ตอนที่ 3
ตำแหน่งและชื่อเสียง
ที่จวนเสนาบดีกรมกลาโหม หนึ่งในตระกูลเสนาบดีใหญ่ในเมืองนครฉางอัน จวนปิงปู้ใหญ่โตโอ่อ่าที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามด้านกองกำลังทหาร ทว่าแต่เดิมกรมกลาโหมมีอำนาจแต่เพียงธุรการทางการทหารเพียงเท่านั้น แต่ด้วยผลงานของเสนาบดีเยว่นั้นเป็ที่ประจักษ์หลายครั้งหลายครา จนเป็ที่วางพระทัยของฮ่องเต้ ที่ทรงส่งกองกำลังทหารให้เสนาบดีเยว่คอยควบคุมดูแลให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้นไป
แต่แล้วในเวลานี้ เหล่าทหารและสาวใช้ในจวนกลับวุ่นวายยิ่งนัก ต่างพากันค้นหาคุณหนูคนเล็กของตระกูลเยว่ กลับไม่มีร่องรอยใดๆ ทำเอาเื่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองว่าลูกเสนาบดีเยว่หายตัวไป
“หาไม่พบ งั้นหรือ?” ใต้เท้าเยว่ ผู้เป็พ่อโมโหหนัก
“ครับ ใต้เท้า” นายทหารคนหนึ่งตอบกลับอย่างหน้าเสีย
เสนาบดีเยว่ร้อนใจหนัก ที่เกิดรื่องใหญ่จนทำเอาเขาต้องโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ “รีบส่งทหารไปเพิ่มเดี๋ยวนี้ เร็วเข้า!”
“แต่ใต้เท้าจะใช้ทหารโดยพลการไม่ได้นะครับ ถ้าส่งกองกำลังตามหาเพิ่ม เื่อาจถึงหูใต้เท้าเจีย จนถึงหูฮ่องเต้ก็ได้นะครับ ใต้เท้า” นายทหารคนสนิททักท้วงผู้เป็นายอย่างหวั่นวิตกและเป็กังวลนัก เพราะเสนาธิบดีเจีย เป็เสนาบดีกรมพระคลัง เสนาธิบดีขั้น2จาก6กรม
ตำแหน่งเดียวกันและเป็ศัตรูในราชสำนักของใต้เท้าเยว่ที่คอยลอบแทงข้างหลังมาโดยตลอด
“จวิ่นซื่อจง! ข้าบอกให้รีบไปเดี๋ยวนี้! นางเป็ลูกสาวข้า เ้าไม่เข้าใจหรือไง?” ใต้เท้าเยว่ในอารมณ์ที่โกรธจนไม่ได้ยั้งคิดใดๆ
“แต่ใต้เท้า..” จวิ่นซื่อจงขมวดคิ้วอยากขืนขัดคำสั่งผู้เป็นาย
“ก็บอกว่านางเป็ลูกสาวข้า เื่นั้นข้ารับผิดชอบเอง ไม่เข้าใจหรือไงกัน?” เสนาบดีเยว่อารมณ์ร้อนหนักเพราะลูกสาวของเขาที่หายไป ลูกสาวที่มีจิตใจอารีที่ก่อนเขาไม่เคยล่วงรู้ เพราะเขาได้แต่ใช้อารมณ์เป็ที่ตั้ง จนทำให้ไม่นึกถึงเหตุผลของการกระทำที่แท้จริงของลูกสาว
“ไม่ต้องแล้ว ท่านพี่” ฮูหยินใหญ่และเยว่จิน ลูกสาวคนโตมาพร้อมกันกับคนที่เขากำลังตามหา ฮูหยินเยว่พูดต่อ “เยว่จินเห็นนางปีนรั้วเข้ามาทางหลังบ้าน...ท่านพี่อย่าโกรธซินเอ๋อเลย..” ฮูหยินยังไม่ทันได้พูดต่อก็ต้องชะงักไป
“ซินเอ๋อ ลูกพ่อ!!” ผู้เป็พ่อไม่รั้งรอโอบกอดลูกสาวไว้อย่างแแ่ น้ำตาเอ่อล้นล่วงหล่นลงบนบ่าร่างบางๆของลูกสาวคนเล็ก จนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ซินเอ๋อ เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม?” ใต้เท้าเยว่ถามด้วยน้ำเสียงยังคงสะอื้นด้วยความเป็ห่วง
