงๆ?
เหลือบมองผ้านวมบนเตียง จากนั้นหันกลับมามองกลุ่มยอดฝีมือพรรคอีกาทองคำที่สภาวะท่วมโถม ท้ายที่สุดหวังเค่อก็ปัดตกความคิดของจางเจิ้งเต้าไป
พัง! กับดักของข้าพังหมดแล้ว!
“ปิดประตู? ฮึ่ม หวังเค่อ เ้าคิดสวยหรูไปแล้ว! เ้ารู้ไหมว่าหลายวันที่ผ่านมาพวกเราต้องลำบากลำบนกันมาขนาดไหนกว่าจะหาตัวเ้าเจอ? พวกเราแม้มีพรรคแต่ไม่อาจกลับไปพักพิงอาศัย แต่กลับต้องนอนกลางลมกินกลางทราย!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
หวังเค่อผงะไป “เพราะอะไร? พวกเ้าหาข้าจนเหนื่อย ในเมื่อเจอข้าแล้วก็กลับไปพักได้!”
“เ้าว่าเป็เพราะอะไรล่ะ?” จางเสินซวีถามเสียงเย็น
“หรือว่าเงินค่าจ้างตอนที่พวกเ้ารับงานรักษาการณ์ให้บริษัทเสินหวังจะยังไม่เรียบร้อยดี? ตอนนั้นเป็พวกเ้าไม่เอาวิ่งจากไปกันเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!” หวังเค่อยิ้มขื่น
“ผายลม! เ้ายังจะแสร้งโง่อีกรึ? ฮึ่ม พักเื่บาดหมางระหว่างพวกเราไปก่อน เื่ที่เ้าล่วงเกินพี่สาวข้า ข้าจะเอาเ้าให้ตาย หวังเค่อ ข้าไม่เคยเห็นพี่สาวข้าพิโรธโกรธาถึงขนาดนั้นมาก่อน!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น
“จางหลี่เอ๋อร์? ข้าไม่ได้ไปล่วงเกินนางเลยนะ!” หวังเค่อสีหน้าไม่น่าดู
“ฮึ่ม เ้ามาบอกข้าก็เปล่าประโยชน์ ข้าส่งคนไปรายงานพี่สาวข้าแล้ว อย่างช้าสุดเมื่อฟ้าสางนางก็จะมาถึงที่นี่ ถึงตอนนั้นเ้าค่อยไปคุยกับนางเองแล้วกัน!” จางเสินซวียิ้มเย็น
“อ๋า? อย่า อย่าบอกนะว่าความหล่อของข้าเป็ความผิดบาป?” หวังเค่อหน้ายับย่น
จางเสินซวีที่ยังอยู่นอกประตูผงะไป มะ มันหมายถึงอะไร? ความหล่อ? ไปเกี่ยวอะไรกับความหล่อของเ้า? เ้าไม่คิดรักษาหน้าตัวเองเลยใช่ไหม? อีกอย่าง เ้าหล่อตรงไหนกัน?
“จางเสินซวี ในฐานะที่เป็น้องชายนาง ที่จริงเ้าน่าจะเกลี้ยกล่อมนางให้มากกว่านี้หน่อย แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นจะไปหวานได้ไง![1]” หวังเค่อกล่าวโน้มน้าวอย่างหดหู่ใจ
จางเสินซวี “…!”
ศิษย์พรรคอีกาทองคำ “…!”
หวังเค่อมันกำลังพล่ามอะไรอยู่?
“หรือว่าพวกเ้ามองกันไม่ออก? หากไม่ใช่เพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับ เ้าว่าข้าจะเผ่นออกมานอกพรรคทำอะไร? ข้าเองก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอก! ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน! ครั้งก่อนพี่สาวเ้าเล่นเฝ้าข้าอยู่นอกพรรคสองวันสองคืน นางก็ควรจะรู้ผลลัพธ์แล้วไหม แต่ ทำไม ทำไมถึงต้องหมายตาข้าไม่เลิกราแบบนี้? ข้ารู้ว่าข้ามีข้อดีหลายอย่าง! แต่ข้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน!” หวังเค่อหว่านล้อมด้วยความจริงใจ
จางเสินซวี “???”
เ้ามีข้อดีลมผายอันใด! บนโลกนี้ทำไมถึงได้มีแต่คนหน้าหนาไร้ยางอายแบบนี้อยู่กันนะ?
“ฟังนะ พวกเ้าอุตส่าห์มาตามข้าถึงนี่ วาจาเหล่านี้พูดออกไปแล้วล้วนไม่น่าฟังยิ่ง! จางหลี่เอ๋อร์ไม่สนชื่อเสียงของตัวเอง แต่ข้าสน! ข้ามีคนรักอยู่แล้ว! เ้าเองก็รู้จัก นางคือองค์หญิงโยวเยว่! หากข่าวอื้อฉาวนี้แพร่งพรายออกไปถึงหูคนรักข้าเข้าแล้วจะทำยังไง? ข้าเองก็ลำบากเหมือนกันนะ!” หวังเค่อโน้มน้าวอย่างสลดหดหู่
พวกจางเสินซวีสีหน้าว่างเปล่า เ้าหวังเค่อกำลังพล่ามอะไรของมัน? ทำไมพวกเราถึงฟังไม่เข้าใจเลยสักคำ!?
“หวังเค่อ เ้ากำลังพ่นวาจาเหลวไหลอันใดอยู่กันแน่?” จางเสินซวีถลึงตา
พูดให้มันรู้เื่หน่อยได้ไหม? เ้าพูดวาจาผีสางอันใดอยู่กันแน่?
