เมื่อชวีเสี่ยวปอคิดขึ้นมาเช่นนั้น เขาจึงยื่นมือไปจับมือของเซี่ยเจิงเอาไว้ที่ใต้โต๊ะ “นายตื่นเต้นไหม? ”
“ไม่ต้องมองพวกเขาก็พอ” เซี่ยเจิงตอบ ในร้านเหล้านี้เสียงดังมาก ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงเข้าไปกระซิบคุยกันใกล้ๆ
“ฮะอะไรนะ? ” ชวีเสี่ยวปอยังคงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
“วันนั้นฉันลองแล้ว” เซี่ยเจิงพูดเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย “ตอนขึ้นไปไม่ต้องมองพวกเขาก็พอ ไม่มองก็ไม่ตื่นเต้น !”
“วันนี้มองแค่ฉันก็พอแล้ว” ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา
สองบทเพลงจบลงไปอย่างรวดเร็ว เซี่ยเจิงเองก็ไปเตรียมตัวที่ด้านล่างเวทีเรียบร้อยแล้ว ชวีเสี่ยวปอสูดหายใจเข้าไปลึกๆ เขามองเห็นเซี่ยเจิงเดินขึ้นเวทีมาแล้ว อีกทั้งกำลังเทสไมโครโฟนอย่างไม่ประหม่าเลยแม้แต่น้อย แสงไฟอันซับซ้อนในร้านเหล้าล้วนสาดส่องลงไปบนตัวเขา จนกระทั่งในตอนที่เซี่ยเจิงเงยหน้าขึ้นมา ชวีเสี่ยวปอก็ได้ยินเสียงอุทานจากโต๊ะที่มีแต่หญิงสาวซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลดังขึ้นมาอย่างชัดเจน
“หล่อมาก !”
“เขาเพิ่งมาใหม่เหรอ? ”
“ใช่มั้ง! ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเขาเลย! ”
“ดูเหมือนจะยังอายุน้อยมากเลยนะ น่าจะยังเป็นักเรียนอยู่ละมั้ง? ”
“ให้ตายสิหล่อสุดๆ ! พวกเธอไม่รู้สึกเหรอว่าเขาเหมือนใคร! เหมือนดาราที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ไง! เดี๋ยวฉันหารูปให้พวกเธอดู! ”
คำชมจากเหล่าหญิงสาวที่พูดชมเซี่ยเจิงไม่ขาดปากดังเข้ามาในหูของชวีเสี่ยวปออยู่บ่อยครั้ง แต่เขากลับไม่มีเวลาไปสนใจมันเท่าไหร่นัก เพราะในขณะนั้นเซี่ยเจิงกำลังโบกมือมาทางเขา จากนั้นเสียงร้องก็ดังขึ้น
“ค่ำคืนนี้ยังมีลมโชยพัด
เมื่อคิดถึงเธอมันช่างอ่อนหวาน
ในวันเวลาที่มีเธอช่างทำให้รู้สึกสบายใจมากเหลือเกิน
ทั้งที่ไม่ได้หายจากกันไปไหน
แต่เพียงแค่คิดถึงเธอมากเกินไป
ทำไมถึงได้ฝันถึงเธอตลอดทุกเวลากันนะ”
ชวีเสี่ยวปอคิดไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเจิงจะร้องเพลงคนรักที่รู้ใจ [1] เพลงนี้ขึ้นมา ครั้งก่อนตอนที่ไปนอนค้างบ้านเซี่ยเจิง แล้วเซี่ยเจิงร้องเพลงสากลเพลงนั้น ชวีเสี่ยวปอยังคงจำเสียงร้องนั้นได้อยู่ ทว่ามันกลับมีอารมณ์ที่ลึกซึ้งกินใจน้อยกว่าเพลงนี้มากเลยทีเดียว
ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกเหมือนอยากจะวิ่งเข้าไปถามเซี่ยเจิงให้รู้แล้วรู้รอด
“นายร้องเพลงนี้ให้ฉันใช่หรือเปล่า? ”
หลังจากที่เพลงนี้จบลง ผลปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก แม้แต่เถ้าแก่หน้าหนวดที่ยืนอยู่ด้านล่างเวทียังยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้เซี่ยเจิง แต่ชวีเสี่ยวปอก็รู้ว่าเพลงต่อไปเซี่ยเจิงไม่สามารถที่จะร้องตามใจตัวเองได้แล้ว ถ้าหากมีคนขอเพลงขึ้นมา เขาก็ต้องร้องตามที่ลูกค้าขอ ซึ่งนี่ก็ถือว่าอยู่ในส่วนหนึ่งในเงินส่วนแบ่งที่เขาจะได้
