“ไม่ต้องหรอก ท่านปู่สั่งให้ข้ามาจัดการเื่นี้อย่างเงียบๆ ข้าแค่อยากรู้ว่าใครเป็คนฆ่าผู้นำแห่งสำนักมารเท่านั้น เมื่อรู้แล้วก็จะจากไป”
ทุกคนเพ่งสายตาไปที่หลงเหยียน หลงเหยียนเองก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหลงหลิงอยากจะทำอะไรกันแน่?
“เ้าหนุ่ม เป็ฝีมือเ้าสินะ!” หลงหลิงแสร้งทำเหมือนไม่รู้จักหลงเหยียน นางเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม
หลงเหยียนกลอกตาไปมา เขามีทางออกแล้ว หลงเหยียนมองไปยังหลงหลิง “ถูกต้องแล้ว เป็ข้าเอง เขาไม่สมควรตายหรือไร? สาวน้อย เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
หลงเหยียนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เขาจับแขนของหลงหลิงเอาไว้ เ้าสิงโตน้อยที่อยู่ไม่ไกลเตรียมจะะเิโทสะออกมา ทว่ากลับถูกหลงเหยียนมองเขม่นด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวเสียก่อน
“ข้าจะจับเ้ามาตีก้นให้เข็ดไปเลย!”
พูดจบก็กดให้หลงหลิงที่มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นสูงลงมานอนบนตัก จากนั้นก็เริ่มตีก้นนางต่อหน้าเว่ยเวยและคนอื่นๆ อย่างไม่ลังเล เพียะๆๆ! เขาออกแรงตีแรงๆ สามครั้ง
การกระทำของเขาทำให้ผู้ปกครองสำนักตกตะลึงจนพูดไม่ออก กระทั่งมารดาของเขาเองก็ยังอ้าปากค้างอย่างอดไม่อยู่
เว่ยเวยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “เหยียนเอ๋อ เ้า... อย่าทำตัวเสียมารยาทเด็ดขาด นี่มัน... นี่เป็ถึงหลานสาวของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงเชียวนะ นางมีฐานะสูงส่ง อย่าว่าแต่เ้าเลย แม้แต่ข้ากับท่านตาของเ้าก็ยังไม่อาจล่วงเกินนางได้”
พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลงเหยียนจะใจกล้าเช่นนี้ หากเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงคิดจะเอาโทษจริงๆ เกรงว่าแม้แต่ท่านผู้ปกครองสำนักก็ปกป้องหลงเหยียนไม่ได้แน่
“เหยียนเอ๋อ ปล่อยนางเดี๋ยวนี้” ผู้ปกครองสำนักตงจวินโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก หลงหลิงก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหลงเหยียนจะกล้าทำกับตนเช่นนี้ ทางด้านของเ้าสิงโตน้อยก็ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างทำตัวไม่ถูก
เดิมที พวกเขาเตรียมจะข่มหลงเหยียนด้วยอำนาจของสำนักหยุนเฟิงเสียหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์ตอนนี้จะ...
หลงเหยียนหัวเราะอย่างได้ใจ พลันแววตาก็ประกายความเ้าเล่ห์ออกมาให้เห็น
เขาปล่อยให้หลงหลิงลงไปยืนดังเดิม จากนั้นจึงะโขึ้น “สาวน้อย ถ้าแน่จริงก็ตามจับข้าให้ได้สิ!”
พูดจบก็วิ่งออกไปจากห้องโถงประชุมทันที
หลงหลิงยืดตัวตรง นางใช้นิ้วที่เรียวสวยจนแม้แต่ตงจวินก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเห็น นางนวดไปที่บั้นท้ายของตนเอง เมื่อครู่ หลงเหยียนลงมือตีรุนแรงไม่ใช่เล่นเลย
“เช่นนั้น... คุณหนูหยุนโน่ ต้องขออภัยจริงๆ หลานชายคนนี้ของข้ามีนิสัยดื้อรั้นไปหน่อย ประเดี๋ยว ข้าจะให้เขามาขอโทษคุณหนูเอง”
หลงหลิงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไม่ต้อง ข้าจะไปหักมือเ้าหมอนั่นด้วยตัวเอง ทั้งจะตัดเส้นเอ็นที่มือและขาให้ขาดสะบั้น มีเพียงทางนี้ถึงจะทุเลาความแค้นในใจข้าได้ ถือเป็การแก้แค้นให้ลูกพี่ลูกน้องของข้าด้วย”
พูดจบก็ะโขึ้น “หลงเหยียน ข้าจะฆ่าเ้า”
หลงหลิงตามออกไปด้านนอก ทว่าเมื่อออกไปจากประตูก็หันกลับมามองตงจวินอีกครั้ง
