1
รสจัด
“เยี่ยมเลย”
เบนกดหัวของนางแบบสาวให้ปากของเธอจัดการกับน้องชายของเขาได้ถนัด
“อ่าสสส....”
ปากเล็กชักน้องชายของชายหนุ่มเข้าออกอย่างช้าๆ จนเบนถึงกับคราง อ้าปากด้วยความเสียวซ่าน จากลีลาออรัลเซ็กซ์ของหญิงสาวหน้าตาสวย หุ่นอวบอิ่ม เธอคือผู้หญิงคนล่าสุดของเขา
“เร็วๆ ผมชอบ”
เมื่อความเป็ชายของชายหนุ่มแข็งตัวอย่างเต็มที่ ฟารีย์นางแบบสาว ก็ทำหน้าที่เป็ผู้นำขึ้นคร่อมร่างของเบนไว้ ก่อนจะจัดการใช้กลีบอูมอันอวบอิ่มครอบลงบน ท่อนแข็งของชายหนุ่ม อย่างช่ำชอง
“อ่าสส. อือออ”
หญิงสาวร้องตามแรงกระแทกชักเข้าชักออก ที่เธอเป็ผู้ควบคุมจังหวะทั้งหมดเอง
“เสียวไหมคะ”
ฟารีย์ถามเพราะเธอเห็นชายหนุ่มเอาแต่กัดปากแน่น สีหน้าแดงกร่ำ
ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาแห่งความสุข ไปกับการตอบคำถาม เขาใช้มือทั้งสองข้างยกสะโพกกลม ของหญิงสาว ให้ขึ้นลงถี่ขึ้น เพราะน้ำแห่งความใคร่ของเบน มันเดินทางมาใกล้ทางออกเต็มที่แล้ว
ความช่ำชองในบทรักของคนทั้งคู่ ที่เข้าขากันเป็อย่างดี ทั้งคู่ต่างผลัดกันรับ ผลัดกันรุก จนในที่สุดทั้งคู่ก็พากันไปถึงทาง์ ชายหนุ่มรีบจัดการถอดเครื่องป้องกันออกทันที เมื่อทุกอย่างสงบลง
“ชอบไหมคะเบน”
ฟารีย์จูบลงบนแก้มขาวของชายหนุ่ม ที่กอดเธอไว้ในอ้อมแขน
“ชอบสิครับ ผมไม่คิดเลยนะ ว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักอย่างคุณจะเก่งเื่แบบนี้”
ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงสั่น เพราะยังไม่หายเหนื่อยจากกิจกรรมที่เพิ่งจบลงไป
“เบนคะ ฟารีย์เป็ของคุณแล้วนะคะ ห้ามคุณมองหรือไปมีอะไรกับใครนะ”
หญิงสาวแสดงความเป็เ้าของ เพราะเธอกำลังคิดว่าเธอมีสิทธิ์ แต่อีกฝ่ายกับไม่ได้คิดแบบนั้น
“ถ้าผู้หญิงทุกคนที่นอนกับผม พูดแบบที่คุณพูด คุณคงไม่ได้นอนอยู่ตรงนี้แน่ๆ”
ชายหนุ่มลุกขึ้น ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยพอใจ กับคำพูดของคู่นอนของเขาสักเท่าไหร่
“เบน...คุณพูดแบบนี้หมายความว่าคุณจะไม่รับผิดชอบฉันใช่ไหม”
หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง มองชายหนุ่มที่พูดจาไร้ความรับผิดชอบ กำลังก้มหยิบเสื้อผ้า เพื่อแต่งตัวให้เรียบร้อย
“ผู้หญิงในสิงคโปร์ นอนกับผมไม่รู้ต่อกี่คน ผมคงต้องรับผิดชอบพวกเธอทุกคนอย่างนั้นสิ”
“เบนคุณมันเลว” หญิงสาวสบถ
“ผมข่มขืนคุณเหรอ เมื่อกี้คุณเองก็เป็ฝ่ายรุก ผมต่างหากที่นอนเฉยๆ ไอ้ที่ต้องลุกขึ้นมาทำบ้าง ก็กลัวคุณจะไม่เสร็จ เอาเงินก้อนนี้ไป แล้วหวังว่าผมจะไม่เจอคุณอีก”
เงินปึกหนาถูกโยนลงบนที่นอน ก่อนที่ชายหนุ่มผู้ไม่้า การผูกมัดจากใครจะเดินออกนอกห้อง เพื่อลงไปด้านล่างของโรงแรม เพื่อขับรถยนต์คันหรู มุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ที่อยู่ออกไปนอกเมือง
