หลังจากถูกทุบตีจนหน้าบวมเป็สุกร จิ้งิเฟิงต้องสะดุ้งเมื่อแลเห็นถังซินหยุน มันไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับนางที่นี่
“แม่นางถังเป็มันเอง! มันเป็ผู้ต้องรับผิดชอบทุกอย่างไม่ใช่ข้า!” ไป๋หยุนเฟยเขม้นมองจิ้งิเฟิงราวกับหากมันไม่พูดความจริงจะได้พบความเ็ปอีกอย่างแน่นอน
“เอ่อ...” จิ้งิเฟิงอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะส่งยิ้มให้แก่ถังซินหยุน ยิ้มนี้ยิ่งทำให้หน้าที่บวมปูดของมันอัปลักษณ์ขึ้นกว่าเดิม จิ้งิเฟิงตั่วสั่นระริกเอ่ยปากขึ้น “ฮ่า ฮ่า แม่นางพวกเราพบกันอีกแล้ว คราก่อนข้าเพียงหยอกพวกท่านเล่นเท่านั้น หวังว่าพวกท่านจะไม่ถือสา...”
“ที่แท้ก็เป็เ้า!” ก่อนจะทันได้กล่าวจบ สีหน้าถังซินหยุนก็แปรเปลี่ยนไป คำพูดของมัน ดวงตามัน บุคลิกของมัน --- แม้ใบหน้าจิ้งิเฟิงจะถูกทุบตีจนแทบไม่เป็ผู้เป็คนอีกทั้งดวงตาบวมพองจนแทบลืมไม่ขึ้น แต่นางก็จดจำมันออกได้ในทันที
จิ้งิเฟิงปิดซ่อนพลังิญญาด้วยวิชาบางอย่าง คราก่อนจึงไม่อาจจดจำพลังิญญามันได้อย่างชัดเจน กระนั้นเมื่อมันมายืนอยู่ด้านข้างไป๋หยุนเฟย ถังซินหยุนก็พบเห็นความคล้ายคลึงระหว่างจิ้งิเฟิงกับผู้ที่ล่วงเกินนางในคืนนั้น
ความเดือดดาลพลุ่งขึ้นในใจถังซินหยุนเมื่อตระหนักทราบถึงความจริงนี้ กระนั้นก่อนที่นางจะทันได้มีปฏิกิริยาใด ป้าจ้าวที่อยู่ข้างกายก็ขยับเท้าลงมือแล้ว
“สารเลว ที่แท้ก็เป็เ้า!” รังสีความเดือดดาลเปล่งออกจากร่างป้าจ้าว นี่ไม่ใช่พลังิญญาแต่เป็ความ‘เดือดดาล’ ป้าจ้าวคำรามก้องพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาไป๋หยุนเฟยและจิ้งิเฟิง นางคว้ามือใส่จิ้งิเฟิงก่อนจะเหวี่ยงมันราวกระสอบก่อนจะไล่ตามไป ยังไม่ทันร่วงสู่พื้นก็ไปถึงตัวมันแล้ว
ระหว่างที่ลอยออกไป จิ้งิเฟิงอดไม่ได้ต้องร่ำร้องอย่างแตกตื่น “ช้าก่อน! ท่านป้าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ!?”
“ท่านป้า! วันนั้นข้าเพียงหยอกล้อพวกท่านเล่นเท่านั้น อย่าได้ลดตัวลงมาทะเลาะกับผู้เยาว์เช่นนี้เลย! ข้า...” ยังไม่ทันได้กล่าวจบ สตรีวัยกลางคนก็คว้าจับคอเสื้อมันทุ่มใส่พื้น จากนั้นเสียงคนถูกทุบตีก็ดังขึ้น
(เนื่องด้วยมีฉากรุนแรง จึงขอข้ามการบรรยายฉากนี้ไป...)
ไป๋หยุนเฟยได้เห็นก็ปากกระตุก แต่มันไม่คิดจะเอ่ยปากแทรกให้นางหยุด ตรงกันข้ามไป๋หยุนเฟยกลับรู้สึกยินดีต่อความเ็ปของจิ้งิเฟิงอยู่บ้าง แล้วไฉนมันต้องห้ามปรามป้าจ้าวด้วย?
ถังซินหยุนทราบดีว่าแม้จะเดือดดาลเพียงใดป้าจ้าวจะไม่ทำร้ายอีกฝ่ายจนสาหัส จิ้งิเฟิงไม่ได้ใช้พลังิญญาป้องกันตนเองแม้แต่น้อย ก็หมายความว่ามันยอมรับการทุบตีลงโทษแต่โดยดี และเพราะถังซินหยุนก็โกรธแค้นจิ้งิเฟิงจึงไม่ยื่นมือเข้าไปขัดขวาง
สายตาเทียนิทอประกายพิสดารคล้ายกับจะมองดูฉากรุนแรงเบื้องหน้าด้วยความสนใจ ดูเหมือนมันเองก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว
ส่วนเถ้าแก่หวง? แล้วไฉนมันต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเล่า?
