“เปิดรูหนอน!” ชายวัยกลางคนแหงนหน้ามองท้องฟ้าเหนือขุนเขากระบี่เทียนหยวน ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนนับหมื่นรวมตัวกันอยู่ข้างหลัง ทั้งยังมีจอมยุทธ์ขั้นเหินนภานับพันคน
นี่ก็คือฐานพลังของขุนเขากระบี่เทียนหยวน แม้ว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนในตอนนี้จะอ่อนแอกว่าเมื่อก่อนมาก ทว่าในฐานะของขุมพลังอำนาจทรงพลังที่เคยปราบปรามสามขุมพลังอำนาจใหญ่ ถึงจะเสื่อมถอยลงไปมากแล้วก็ตาม หากแต่พลังที่มียังก็คงน่าทึ่งอยู่
“แคร่ก!” ทันใดนั้นภายในขุนเขากระบี่เทียนหยวน หินโลหิตแหลกสลายกลายเป็เสี่ยง ผู้าุโเก่าแก่ที่ผนึกปราณหยุดอายุขัยมานานเป็หมื่นปีทำลายพันธนาการ ไอพลังแกร่งกล้าแผ่ซ่านถ้วนทั่วขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“แคร่ก!” หินโลหิตอีกแห่งแหลกสลายเช่นกัน แสงโลหิตพุ่งทะลวงขึ้นฟ้า ลมปราณก่อตัวเป็สี่ดวงอาทิตย์ แผดเผาร้อนเร่า คนผู้นั้นก็คือจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีสี่ชั้นฟ้า
หินโลหิตในขุนเขากระบี่เทียนหยวนนับไม่ถ้วนพังทลาย ดวงอาทิตย์สาดแสงจรัสแจ้งอยู่ในขุนเขา พลังปราณน่าพรั่นพรึงยิ่งหยั่งถึง
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีมากมายเพียงนี้เชียวหรือ หนึ่งในนั้นมีคนที่มีดวงทิตย์เก้าดวง ซึ่งก็คือขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้า
แม้จะเป็หอสุราลัย หนึ่งในขุมพลังอำนาจที่มีอิทธิพลสูงสุดของลัทธิเต๋า เฉินเต้าที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดก็ผสานดวงอาทิตย์ได้แค่เก้าดวง แต่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนกลับมีห้าคนเป็อย่างน้อย
“ตู้มม!” เสียงกัมปนาทเอ็ดอึงทั่วขุนเขากระบี่เทียนหยวน ดวงอาทิตย์นับร้อยผลาญเผากลางท้องฟ้าสั่นสะท้าน กระทั่งขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้า เมื่ออยู่เบื้องหน้าลมปราณนั้นยังหน้าถอดสี
เหล่าจอมยุทธ์ที่ทลายหินโลหิตก่อนหน้านี้ต่างก็ตกตะลึง พวกเขามองชายคนหนึ่งลอยที่ขึ้นไปกลางอากาศอย่างแช่มช้า เมื่อพวกเขานึกได้ว่าคนผู้นั้นเป็ใคร แววตาก็แปรเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้น
“ขั้นนิพพาน อายุยืนยาวไร้สิ้นสุด!” นอกขุนเขากระบี่เทียนหยวน มีจอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งมองท้องฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนด้วยความใ
ขั้นนิพพานของหอสุราลัยน่าหวาดหวั่นเพียงพอแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่เสื่อมถอยจะมีจอมยุทธ์ขั้นนิพพานหลับใหลอยู่เช่นกัน
ขั้นนิพพานคือจอมยุทธ์ที่มีอายุขัยไร้จำกัด เมื่อมาถึงขั้น์ปฐีผสานเก้าดวงอาทิตย์แล้วสำเร็จเป็ขั้นนิพพาน ร่างกายก็จะกลับมาแข็งแกร่งดั่งเดิม โดยปกติแล้วขั้นนิพพานไม่มีวันตาย เว้นแต่จะได้รับาเ็สาหัส
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์การต่อสู้ในสมัยดึกดำบรรพ์ล้วนแล้วมีแผลฝังลึกอยู่ไม่มากก็น้อย พวกเขาจึงใช้หินโลหิตผนึกปราณหยุดอายุขัยปล่อยให้เวลารักษาาแ
