งานเลี้ยงน้ำชาในหมู่สังคมสตรีชั้นสูง กลายเป็ธรรมเนียมปฏิบัติที่แต่ละจวนล้วนต้องจัดขึ้นอย่างน้อยสองเดือนครั้ง จุดประสงค์หลักนอกจากการเป็การพบปะสังสรรค์กันแล้ว ยังเพื่ออวดให้ผู้คนภายนอกได้เชยชม ว่าจวนของตนได้มีการปรับเปลี่ยนและตกแต่งด้วยของมีค่ามากแค่ไหน
จวนตระกูลเมิ่งเองก็หลีกหนีไม่พ้นธรรมเนียมปฏิบัตินี้เช่นกัน
เมื่อวันครบรอบเวียนวนมาถึง แม้ภายนอกจะมีเม็ดฝนโปรยปราย แต่ภายในห้องโถงรับรอง ยังเต็มไปด้วยเหล่าฮูหยินกับคุณหนูตระกูลใหญ่ มานั่งรวมตัวพบปะสังสรรค์ ส่งเสียงหัวเราะชอบใจ แม้เื่ที่พวกนางกำลังสนทนากัน ไม่ได้สนุกมากนักก็ตาม
"ทั้งที่พวกเราเพิ่งได้พบกันเมื่อสัปดาห์ก่อน เหตุใดเมิ่งฮูหยินถึงดูงดงามขึ้นอีกแล้วเล่า"
"เจียงฮูหยินชมกันเกินไปแล้วเ้าค่ะ" ลี่หลินคลี่รอยยิ้มรับด้วยท่าทีเขินอาย แม้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดเอ่ยชมนางจากใจจริง
หากไม่ติดว่าต้องทำหน้าที่แทนฮูหยินผู้เฒ่า นางก็คงไม่ต้องมาทนนั่งตีสีหน้าเข้าสังคมจอมปลอมอยู่เช่นนี้
"ไม่เกินจริงเลย ว่าแต่วันนี้แม่ทัพน้อยเมิ่งก็ไปอยู่ที่ค่ายทหารหรือ พวกเรามากันตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นเลย" ถึงแม้เจียงฮูหยินจะรังเกียจอีกฝ่าย ที่เป็แค่บุตรสาวอาลักษณ์ต้องโทษ แต่ก็ยังต้องแสร้งพูดจาดีด้วย
ไม่รู้ว่าสตรีนางนี้สะสมบุญมาั้แ่ปางใด เดิมทีควรจะต้องถูกโทษปะาไปพร้อมกับครอบครัว แต่ก่อนเกิดเื่แค่เพียงครึ่งเดือน นางกลับถูกคุณชายใหญ่เมิ่งที่สตรีในเมืองหลวงทุกคนต่างมองข้าม สู่ขอแต่งงานเข้าเป็คนสกุลเมิ่ง ทำให้รอดพ้นโทษตายไปได้อย่างฉิวเฉียด
ต่อมาคนที่นางแต่งด้วยอย่างคุณชายใหญ่เมิ่ง ที่เป็คนสุขภาพร่างกายไม่ดีมาั้แ่กำเนิด ทุกบ้านต่างตัดออกจากตัวเลือกคู่ครองให้บุตรสาว เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะมีอายุยืนยาว และสามารถทำให้ภรรยามีทายาทสืบสกุลได้หรือไม่
ทว่าจางลี่หลินกลับสามารถตั้งครรถ์ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังคลอดบุตรชายที่เป็ทายาทเพียงคนเดียวของสกุลเมิ่งในตอนนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์
ถึงแม้ในภายหลังคุณชายใหญ่เมิ่งจะอายุสั้นตามที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ผู้นำตระกูลเมิ่งมีการสับเปลี่ยน ทว่าบทบาทสำคัญในจวนเมิ่งของจางลี่หลินที่ควรลดทอนลง กลับมิได้เป็อย่างที่ทุกคนคิด
หลังน้องชายอย่างแม่ทัพน้อยเมิ่งกลับมาจากกรำศึก ตั้งตนขึ้นเป็ผู้นำตระกูลเมิ่งเต็มตัว เขาก็ยังคงให้จางลี่หลินที่เป็พี่สะใภ้ดูแลทุกอย่างภายในจวนเหมือนเดิม แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งก็ยังเห็นดีเห็นงามด้วย
สุดท้ายพวกนางจึงต้องมาคอยประจบเอาใจจางลี่หลิน เพื่อใช้เป็สะพานในการสานสัมพันธ์ ให้บุตรสาวกับแม่ทัพน้อยเมิ่งในอนาคตอยู่ในตอนนี้
"ไม่ทราบเลยเ้าค่ะ นายท่านมิได้บอกไว้ ข้าเห็นมิใช่เื่ของตน ก็เลยมิได้คิดถามเช่นกัน"
เหล่าฮูหยินกับเด็กสาวที่นั่งรอคำตอบ ต่างนิ่งเงียบไปพร้อมกัน สีหน้าเริ่มตึงขึ้นในทันที
คำตอบของเมิ่งฮูหยิน มิใช่บอกว่าพวกนางกำลังยุ่งเื่ของผู้อื่นอยู่หรอกหรือ
ลี่หลินยังคงคลี่รอยยิ้มอย่างเป็มิตร แสร้งมองไม่เห็นสีหน้าไม่พอใจของทุกคน เพราะคำตอบของนางล้วนเป็ความจริง
นางรับรู้แค่เพียงสิ่งที่เขาบอก นอกจากนั้นก็ไม่คิดอยากถามหรือสงสัยว่าเขาจะทำอันใด อยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใคร
