“ชู่ว! เงียบ!”
ลู่เต้ากำลังโต้เถียงกับอู่ไฮ่ ทันใดนั้นสีหน้าของอู่ไฮ่ก็เคร่งเครียดขึ้น เขาเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ
“มีเสียงประหลาด” อู่ไฮ่หลับตาลงเพื่อตามหาต้นตอของเสียง ผลปรากฏว่ามีเสียงขุดดังมาจากทางเดินที่ถล่มลงมา
ที่แท้ในขณะที่ลู่เต้าฝึกฝนดัชนีวานรอย่างหนัก ชายชุดดำที่อยู่ข้างนอกก็หาได้อยู่เฉยไม่ เขาขุดหินด้วยมือเปล่าเพื่อแย่งชิงมรดก เป็ตายร้ายดียังไงก็ต้องเจอตัว! โดยไม่รู้ตัวระยะทางของทางเดินที่ถูกขุดก็เหลือเพียงสิบกว่าหมี่เท่านั้น
เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะกลายเป็เต่าในไห หนีไปไหนไม่รอด
“แย่แล้ว ชายชุดดำคนนั้นยังไม่ละความพยายาม ใกล้จะขุดมาถึงที่นี่แล้ว!”
“อะไรนะ!” ลู่เต้าใแทบสิ้นสติ เขายังไม่ได้เรียนรู้เคล็ดลับของดัชนีวานรอย่างถ่องแท้ หากต้องประมือกับชายชุดดำ ก็มีเพียงความพ่ายแพ้เท่านั้นที่รออยู่
ทันใดนั้น ไป๋เสียก็เอ่ยข้างหู “ดูท่าต้องจำใจส่งเ้าลงสนามแล้ว”
เขาสั่งให้ลู่เต้าเล็งไปที่ทางเข้าของทางเดินที่ชายชุดดำกำลังจะบุกเข้ามา “ใช้ดัชนีวานรเล็งไปนั้น!”
“ฟังนะเ้าหนู ตอนนี้วิธีเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้ ก็คือดัชนีวานรที่เ้าเพิ่งเรียนรู้นี่แหละ” ไป๋เสียกล่าวอย่างใจเย็น “อีกฝ่ายคงคิดว่าพวกเราตายอยู่ในซากหิน จึงได้ขุดหินเข้ามาเพื่อแย่งชิงมรดก”
แววตาไป๋เสียเปล่งประกายอย่างดุร้าย “ใช้โอกาสที่มันไม่รู้สถานการณ์ในถ้ำ โจมตีมันอย่างกะทันหัน แม้แต่เ้าก็ยังทำให้มันเบี่ยงเบนทิศทางในทางเดินแคบๆ แบบนี้ได้ยาก”
ลู่เต้าตั้งท่าม้า เตรียมท่าทาง ใช้สมาธิรวบรวมพลังปราณไปที่ปลายนิ้ว
ระหว่างนิ้วทั้งสองค่อยๆ มีแสงสีทองส่องประกายออกมา ก่อตัวเป็ลูกแสงกลมๆขนาดเล็ก ไม่นานก็หยุดนิ่งเช่นเดียวกับครั้งก่อน ลู่เต้าใช้พลังทั้งหมดที่มีเพียงเพื่อรักษาลูกแสงกลมๆ เอาไว้
เสียงขุดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อู่ไฮ่จึงถ่ายทอดเคล็ดลับสุดท้ายให้แก่ลู่เต้า “ลู่เต้า! รีบคิดถึงหญิงสาวที่ทำให้เ้าหวั่นไหวสิ!”
‘หญิงสาวที่ทำให้หวั่นไหวหรือ’ ดวงตาลู่เต้าเบิกกว้าง ภาพความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัว
อ้อมกอดของกู่เสี่ยวอวี่ ร่างกายของหงฮวา การป้อนเหล้าของฉิวอวี้ ความทรงจำเหล่านี้ผุดขึ้นมาทีละภาพ
เคล็ดลับของอู่ไฮ่นับว่าน่าอัศจรรย์ ยิ่งลู่เต้าคิด ใบหน้าของเขาก็ยิ่งแดงก่ำ ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาจากท้องน้อย พลังปราณพลุ่งพล่านทันที
ทั่วร่างลู่เต้าเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า เกิดกระแสลมแรงพัดสิ่งของรอบตัวปลิวกระจัดกระจาย
เมื่อแสงสว่างจางหายไป ลูกแสงกลมๆขนาดเล็กที่บรรจุพลังอันเกรี้ยวกราดพร้อมประกายสายฟ้าก็ก่อตัวขึ้นระหว่างนิ้วมือได้สำเร็จ
ลู่เต้าที่เหงื่อท่วมตัวมองดูผลลัพธ์ด้วยรอยยิ้ม “น่าทึ่งยิ่งนัก… ตอนนี้ข้าควบคุมมันยากยิ่ง”
อู่ไฮ่ะโ “ไปเลย! ใช้โอกาสนี้โจมตีมันแบบไม่ทันตั้งตัว!”
