วินาทีที่เข้าไปในเมืองคูน้ำนั้น เนี่ยเทียนพลันอึ้งตะลึง ั์ตาฉายแววแปลกใจ
ในเมืองคูน้ำนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีหอเรือนหรือศาลาสวยงาม ไม่มีภาพทิวทัศน์มากมายอย่างที่เขาจินตนาการเอาไว้ มีเพียงแสงเจ็ดสีที่ปกคลุมไปทั่วทุกแห่งคล้ายแถบผ้าหลากสีที่ล่องลอยกระเพื่อมเบาๆ
ขณะที่เขากำลังเหม่อลอย แสงเจ็ดสีก็คล้ายััได้ถึงการมาเยือนของเขา จึงพากันไหลกรากมารวมตัวกันจากแปดทิศทาง
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นแสงเจ็ดสีนับพันเส้นก็มารวมกันอยู่ข้างกายเขา เกาะตัวกันขึ้นเป็ม่านแสงเจ็ดสีหนึ่งชั้นปกคลุมเขาไว้ภายใน
ม่านแสงเ่าั้คล้ายฟองอากาศขนาดใหญ่ั์ที่ห่อหุ้มเขาเอาไว้ แล้วพาเขาบินพรวดขึ้นไปกลางอากาศ
เนี่ยเทียนตะลึงลาน
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามตั้งตัวให้มั่นคง พยายามใช้พลังงานหลายชั้นที่เกิดจากยันต์วิเศษซึ่งอาจารย์ของเขามอบให้มาต้านทานมัน
ทว่าเขาเพิ่งจะคิดต่อต้าน กลับพบว่าม่านแสงที่เกิดจากพลังิญญาเป็ชั้นๆ ของยันต์วิเศษได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เรือนกายของเขาถูกแสงเจ็ดสีที่โปร่งใสคล้ายฟองอากาศห่อหุ้มเอาไว้ แล้วพาทะยานขึ้นไปยังกลางอากาศเหนือศีรษะด้วยความเร็วที่มิอาจจินตนาการได้
คนทั้งสองห่างกันหลายร้อยเมตร ต่างฝ่ายต่างมองเห็นกัน ซึ่งเขามองเห็นความยินดีปรีดาที่ปิดไม่มิดในดวงตาของโหมวเฉิน
คนทั้งสองห่างกันหลายร้อยเมตร ต่างฝ่ายต่างมองเห็นกัน ซึ่งเขามองเห็นความยินดีปรีดาที่ปิดไม่มิดในดวงตาของโหมวเฉิน
เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าโหมวเฉินไร้ความหวาดกลัวแต่กลับตะลึงระคนแปลกใจ เขาจึงแอบวางใจลงได้ ไม่คิดอะไรให้มากมายอีก ปล่อยให้ฟองอากาศที่ก่อตัวกันจากแสงเจ็ดสีพาเขาบินขึ้นไปยังท้องฟ้า
เขาก้มหน้าลงไปมองก็พบว่าหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ั์มากมายค่อยๆ มีขนาดเล็กลงเหมือนเมล็ดข้าว
เมืองคูน้ำที่โอบล้อมไปด้วยแสงเจ็ดสีก็เล็กจนยากที่จะมองออก แล้วจึงหายไปจากเส้นสายตาของเขาในที่สุด
ทว่าตอนที่สรรพสิ่งมากมายที่อยู่เื้ัค่อยๆ ทยอยหายไป ก็มีฟองอากาศเจ็ดสีอีกฟองหนึ่งที่ห่อหุ้มคนคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
คนผู้นั้นเรือนกายใหญ่โต มีเปลวไฟพวยพุ่งอยู่รอบกาย เห็นได้ชัดว่าคือถังหยางจากอาณาจักรอั้นิ
ถังหยางที่มีตบะต้น์่ท้าย เชี่ยวชาญคาถาเปลวเพลิง อีกทั้งยังได้รับแสง์สิบจุด หลังจากที่เนี่ยเทียนและโหมวเฉินเข้ามาในเมืองคูน้ำ เขาก็ตามมาด้วยเช่นกัน
ถังหยางเป็เช่นเดียวกับเขา นั่นคือถูกฟองอากาศห่อหุ้มเอาไว้แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามหลังเขากับโหมวเฉินมาติดๆ
