จิ้นเหอกล่าวได้แค่นั้นก็ต้องผงะด้วยถูกจู่โจมอย่างรวดเร็วฉับพลันจากอีกฝ่ายที่ใช้ชายผ้าแพรจากชุดของนางตวัดพันรอบมือข้างถือดาบ นางออกแรงเพียงน้อยดาบเล่มใหญ่ก็หลุดจากมือของแม่ทัพหนุ่มซ้ำยังตวัดชายผ้าที่รัดข้อมือดึงเขาจนล้มกลิ้งไปอีกทางก่อนที่นางจะลอยตัวคล้ายจะเข้ามาทำร้ายแต่กลับมิใช่เพราะเมื่อจิ้นเหอที่ล้มลงเกลือกบนพื้นเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าร่างอรชรนั้นหยุดนิ่งอยู่ตรงที่เขายืนเมื่อครู่ และเมื่อเขาเพ่งมองก็ต้องใเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสตรีผู้นั้นคือหมาป่าตัวใหญ่ที่นอนส่งเสียยงครางฟืดฟาดหายใจรวยริน แสงจันทร์น้อยนิดหากเขาก็เห็นว่าลำตัวของมันอาบด้วยเื หญิงผู้นั้นตวัดผ้าหลุดจากมือของเขา นางหันกลับมาก่อนจะลอยตัวขึ้นสู่ปลายไม้ด้วยวิชาตัวเบาซึ่งจิ้นเหอมิเคยพบเห็นผู้ใดใช้วิชาการต่อสู้แบบจู่โจมได้อย่างฉับพลันและเฉียบขาดเช่นนี้มาก่อน
“แม่นาง...แม่นาง...เ้าเป็ใคร...กลับมาก่อน”
แม่ทัพหนุ่มรูปงามรีบลุกขึ้นและเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นร่างนั้นลอยละลิ่วหายไปท่ามกลางแสงจันทร์เสี้ยว จิ้นเหอหันกลับไปมองสัตว์ร้ายที่เกือบเอาชีวิตเขา...นี่นางช่วยชีวิตเขาหรือนี่ แต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่าสตรีผู้ทำตัวประหนึ่งคิดปองร้ายเพราะแอบฟังเขาคุยกับหวังซื่อที่โรงเตี๊ยมใยจึงเปลี่ยนใจช่วยเขาให้พ้นภัยกระทันหัน แต่นางช่วยเขาจริงล่ะหรือ จิ้นเหอยืนนิ่งนึกอยู่ชั่วครู่ก็คิดได้ว่านี่อาจเป็แผนล่อหลอกเขาออกจากที่พักหรือไม่ เขารีบเก็บดาบคู่ใจลงฝักก่อนรีบกลับไปยังโรงเตี๊ยมด้วยนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา และเมื่อไปถึงเขาก็เข้าไปในโรงเตี๊ยมทางด้านหน้าโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติและตรงไปยังห้องพักที่อยู่ติดกับห้องของเขา จิ้นเหอยืนนิ่งอีกสักครู่ขณะชั่งใจ เขาปัดฝุ่นทรายออกจากลำตัวก่อนเคาะประตูห้อง
“ฟางซิน...ฟางซิน”
เขาเรียกนางสักครู่ประตูจึงถูกเปิดออก ฟางซินเมื่อเห็นเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
“จิ้นเหอ...ท่านเรียกข้ามีอะไรหรือ?”
นางถามขณะจิ้นเหอมองเข้าไปในห้องนั้นและกวาดสายตาไปทั่ว สีหน้าของเขาเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ฟางซิน...เมื่อครู่นี้เ้าเห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติบ้างหรือไม่”
นางส่ายหน้า “ไม่นี่คะ ข้าไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติ มีอะไรอย่างนั้นหรือ?”
“มีคนลอบฟังข้ากับหวังซื่อคุยกัน เป็ผู้หญิง ข้าตามนางได้ทันแต่นางผู้นั้นเป็ผู้มีวรยุทธ์ ข้าเกรงว่าอาจเป็พวกเดียวกับไอ้พวกหมู่คนพาลที่ล้อมจะทำร้ายเ้า”
“แล้วท่านเห็นหรือไม่ว่านางเป็ใคร”
“นางใช้ผ้าปิดหน้าและราตรีนี้แทบไม่มีแสงจันทร์ จึงไม่อาจรู้ได้เลยว่านางเป็ใคร แต่นางมิใช่ธรรมดาเพราะสามารถฆ่าหมาป่าตัวใหญ่ด้วยวิทยายุทธ์ไม่ถึงหนึ่งกระบวนท่า”
“ท่านได้สับประยุทธ์กับนางหรือไม่”
“ข้าพลาดท่าและนางหนีไปเสียก่อน แต่ฝีมือของนางมิใช่ธรรมดาเลย ฟางซิน...นั่นชุดของเ้าเปื้อนเื!”