ดังนั้น หลังจากจิ้งิเฟิงถูกไป๋หยุนเฟยทุบตี มันก็ต้องพยายามเอาชีวิตรอดจากการถูกจ้าวม่านฉาทุบตีต่ออีกราวชั่วน้ำเดือด...
……
เปลวเพลิงจากกองไฟที่ลุกไหม้ส่องสว่างยามราตรีขณะที่ทุกคนเร่งมือเตรียมอาหารค่ำ ไป๋หยุนเฟยนั่งอยู่บนก้อนหินที่ห่างออกไปราวห้าสิบวา ข้างกายมันนั่งไว้ด้วยชายที่มีศีรษะเป็สุกร --- ช้าก่อน --- เป็จิ้งิเฟิง
เมื่อเห็นจิ้งิเฟิงที่ข้างกายว่าหน้าตาบูดเบี้ยวปานใด ไป๋หยุนเฟยก็อดไม่ได้ต้องยิ้มออกมา อันที่จริงจิ้งิเฟิงาเ็เพียงผิวเผิน ใช้พลังิญญาเยียวยาไม่กี่อึดใจก็หาย แต่ที่มันยังทิ้งรอยแผลเอาไว้ก็เพราะป้าจ้าวให้คำมั่นว่าหากภายในหนึ่งวันมันใช้พลังิญญาเยียวยาตนเอง นางก็จะทุบตีมันอีกครั้งให้หนักหน่วงกว่าเดิม…
“เอาเถอะ ข้ารู้สึกได้ว่าป้าจ้าวคลายโทสะลงแล้ว ถือว่าเ้าได้ชดใช้ที่ติดค้างข้าแล้ว ร่าเริงหน่อยเถอะ!” ไป๋หยุนเฟยตบไหล่จิ้งิเฟิงด้วยรอยยิ้ม
“อย่าได้ยินดีต่อความเ็ปของข้า หากไม่ใช่เพราะข้าตั้งตัวไม่ทัน ป้าจ้าวไม่มีทางกระทบถูกข้าได้แน่นอน!” จิ้งิเฟิงคร่ำครวญจนกระทบรอยบวมปูดบนใบหน้าทำให้หน้าตาบูดบึ้งอีกครา
“แล้วกันไปเถอะ” ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะและปราศจากท่าทีล้อเล่นอีก “ยามที่เราพบกันข้าเห็นเ้าไร้รอยขีดข่วน เ้าหนีรอดมาโดยไม่าเ็ได้อย่างไร?”
ใบหน้าจิ้งิเฟิงนิ่งค้าง ขณะย้อนระลึกถึงก็เหม่อมองไปที่ไกลตาก่อนจะเริ่มบอกเล่าอย่างแช่มช้า “ยามที่ข้าถูกเอกะิญญาผู้นั้นไล่ตาม ท่าทีมันคล้ายกับกำลังรอดูว่าข้ามีพวกพ้องอยู่อีกหรือไม่ ต่อมาไม่นาน เห็นได้ชัดว่ามันหมดความอดทนแล้วจึงเริ่มปล่อยจิตสังหารออกมา ชั่วขณะนั้นนับว่าข้าโชคดีที่ได้พบขบวนไว้ทุกข์ของตระกูลร่ำรวยซึ่งมีกว่าร้อยคน ข้าจึงแทรกเข้าไปแล้วใช้เคล็ดวิชาเปลี่ยนโฉมหน้าตนเองพร้อมกับปิดซ่อนพลังิญญาเอาไว้ ต่อจากนั้นการหลบหนีก็... ง่ายดาย ข้าได้ยินเสียงะเิดังมาจากทิศทางที่เ้าไป ข้าคิดจะไปตรวจสอบดูแต่เพราะคนที่ตามไล่ล่าก็มุ่งหน้าไปด้านนั้น จึงตัดสินใจไม่ไป คาดว่าหากเ้าหนีรอดไปได้คงไม่กลับเข้าเมือง ข้าจึงมุ่งหน้ามาทางนี้ มิคาดกลับได้พบกับเ้าอีกครั้ง ช่างบังเอิญนัก...”