เนี่ยเทียนสีหน้าเลื่อนลอยเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับอะไร เขามองสังเกตไปรอบด้านแล้วก็พบว่ารอบๆ มีแต่ความว่างเปล่าเย็นเยียบสีเทามืดมน
เขาปลดปล่อยกระแสจิตออกไปรับััก็ััได้เพียงแค่ความหนาวเหน็บไร้ที่สิ้นสุด ไม่ได้กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตใดๆ
เวลาผ่านไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือศีรษะมานานแค่ไหนแล้ว
ทันใดนั้นความเร็วที่ฟองอากาศลอยขึ้นก็ค่อยๆ ชะลอลง
เขาเงยหน้าขึ้นมองในทันที
พบว่ามีพระราชวังขนาดใหญ่มโหฬารที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางจุดลึกของทางช้างเผือกปรากฏพรวดอยู่เหนือหัวของเขา
เบื้องใต้พระราชวังโอ่อ่าแห่งนั้นมีม่านแสงเจ็ดสีถักทอเขาด้วยกัน แผ่คลื่นพลังงานที่น่าใออกมา
“ฟิ้ว!”
ฟองอากาศที่โอบอุ้มเขาเอาไว้พาเขาลอยผ่านเส้นแสงงดงามเส้นหนึ่งที่อยู่ใต้พระราชวังแล้วโยนเข้าไปในตัวเขตพระราชวังทันที
ฟองอากาศเจ็ดสีพลันมาปรากฏอยู่ในพระราชวังที่กว้างขวางอย่างถึงที่สุด
ปราณิญญาเข้มข้นเป็กลุ่มก้อนลอยมาปะทะใบหน้า ไหลทะลักทลายเข้ามาในฟองอากาศ
เนี่ยเทียนเพียงแค่สูดดมไม่กี่คำก็รู้สึกได้ว่ากายและใจโล่งโปร่งสบาย แม้แต่มหาสมุทริญญาก็คล้ายได้รับการบำรุงไปด้วย ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยบนร่างหายเกลี้ยง
เขาแอบตะลึง อดหันไปประเมินบริเวณรอบๆ พระราชวังแล้วใช้กระแสจิตออกไปรับััไม่ได้
บนเพดานของพระราชวังที่กว้างขวางโอ่อ่ามีดวงดาวดารดาษนับพันนับหมื่นดวง ดวงดาวเล็กๆ เกลื่อนกลาดเ่าั้คล้ายอยู่ห่างไกลจากเขาจนไม่มีทางเอื้อมถึง ทว่ากลับปลดปล่อยคลื่นพลังงานที่เด่นชัดออกมา
บางครั้งก็มีแสงดาวอ่อนโยนไหลรินจากทางช้างเผือกงดงามตรงเพดานเข้ามาสู่พระราชวัง
ตรงกลางพระราชวังมีแม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นไหลรินอยู่ แม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นนี้ได้แบ่งพระราชวังใหญ่ั์ให้กลายเป็สามขอบเขต
โหมวเฉินที่บินมาพร้อมกับเขาอยู่ในหนึ่งขอบเขตทั้งสามซึ่งห่างจากเขาโดยมีขอบเขตกว้างขวางกางกั้น
ตรงผนังของพระราชวังที่ห่างออกไปไกลสลักรูปภาพซับซ้อนสวยงามไว้นับไม่ถ้วน ในรูปภาพเ่าั้คล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมของคาถาวิเศษและพลังหลากหลายชนิด
เขาแค่มองไปปราดเดียวก็รู้สึกได้ว่าจิตใจกำลังเคลิบเคลิ้ม มองอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่ากระแสจิตไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง
ดูเหมือนว่าหากคิดจะสังเกตรูปภาพงดงามบนกำแพงอย่างละเอียด จำเป็ต้องสิ้นเปลืองพลังจิตมหาศาล
เขารีบดึงสายตากลับมา ไม่กล้าจ้องภาพสลักบนกำแพงที่ห่างเขาไปไกลนานนัก แต่สังเกตสถานการณ์ของพื้นที่ที่เขาอยู่
“อู้!”