จิ้นเหอก้มลงมองที่ชายกระโปรงของหญิงสาว ฟางซินชะงักกึก นางมิทันสังเกตด้วยซ้ำว่าชุดของนางเปื้อนเปรอะโลหิต คงเป็เมื่อครู่ที่นางใช้กลีบดอกไม้ปลิดิญญาล้มเ้าหมาป่าดุร้ายตัวนั้นอย่างรวดเร็วฉับไว
“อ้อ...เืที่ข้อเท้าของข้าเองนั่นล่ะท่านจิ้นเหอ...เอ้อ...ข้าเผลอเดินสะดุดขาโต๊ะจึงมีเืไหลออกมา”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็โล่งใจ แต่เ้าต้องระมัดระวังตัวเพราะข้าชักไม่แน่ใจว่าจะมีผู้ประสงค์ร้ายอยู่แถวนี้อีกหรือไม่ หากมิมิสิ่งใดแล้วข้าก็คงต้องขอตัวก่อน ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวนเ้า”
“มิเป็ไร ท่านแสดงความเป็ห่วงข้าก็ซาบซึ้งในน้ำใจยิ่งนัก”
“ฟางซิน”
จิ้นเหอที่หันหลังให้หันกลับมาอีกครั้งและทำให้ฟางซินที่กำลังจะปิดประตูห้องต้องชะงัก
“มีอะไรหรือคะ ท่านจิ้นเหอ”
“ปิดประตูหน้าต่างให้แ่า หากมีสิ่งใดผิดปกติให้เรียกข้ากับหวังซื่อในทันที”
“ค่ะ”
ฟางซินรับคำเสียงผาดแ่ หากหัวใจของนางกลับเต้นแรงอย่างน่าประหลาด เขาไปแล้ว แม้จิ้นเหอมิได้แสดงออกถึงการจาบจ้วงล่วงเกินแต่ความเป็บุรุษผู้มีจิตใจสูงส่งนั้นทำให้นางมารประมุขพรรคบุปผา์ผู้มิเคยไว้ใจผู้ใดเกิดความหวั่นไหวดังผาหินถูกคลื่นกระทบ แม้ในส่วนลึกนางกำลังเตือนตัวเองว่าจิ้นเหอมิใช่ชาวบ้านธรรมดา เขาเป็ถึงจอมพยัคฆ์แห่งกองทัพของวังหลวงและจุดประสงค์ของการมายังเขาหวงซานก็เพื่อตามล่าตัวนาง หากเป็คนอื่นคงต้องฆ่าให้ตายเสียแต่แรกที่รู้ทว่าฟางซินกลับมิอาจบังคับตัวเองให้เกลียดชังเขาได้
ทั้งที่ได้พบกันยังมิทันพ้นราตรี
หญิงสาวอยู่กับความครุ่นคิดของตัวเอง นางถอยหลังและใช้กำลังลมปราณให้บานประตูปิดลง
“เขาช่างเป็คนดีซะเหลือเกินนะ ฟางซิน”
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฟางซินหันกลับไปข้างหลังและเห็นร่างเพรียวระหงของหญิงสาวใบหน้างดงามผิวขาวผ่องในชุดยาวกรุยกรายสีน้ำเงินนั่งบนขอบหน้าต่างห้องจ้องมองมาด้วยสาตาคมวับราวใบมีด
“มี่อิง...เ้ามาได้ยังไง?”