“คุณแม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”
เบนแปลกใจ ที่เห็นมารดาของเขานั่งถักไหมพรหมอยู่บนโซฟา กลางห้องรับแขก
“แม่ยังไม่ง่วงเลย ลูกหล่ะทำไมวันนี้กลับบ้านได้ล่ะ”
ตามปกติแล้ว ชายหนุ่มจะไม่ค่อยกลับมาที่บ้าน ส่วนมากเขาจะนอนที่ห้องชุดหรูที่อยู่ใกล้บริษัท หรือไม่ก็นอนตามโรงแรมห้าดาวพร้อมนางแบบไม่ซ้ำหน้า ที่เขาหิ้วมานอนด้วย
“เบื่อๆ ครับ ”
ลูกชายคนเดียวของตระกูล เดินมาหามารดา ล้มตัวลงนอนหนุนตัก เหมือนเด็กน้อยที่กำลัง้าไออุ่น
“มีอะไรหรือเปล่า วันนี้ลูกชายแม่ดูแปลกๆ”
ธิดาลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดูและสงสัยในท่าทางที่แปลกไป
“เราไม่ได้กลับเมืองไทยกันนานแล้ว ผมเบื่อที่นี่ เบื่อตัวเองจังครับ” ชายหนุ่มคว้ามือมารดามากอด
“เบื่อที่นี่แม่พอเข้าใจ เพราะสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศของเรา แต่เบื่อตัวเอง แม่ไม่เข้าใจ”
ธิดาและเบนเป็แม่ลูกที่สนิทกันมาก เพราะั้แ่เบนถือกำเนิด กิตติพ่อของชายหนุ่ม ก็ไม่ให้ธิดาทำอะไรนอกจากการดูแลลูกชายคนเดียวของเขาให้ดีที่สุด แต่ถึงสนิทแค่ไหน วันนี้ธิดาก็เดาไม่ออก ว่ามีเหตุผลอะไร ที่จะทำให้ลูกชายของเธอต้องเบื่อตัวเอง
“ผมก็อธิบายไม่ถูกครับ แต่ผมคิดว่าผมจะกลับเมืองไทย กลับไปทำธุรกิจเล็กๆ ผมอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากเป็เสือที่หิวผู้หญิงไปวันๆแบบนี้อีกแล้ว”
เบนเบื่อกับการที่เขามีอะไรกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และหลังจากเสร็จบทรัก ผู้หญิงเ่าั้ ก็พยายามจะเป็เ้าของชีวิตเขา ทั้งที่ผู้หญิงทุกคนต่างก็รู้ั้แ่แรก ว่าเขาแค่้าคู่นอนไม่ใช่เมีย
“แม่ว่าก็ดีเหมือนกัน ลูกกลับไปอยู่เมืองไทย อาจจะได้ไปเจอกับผู้หญิงที่ลูกรักและถูกใจ ถ้าอยู่ที่นี่คงไม่มีผู้หญิงดีๆที่ไหน เขาจะอยากมาเป็ภรรยาลูกชายแม่แน่ๆ เพราะชื่อเสียของลูกมันดังไปทั่วแล้ว”
“คุณแม่ หลอกว่าผมใช่ไหมครับนี่”
ชายหนุ่มลุกขึ้นมากอดมารดา และหอมแก้ม ที่ยังขาวใส แม้จะมีอายุเข้าเลขห้าแล้วก็ตาม
“พรุ่งนี้เย็นกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันนะลูก แม่จะนัด คุณพ่อไว้ให้ จะได้คุยกันให้รู้เื่เลย แม่ว่าพ่อเขาต้องเห็นด้วยแน่ๆ”
กิตติเป็นักธุรกิจ ที่แทบจะไม่มีเวลาว่าง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการบริหารธุรกิจ แม้แต่คนในครอบครัว มีเื่จะคุยหรือปรึกษา ยังต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
“ได้ครับคุณแม่ ผมไปนอนก่อนนะครับ”
ธิดาเองเธอก็อยากกลับเมืองไทยเหมือนกัน แต่ด้วยหน้าที่ภรรยา สามีของเธอยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่ เพราะธุรกิจกำลังไปได้ดี