คำถามนี้ทำเอาเยว่ซินถึงกับต้องอึ้ง ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะมันกลับตาลปัดกับสิ่งที่เธอคาดไว้ว่าอาจทำให้พ่อของเธอโมโห เพราะเธอได้ไปก่อเื่ไว้ที่ตลาด จนทำให้หัวโจวชุ่นเดือดร้อน แต่ครั้งนี้มันกลับกันเพราะมันทำให้พ่อของเธอต้องน้ำตาตก
“ท่านพ่อ ทำไมท่านพ่อเป็แบบนี้คะ ข้าทำไม่ดีมา ท่านพ่อต้องโกรธข้าไม่ใช่หรือ อีกอย่างข้ากลับบ้านช้า ก็เป็ความผิดของข้า ข้าทำให้ท่านพ่อต้องเดือดร้อนและต้องเสียชื่อเสียงก็เพราะข้า” เยว่ซินพูดด้วยน้ำเสียงอ้อยส้อยเพราะความรู้สึกผิด
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่เ้ากลับมาปลอดภัย ข้าก็ดีใจที่สุดแล้ว” ใต้เท้าเยว่มองตาลูกสาวบีบที่หัวไหล่ทั้งสองของลูกสาวไว้แน่น
“ท่านพ่อ..ข้าขอโทษจริงๆนะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่ต้องเสียใจเป็ครั้งที่สองอีก...” เยว่ซินรู้สึกผิดเป็อย่างมากที่ทำให้คนในครอบครัวต้องเสียใจเพราะเธอเอง ได้แต่เศร้าใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
ทั้งฮูหยินเยว่และเยว่จินก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ทั้งสองพ่อลูกต่างเข้าใจกัน หลังจากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือให้เยว่ซินและเยว่จินอยู่ด้วยกันที่ห้องนอนที่นอนด้วยกัน ที่ห้องนอนมีเตียงไม้ใหญ่อยู่ ขึงด้วยผ้าม่านสีฟ้าสดใส กลางห้องมีโต๊ะและหนังสืออยู่จำนวนหนึ่ง เยว่ซินชอบไปนอนที่ห้องของพี่สาวของเธอ เพราะเธอรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ใด้อยู่กับพี่สาวของเธอ
“เ้าน่ะ ไปที่สวนหลังวังอีกแล้วใช่ไหม?” เยว่จินพลิกตัวหันมาถามน้องสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างทุกข์ใจนัก
เยว่ซินได้แต่พยักหน้ารับคำจากคำถามของพี่สาว เพราะเื่สวนหลังวังมีเพียงพี่สาวของเธอที่รู้
“ถึงท่านพ่อจะไม่ได้พูดอะไร แต่ข้าจะบอกเ้าว่าท่านพ่อเป็ห่วงเ้ามากนะ” เยว่จินพูดเหตุการณ์วันนี้ให้น้องสาวฟัง “หัวโจวชุ่นมาต่อว่าท่านพ่อถึงจวน ข้าไม่ได้ยินที่เขาสองคนคุยกันหรอกนะ แต่ข้าก็รู้ดีว่าท่านพ่อคงเสียหน้าไม่น้อย ตำแหน่งและชื่อเสียงของพ่ออาจสั่นคลอน”
เยว่ซินที่อมทุกข์มาจากน้ำตาที่ไหลพรากของพ่อเพราะเธอ นอนข้างพี่สาวน้ำตาตกลงบนหมอนชุ่มจนได้ เธอไม่กล้าให้พี่สาวเห็นจึงพลิกตัวไปอีกด้าน เธอกัดฟันพูดออกมาทั้งน้ำตา “ข้าจะไม่ไปเล่นในตลาดและสวนหลังวังอีก”