ขั้นนิพพานหอสุราลัยแข็งแกร่งเช่นใด ขั้นนิพพานขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็แข็งแกร่งเช่นนั้น
อายุขัยของขั้นนิพพานเรียกได้ว่าแทบไม่มีขีดจำกัด แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ใช่ความะที่แท้จริง ความบอบช้ำที่พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานในการต่อสู้สมัยดึกดำบรรพ์สาหัสเพียงพอที่จะฆ่าพวกเขา อายุขัยถูกผลาญเผาถึงขั้นไม่อาจจินตนาการ ดังนั้นจึงต้องใช้หินโลหิตผนึกปราณหยุดอายุขัย
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคิดจะพลิกฟ้าพลิกปฐีงั้นรึ หรือว่าถูกอะไรบางอย่างกระตุ้นเข้า?” เหล่าจอมยุทธ์มหาทวีปิเจี้ยนเทียนตะลึงงันมองดวงทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ใครบอกว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนเสื่อมถอย พลังที่ซ่อนเร้นนี้เหนือฟ้าเกินพรรณนา สมกับที่เป็นฤบาลวิถีกระบี่แห่งมหาทวีปิเจี้ยนเทียน
“พลังเท่านี้น่าจะเพียงพอแล้ว” ชายวัยกลางคนพูด
“ตอนนั้นเ้าส่งเขาไปนอกทวีปไม่ใช่รึ เหตุใดถึงยังกลับแผ่นดินใหญ่มาได้ ทั้งยังก่อเื่วุ่นวายถึงขนาดนี้” ขั้นนิพพานเดินเหินในอากาศ ฟังจากน้ำเสียงเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ
“ข้าไม่รู้เื่นอกทวีปเท่าไหร่นัก ท่านปรมาจารย์สั่งไว้แค่ว่าไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งเื่ของเขามากเกินไป ข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี” ชายวัยกลางคนยิ้มเจื่อน
“หอสุราลัยพังไม่เป็ชิ้นดี เป็ไปได้หรือไม่ที่ลัทธิเต๋าจะทำากับขุนเขากระบี่เทียนหยวน?” แสงสว่างวาบในดวงตาของขั้นนิพพาน
ว่ากันว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนรุ่งโรจน์หลังจากที่ยุคสมัยดึกดำบรรพ์ล่มสลาย ทว่าความเป็จริงแล้วนั้น ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีผู้แข็งแกร่งมากมายอยู่แล้ว ปรมาจารย์ผู้สร้างเป็ผู้ไร้เทียมทานแห่งแผ่นดินใหญ่
ส่วนลัทธิเต๋าน่ะหรือทำให้เหล่าผู้ที่ติดตามปรมาจารย์รู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แรกเริ่มเดิมทีลัทธิเต๋าถูกพวกเขาเล่นงานไม่ต่างอะไรกับหมูกับหมา พอพวกเขาหลับใหล่หนึ่ง ลัทธิเต๋าก็กำเริบเสิบสานมาดหมายพลิกฟ้าสยบปฐี
“ที่แท้มหาทวีปชางอู๋หลิงติดกับมหาทวีปิเจี้ยนเทียนนี่เอง ถ้าอย่างนั้นมหาทวีปิเจี้ยนเทียนถือว่าอยู่ไม่ไกลมาก” จูชิงอ่านคัมภีร์ที่อยู่ในมือ เขาขโมยคัมภีร์ครึ่งหนึ่งมาจากหอสุราลัย ข้อมูลที่ได้รับนั้นมากมายมหาศาล
ทันใดนั้นจูชิงก็ขมวดคิ้ว เสียงฝีเท้ายุ่งเหยิงขัดจังหวะการอ่านหนังสือของเขา
“ิญญาตามติดไม่เลิกรา” จูชิงแสยะยิ้ม ฝักดาบจักรพรรดิประจักษ์ในมือ
“ฟึ่บ!” ฝักดาบจักรพรรดิแทงลงไปที่พื้น ธนูเปื้อนเืพุ่งออกมาจากดิน จูชิงพลิกมือขวาเหวี่ยงง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ปฐีแตกแยกออกจากกัน จอมยุทธ์ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ถูกฟันตัวขาดเป็สองท่อน