กิตติเองก็เคยให้สัญญากับธิดาไว้ ว่าเมื่อไหร่ที่ธุรกิจโตจนถึงขีดสุด เขาจะทยอยขายหุ้น และกลับไปทำธุรกิจที่เมืองไทย ธิดาก็ได้แต่ภาวนาและรอคอยให้เวลานั้นมาถึงเร็วๆ
“ว่าไงล่ะลูกมีเื่สำคัญอะไร ถึงกับต้องให้แม่นัดพ่อกินข้าว”
กิตติพอรู้เื่จากภรรยาแล้ว แต่ก็อยากได้ยินจากปากลูกชายให้ชัดเจนอีกครั้ง
“ผมอยากคุยกลับพ่อเื่ที่ผมอยากกลับเมืองไทยครับ”
“กลับเมืองไทย กลับไปทำไม กลับไปทำอะไร”
กิตติไม่หวงห้ามกับการที่เบนอยากจะกลับไปอยู่ที่ประเทศไทย แต่เขาอยากให้ลูกชายมีจุดหมายที่แน่นอน ไม่ใช่พอเบื่อที่นี่ก็ไปที่นู่น และพอเบื่อที่นู่นก็จะกลับมาสิงคโปร์อีก
“ผมอยากกลับไปทำธุรกิจเล็กๆ สักอย่าง ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากเป็เบนในโลกของสิงคโปร์แล้วครับ”
กิตติเข้าใจความหมายของลูกชายดี ว่าเบนในโลกของสิงคโปร์หมายถึงเื่อะไร เพราะเขาก็ไม่นิยมชมชอบพฤติกรรมไม่รู้จักอิ่มของลูกชายอยู่เหมือนกัน
“ลูกมองธุรกิจอะไรไว้ ไหนลองบอกพ่อสิ ”
“ผมอยากทำคอนโด เพราะเพื่อนที่ไทยบอกผมว่า ผู้คนในกรุงเทพ น้อยคนที่จะมีโอกาสซื้อบ้าน เพราะราคาสูงมาก ถ้าเทียบกับรายได้ ส่วนมากจะอยู่ห้องเช่า คอนโดมิเนียมกัน”
เบนมีเพื่อนนักธุรกิจ ที่รุ่นเดียวกับเขา อยู่ที่เมืองไทย และเพื่อนก็เคยชวนเขาร่วมหุ้นด้วย แต่ตอนนั้นเขาปฎิเสธไป เพราะไม่คิดว่าจะกลับไปอยู่ที่เมืองไทย
“ถ้าอย่างนั้น พ่อขอเวลาปรึกษหารือเพื่อนๆ ที่เขาเคยทำธุรกิจนี้ แล้วเราค่อยมาคุยกันนะ แต่พ่อเห็นด้วยที่ลูกจะกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย เพราะอย่างไรก็บ้านเกิดของเรา อีกสักพัก พ่อกับแม่ก็คงตามกลับไป”
เบนโล่งใจที่บิดาของเขาเห็นด้วยกับเื่กลับเมืองไทย ก็เหลือแต่เื่ธุรกิจที่เขาคงต้องรอความคิดเห็นและร่วมวางแผนกับบิดาอีกครั้ง
“ไปอยู่ที่นู่นก็เลิกใช้ชีวิตแบบไม่มีสาระสักทีนะ พ่อกับแม่อายุมากขึ้นทุกวัน อยากมีหลานกับเขาเสียที”
กิตติพูดเพราะเขาคิดแบบนั้นมาได้สักพักแล้ว เขามีลูกชายเพียงคนเดียว ทรัพย์สินเงินทองที่มีก็ใช้จนตายก็ไม่หมด แต่กลับไม่มีหลานมาให้ชื่นชมเหมือนเพื่อนคนเสียที
“คุณพ่ออยากมีหลาน เดี๋ยวผมจัดให้คืนนี้เลยครับ”
ชายหนุ่มทำท่าสนุกสนานเพื่อไม่ให้คนฟังจริงจังกับเื่นี้มากไป เพราะตัวเขาเองยังไม่เจอคนที่ใช่เลย
“ทำมาเป็พูดเล่น ถ้าคนอย่างลูกคิดจะมี คงปล่อยมีมานานแล้ว แต่จริงๆพ่อก็ไม่อยากได้สะใภ้เป็คนต่างชาติต่างภาษากับเราหรอก ไว้กลับไปอยู่เมืองไทย หาแม่ของลูกและรีบปั๊มหลานให้พ่อเร็วๆนะ”
กิตติมีความหวังเพิ่มขึ้น เพราะลูกชายตั้งใจจะกลับไปเมืองไทย แล้วเริ่มต้นใหม่ เขาหวังว่าเบนคงได้เจอใครสักคน ที่เหมาะจะเป็ภรรยาและวันนั้น เขาคงจะได้นอนตายตาหลับเสียที