หวังเค่อเมื่อได้ยินกลับตีความหมายไปว่าจางเสินซวีกำลังปกป้องชื่อเสียงจางหลี่เอ๋อร์อยู่จึงไม่คิดพูดจาพร่ำเพรื่อ
“จางเสินซวี พวกเ้าก็ทำกันถึงขนาดนี้แล้วเสแสร้งต่อไปยังจะมีความหมายอะไร? พี่สาวเ้าบงการพวกเ้าออกตามหาข้าตลอดหลายวัน เ้ากลับไม่รู้ว่าเื่เป็ยังไงมายังไง? วันนั้นพี่สาวเ้าแอบย่องเข้าห้องทำงานข้าที่อาคารเสินหวัง ข้าก็พูดกับนางไปชัดๆ แล้ว แต่ทำไมนางถึงได้หมายตาข้าไม่ยอมเลิกราสักที? ยังให้ข้าพูดอะไรได้อีก?” หวังเค่อเองก็เริ่มมีน้ำโหแล้วนะ
พวกจางเสินซวีเหม่อมองหวังเค่ออย่างนิ่งงัน
หวังเค่อกำลังพูดอะไร? ทำไมพวกเราถึงฟังไม่เข้าใจเลยเนี่ย!?
จริงสิ หวังเค่อเคยเอ่ยถึงเื่ที่พี่สาวตนแอบไปดักตีหัวถึงห้องทำงานนี่นะ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ตี แถมตอนออกมาผมเผ้าล้วนเปียกปอน หนำซ้ำยังผัดเปลี่ยนเป็อาภรณ์ตัวใหม่ อย่างกับว่าเพิ่งอาบน้ำมาอย่างนั้นแหละ!
จางเสินซวียังคงงุนงงกับเื่นี้ไม่หาย มันเคยถามพี่สาวอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ล่วงรู้ถึงสาเหตุ แถมยังถูกด่าเปิงกลับมาอีกต่างหาก นับแต่นั้นมาพี่สาวตนก็เริ่มออกตามหาหวังเค่ออย่างบ้าคลั่ง
“วันนั้นพวกเ้าทำอะไรกันที่ห้องทำงาน?” จางเสินซวีถามด้วยสีหน้าเหม่อๆ
“เ้าไม่รู้?” หวังเค่อย้อนถามอย่างแปลกใจ
พวกจางเสินซวีหน้าแข็งค้าง พี่ข้าไม่ยอมพูด แล้วข้าจะไปรู้มาจากไหนได้?
“จะว่าไปเื่แบบนี้นางที่เป็แค่ดรุณีคนหนึ่งไหนเลยจะมียางอายพูดออกมาเองได้? เฮ้อ!” หวังเค่อถอนใจบางเบา เดาออกถึงสาเหตุ
การยั่วสวาทชายเป็เื่เสื่อมเสียหน้าปานไหน นางมีหรือจะบอกน้องชายตัวเองได้ลง?
“ตกลงว่าวันนั้นพวกเ้าทำอะไรกันที่ห้องทำงานกันแน่?” จางเสินซวีถามหน้าเคร่ง
จากคำพูดก่อนหน้านี้ของหวังเค่อ จางเสินซวีััถึงกลิ่นอายบรรยากาศพิลึกพิลั่นบางอย่างได้
“นี่…เ้าอยากฟังจริงรึ? ประเด็นคือข้ากลัวว่าพอพูดออกไปแล้วจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพี่สาวเ้า!” หวังเค่อหน้านิ่วคิ้วขมวด
“พูดมา!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงต่ำ
หวังเค่อเงียบไปครู่ใหญ่ แต่สุดท้ายก็ถอนใจบางเบาออกมา “ก็ได้ ข้าจะบอกเ้า เ้าเองก็กลับไปเกลี้ยกล่อมพี่สาวเ้าด้วยล่ะ! อย่างไรซะชีวิตคนเราก็ไม่ได้สมความปรารถนาไปเสียทุกอย่าง ไม่ต้องสับสน ถึงใต้หล้าจะขาดบุรุษที่ดีอย่างข้าไปสักคนก็ยังมีบุรุษที่ดีอยู่อีกมาก!”
หัวคิ้วของจางเสินซวียิ่งมายิ่งขมวดแน่น ศิษย์น้องด้านหลังพวกนั้นเองก็เผยสีหน้าตกอกใออกมา
“ข้าว่าข้าบอกเ้าคนเดียวจะดีกว่า! อย่างไรเสียข้าเองก็อยากไว้หน้าพี่สาวเ้าอยู่! นี่เป็เื่ส่วนตัวของนาง!” หวังเค่อว่า
“ได้! งั้นบอกข้ามาคนเดียวพอ!” จางเสินซวีรับคำอย่างขึงขัง
“พวกเ้า เฝ้าประตูไว้! ห้ามแอบฟัง! แล้วก็ล้อมห้องนี้ไว้เลย หากหวังเค่อเล่นตุกติกขึ้นมาก็ไม่จำเป็ต้องเกรงใจกันอีก!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น
“ทราบ!” ศิษย์น้องเอ่ยรับคำ
ระหว่างที่พูดจางเสินซวีก็ก้าวเข้ามาในห้อง
“ปง!”
บานประตูห้องนอนปิดลงทันที
[1] การทำอะไรที่ฝืนใจฝ่ายตรงข้ามย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่าอภิรมย์