จูชิงคุ้นเคยกับการลอบสังหารเช่นนี้เป็อย่างดี หลังจากที่หอเงาเงียบไปพักหนึ่งก็ลงมืออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มิใช่เพราะลูกแก้วมรดก หากเป็คำสั่งจากหอสุราลัย
มหาทวีปชางอู๋หลิงเป็อาณาเขตของหอสุราลัย ลัทธิเต๋าว่าจ้างหอเงาเท่ากับว่าแหฟ้าตาข่ายดิน[1]
“ส่งแต่พวกมดปลวกมา พวกเ้าหอเงาไม่ดูถูกข้าเกินไปหน่อยรึ” จูชิงเหยียดยิ้ม
มือสังหารขั้นสร้างลมปราณกับขั้นหลอมลมปราณ มาเท่าไหร่ก็ฆ่าไปเท่านั้น จอมยุทธ์ระดับนี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
จินหลิงเอ๋อร์กระวนกระวายไม่น้อยเพราะระหว่างทางจูชิงแทบไม่ได้หยุดพัก สิ่งที่เขาทำมีเพียงสู้ สู้ แล้วก็สู้เท่านั้น คล้ายกับการต่อสู้ที่ไม่จบสิ้น
จูชิงเข้าต่อสู้ประจัญบานทั้งรวดเร็วทั้งรุนแรง ดวงตาทั้งสองของเขายามนี้กลับเป็สีแดงก่ำ เขาต่อสู้อย่างดุเดือดต่อเนื่องมาเป็เวลานาน หากเป็คนธรรมดาทั่วไปคงล้มไปแล้ว
แต่เขาคือจูชิงที่ซึ่งผ่านการฝึกฝนนับครั้งไม่ถ้วนในโลกหินโลหิต์ การต่อสู้เพียงเท่านี้ยังทำอะไรเขาไม่ได้
“ครืนนน!” ทันใดนั้นถ้ำพังทลายลง มีคนทำลายกำแพงเขาจากข้างนอก
“ฝันไปเถอะ!” จูชิงดึงจินหลิงเอ๋อร์เข้ามาแล้วสะบัดฝักดาบจักรพรรดิ ปราณดาบพุ่งทลายผ่านกำแพงหิน มือสังหารหอเงาที่อยู่ข้างนอกถูกปราณดาบฟาดฟันแหลกเละไม่เป็ชิ้นดี
“กึก!” ขณะที่จูชิงพาจินหลิงเอ๋อร์ออกมาจากถ้ำ ขาทั้งสองก็ถูกพลังบางอย่างตรึงเอาไว้
“ข้าอยากรู้นักว่าเ้าจะหนีไปไหนได้!” นักหลอมอักขระิญญาปรากฏกายท่ามกลางกลุ่มมือสังหารหอเงา สายตาเ็าจับจ้องมองจูชิง
การฝึกฝนเส้นทางแห่งนักหลอมอักขระิญญานั้นไม่ใช่เื่ง่าย ทั้งนี้เพื่อภารกิจให้สำเร็จ พวกเขาจึงจำเป็ต้องใช้นักหลอมอักขระิญญา เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้หอเงาจริงจังมากเพียงใด
“อักขระิญญาขั้นบุษรา!” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี ถึงขับเคลื่อนลมปราณัก็ยังสลัดไม่หลุด
มือสังหารหอเงาล่าสังหารเด็กหนุ่มไม่หยุดยั้งก็เพื่อบีบให้จูชิงมาอยู่ในตำแหน่งที่พวกเขาจัดเตรียมเอาไว้
นักหลอมอักขระของหอเงาหลายสิบคนร่วมมือกันสร้างกับดักเพื่อจัดการกับขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าเพียงคนเดียว
นี่ถือว่าเป็เกียรติกับจูชิงมากแล้ว
หลังจากการต่อสู้ในหอสุราลัย ไม่มีใครมองจูชิงว่าเป็ขั้นหลอมลมปราณสามัญอีกต่อไป จอมยุทธ์ในตำนานอย่างขั้นนิพพานยังาเ็สาหัส พวกเบื้องบนของหอเงาเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นกับจูชิงขึ้นเล็กน้อย
ทว่าเื่นี้มีเพียงจอมยุทธ์ชั้นสูงในทวีปเฉียนหยวนเท่านั้นที่รู้ มือสังหารชั้นผู้น้อยทั่วไปของหอเงาไม่มีทางรู้เื่นี้
“ฆ่ามันซะ!” นักหลอมอักขระิญญาออกคำสั่ง พวกเขาเตรียมมือสังหารหอเงาเอาไว้ั้แ่เนิ่นๆ แล้ว
“คิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นรึ” จูชิงแค่นเสียง สุนัขโลกันตร์สามหัวแผดเสียงคำรามพุ่งเข้าใส่ฝูงชนฆ่ามือสังหารหอเงาทันใด
“หอสุราลัยยังไม่ขยับอีกรึ?” นักหลอมอักขระิญญาผู้นั้นตะคอก
“สัตว์อสูริญญาขั้นสั่งสม เ้านี่มีสัตว์อสูรข้างกายเยอะเสียจริง” จอมยุทธ์สวมชุดนักพรตสืบเท้าแล้วชักกระบี่ฟันสุนัขโลกันตร์สามหัว!
