ฮูหยินเฒ่าหน้าตาบึ้งตึง นางนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าลูกสะใภ้สองคนจะนำเื่น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมากล่าวหาตัวนางเช่นนี้
ที่ผ่านมานางยอมปิดตาข้างหนึ่ง เพิกเฉยต่อพฤติกรรมกำเริบเสิบสานของพวกนาง ถึงแม้ฮูหยินเฒ่าจะไม่เคยสนใจว่าพวกนางกดขี่รังแกบ้านสามอย่างไรบ้าง ทว่าลึกๆ แล้วกลับเข้าใจแจ่มแจ้งดี
ฮูหยินเฒ่าทนให้พวกนางกล่าวหาตัวเองแบบนี้ไม่ได้ นางจึงหันไปสั่งสาวใช้ “ไปเรียกเสิ่นอิ๋นหวนกับหลี่อันหรานมาพบข้าเดี๋ยวนี้”
สาวใช้ลังเลเล็กน้อย เพราะหวั่นกลัวกับท่าทีของแต่ละคน
ฮูหยินเฒ่าเห็นนางไม่ยอมขยับเขยื้อนก็ตวาดใส่ดังลั่น “รีบไปสิ มัวทำอันใดอยู่? ไปตามเสิ่นอิ๋นหวนมาให้ข้า จะได้คุยกันซึ่งหน้าให้รู้ไปว่าน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดนี่เป็มาอย่างไรกันแน่”
พอถูกตวาดใส่ดังนี้ สาวใช้จึงไม่กล้าลังเลอีกต่อไป นางวิ่งออกไปทันที
หวางเถาฮวาเห็นว่าเื่ราวเริ่มบานปลายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อยากถอนตัว นางพยายามส่งสายตาเตือนเหอชุนฮวาให้พอได้แล้ว ระวังทุกคนจะมองหน้ากันไม่ติด
แต่เหอชุนฮวากลับขมวดคิ้วเป็สัญญาณให้นางอยู่ต่อ “ดี ไปเลยเ้าค่ะ เรียกพวกนางมาแล้วทุกคนจะได้คุยกัน”
นางหมายปองสูตรน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของหลี่อันหรานมานานแล้ว เื่ราวบานปลายจนถึงขั้นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางอยากเห็นนักว่าหากพวกหลี่อันหรานมาแล้วจะอธิบายว่าอย่างไร
ขณะนั้นเองหลี่อันหรานกำลังทำงานอยู่ในบ้าน ส่วนเสิ่นอิ๋นหวนกำลังจะจูงม้าออกไปกินหญ้าบนูเา แต่แล้วอยู่ๆ สาวใช้ของฮูหยินเฒ่าก็วิ่งเข้ามา เสิ่นอิ๋นหวนเห็นดังนี้ก็สังหรณ์ใจไม่ดีทันที นางจึงเดินเข้าไปถาม “ฮูหยินเฒ่ามีอะไรใช่หรือไม่?”
สาวใช้เหนื่อยหอบมากจนหายใจแทบไม่ทัน “ฮูหยินเฒ่าให้มาตามพวกท่านไปพบเ้าค่ะ”
หลี่อันหรานเดินออกมาจากบริเวณลานบ้านแล้วเช่นกัน “ท่านย่ามีอะไรหรือ?”
“สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองต่างก็อยู่ที่นั้น เหมือนว่าจะมีปากเสียงกับฮูหยินเฒ่าด้วยเื่อะไรบางอย่างเ้าค่ะ ฮูหยินเฒ่าค่อนข้างโมโหและให้ข้ามาตามพวกท่านไปพบ ข้าไม่ทราบเช่นกันว่ารายละเอียดเป็อย่างไร พวกท่านรีบไปเถิด”
สีหน้าของเสิ่นอิ๋นหวนย่ำแย่กว่าเดิมหลังจากฟังจบ นางรีบจูงม้ากลับไปยังคอกแล้วเดินกลับออกมา “อันหราน พวกเราไปดูกันเถอะ”
แม้ว่าปกติแล้วเสิ่นอิ๋นหวนจะมีนิสัยอ่อนแอไม่สู้คน แต่ทั้งหมดนี้มีพื้นฐานมาจากนิสัยอันอ่อนโยนของนาง นางให้ความเคารพต่อฮูหยินเฒ่าเป็อย่างมาก นอกจากนี้ทั้งครอบครัวก็เหลือผู้าุโอยู่เพียงนาง ฉะนั้นแล้ว นางย่อมไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินเฒ่าเป็ธรรมดา
เสิ่นอิ๋นหวนยอมให้บ้านใหญ่กับบ้านรองรังแกตัวเองได้ ทว่าหากพวกนางทำให้ฮูหยินเฒ่าขุ่นเคืองจริง เช่นนั้นเสิ่นอิ๋นหวนจะไม่ยอมยกโทษให้เป็อันขาด
หลี่อันหรานไม่รู้เื่ว่าเกิดอะไรขึ้น นางหยุดงานในมือตัวเองแล้วตามเสิ่นอิ๋นหวนไปพบฮูหยินเฒ่าด้วยกัน
ระหว่างทาง นางพบว่าฝีเท้าของเสิ่นอิ๋นหวนว่องไวมาก นอกจากนี้ สีหน้าก็ยังดูไม่สู้ดีอีกด้วย
สีหน้าซึ่งเคยดูขี้ขลาด บัดนี้กลับมีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ และเจือด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อทั้งสองคนมาถึงบ้านของฮูหยินเฒ่า พวกนางพบว่าเหอชุนฮวากับหวางเถาฮวากำลังนั่งรอในห้องโถงอยู่ก่อนแล้ว หวางเถาฮวาเข้ามาทักทายเมื่อเห็นว่าพวกนางมาถึง ส่วนเหอชุนฮวาทำเพียงกลอกตามองบนใส่
เสิ่นอิ๋นหวนเดินตรงไปหาฮูหยินเฒ่าโดยไม่ได้สนใจพวกนางทั้งสอง “ท่านแม่ ท่านเรียกข้าหรือเ้าคะ?”
หวางเถาฮวาเห็นว่าตัวเองประจบไม่สำเร็จก็กลอกตาแล้วกลับไปนั่งที่เดิม สีหน้าดูไม่เป็มิตรยิ่งกว่าเดิม
ฮูหยินเฒ่าชี้ไปทางเหอชุนฮวากับหวางเถาฮวาด้วยความเดือดดาล “เ้ามาก็ดีแล้ว รีบอธิบายกับพวกนางไปว่านำสูตรลับในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมาจากที่ใด อธิบายมาว่าเื่ราวเป็มาอย่างไรกันแน่และเกี่ยวข้องกับข้าหรือไม่”
หลี่อันหรานที่กำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นได้ยินดังนี้ก็ใโดยพลัน สูตรลับของน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดหรือ? มันมีสูตรลับอะไรที่ใดกัน ทั้งหมดออกมาจากสมองของนางทั้งนั้น นอกจากนี้ กรรมวิธีในการทำก็ต่างจากยุคศตวรรษที่ 21 อย่างสิ้นเชิง
นางปรับเปลี่ยนรสชาติให้ถูกปากคนในท้องที่ เป็สูตรที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น อีกอย่างนางก็ทำของพวกนี้จนชินแล้ว ไม่จำเป็ต้องมีสูตรก็ทำได้
แต่หลี่อันหรานไม่ได้พูดเื่พวกนี้ออกมา
เสิ่นอิ๋นหวนเองก็ผงะไปครู่หนึ่งเช่นกัน นางเห็นหลี่อันหรานปิดปากเงียบจึงค่อยพูดว่า “สูตรอะไรกันเ้าคะ?”
“สูตรที่พวกเ้าใช้ทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด พวกเ้าไปเอามาจากที่ใด? มีวิธีในการทำอย่างไร? อธิบายให้พวกนางฟังเสีย” ฮูหยินเฒ่าพูดต่อ
เสิ่นอิ๋นหวนงงหนักกว่าเดิม นางไม่เคยถามเื่น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดจากบุตรสาวแม้แต่ครั้งเดียว แต่อยู่ๆ วันนี้มาพูดถึงสูตร เป็ธรรมดาที่จะสับสนงุนงง นางจึงหันไปมองทางหลี่อันหรานอีกครั้ง
หลี่อันหรานก้าวออกมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง เหมือนจะเข้าใจแล้วว่าพวกนางเรียกตัวเองมาด้วยเหตุอันใด
น้ำเสียงของนางราบเรียบมาก พร้อมกันนั้นยังเจือด้วยความเย้าหยอก “ที่แท้ก็เื่นี้หรอกหรือ อยากรู้อะไรก็ถามมาได้เลยเ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาลุกพรวดทันที “พวกข้าอยากรู้ว่าสูตรลับนี้มีวิธีในการทำอย่างไรกันแน่?”