ฟองอากาศเจ็ดสีอีกฟองหนึ่งห่อหุ้มชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งเอาไว้ แล้วอยู่ๆ ก็มาปรากฏพรวดในอาณาเขตที่เขาอยู่
ชายหนุ่มชุดขาวใบหน้าหล่อเหลาเ็า เขานั่งนิ่งอยู่ในฟองอากาศ บนขาวางกระบี่โบราณเรียบง่ายเล่มหนึ่ง มือทั้งคู่ของเขาที่เรียวยาวและสวยยิ่งกว่ามือของผู้หญิงประคองกระบี่เล่มนั้นไว้เบาๆ มองไปรอบด้านด้วยท่าทางครุ่นคิด
“คนผู้นี้...”
เนี่ยเทียนแค่มองเขาหนึ่งครั้งก็แน่ใจว่าเขาไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน และก็มั่นใจมากว่าคนผู้นี้ไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในเมืองคูน้ำที่ลอยไม่นิ่ง
ในความรู้สึกของเขา ชายหนุ่มชุดขาวที่แผ่ปราณเย็นเยียบน่าจะเป็เหมือนเขา นั่นคือมีตบะอยู่แค่ท้าย์
“ท้าย์เหมือนกัน!” ในใจเนี่ยเทียนรู้สึกแปลกใจ อดไม่ได้จนต้องมองพินิจอย่างละเอียด แล้วสีหน้าเขาก็ต้องเปลี่ยนทันที
เขาพบว่าบนหลังมือข้างซ้ายของชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นมีแสง์มากถึงสิบหกจุด!
นี่หมายความว่าชายหนุ่มชุดขาวฆ่าผู้ประลองที่เข้ามาในประตู์ไปแล้วสิบหกคน!
ที่เขามีแสง์สิบห้าจุดได้ก็เพราะการตายของตู้ฮวงและค่านซิ่งิ ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์สองคนถูกเขาฆ่าตายโดยบังเอิญ ถึงทำให้เขาได้รับแสง์มาสิบห้าจุด
อีกทั้งการตายของตู้ฮวงและค่านซิ่งิ เขาก็ไม่ได้ออกแรงคนเดียวด้วย
มีตบะท้าย์เหมือนกัน ทว่าแสง์ที่ชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นได้รับมากลับมากกว่าเขาหนึ่งจุด นี่ทำให้เขาแอบตะลึงอยู่ในใจ
ตอนที่เขาสังเกตชายหนุ่มชุดขาว ชายหนุ่มก็กวาดตามองพระราชวังไปแล้วหนึ่งรอบ ตอนหลังจึงมองมาทางเขาเช่นกัน และก็มองเห็นแสง์สิบห้าจุดบนหลังมือของเขาด้วย
ท่าทางชายหนุ่มชุดขาวก็ดูเหมือนจะแปลกใจไม่น้อย เขาพยักหน้าให้เนี่ยเทียนเบาๆ ถือเป็การทักทาย
เนี่ยเทียนเองก็พยักหน้ากลับ
“อู้ๆ!”