เยว่จินใมาก “น้องเยว่..” เธอลุกขึ้นนั่งฉับพลัน แล้วต้องผงะเพราะเห็นน้ำตาของน้องสาวที่กำลังเศร้าใจ
เยว่ซินไม่ทันเช็ดน้ำตา “ข้าทำให้ครอบครัวเดือดร้อนมามากพอแล้ว” ความจริงเยว่ซินเองก็คิดเื่นี้มานานมากแล้วเหมือนกันเพราะด้วยวัยที่เติบโตขึ้น ผลลัพธ์ในสิ่งที่เธอทำอาจไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดเลย กลับสามารถสร้างความเดือดร้อนให้เสียมากกว่า
“ไม่ได้นะ!!” เยว่จินะโลั่นห้ามปรามทำเอาเยว่ซินใ “—ไม่เหมือนน้องเยว่คนก่อนเลย ที่ผ่านมาพวกไม่เคยห้ามเ้าให้ทำเื่พวกนี้เลยนะ เ้าไม่สังเกตเลยหรอ เยว่ซิน” เยว่ซินพลิกตัวกลับมามองหน้าพี่สาวอย่างสับสน “ก็จริงอยู่ที่ว่าเ้าไปวิ่งเล่นในตลาดและสวนหลังวังแล้วสร้างความเดือดร้อนให้ชาวเมือง แต่พวกเราก็แค่เป็ว่าเ้าจะเป็อันตรายจากคนในราชสำนักก็เท่านั้น ศัตรูของท่านพ่อในราชสำนักของท่านพ่อนั้นมีมากโข เ้าเองก็น่าจะรู้ จนไม่วันใดวันวันหนึ่งอาจถูกพวกเขาลอบกัด” เยว่จินพูดต่อ “--เ้าไม่รู้งั้นหรือ ตำแหน่งและชื่อเสียงของท่านพ่อไม่สำคัญมากนักหรอก บางทีสั่นคลอนไปบ้างคงไม่เป็ไร สำคัญก็แต่การช่วยเหลือชีวิตสัตว์และเพื่อนมนุษย์ การที่เราอยู่ในตำแหน่งมานี้ก็เพื่อสร้างความเป็สุขให้กับผู้คนในเมือง” ข้ายังอิจฉาเ้าเลยด้วยซ้ำไป ที่เ้าได้เป็อิสระไปที่แห่งหนใดก็ตามแต่ใจเ้าอยาก”
“แต่ว่าพี่สาว ข้าทำให้เมืองฉางอานเดือดร้อนมานาน ทุกคนในเมืองวุ่นวายเพราะข้านะ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อีกงั้นหรือ?” เยว่ซิน ผู้เป็น้องสาวถามพี่สาวเพราะไม่เข้าใจประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่เธอได้ทำอยู่ซึ่งมันอาจจะน้อยกว่าความเสียหายที่มันได้เกิดขึ้น
“เยว่ซิน น้องข้า--เ้าไม่สังเกตงั้นหรือ บ้านเมืองเพิ่งผ่านามา หลังาเป็ธรรมดาย่อมอยู่ไม่เป็สุขเพราะจะเกิดาอีกเมื่อไรไม่มีใครรู้ แน่นอนชาวเมืองย่อมตกอยู่ความตึงเครียด” เยว่ซินฟังที่พี่สาวพูดพลางลุกขึ้นนั่งฟังอย่างตั้งใจ เยว่จินอธิบายต่อ “--เ้าก็เห็นนี่...แม้แต่หมูสองตัว หัวโจวชุ่นยังมาต่อว่าท่านพ่อถึงหน้าบ้าน นั่นก็รู้ได้ว่า บ้านเมืองยังไม่รุ่งเรืองมากนัก ถึงภายนอกจะดูดีในสายตาแคว้นอื่น แต่มันก็ยังไม่ถึงที่สุด เพราะชาวเมืองยังไม่มีเงินเพียงพอ..แต่เ้า--เยว่ซิน น้องสาวของข้า เ้ากลับทำให้ชาวเมืองมีความสุข ถึงมันจะเป็เดือดเป็ร้อนไปบ้าง เ้าลองหันกลับไปมองพวกเขาสิ เ้าก็จะเห็นรอยยิ้มที่เ้าสร้างให้พวกเขา”