เบื้องลึกดวงตาสีดำสนิทของลู่เต้ามีแสงสีทองส่องประกายออกมา เขารวบพลังทั้งหมดที่มีไปที่นิ้วทั้งสอง
ประกายอสนีสว่างวาบ เสียงเปรี๊ยะๆ ดังในอากาศ
“กระ… สุน… ดัชนี… วานร!” ลู่เต้าคำรามทีละคำ
เขาดีดนิ้วออกไปอย่างแรง ลูกแสงกลมๆ ที่ไม่เสถียรนัก เมื่อได้รับแรงกระแทกก็กลายเป็ลำแสงพุ่งออกไป!
ชายชุดดำที่อยู่หน้าปากถ้ำยังคงขุดหินโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องประกายออกมาจากรอยแยกของหิน อีกเสี้ยววินาทีต่อมา ลำแสงที่บรรจุพลังทำลายล้างก็พุ่งเข้าใส่
“อะไรกัน!” ชายชุดดำถูกแสงสว่างกลืนกินจนมิด
ลำแสงไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น มันพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทะลุผ่าก้อนเมฆ แล้วะเิออกกลางท้องนภายามราตรี ปลดปล่อยพลังหยางที่อัดแน่นอยู่ภายในออกมาทั้งหมด
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยควัน อู่ไฮ่ไอไม่หยุด เขาเป็ห่วงความปลอดภัยของลู่เต้า จึงะโเสียงดัง “เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
อู่ไฮ่เดินเข้าไปดู พบว่าลู่เต้าหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาใมาก “หรือว่าเขาจะทนแรงกระแทกไม่ไหวจนร่างแหลกสลายไปด้วยแล้ว”
เมื่อควันจางลง ทิวทัศน์ในถ้ำก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เผยให้เห็นลู่เต้าที่ฝังลึกอยู่ในผนังหิน
ที่แท้แรงกระแทกของดัชนีวานรนั้นรุนแรงเกินไป เขาจึงถูกแรงกระแทกจนร่างกายฝังเข้าไปในผนังหิน
“ลู่เต้า!” อู่ไฮ่รีบเข้าไปช่วยเขาออกมาจากผนังนั่น
ตอนนี้ลู่เต้าลืมตาเล็กน้อย ดวงตาไร้แวว ทั่วร่างเหมือนจะแตกเป็เสี่ยงๆ ดูทุลักทุเลยิ่งนัก โดยเฉพาะมือขวาที่ใช้ปล่อยดัชนีวานรนั้นยิ่งสาหัสกว่าส่วนอื่น ิัแตกออก เืไหลไม่หยุด กระดูกและเส้นเอ็นภายในแหลกละเอียดจนดูน่าสยดสยอง
ทันใดนั้นอู่ไฮ่ก็ได้ยินเสียงของไป๋เสีย “รีบป้อนลูกกวาดให้เขากิน!”
อู่ไฮ่ตบหัวโล้นๆ ของตน ก่อนจะนำลูกกวาดฟื้นฟูจากขวดน้ำเต้าออกมา เขาประคองลู่เต้าขึ้นแล้วป้อนให้เขากิน
ร่างกายลู่เต้าที่าเ็ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วด้วยพลังปราณอันอบอุ่น ดวงตากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลู่เต้าถามด้วยสีหน้าสับสน “เอ๊ะ… ข้าทำสำเร็จแล้วหรือ”
ทางออกที่ถูกปิดกั้นก็ถูกลำแสงเจาะเป็รูกลม หินรอบๆ ที่ละลายเพราะความร้อนสูงปล่อยแสงสีแดงเข้มออกมา
“สำเร็จอย่างงดงามเลยทีเดียวเชียว!” อู่ไฮ่พยุงลู่เต้าที่หมดเรี่ยวแรงออกมา ทั้งสองเดินโซซัดโ.เซออกจากรูที่ดัชนีวานรเจาะไว้
เมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านมา ชายชุดดำก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย อู่ไฮ่ที่ใจคอไม่สงบก็โล่งใจลง
“เ้าคนนั้นคงตายด้วยดัชนีวานรแล้ว”
อู่ไฮ่เพิ่งจะคิดเข้าข้างตัวเอง เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นทำลายความคิดของเขาอย่างไร้ความปรานี
“เ้าอู่ช่างเดินบนวิถีแห่งการต่อสู้ที่น่ารังเกียจนัก…” ชายชุดดำที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ชุดคลุมด้านซ้ายถูกไฟไหม้ และมีาแทั่วร่างปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสองคน
ชายชุดดำสร้างเกราะป้องกันขึ้นในเสี้ยววิสุดท้าย จึงรอดชีวิตมาได้ แม้จะเสียแขนซ้ายไปข้างหนึ่ง แต่แรงกระแทกอันมหาศาลของดัชนีวานรก็ยังทำให้เขากระเด็นไปถึงป่าไผ่
เขาเอ่ยเสียงเดือดดาล “เ้าไม่น่าจะใช้ดัชนีวานรได้… ทำไม… ”
ชายชุดดำมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้อง จนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ลู่เต้า เขาก็พลันเข้าใจทุกอย่าง แล้วเอ่ยเสียงสั่นเทา “หรือว่าเ้าถ่ายทอดมรดกให้แก่…”
“เรียนรู้ดัชนีวานรได้ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้หรือ” ชายชุดดำแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มที่ดูไม่มีอะไรพิเศษตรงหน้า จะมีความสามารถเช่นนี้!
