รักตามเวลา

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

ภายในห้องทำงานของฉัตรภพ เขากำลังตรวจเอกสารต่าง ๆ ก่อนที่เสียงเปิดประตูจะดังขึ้นทำให้ชายกลางคนเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏร่างภรรยาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

“ได้ข่าวว่าลูกชายคุณก่อเ๹ื่๪๫อีกแล้วเหรอคะ”

“แล้วทำไม” เขาตอบอย่างไม่สนใจ พร้อมกับตรวจเอกสารต่อ

“ทิณณ์ทำชื่อเสียงบริษัทเราเสียหายมาหลายครั้งแล้วนะคะ ยิ่งครั้งนี้ถ้าปิดข่าวไม่ทัน มีหวังเราหมดความเชื่อถือจากลูกค้าแน่ ๆ ค่ะ”

“ก็ปิดทันไม่ใช่เหรอ” ชายกลางคนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณเข้าข้างลูกเกินไปแล้วนะคะ เทวทิณณ์โตแล้ว เขาควรรู้ ว่าจะต้องวางตัวยังไงไม่ให้กระทบกับบริษัท” ปรางทิพย์เริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทีเรียบเฉยของอีกฝ่าย ก่อนที่ฉัตรภพจะละจากงานตรงหน้า แล้วหันมายังภรรยาของเขา

“อย่าลืมนะ ว่ายังไงซะ บริษัทนี้ก็เกิดขึ้นมาจากความคิดของภรรยาเก่าผม แม้เราจะแยกกันอยู่นานแล้ว แต่ความตั้งใจของเธอก็คือยกบริษัทนี้ให้กับเทวทิณณ์ ไม่ใช่ใครอื่น”

“งั้นเหรอคะ แล้วเมื่อห้าปีก่อน บริษัทขาดทุนเกือบไม่รอด ใครล่ะคะ ที่กอบกู้ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ฉันกับบรรพตเหรอคะ ที่วิ่งเต้นหาทางรอดให้บริษัทยืนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้” ฉัตรภพถอนหายใจ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงมายังภรรยาแล้วดึงมือเธอไปกุมไว้แน่นด้วยความเห็นใจ

“ผมรู้ว่าคุณกับบรรพตสู้เพื่อบริษัทมามาก แต่ขอร้องได้ไหม อย่าหาเ๱ื่๵๹เทวทิณณ์นักเลย แค่นี้ผมก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”

“เข้าใจผิดแล้วมั้งคะ ฉันน่ะเหรอที่หาเ๹ื่๪๫ลูกชายของคุณ เทวทิณณ์ต่างหากที่หาเ๹ื่๪๫ให้พวกเรา ฉันรู้นะว่ากว่าคุณจะปิดข่าวได้หมดเงินไปมากแค่ไหน คุณยังจะเข้าข้างให้เขาเสียคนอีกงั้นเหรอคะ ทำไมคุณไม่ต่อว่าเขาบ้าง”

“ผมเลี้ยงลูกมา ผมรู้ว่าทิณณ์เป็๲เด็กยังไง นับจากเด็กจนโต เขาเป็๲เด็กเรียนเก่ง หัวไว และอยู่ในโอวาทมาตลอด เขาไม่ใช่เด็กเหลือขออย่างที่คุณคิด ระยะเวลาสองปีที่เทวทิณณ์ขอไปใช้ชีวิตของตัวเองโดยที่ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขา นั่นคือข้อตกลงของผมกับลูก”

“แต่ว่า..”

“มีอะไรกันเหรอครับ เสียงดังไปถึงข้างนอก” เสียงของบรรพตแทรกเข้ามาให้ปรางทิพย์เงียบปากลง ก่อนที่ชายหนุ่มจะยกมือไหว้ฉัตรภพพลางเดินเอาเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะด้วยท่าทางสุขุม

“นี่คือรายงานการนำเข้า ใน๰่๭๫ไตรมาสที่ผ่านมาทั้งหมดครับ”

“คุณพ่อกับคุณแม่เถียงกันเ๱ื่๵๹ของทิณณ์อีกแล้วใช่ไหมครับ ดังออกไปถึงข้างนอกเลย”

“แม่แกมาหาเ๹ื่๪๫ฉันถึงห้อง พากันออกไปได้ละ ฉันจะทำงาน” ฉัตรภพพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่ ก่อนที่บรรพตจะหันใบหน้ากลับมายังมารดา แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ

“แม่ครับ ไปกันเถอะ” ก่อนจะย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าปรางทิพย์ทำท่าจะไม่ยอม ชายหนุ่มตัดสินใจดึงร่างของมารดาออกจากห้องผู้บริหารไป

“แม่ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะพต” หญิงกลางคนโวยวายออกมา หลังจากเข้ามาในห้องทำงานของลูกชาย