ฮูหยินเฒ่าหันมามองค้อนขวับ “ข้าอนุญาตให้เ้าพูดแล้วหรือ นั่งลงซะ”
เหอชุนฮวาต้องยอมปิดปาก ส่วนหวางเถาฮวายิ้มประหนึ่งว่านางเพียงแต่อยู่ร่วมเหตุการณ์เท่านั้น ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเอง
ฮูหยินเฒ่ารอให้เหอชุนฮวานั่งลงแล้วจึงค่อยหันมาถามหลี่อันหราน น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนโยนลงมาก “พวกเ้านำสูตรในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมาจากที่ใด?”
หลี่อันหรานขยับลูกตาครุ่นคิด “ได้มาจากท่านเซียนท่านหนึ่งเ้าค่ะ”
ทุกคนฟังแล้วขมวดคิ้วยุ่งเหยิงทันใด
หลี่อันหรานอธิบายต่อ “มีอยู่วันหนึ่ง ข้าได้พบกับท่านเซียนท่านหนึ่งในตอนที่ขึ้นเขาไปตัดฟืน ท่านเซียนบอกว่าจะทำให้ข้ามั่งคั่งร่ำรวย ตอนแรกข้ายังไม่เชื่อ แต่ถ้อยคำของเขามีเหตุผลน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังมอบสูตรให้ข้า บอกว่าอาหารที่ทำออกมาจากสูตรนี้จะเป็ที่ชื่นชอบของทุกคน”
“ยามนั้นข้ามองว่าผู้ที่มาอยู่ในป่าเขาแบบนี้ต้องเป็พวกหลอกลวงแน่นอน”
ทุกคนเงี่ยหูฟังหลี่อันหรานด้วยความตั้งใจ แม้แต่เสิ่นอิ๋นหวนเองก็เพิ่งเคยได้ยินเื่นี้เป็ครั้งแรก นางไม่รู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดแม้แต่นิดเดียว ทั้งยังไม่เคยเอ่ยปากถามอีกด้วย
หลี่อันหรานเห็นทุกคนตั้งใจฟังขนาดนี้ก็แต่งเื่ต่ออย่างกล้าหาญ “ท่านเซียนผู้นั้นมีเครายาวมาก ผมทั้งศีรษะขาวโพลนเสมือนเทพเซียนของจริง ข้าจึงคิดว่าเขาต้องมาหลอกแน่นอน ทว่าเมื่อคิดดูอีกครั้ง ข้าหน้าตาอัปลักษณ์ปานนี้ ทั้งยังยากจน เขาจะหลอกเอาสิ่งใดจากข้าได้กัน”
“ที่สำคัญคือ เขามอบสูตรให้ข้าโดยไม่คิดเงิน ซ้ำยังบอกว่าจะทำให้ครอบครัวข้ามั่งคั่งร่ำรวย หลังจากคิดอยู่นานสุดท้ายข้าก็ตัดสินใจรับมา ตอนแรกข้ายังไม่เชื่อ แต่เมื่อต่อมาลองทำตามในสูตร มันกลับกลายเป็ว่าทำออกมาเป็น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดได้จริงๆ และยังได้ผลลัพธ์ดีมากด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็ดังที่พวกท่านเห็นในตอนนี้เ้าค่ะ”
ฮูหยินเฒ่าเชื่อเื่ที่นางเล่าโดยไม่สงสัยแม้แต่นิดเดียว “เช่นนั้น… ท่านเซียนผู้นั้นเล่า?”
“เขาออกเดินทางร่อนเร่ไปทั่วใต้หล้านานแล้วเ้าค่ะ คงจะไปช่วยคนตกทุกข์ได้ยากและถูกรังแกสักแห่งหนแล้ว”