หญิงสาวพยักหน้าให้คนสนิท ไม่นานบรรดาสาวใช้ก็ยกน้ำชากับของหวานที่เตรียมมาจัดวาง พร้อมกับดอกไม้ที่ผลิดอกบานแม้แสงแดดจะมีน้อยใน่ฤดูนี้ มาให้แขกทุกคนได้เชยชม เพื่อจะได้รู้สึกดีขึ้นจากคำพูดของนาง
ทางด้านเจียงฮูหยินกับบุตรสาว ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจในคำตอบ แต่ก็ทำอันใดไม่ได้ เมื่อพวกนางยัง้าผลประโยชน์จากอีกฝ่ายอยู่
ตอนนี้แม่ทัพน้อยเมิ่งเป็บุรุษที่สตรีทุกนางในเมืองอยากเข้าหา เพราะนอกจากเขาจะมีรูปโฉมหล่อเหลา รูปลักษณ์สง่างามน่าเกรงขาม เป็แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล แล้ว เขายังเป็ผู้นำตระกูลเมิ่งที่ร่ำรวยในปัจจุบัน
หากบุตรสาวนางได้เป็ผู้แม่ทัพน้อยเมิ่ง นอกจากจะได้เป็ฮูหยินแม่ทัพแล้ว ก็ยังมีทรัพย์สมบัติตระกูลเมิ่งไว้ใช้ไม่ขาดมืออีกด้วย
เจียงฮูหยินมองสำรวจจวนเมิ่งทุกครั้งที่มา เครื่องเื่ล้วนถูกผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอด แต่ละชิ้นล้วนทำจากวัสดุเนื้อดีมีราคาสูง
โดยเฉพาะอาภรณ์และเครื่องประดับบนกายเมิ่งฮูหยิน ทุกชิ้นล้วนเป็ของที่สั่งทำขึ้นพิเศษ จึงยิ่งตอกย้ำว่าสถานะทางการเงินของจวนเมิ่งไม่ขาดพร่อง ไม่ว่าอย่างไรตระกูลนางก็จะพลาดบุรุษผู้นี้ไปไม่ได้ ต้องรีบส่งเสริมบุตรสาวให้กับแม่ทัพน้อยเมิ่งในเร็ววัน
ทว่าเจียงฮูหยินยังไม่ทันส่งสัญญาณให้บุตรสาวไปตีสนิทกับเมิ่งฮูหยิน อยู่ ๆ อีกฝ่ายก็ขอตัวไปดูความเรียบร้อยในครัว ปล่อยให้แขกทั้งหมดนั่งมองหน้ากันด้วยความมึนงง
ลี่หลินไม่ได้เดินไปครัวอย่างที่ใช้ข้ออ้างให้การขอแยกตัวออกมา แต่เดินเข้าห้องด้านข้างที่อยู่ติดกับห้องโถงรับรองแทน เพราะถูกเรียกหาจากใครบางคนที่เพิ่งถูกเอ่ยถึงในวงสนทนา
หญิงสาวมองร่างสูงโปร่งที่ยืนรอนางอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ ทุกครั้งถ้าเขากลับมาก่อนเวลา และพบว่ามีผู้อื่นอยู่ในจวน หากไม่เข้าไปกล่าวคำทักทาย ก็ทำเพียงหลบหน้าเข้าเรือนไปเงียบ ๆ แต่นี่เขากลับเรียกนางมาเจอที่ห้องด้านข้างแทน
ทว่าลี่หลินยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ชายหนุ่มก็เดินเข้าจู่โจม ดันนางจนแผ่นหลังชิดกับกำแพงแข็ง ตามด้วยประกบริมฝีปากจุมพิตดูดดื่มดุจหิวโหยมานาน
สองมือที่พยายามปัดป่ายถูกจับรวมยกขึ้นเหนือศีรษะ ขาเรียวข้างหนึ่งถูกหน้าขาแกร่งดันยกขึ้น เพื่อให้ฝ่ามือใหญ่ถลกชายกระโปรงยาวขึ้นจนสามารถล้วงเข้าขอบกางเกงตัวใน
"อ๊ะ อืออ ไม่ อื้ออ"
แม้จะถูกฟันขาวกัดสู้ จื่อหานก็ไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากบางเป็อิสระ ฉวยจังหวะที่หญิงสาวคิดจะร้องประท้วง สอดลิ้นหยาบเข้าโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นเล็กภายใน จนมุมปากสวยเปียกชื้นไปด้วยน้ำใส
"ส่งเสียงดังอีกสิ ทุกคนในห้องข้าง ๆ จะได้ลุกมาดู ว่าเ้ามีความสุขมากแค่ไหน ยามเสพสมกับน้องสามี"
"ท่านจะทำอันใด"
"เมื่อคืนข้ายังกินไม่อิ่ม วันนี้จึงโหยยิ่งนัก" จื่อหานไม่ได้รู้สึกกลัวแววตาดุดันที่หญิงสาวใช้มองเขา กลับกันมันยิ่งทำให้เขา อยากแกล้งให้นางโกรธมากยิ่งขึ้น
"แต่ข้างนอกมีคน" ลี่หลินเข้าใจในความหมายของชายหนุ่ม ว่าเขา้าจะกินอะไร
แต่ตอนนี้ห้องด้านข้างเต็มไปด้วยเหล่าฮูหยินกับคุณหนูทั้งหลาย หากทำเื่เช่นนั้นตรงนี้ อย่างไรทุกคนก็ต้องได้ยินเสียงอย่างแน่นอน
"เ้าก็เงียบเสียงสักหน่อย เท่านี้ก็ไม่มีคนได้ยินเสียงแล้ว
"............"