“ทนไม่ไหว เราก็ต้องทนครับ”

“ทนให้ได้อะไร ตอนนี้ทิณณ์มันใกล้จะเรียนจบแล้ว ถ้ามันเข้ามาทำงานที่นี่ ได้เมื่อไหร่ คุณฉัตรภพก็ต้องเข้าข้างมันอย่างที่เห็น มันทำผิดขนาดนี้ยังไม่ต่อว่าลูกตัวเองสักคำ นี่ถ้ากลับกันเป็๞พตทำบ้าง แม่ว่าเ๹ื่๪๫คงไม่เงียบแบบนี้” บรรพตถอนหายใจออกมา แล้วจับมือมารดาไว้แน่น

“แม่ครับ ต่อให้ทิณณ์ออกมา เขาก็ทำอะไรได้ไม่มากหรอก อย่าลืมว่าตอนนี้ หัวหน้าทุกแผนก ไม่ว่าจะบัญชี ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายขาย ฝ่ายบุคคล ทุกคนคือคนของผมทั้งนั้น มันไม่ง่ายที่เทวทิณณ์จะชนะใจกลุ่มคนพวกนั้น ผมบอกแล้วไงว่าผมจะเป็๲ที่หนึ่ง และจะไม่ยอมเป็๲ที่สองอย่างแน่นอน” สายตามุ่งมั่นของบรรพตทำให้ปรางทิพย์ ค่อย ๆ ลดระดับความโกรธลงมาได้บ้าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเตือนสติมารดาเป็๲ครั้งสุดท้าย

“และต่อไปนี้ แม่อย่าไปยุ่งกับข่าวของทิณณ์อีก ไม่ว่าเขาจะทำบริษัทเสียชื่อแค่ไหน ก็ปล่อยเขาไป”

“ก็ฉันหมั่นไส้คุณฉัตรภพนี่นา ลูกชายทำถึงขนาดนี้แล้ว ยังนิ่งเงียบไม่ต่อว่าอะไรสักอย่าง”

“ปล่อยเขาเถอะแม่ อย่าลืมว่าแม่เองก็จดทะเบียนสมรส ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง คุณพ่อจะอยู่เข้าข้างทิณณ์ได้อีกสักเท่าไหร่” สายตาของบรรพตฉายแววบางอย่างออกมา ให้ปรางค์ทิพย์สังเกตความผิดปกตินั้น

“ลูกคิดอะไรอยู่ อย่าคิดอะไรบ้า ๆ เด็ดขาดนะ แม่ไม่ยอม” หญิงกลางคนเอ่ยเตือนเหมือนรู้ความคิดของลูกชาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยยิ้มกว้างออกมา

“ผมไม่ทำหรอกครับ” เขาตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ

หลังจากหมดเวลาเรียน พิมพ์มาดารอเทวทิณณ์ที่รถตามที่เขาบอกไว้ หญิงสาวยืนรอได้ไม่นานร่างสูงของนคินทร์ก็เดินเข้ามาด้วยพร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาจำนวนมากที่แอบถ่ายภาพเก็บไว้ ซึ่งนั่นทำให้พิมพ์มาดารู้สึกไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก

“รอนานไหม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่นานค่ะ”

“ขึ้นรถเถอะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็พาพิมพ์มาดาไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวเดินตามหลังเขาต้อย ๆ อย่างว่าง่าย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมาจับมือเธอ แล้วส่งยิ้มอบอุ่นให้ เวลานี้หัวใจของเขาพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็๞มาก่อน ความรักกำลังเบ่งบานอย่างถึงที่สุด จนทำให้อีกฝ่ายต้องหลบสายตาคู่คมนั้น แล้วมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากหวั่นไหวไปมากกว่าที่เป็๞

เทวทิณณ์จูงมือเธอเข้าไปในร้านเสื้อผ้าราคาแพง เขาเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอสองสามชุด ก่อนจะจูงมือเธอไปยังร้านอาหารราคาแพงที่อยู่ไม่ห่างกันนัก ชายหนุ่มยังจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย จนพิมพ์มาดาต้องเอ่ยทัก

“ปล่อยมือพิมพ์ได้แล้วค่ะ ไม่งั้นพิมพ์จะตักอาหารยังไงคะ” เธอชูมือตัวเองที่เขาจับแน่นขึ้นมา ก่อนที่เทวทิณณ์จะรู้ตัว แล้วยอมมือออกโดยไม่พูดอะไรออกมา

ภายในร้านอาหารที่เทวทิณณ์เลือกนั้น พนักงานทยอยนำเมนูที่สั่งมาเสิร์ฟเรื่อย ๆ พร้อมกับลูกค้าในร้านนั้น ส่วนใหญ่มาเป็๲ครอบครัว ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวค่อย ๆ เปลี่ยนไปจนเทวทิณณ์จับสังเกตได้