“เรียบง่ายเช่นนี้?” ไป๋หยุนเฟยจ้องมองด้วยความสงสัย
“มิผิด เรียบง่ายเช่นนี้” จิ้งิเฟิงกระพริบตาตอบ
“ตกลง ครั้งนี้ข้าเชื่อเ้า” ไป๋หยุนเฟยหมดความสนใจจะถามต่อ จึงเปลี่ยนหัวข้อ “คืนนั้นเ้า... ไม่ได้ทำอันใดจริงหรือ? ไฉนจึงมีคนไล่ล่าเ้ามากมายปานนั้น? แม้แต่เอกะิญญาทั้งสองคนก็ตามมา”
“ข้าไม่ได้ทำอันใดจริงๆ!” จิ้งิเฟิงสั่นศีรษะ “ข้าไม่ได้โกหก คืนนั้นข้าคิดจะใช้ใบหน้าเ้าลอบเข้าไปในบ้านคนเพื่อดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่ผู้ใดจะทราบในบ้านนั้นกลับชุมชุมไว้ด้วยภูติญญาและผู้คนอีกมากมาย! ดูเหมือนผู้บรรลุด่านเอกะิญญาทั้งสองกำลังสนทนาเื่บางอย่างในห้อง แต่ข้าไม่ได้ยินแม้แต่คำเดียว พวกมันต้องเข้าใจว่าข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว เป็เหตุให้พวกมันมุ่งไล่ล่าปานนั้น...”
ไป๋หยุนเฟยย่นคิ้วครุ่นคิด หากที่จิ้งิเฟิงบอกเล่ามาเป็ความจริง ถ้าเช่นนั้นข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด ช่างบังเอิญนักที่ไปพบเห็นเื่เร้นลับของผู้อื่นจนทำให้จิ้งิเฟิงตกเป็เป้าล่าสังหาร ส่วนไป๋หยุนเฟยเพียงเป็ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกไฟลามใส่เท่านั้น
“โอ? แล้วเ้าล่ะ? คืนนั้นเ้าหนีรอดได้อย่างไร? ภายหลังข้าไปตรวจสอบดู พบว่าพื้นที่ป่าหินถูกทำลายไปแถบใหญ่ ไม่ใช่ฝีมือเ้ากระมัง?” จิ้งิเฟิงเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยยังอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด
“เหลวไหล ย่อมไม่ใช่ฝีมือข้า วันนั้นขณะที่ข้าถูกตามไล่ล่า ก็มีเอกะิญญาผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมาต่อสู้กับผู้ที่ตามไล่ล่า ข้าจึงฉวยโอกาสหลบหนีมา...” ไป๋หยุนเฟยอธิบาย
“เรียบง่ายเช่นนี้?”
“มิผิด เรียบง่ายเช่นนี้”
“……”
จิ้งิเฟิงเงียบงันไป มันทราบดีว่าไม่ควรละลาบละล้วงมากไป หลังจากใคร่ครวญชั่วขณะ มือขวามันสะบัดวูบก็มีเครื่องประดับหลายชิ้นปรากฏอยู่ในมือ หลังจากส่งให้แก่ไป๋หยุนเฟยแล้วจึงกล่าวว่า “เอาล่ะ... ข้าขอคืนให้เ้า”
ไป๋หยุนเฟยประหลาดใจยิ่ง ปากมันเหยียดยิ้มขึ้นพลางมองดูใบหน้าที่บวมปูดของจิ้งิเฟิง “โอ? เ้าคิดดีแล้วหรือที่คืนของเหล่านี้แก่ข้า?”
ริมปีฝากจิ้งิเฟิงกระตุกด้วยอย่างขุ่นข้อง ดวงตามันฉายแววไม่เต็มใจ หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ในที่สุดก็ยื่นเครื่องประดับใส่มือไป๋หยุนเฟย “เ้ามอบของเหล่านี้เพื่อช่วยให้ข้าหลบหนี ดังนั้นถือว่าข้าติดค้างเ้าอีกครั้ง ยามนี้ข้าปลอดภัยแล้วก็เป็ธรรมดาที่จะคืนให้แก่เ้า...”
ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางส่งสายตารับทราบให้แก่มัน ก่อนจะรับเครื่องประดับกลับคืนมา
ทั้งคู่ไม่นิ่งเงียบไม่กล่าววาจาใดอีก รอบบริเวณกลายเป็เงียบงันไปชั่วขณะ
จิ้งิเฟิงตาเป็ประกายจับจ้องขึ้นไปยังหมู่ดาวที่เกลื่อนเต็มท้องฟ้ายามราตรี หลังจากใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ ดูเหมือนในที่สุดมันจะตัดสินใจบางอย่างได้
พริบตาต่อมา ดวงตาจิ้งิเฟิงสาดประกายเคียดแค้นวูบก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาแน่วแน่ มันเม้มปากหันไปมองไป๋หยุนเฟย
“ไป๋หยุนเฟย ข้าคิดจะทำข้อตกลงกับเ้า!”