ขณะที่เนี่ยเทียนและชายหนุ่มชุดขาวพยักหน้าให้แก่กันนั้น มีฟองอากาศเจ็ดสีอีกสองฟองห่อหุ้มคนอีกสองคนปรากฏขึ้นมากะทันหัน
สองคนนั้นคือหนึ่งชายหนึ่งหญิง และก็เป็หนุ่มสาวเช่นเดียวกัน มีตบะท้าย์เหมือนกันด้วย
ชายหนุ่มสวมอาภรณ์สีดำ ผมสีนิลยาวประบ่า ใบหน้ามีเหลี่ยมมีมุมชัดเจน มองดูแล้วโอหังไม่น้อย
เขาคาดมีดยาวเล่มหนึ่งไว้ข้างหลัง มีดยาวนั้นไม่มีฝัก บนตัวมีดไม่เพียงแต่มีลวดลายงดงามสลักเอาไว้ ยังมีดวงตาหลายคู่ที่กำลังหลับตาอยู่ด้วย
ดวงตาเ่าั้คล้ายรูปภาพอย่างหนึ่ง แต่เนี่ยเทียนกลับรู้สึกว่ามันสามารถลืมขึ้นได้ตลอดเวลา
ดูเหมือนว่าหากดวงตาเ่าั้เปิดขึ้น บนดาบก็จะปลดปล่อยอานุภาพน่าตะลึงออกมา ทำให้แม้แต่ดวงดาวก็ยังหม่นแสง
“หึหึ!”
สังเกตเห็นเนี่ยเทียนมองมา ชายหนุ่มชุดดำแสยะปากยิ้มด้วยสีหน้าท่าทางองอาจ ทว่าในดวงตากลับมีความชั่วร้ายที่แทบมองไม่ออกวาบผ่าน
“แสง์สิบแปดจุด!”
และเวลานี้เนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าบนหลังมือของเขา ในรูปภาพประตู์ มีแสง์สีแดงเปล่งประกายระยิบระยับอยู่สิบแปดจุด
ชายหนุ่มชุดขาวมีแสง์สิบหกจุด เ้าคนชุดดำนี่กลับมีมากถึงสิบแปดจุด
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน ขอบเขตของคนทั้งสองน่าจะเป็ท้าย์่ท้ายกันทั้งคู่ ตบะขอบเขตเช่นนี้สามารถ่ชิงเอาแสง์มาได้มากถึงเพียงนี้ ทำให้เขาแอบตะลึงพรึงเพริด
จากนั้นเขาก็หันไปมองหญิงสาวสีชุดฟ้าคนเดียวในบรรดาคนทั้งสี่
หญิงสาวผู้นี้มีโฉมหน้างดงามเพริศพริ้ง ดูสวยยิ่งกว่าอันซืออี๋และเจียงหลิงจูด้วยซ้ำราวกับสาวงามที่เดินออกมาจากภาพวาด ท่วงท่าอรชรอ่อนช้อยเป็หนึ่งไม่มีสอง
บนร่างของนางมีเพียงแหวนสีเขียววงเดียว นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นๆ อีก
นางนั่งเงียบๆ อยู่ในฟองอากาศเจ็ดสี หรี่ตานิ่ง แต่กลับทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกว่านางได้ผสานรวมเข้ากับฟ้าดินแล้วกำลังดูดกลืนปราณิญญาที่เข้มข้นมาอย่างบ้าคลั่ง
มือทั้งสองข้างของนางแบออก ใช้หลังมือวางทับลงบนหัวเข่า ดังนั้นเนี่ยเทียนจึงมองไม่ออกว่านางมีแสง์มากน้อยเพียงใด
แต่ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน สาวงามประดุจหลุดออกมาจากภาพวาดคนนี้ก็เป็บุคคลที่อันตรายมากเช่นกัน ย่อมไม่ด้อยไปกว่าชายหนุ่มชุดขาวและชุดดำแน่นอน
ภายใต้การจับจ้องของเนี่ยเทียน นางไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ กลับมา แล้วก็ไม่ได้หันมามองเนี่ยเทียนด้วย
นางแค่เหลือบมองชายหนุ่มชุดขาวและชุดดำเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็เอาความสนใจไปไว้ที่คนในอีกสองขอบเขตซึ่งมีแม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นกางกั้น