เพลงที่เซี่ยเจิงร้องล้วนแต่เป็เพลงที่เหล่าหญิงสาวโต๊ะนั้นขอขึ้นมา แต่ทว่าโชคดีที่เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก ในตอนที่ลงจากเวทีเถ้าแก่ก็ยื่นเงินจ่ายให้เซี่ยเจิง ทั้งยังบอกเขาว่าให้กลับดีๆ
“หล่อมากเลยคุณแฟน” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ทำไมฉันถึงไม่รู้ว่านายร้องเพลงเพราะขนาดนี้นะ? ”
“ไมค์ร้านนี้ดีละมั้ง” เซี่ยเจิงเกาศีรษะ “เพราะไหม? เพลงนั้น”
“เพลงไหน? ” ชวีเสี่ยวปอถามออกมาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว แต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นมาก่อนอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
“คนรักที่รู้ใจไง” เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้นมา “ฉันตั้งใจเลือกเพลงนี้เลยนะ ชอบไหม? ”
“นี่นาย...ร้องให้ฉันจริงๆ เหรอ” นอกจากชวีเสี่ยวปอจะคาดไม่ถึงแล้ว ทว่าความรู้สึกที่มากไปกว่านั้นคือความประทับใจ แม้ว่าเขาจะคิดเื่นี้ขึ้นมาอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อคำนี้พูดออกมาจากปากของเซี่ยเจิง มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ไม่งั้น” เซี่ยเจิงลูบศีรษะชวีเสี่ยปอไปทีหนึ่ง แล้วจึงพูดเสียงเบาว่า : “ฉันจะไปมีคนรักที่รู้ใจที่ไหนได้อีกล่ะ”
“บ้า...” ชวีเสี่ยวปอที่เมื่อครู่ยังอยู่เดินดีๆ แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้เข้าจึงอดไม่ได้ที่จะผลักเซี่ยเจิงไปหนึ่งที พร้อมทั้งกัดฟันอย่างแรง “ฉันอยากจะจูบนายเดี๋ยวนี้เลย !”
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในถนนที่เป็แหล่งรวมร้านเหล้าเช่นนี้ก็คือตรอกเล็กๆ
อย่าคิดว่าแสงไฟนีออนบนถนนสายหลักนี้จะส่องสว่างมากเพียงไหน แต่ถ้าเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ สักตรอกหนึ่ง ในนั้นล้วนแต่เป็มุมอับแสงที่แม้แต่ไฟสักดวงก็ยังไม่มี
ชวีเสี่ยวปอดึงคอเสื้อคลุมของเซี่ยเจิงเอาไว้ เนื่องจากรีบร้อนเกินไป ทั้งสองคนจึงเกือบจะสะดุดล้มเข้าแล้ว แต่ในตอนที่เขากดเซี่ยเจิงเข้ากับกำแพงและจูบลงไปอย่างไม่ลังเล ชวีเสี่ยวปอกลับรู้สึกขึ้นมาว่าการจูบครั้งนี้ ถ้าจะทำให้เชื่องช้าลงหน่อยหรือยืดระยะเวลาออกไปให้นานหน่อย
ก็คงไม่เป็เป็ไร
จนกระทั่งได้ลิ้มรสคาวเืในปากขึ้นมาเล็กน้อย
ในตอนนั้นชวีเสี่ยวปอถึงหยุดการกระทำลง
“ฉันกัดลิ้นนายจนแตกเลยเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอถามขึ้นมา
“ถ้าเป็งั้นนายก็เก่งเกินแล้วละ” เซี่ยเจิงลูบไปที่ริมฝีปากทีหนึ่ง “ไม่ใช่หรอก เมื่อกี้รุนแรงไปหน่อย เลยทำให้ปากแตกน่ะ”
“อ๋อ” ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “เซี่ยเจิง ฉันรู้สึกว่าฉันยังชอบนายได้มากขึ้นกว่านี้อีก”
“ฉันคิดซะว่านายกำลังสารภาพรักฉันอยู่ก็แล้วกันนะ” เซี่ยเจิงลูบไล้ไปที่ใบหูของเขา “แต่ทำไมคุณแฟนถึงได้ถอนหายใจออกมาแบบนี้ล่ะ”
“นายไม่เข้าใจ” ชวีเสี่ยวปอแกล้งทำตัวลึกลับ “มันเป็ความรู้สึกแบบที่ว่าคนทั้งโลกชอบนาย แต่นายกลับชอบฉันคนเดียว”
“ไม่พอให้นายเอาไปอวดได้เหรอ” เซี่ยเจิงหัวเราะขึ้นมา “อีกอย่างคนทั้งโลกที่ไหนจะมาชอบฉันกัน”
“พอเลย” ชวีเสี่ยวปอพูดกับตัวเอง “นายอย่าบอกนะว่า ตอนอยู่บนเวทีนายไม่ได้ยินเสียงพูดคุยซุบซิบของสาวๆ กลุ่มที่อยู่ข้างล่าง คุยกันดังกว่าเสียงนายร้องเพลงซะอีก”