“ไม่เป็ไร!” ดวงตาชายชุดดำเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาดึงแส้อัคคีบัวมรกตออกมาฟาดลงพื้น “ยังไงสุดท้ายก็ต้องตกเป็ของข้าอยู่ดี!”
ลู่เต้าร้องลั่นในใจว่าแย่แล้ว ผลข้างเคียงจากการใช้ดัชนีวานรเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะรับมือกับอีกฝ่าย
อู่ไฮ่เข้าไปขวางหน้าลู่เต้า “ข้าจะถ่วงเวลาให้เ้า! รีบไปซะ!”
“หึ! อย่าคิดว่าจะหนีไปได้!” ชายชุดดำสะบัดแส้อัคคีโจมตีทั้งสอง
แต่หารู้ไม่ว่าาแของเขาก็ไม่ได้เบากว่าลู่เต้าเลย การโจมตีครั้งนี้ทั้งเบาและอ่อนแรง ทั้งสองคนะโหลบไปคนละทางได้อย่างง่ายดาย แส้อัคคีบัวมรกตฟาดลงพื้นโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้
“พวกเราต่างก็าเ็สาหัสพอๆ กัน ไม่สู้เลิกประมือดีกว่า” อู่ไฮ่กล่าว
ชายชุดดำไม่ยอมปล่อยโอกาสอันหาได้ยากเช่นนี้ เขาตัดสินใจที่จะสังหารทั้งสองคนให้ได้ แม้จะาเ็อยู่ก็ตาม
“หุบปาก!” ชายชุดดำเงื้อแส้ขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงฟู่ดังขึ้น ต้นไผ่สีเขียวหลายต้นถูกแส้อัคคีบัวมรกตฟาดจนขาดสะบั้น
ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสว่างขึ้นจากป่าไผ่ มีคนถือคบไฟและหอกเงินะโอยู่ในป่า “นี่! สหาย! อยู่หรือเปล่า”
ลู่เต้าดีใจยิ่งคิดในใจ ‘เป็ตู้เจิ้งฉุน!’
ลู่เต้าเข้าป่าไปนานแล้วแต่ยังไม่กลับมา ตู้เจิ้งฉุนเป็ห่วงว่าเขาจะเป็อันตราย จึงถือคบไฟออกตามหาเขาในป่ายามดึก
“ข้าอยู่ที่นี่!!!” ลู่เต้าะโเสียงดัง
เมื่อได้ยินเสียงลู่เต้า ตู้เจิ้งฉุนก็เดินมาหาเขาด้วยความดีใจ “สหาย! ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
ชายชุดดำเห็นว่าอีกฝ่ายมีคนมาช่วย การต่อสู้แบบหนึ่งต่อสองยังยากลำบากอยู่แล้ว ยิ่งมีคนอีกคนที่ไม่ได้รับาเ็อะไรเลยมาเพิ่มอีก ก็ยิ่งทวีความสิ้นหวัง
เพื่อรักษาพลังเอาไว้ เขาจึงต้องเก็บแส้อัคคีบัวมรกตพลางกล่าวอย่างเจ็บใจ “ูเายังอยู่ น้ำยังไหล พวกเราคงได้พบกันใหม่!”
ชายชุดดำยันเท้าลงพื้น ถอยหลังอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาก็หายไปในความมืดพร้อมาแสาหัส