“อู้ๆๆ!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนพบว่าในขอบเขตทั้งสองนั้นมีเงาร่างของคนทยอยกันปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขอบเขตที่อยู่ใกล้กับเขา คนที่เผยกายขึ้นมาล้วนมีตบะกลาง์ทั้งสิ้น บนหลังมือของคนเ่าั้ส่วนใหญ่ล้วนมีแสง์หลายจุดหรือไม่ก็สิบกว่าจุด
ในขอบเขตที่ห่างออกไปอีก เขามองเห็นคนสองคนที่คุ้นเคย โหมวเฉินจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ และถังหยางแห่งอาณาจักรอั้นิ
มีแม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นเป็ตัวกั้นกลาง ถังหยางมองเขาด้วยสายตาเ็า คล้ายว่าใจอยากจะพุ่งเข้ามาหา แต่กลับกริ่งเกรงอะไรบางอย่าง จึงไม่ได้ทำตัวบุ่มบ่าม
โหมวเฉินยืนอยู่ข้างกายของถังหยาง คล้ายกำลังหัวเราะเสียดสีถังหยางเบาๆ
ถังหยางใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคือง ดูเหมือนคร้านจะสนใจโหมวเฉินจึงไม่ได้ตอบรับคำพูดเย้ยหยันจากเขา
มีแม่น้ำแสงสองเส้นกั้นกลาง เนี่ยเทียนแค่มองเห็นโหมวเฉินและถังหยาง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของพวกเขา
“น้องชาย เ้าแปลกหน้ายิ่งนัก มาจากอาณาจักรใดในดินแดนดาวตกหรือ?”
และเวลานี้เอง ชายหนุ่มชุดดำที่แบกมีดยาวแปลกประหลาดเล่มนั้นก็แสยะปากยิ้ม พูดกับเนี่ยเทียน
พอเขาเอ่ยเช่นนั้น ชายหนุ่มชุดขาวที่มีกลิ่นอายของความเ็าจึงมองมาด้วยความใคร่รู้เช่นกัน
มีเพียงหญิงสาวผู้นั้นที่นิ่งเฉยคล้ายไร้ซึ่งความสนใจใดๆ ต่อเนี่ยเทียน ไม่สนที่มาและตัวตนของเนี่ยเทียนสักนิด
“อาณาจักรหลีเทียน” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ
“อาณาจักรหลีเทียน....” ชายหนุ่มชุดดำหัวเราะหึหึ สีหน้าชอบใจเล็กน้อย “อาณาจักรหลีเทียนที่อยู่อันดับท้ายสุดของเก้าอาณาจักร คราวนี้โชคไม่เลวจริงๆ ไม่เพียงแต่มีประตู์บานหนึ่งเปิดขึ้น ยังส่งเ้ามาถึงที่นี่ด้วย เพื่อให้เ้าได้มายังที่แห่งนี้ สำนักของเ้า บรรดาผู้าุโของเ้า เกรงว่าคงสูญเสียแรงกายแรงใจไปไม่น้อยเลยกระมัง?”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ก็ตอบกลับว่า “ข้าก็แค่โชคดีเท่านั้น”
“โชคดี?” ชายหนุ่มชุดดำตะลึงงัน คล้ายงุนงงไปกับคำตอบเช่นนี้ เขาหรี่ตาลงน้อยๆ จับจ้องเนี่ยเทียนอย่างละเอียดแล้วถามอีกว่า “ท้าย์่กลาง?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“หึ!” ชายหนุ่มชุดดำส่ายหัว สีหน้ายิ่งแปลกประหลาด
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทว่าสายตาที่มองมายังเนี่ยเทียนกลับซุกซ่อนความโหดร้ายเอาไว้ คล้ายได้มองเนี่ยเทียนเป็เป้าหมายไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ตอนที่ชายหนุ่มชุดขาวผู้เ็าได้ยินเนี่ยเทียนยอมรับว่าตัวเองมีตบะแค่ท้าย์่กลาง เขาเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแต่สายตาที่มองมายังเนี่ยเทียนกลับเหมือนสายตาที่มองเห็นคนตาย
ส่วนหญิงสาวชุดฟ้าผู้นั้นกลับไม่สนใจใยดีต่อบทนาของพวกเขาแม้แต่นิด
-----