“ได้ยิน” เซี่ยเจิงไม่อยากโกหก แต่ก็รีบพูดเสริมขึ้นมาว่า “แต่ฉันมองนายตลอดเลยนะ”
ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับจูบลงไปบนริมฝีปากของเซี่ยเจิงอีกครั้ง
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินกลับ ชวีเสี่ยวปอถึงเพิ่งจะเห็นข้อความที่เจียงอี้หยางส่งมาเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว
เป็รูปผัดหมาล่าที่เขาถ่ายมา พร้อมกับประโยคหนึ่งว่า “ทำให้นายสองคนหิวตายไปเลย”
“เจียงอี้หยางเอาตัวเองออกมาจากความรักที่ยังไม่ทันเริ่มต้นได้แล้วเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอเลือกสติ๊กเกอร์รูปหมีส่ายก้นตัวหนึ่งส่งกลับไป “ไม่เห็นได้ยินเขาพูดถึงเซวียอวี่อีกเลยอะ”
“เขาแอบกอดผ้าห่มร้องไห้ตอนกลางคืนหรือเปล่า พวกเราก็ไม่รู้นี่นา” เซี่ยเจิงก้มหน้าลงไปเตะก้อนหินเล็กๆ
“ก็จริงอย่างที่นายว่า” ชวีเสี่ยวปอพลิกดูโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “คุณแฟน พวกเรามาคุยอะไรกันหน่อยเถอะ? ”
“อะไรเหรอ? ”
“รูปโปรไฟล์ของนาย” ชวีเสี่ยวปอกดลงไปบนรูปโปรไฟล์อันดำสนิทของเซี่ยเจิง “ถึงตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกเหมือนว่าบัญชีนี้ไม่ได้ใช้งานแล้วหรือเปล่านะแบบนั้นเลย”
“ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเป็รูปอะไรดีน่ะ” เซี่ยเจิงเหลือบมองไปทีหนึ่ง “รูปเซลฟี่เหรอ? ”
“รูปเซลฟี่...ก็ได้นะ อย่างน้อยก็ไม่เสียดายใบหน้าแบบนี้ของนาย” ชวีเสี่ยวปอพูดขึ้นอย่างจนปัญญา “หรือว่าให้ฉันถ่ายให้นายสักรูปดี? ”
ตรงนี่แหละ
ด้านหน้าบ้านเรือนตรงนั้นมีต้นหวูโถงอยู่ต้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าใน่เวลานี้ใบไม้จะร่วงหล่นไปหมดแล้ว แต่ภายใต้แสงไฟจากถนน ทำให้เงาของกิ่งก้านอันสูงใหญ่ที่ทับซ้อนกันตกกระทบลงไปบนกำแพงด้านนอกของบ้านหลังนั้นพอดิบพอดี อีกทั้งให้ความรู้สึกถึงศิลปะของแสงและเงามากเลยทีเดียว
“ซ้าย ซ้าย ไปทางซ้ายอีกหน่อย” ชวีเสี่ยวปอมองเซี่ยเจิงที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ พร้อมทั้งโบกนิ้วไปทางเขา “ไม่ๆ ซ้ายไปแล้ว เดินกลับมาทางขวาก้าวหนึ่ง”
“แบบนี้เหรอ? ” เซี่ยเจิงล็อกตำแหน่งเอาไว้
“ได้” ชวีเสี่ยวปอมองเขา “นายหันหลังไป แล้วหันหน้ามามองฉัน ฉันจะถ่ายนายแค่ครึ่งหน้า”
ถ้าหากถ่ายแบบนี้ ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเซี่ยเจิงก็จะหลบอยู่ในเงามืดพอดี
“หนึ่ง! สอง! สาม! ”
แชะ
“เป็ไงบ้าง? ” เซี่ยเจิงเดินเข้ามาดูโทรศัพท์
ชวีเสี่ยวปอเปิดอัลบั้มรูปขึ้นมา จากนั้นก็เลือกรูปภาพที่เพิ่งถ่ายไปเมื่อครู่นี้ โครงหน้าด้านข้างของเซี่ยเจิงดูละมุมขึ้นกว่าเดิมเมื่ออยู่ในเงามัวเช่นนี้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ สายตาของเขาที่มองมายังกล้องมันช่างดึงดูดผู้คนซะเหลือเกิน
อืม
ชวีเสี่ยวปอพูดขึ้นมาในใจ
เป็สายตาตอนที่นายมองมาที่ฉัน
.............................
เชิงอรรถ
[1] เพลงคนรักที่รู้ใจ 《亲密爱人》เป็เพลงรักแสนหวานของเหม่ยเยี่ยนฟาง ซึ่งเป็นักร้องที่มีชื่อเสียงเป็อย่างมากในฮ่องกง