“เอ๋ง!” เืสาดกระเซ็น สุนัขโลกันตร์สามหัวตัวกระเด็นลิ่วไปไกล
“ขั้นเหินนภา...” จูชิงเบิกตาทั้งสองกว้าง
“ถึงตาเ้าแล้ว” จอมยุทธ์ผู้นั้นชี้หน้าจูชิง แสงกระบี่พุ่งปราดตรงไปที่กลางระหว่างคิ้วของจูชิง
ทว่าทันใดนั้นสัญลักษณ์ดอกบัวที่อยู่กลางระหว่างคิ้วพลันเคลื่อนไหว ดวงตาของจูชิงกลายเป็สีโลหิต
“กายศักดิ์สิทธิ์...” เฒ่าปีศาจใมากรีบเข้าไปหลบในศิลาผนึกิญญาพิชิต์
อักขระิญญาที่พันธนาการร่างกายของจูชิงถูกสัญลักษณ์ดอกบัวเปลี่ยนเป็ความว่างเปล่า เงาร่างดอกบัวประจักษ์ขึ้นด้านหลังของเขา
“นั่นมันบ้าอะไร?” ไม่ว่าจะเป็นักหลอมอักขระิญญาหรือจอมยุทธ์หอสุราลัยต่างตะลึงงัน พวกเขามองจูชิงที่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาทีละก้าวด้วยความหวาดผวา
“พรางเป็เทพแสร้งเป็ผี[2] ตายซะ!” จอมยุทธ์หอสุราลัยเหยียดสองมือไปเบื้องหน้า ลมปราณมหาศาลพุ่งผ่านจากปลายนิ้วทั้งสิบ สำแดงวิชาดรรชนี์คลั่ง!
แต่ยังไม่ทันที่ลมปราณนั้นจะพุ่งเข้าใกล้จูชิง มันก็เกิดลุกโชนโชติ่ ลมปราณในกายาของจอมยุทธ์หอสุราลัยผลาญเผา เปลวเพลิงลุกโหมรวดเร็ว ไม่ว่าเขาจะพยายามกลิ้งไปกับพื้นอย่างไร เปลวไฟก็ไม่มีท่าทีว่าจะดับเลย
“น้ำ! น้ำ!” จอมยุทธ์หอสุราลัยเห็นแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลนักก็พยายามอดทนข่มกลั้น พุ่งทะยานออกไปกลางท้องฟ้ามุ่งดำลงไปในแม่น้ำ
“ฟู่ว!” จอมยุทธ์หอสุราลัยถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่าไฟน่าจะดับแล้ว
ทว่าเขาก็ต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่าเปลวไฟบนร่างยังคงลุกโหมไม่หยุด
ลมปราณของเขาเองประหนึ่งเป็เชื้อเพลิงที่ยังคงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง!
นอกจากจอมยุทธ์หอสุราลัยแล้วมือสังหารหอเงากับนักหลอมอักขระต่างพากันคร่ำครวญด้วยความเ็ป ลมปราณในกายาแผดเผาตัวเองไม่หยุด
ไม่มีใครรู้ว่าผลของการต่อสู้ครั้งนี้เป็อย่างไร แม้แต่จอมยุทธ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดล้วนถูกฆ่าตายจนหมด ถูกผลาญเผาเหลือเพียงเถ้าถ่าน
จินหลิงเอ๋อร์อกสั่นขวัญแขวน เพลานี้เปลวเพลิงปกคลุมทั่วสรรพางค์กายของจูชิงประหนึ่งปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากนรก!
[1] อุปมาหมายถึง ล้อมศัตรูหรือผู้หลบหนีไว้อย่างหนาแน่น
[2] อุปมาหมายถึง หลอกลวงเล่นละคร