“จริงๆ งั้นหรือ พี่สาว” เยว่ซินยิ้มแป้นดีใจกับสิ่งที่เธอได้ทำลงไปนั้นมีประโยชน์กับชาวเมืองอยู่บ้าง
พี่สาวยิ้มตอบกลับไป “ข้าพูดจริงๆนะ ไม่อย่างนั้นวันนี้ข้าคงบอกท่านพ่อ เื่ที่เ้าไปสวนหลังวังแล้ว แล้วก็คงไม่แอบหนีไปช่วยเ้าให้เข้าทางหลังบ้านหรอกนะ”
“พี่เยว่จิน แล้วเื่ท่านพ่อ ตำแหน่งและชื่อเสียงของท่านพ่อที่จริงก็สำคัญนะ” เยว่ซินยังคงเป็ห่วงผู้เป็พ่อที่เป็ถึงตำแหน่งเสนาธิบดีขั้น2ของราชสำนัก
“เื่นั้น--เ้าก็รู้ว่าพี่จะเข้าวังหลังเพื่อเป็ฮองเฮา หากพี่ได้ขึ้นตำแหน่งนั้น พี่เชื่อว่าชื่อเสียงของท่านพ่อคงไม่สั่นคลอนได้ง่ายอีกต่อไปอย่างแน่นอน เพราะงั้นเ้าแค่ทำหน้าที่ของเ้าในแบบที่เ้าเคยทำ แทนข้านะ..” เยว่จินไม่ทันได้พูดต่อเพราะเธอก็ไอออกมา จึงรีบผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บไว้ข้างตัวออกมาปิดปาก
“พี่เยว่จิน ไม่เป็ไรใช่ไหม?” เยว่ซินใเพราะอาการไอที่แรงอยู่พอสมควร
เยว่จินรีบเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ใต้หมอน “สงสัยข้าจะเหนื่อยวิ่งตามหาเ้าไปหน่อย พักผ่อนสักหน่อยคงหาย” เธอรีบพูดแก้ต่างเพื่อให้เยว่ซินคลายสงสัย
“พี่เยว่ ถ้าอย่างนั้นพี่รีบนอนเถอะ ข้าเองก็ง่วงแล้ว” เยว่ซินพูดพลางพยุงร่างพี่สาวให้นอนราบ “พรุ่งนี้งานยุ่งด้วยสิ ข้าจะไปช่วยเ้าหมา บ้านคุณลุงฮั่น เพื่อนเ้าปี๋จื้อ ขืนไม่ช่วยละก็ เ้าปี๋จื้อคงบ่นข้าไปอีกนานแน่ๆ” เยว่ซินพูดด้วยน้ำเสียงสบายอกสบายใจขึ้นเยอะกว่าเดิมแทบจะรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหว
“เอาที่เ้าชอบเลย น้องเยว่” เยว่จินอดยิ้มไม่ได้กับความร่าเริงของเยว่ซิน และพลิกตัวหันกลับไปมองน้องสาว แต่ก็พบว่าเธอได้ผล็อยหลับไปแล้ว เยว่จินจึงหันกลับไปพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ซุกไว้ใต้หมอนออกมาดู ผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเืนั่นทำเอาน้ำตาของหญิงสาวไหลออกมา ได้แต่รำพึงรำพันอยู่ลำพัง ‘ข้าจะต้องเป็ฮองเฮาให้ได้’
เทียมแข
✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾✾
▷สำหรับ เื่ ❛ จับหัวใจยัยเพี้ยน...มาเป็จอมนาง❜
❀ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับหัวใจ คอมเม้นท์และการกดติดตามนะคะ❀
หวังว่าจะชอบเื่นี้ไม่มากก็น้อยนะคะ ผิดพลาดประการก็ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ
อย่าพลาดตอนต่อไปนะคะ ^__^
หรือ เข้าไปหาอ่าน E-book ได้แล้วที่ >> https://dekd.co/w/e/501