“เตรียมห้องพักชั้นดีให้พวกข้าทั้งสองคนให้พร้อม เพราะข้าจะพักอยู่ที่นี่เพื่อทรมานเ้าบ้านั่นให้สาสม อีกอย่าง อย่าให้เื่ที่ข้าปรากฏตัวอยู่ที่นี่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ข้าไม่อยากให้คนทั้งตระกูลอู่ตี้รู้เื่นี้”
“ทราบแล้ว ทราบแล้ว” ตงจวินมองเด็กสาวจอมทะเล้นตรงหน้า คิดไม่ถึงว่านางจะพักอยู่ที่นี่ในระยะยาว ทั้งยังทำไปเพราะ้าจะสั่งสอนหลงเหยียนโดยเฉพาะอีก
เื่นี้ทำให้เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย สาวน้อยคนนี้มีหน้าตาเลิศเลอ ทั้งยังมีนิสัยร่าเริงสดใส ตอนที่อยู่ในสำนักหยุนเฟิง นางก็คงจะเป็ที่รักของทุกคนสินะ คนที่มีฐานะเช่นนี้ ใครกันจะกล้าล่วงเกิน ต่อให้จะเป็ในตระกูลอู่ตี้ เกรงว่าแม้แต่หัวหน้าตระกูลทั้งสี่กับผู้าุโทั้งสิบในตระกูลชั้นในของตระกูลอู่ตี้ก็ยังไม่คิดจะล่วงเกินหรือมีเื่บาดหมางกับนางง่ายๆ เลย
อย่างไรเสีย เ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงก็เป็ถึงบุคคลในตำนานเชียวละ พลังของเขาแข็งแกร่งมาก ต่อให้หัวหน้าตระกูลทั้งสี่จะร่วมมือกันก็ยังมิอาจสู้เขาได้เลย
ยิ่งเป็เด็กสาวเช่นนี้ก็ยิ่งน่าหวาดกลัว เพราะนางอาจจะสั่งให้ฆ่าใครต่อใครง่ายๆ เหมือนกับเล่นขายของเลยก็ว่าได้ เื่นี้ทำให้ผู้ปกครองสำนักตงจวินรู้สึกเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของหลงเหยียนขึ้นมาเล็กน้อย
ตนเพิ่งจะรู้ว่าหลงเหยียนเป็หลานแท้ๆ ยังไม่ทันไรหลานคนนี้ก็ต้องเสียทั้งแขนและขา กลายเป็คนพิการที่ไร้ประโยชน์ไปแล้วหรือ
ตงจวินรับรู้ได้ว่าเด็กสาวคนนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งจนน่าสยดสยองแค่ไหน อย่างน้อยระดับพลังของนางก็สูงกว่าระดับชีพมนุษย์ชั้นสูงอย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อครู่นางกลับไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย ในข้อนี้ ตงจวินเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน
“เวยเอ๋อ เ้าคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรกันดี?”
“ท่านพ่อ วางใจเถิด เหยียนเอ๋อเป็คนรอบคอบ การที่เขาทำเช่นนี้ก็แสดงว่าพวกเขาเคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว”
เพราะเว่ยเวยเองก็เป็ผู้หญิง นางจึงมั่นใจว่าสัญชาตญาณของตนต้องไม่ผิดแน่ ไม่แน่ แม่หนูคนนั้นอาจจะชอบหลงเหยียนด้วยซ้ำ นางถึงไม่ได้ขัดขืนอะไร จะมีก็แต่เ้าสิงโตน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ เท่านั้นที่เว่ยเวยยังไม่เข้าใจ
กลิ่นอายแห่งพลังของคนผู้นั้นคุ้นเคยเป็อย่างมาก อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ เว่ยเวยเคยเจอเ้าสิงโตน้อยมาหลายครั้งแล้ว เขาก็คือสิงโตที่อยู่ข้างกายหลงเหยียนมาโดยตลอดนั่นเอง
“ทำไมชายคนนั้นถึงมีกลิ่นอายของปีศาจอสูรอยู่ในร่าง!”
“ท่านพ่อ ท่านว่าเป็ไปได้หรือไม่ หากปีศาจอสูรแข็งแกร่งจนถึงระดับที่น่าหวาดผวาระดับหนึ่งแล้ว พวกมันจะแปลงกายเป็มนุษย์ได้?”
ตงจวินมองไปยังเว่ยเวย “เื่นี้ จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน ถึงอย่างไรก็มีความเป็ไปได้เหมือนกัน โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก สรรพสิ่งย่อมเป็ไปได้ มียอดฝีมือและปีศาจอสูรจำนวนมากที่มีพลังแข็งแกร่งแต่เลือกที่จะปลีกตัวออกไปอยู่เพียงลำพัง ว่ากันว่าบน์ มีปีศาจอสูรประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้”
“ทำไมหรือ? เวยเอ๋อ หรือว่าสองคนนั้นมีอะไรที่น่าสงสัย?”