ฟางซินถามขึ้น มี่อิง เ้าของฉายานางมารดอกไม้เงิน เพื่อร่วมสำนักบุปผา์ผู้มีความงามล้ำเลิศแต่จิตใจอำมหิตยิ่งกว่าชายอกสามศอก ชอบล่อหลอกบุรุษหนุ่มให้หลงใหลแล้วปลิดชีพด้วยการรัดคอเหยื่อให้ตายอย่างทรมานด้วยก้านดอกไม้หนามอาบพิษ นางเป็ลูกบุญธรรมอีกคนที่เพ่ยหลินรับมาเลี้ยงดู อายุของมี่อิงรุ่นราวคราวเดียวกับฟางซิน แต่เป็ผู้เย่อหยิ่งและทะเยอทะยานหวังจะได้ขึ้นครองตำแหน่งเ้าสำนักแห่งวังบุปผา์ ทว่าเพ่ยหลินกลับยกตำแหน่งที่มี่อิงวาดหวังให้ฟางซินด้วยเหตุผลที่นางมีวรยุทธ์สูงกว่า เป็การสร้างาแใหญ่ให้นางมารดอกไม้เงินเจ็บลึกและฟางซินรู้ดีว่าผู้เคยเป็ศิษย์ร่วมสำนักกำลังรอวันเอาคืน
“ข้าพบเหมยเหม่ย คนของเ้า”
มี่อิงะโลงมาก่อนสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ ให้บานหน้าต่งปิดลง นางมีกำลังลมปราณกล้าแข็งก็จริงหากก็ยังมิได้แม้เพียงกึ่งหนึ่งของฟางซินที่กำลังจะบรรลุถึงขั้นสุดท้ายในการฝึกวรยุทธจากคัมภีร์เฟิงเหลยและเป็หนึ่งในสิ่งที่มี่อิงปรารถนาจะได้มันมายิ่งนัก นางมารดอกไม้เงินตวัดสายตาคมวาวไปยังเพื่อนร่วมสำนักซึ่งบัดนี้กลายเป็ผู้กุมอำนาจทั้งหมดในพรรคมาร มี่อิงแสร้งเดินนวยนาดไปล้มตัวลงนอนตะแคงบนเตียงราวกับนางพญา
“คนสนิทของเ้าบอกข้าว่าเ้ามาที่หมู่บ้าน ข้าก็เลยตามมา”
“ข้า้าสืบให้รู้ว่าผู้ใดฆ่าคนของราสำนักตอนเดินทางไปยังยอดเขางังฮ้วยฮงแล้วป้ายความผิดให้ข้า”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“เ้าหัวเราะอะไร มี่อิง!”
“หากข้าเป็ประมุขพรรคบุปผา์คงมิพักเสียแรงตามสืบเสาะหาคนผิดให้เสียเวลาเปล่า สู้เอาเวลาไปฝึกวรยุทธ์ที่กำลังจับรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วส่งคนมาสืบหาฆาตกร หากสงสัยผู้ใดก็จับตัวมันไว้แล้วฆ่าเสียให้สิ้นมิต้องปราณี!”
“เช่นนั้นทุกคนล้วนน่าสงสัย แล้วมิต้องฆ่าคนทั้งยุทธภพนี้เทียวรึ”
“เพราะเ้าเป็เช่นนี้ฟางซิน...หากข้าเป็ท่านแม่จะมิปล่อยให้คนใจอ่อนแอกุมอำนาจเพราะพรรคมารมิเคยปราณีชีวิตผู้ใด ฆ่าให้ตายร้อยชีวิตย่อมมิะเืยุทธภพที่มีคนอีกนับหมื่นแสน”
“หากข้าเป็เ้าก็อาจทำเช่นนั้น มี่อิง...แต่มันจะมีความหมายอันใดหากฆ่าคนให้ตายเพียงแลกกับการประนามหยามเกียรติจากชาวยุทธภพ”
“อย่าคิดว่าเ้าสูงส่ง ฟางซิน!”
มี่อิงะโลงจากเตียงพร้อมกับที่บานหน้าต่างเปิดออกด้วยกำลังลมปราณรุนแรง นางก้าวไปหยุดที่หน้าต่างแล้วหันกลับมายังฟางซินด้วยแววตาอาฆาตที่ถูกปรามาสจากคำเสียดสีอันเหนือชั้น
“เ้ามิได้ต่างจากข้า ก็แค่เด็กกำพร้าที่ท่านแม่เก็บมาเลี้ยง แท้จริงเ้ามิเคยสงสารผู้ใด เ้ามิเคยรู้จักความเมตตาหรือรักใครด้วยซ้ำ แต่...เอ๊ะ...หรือว่าตอนนี้เ้าได้พบรักแท้เข้าแล้ว หนุ่มรูปงามที่ข้าเห็นเมื่อครู่...”
“อย่าแตะต้องจิ้นเหอ!”