เว่ยเวยส่ายหน้า “ไม่มีอะไรท่านพ่อ ไม่แน่ ข้าอาจจะคาดเดาไปเรื่อยเปื่อย”
ที่ผ่านมา หลงเหยียนมีความลับจำนวนนับไม่ถ้วน ยกตัวอย่างเช่นิญญายุทธ์ของเขา แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ เ้าสิงโตน้อยที่ติดตามอยู่ข้างกายเขาเองก็ดูประหลาดมากเช่นกัน จำได้ว่าตอนที่ยังอยู่ในเมืองั ตอนที่ได้เจอกับปีศาจอสูรตนนั้นเป็ครั้งแรก มันเป็ปีศาจอสูรที่อยู่ในระดับระดับทองคำขั้นที่สี่เท่านั้น
ต่อมา พวกเขาไม่ได้เจอมันอีกก็จริง อย่างไรก็ตาม จากคำบอกเล่าของหลี่เมิ่งเหยา สิงโตที่อยู่ข้างกายหลงเหยียนในตอนนี้เป็ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่หนึ่งแล้ว
เมื่อลองมาคิดเช่นนีเว่ยเวยก็อดขนลุกไม่ได้ ดูเหมือนสิงโตที่อยู่ข้างกายหลงเหยียนเองก็สามารถเพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็วจนน่าใเลยทีเดียว
หลงเหยียนมีความลับมากมายเหลือเกิน ทว่าเขากลับรักษาระยะห่างและปกปิดตนที่เป็แม่แท้ๆ ของเขามาโดยตลอด ในเมื่อเขาไม่อยากบอก เว่ยเวยย่อมไม่ถามเป็ธรรมดา
การปรากฏตัวที่แสนกะทันหันของหลานสาวของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง รวมไปถึงการกระทำของหลงเหยียนในวันนี้ ทั้งหมดนั้นยิ่งทำให้เว่ยเวยมองลูกชายคนนี้ไม่ออกมากยิ่งขึ้น
“เหยียนเอ๋อรู้จักกับหลานสาวของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงได้อย่างไร? ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะไม่เลวเสียด้วย”
หยุนโน่มีฐานะสูงส่งเพียงใด ทว่ากลับมาที่นี่โดยมีองครักษ์แค่คนเดียวเท่านั้น สิ่งที่น่าสงสัยมากกว่านั้นก็คือองครักษ์คนนี้มีพลังแข็งแกร่งน้อยกว่านางอย่างเห็นได้ชัดเสียด้วย
“เหยียนเอ๋อ เ้ายังมีเื่ปิดบังแม่อีกเท่าใดกันแน่...”
...
หลงเหยียนออกมาจากห้องโถง พบว่าหลิงเทียนอวี่กำลังรอเขาอยู่ด้านนอก ตอนนี้หลงเหยียนมีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ ตามกฎ เขาในตอนนี้สามารถย้ายเข้าไปอยู่ในห้องพักระดับที่สูงยิ่งขึ้นได้แล้ว
“มีอะไรหรือ? พี่อวี่ ข้าต้องย้ายที่พักอีกแล้วหรือ?”
หลิงเทียนอวี่พยักหน้า “หากเ้าไม่ย้ายที่พัก ศิษย์ที่เลื่อนพลังขึ้นมาในระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำจะพักอยู่ที่ไหนกัน หลงเหยียน บอกตามตรง บางครั้งข้ารู้สึกอิจฉาเ้าจริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าด้วยเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น เ้ากลับต้องย้ายที่พักถึงสองครั้งด้วยกัน เ้าเลื่อนระดับพลังได้รวดเร็วมากจริงๆ วางใจเถิด ที่ที่เ้าต้องย้ายไปในครั้งนี้ แม้แต่ข้าก็ยังไม่มีสิทธิ์พาเ้าเข้าไปด้วยซ้ำ เพราะนั่นเป็สถานที่ที่มีเพียงศิษย์ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้นที่เข้าได้ เมื่อไปถึง เ้าก็ตรวจดูข้อมูลในตราประจำตัวเองก็แล้วกัน ในนั้นระบุที่พักของเ้าเอาไว้แล้ว”
“ต่อไป แม้แต่จะไปหาเ้ายังเป็เื่ยากเลย อีกอย่าง เ้าเองก็กำลังออกห่างจากตำหนักเหยากวางมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”
“พี่อวี่ ท่านพูดยกย่องข้าเกินไปแล้ว หากท่านตั้งใจฝึกฝนละก็ ข้าเชื่อว่าท่านเองก็ต้องได้ย้ายเข้าไปพักในห้องพักที่ดียิ่งขึ้นแน่” ความจริงหลิงเทียนอวี่ก็มีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงเช่นกัน เพียงแค่ระดับพร์ของเขาถูกประเมินว่าอยู่เพียงระดับที่หนึ่งเท่านั้น ซึ่งเทียบกับหลงเหยียนไม่ได้เลย ทว่าผู้ที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในห้องพักระดับสูงได้ ต้องเป็ศิษย์ที่มีความสามารถจนตระกูลอู่ตี้ให้ความสำคัญเป็หลักเท่านั้น
--------------------
