แจกเงิน... พร้อมเซ้งร้านอาหาร?
“คุณหนู!”
“สวัสดีครับคุณหนู!”
“.........”
เมื่อมีนักเรียนคนหนึ่งเริ่มนำ แถวของนักเรียนคนอื่นๆ ก็รีบทักทายตามทันที
ภาพเด็กหนุ่มผมทองกว่ายี่สิบคนยืนะโทำความเคารพพร้อมกันนั้นดูสง่างามและน่าเกรงขามไม่น้อย
หลิวหยูถงอยากจะอธิบายเหลือเกินว่าเธอไม่ใช่ "คุณหนู" อะไรนั่นจริงๆ แต่บางเื่ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเข้ารกเข้าพง
ไม่อย่างนั้นพวกอวิ๋นเฉิงคงไม่ตามตื้อเธอขนาดนี้หรอก
“หม่าต๋า ่นี้เราขายของได้เงินเท่าไหร่แล้ว?” หลิวหยูถงเอ่ยถามขึ้นกะทันหัน
พอพูดถึงเื่เงิน หม่าต๋าก็ตาเป็ประกายทันที เขารีบไปหิ้วถุงดำใบหนึ่งออกมาจากรถ
“คุณหนูครับ เงินทั้งหมดอยู่นี่ครับ หลังจากหักค่ากินค่าอยู่ของพี่น้องเราไปบางส่วน ที่เหลืออยู่นี่ครบทุกหยวนครับ”
“รวมทั้งหมด 59,300 หยวนครับ เศษเล็กลูกน้อยผมไม่ได้นับรวม”
“คุณหนูเก็บไว้เถอะครับ!”
่ที่ผ่านมา แม้การตระเวนรับซื้อสัตว์น้ำและกุ้งเครย์ฟิชตามหมู่บ้านจะเหนื่อยยากลำบากเข็ญ แต่พอเห็นปึกเงินจำนวนมากขนาดนี้ ทุกคนก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ในปี 2007 ในอำเภอเล็กๆ แบบนี้ เงินเดือนของคนทั่วไปแค่ไม่กี่ร้อยหยวน ต่อให้เป็ในเมืองใหญ่อย่างิจู ก็อยู่ที่ประมาณแปดร้อยถึงหนึ่งพันหยวนเท่านั้น
แต่พวกหม่าต๋าใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียว กลับหาเงินได้เกือบหกหมื่นหยวน
แน่นอนว่านี่ยังไม่หักค่าแรงของพวกเขา
แต่อัตราการได้เงินที่รวดเร็วขนาดนี้ ทำให้พวกหม่าต๋าเริ่มรู้สึกว่า... นี่มันทำเงินไวกว่าการไปคุมสนามเล็กๆ เก็บค่าคุ้มครองตั้งเยอะ!
ความจริงแล้ว สมัยที่อยู่แก๊ง พวกเขาเป็เพียงลูกกระจ๊อกระดับล่างสุดที่คอยตามอวิ๋นเฉิง—นักสู้รุ่นใหม่—เฝ้าสถานบันเทิงในเครือแก๊งแค่ไม่กี่แห่ง
หลังจากหักส่งส่วนกลางแล้ว เงินที่เหลือถึงมือแต่ละเดือนก็แค่พอประทังชีวิต
นี่คือภาพสะท้อนความเป็จริงของลิ่วล้อระดับล่างในแก๊ง ดูภายนอกเท่ะเิ แต่คนที่มีเงินจริงๆ คือพวกระดับลูกพี่ข้างบนเท่านั้น
ไม่อย่างนั้นตอนที่พวกมาถึงอำเภออู้สุ่ยใหม่ๆ คงไม่ถังแตกจนต้องรวบรวมเงินกันได้แค่พันกว่าหยวนหรอก
แน่นอนว่าถ้าลูกพี่ใหญ่ไม่ตาย แก๊งไม่แตกแยก และพวกเขายังเดินเส้นทางเดิมต่อไป อนาคตก็อาจจะลืมตาอ้าปากได้ แต่ทั้งหมดนี้เปลี่ยนไปเพราะคนคนเดียว—อวิ๋นเฉิง
อวิ๋นเฉิงเข้าแก๊งอี้เหลียนได้ไม่นาน แต่เป็คนรุ่นใหม่ที่ลูกพี่ใหญ่เอ็นดูและมองเห็นแววที่สุด น่าเสียดายที่พอชื่อเสียงของเขาเริ่มขจรขจาย ลูกพี่ใหญ่ก็ดันจากไปเสียก่อน
อวิ๋นเฉิงเข้าแก๊งเพื่อทดแทนบุญคุณลูกพี่ เมื่อสิ้นท่านแล้ว ด้วยนิสัยรักพวกพ้องและยึดมั่นในคุณธรรม เขาจึงไม่ยอมก้มหัวให้พวกหัวหน้าสาขาคนอื่นๆ ที่กำลังแก่งแย่งอำนาจกัน
สุดท้ายเขาจึงพาพี่น้องที่ซื่อสัตย์มาที่อำเภออู้สุ่ย เพื่อตามหาคุณหนู
การตัดสินใจนี้ถือว่าชาญฉลาดมาก
เพราะหลังจากที่พวกเขาจากมาไม่นาน แก๊งก็เปิดฉากตะลุมบอนครั้งใหญ่จนะเืความมั่นคงของเมืองิจู และถูกทางการกวาดล้างอย่างหนัก
ถ้าตอนนั้นพวกเขายังอยู่ ป่านนี้คงได้ไปนอนเรียงแถวกันอยู่ในคุกแน่ๆ
หลิวหยูถงมองเงินในถุงด้วยความประหลาดใจและซาบซึ้ง
จะว่าไป พวกหม่าต๋าก็แค่กลุ่มนักเลง แต่่ที่ผ่านมาพวกเขากลับก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเพื่อหาเงิน และเมื่อได้เงินมาจำนวนมากขนาดนี้กลับไม่คิดยักยอก แต่กลับนำมามอบให้เธอทั้งหมด
ทั้งที่ตอนแรกเธอแค่ช่วยออกไอเดียหาอะไรให้พวกเขาทำแก้ว่างเท่านั้นเอง
เมื่อเห็นหลิวหยูถงยังไม่รับเงิน หม่าต๋าก็ยัดถุงเงินใส่มือเธอทันที
“คุณหนูครับ เงินพวกนี้ส่วนใหญ่มาจากปลาในบ่อของคุณตาคุณหนูทั้งนั้น แถมไอเดียก็เป็ของคุณหนู พวกผมก็แค่คนวิ่งรันงานครับ”
“นี่เป็ผลงานของคุณหนูแท้ๆ พวกผมถึงหาเงินได้เยอะขนาดนี้!”
“คุณหนูต้องรับไว้นะครับ”
หลิวหยูถงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ตกลง ในเมื่อพวกนายเชื่อใจฉันขนาดนี้ งั้นฉันจะเป็คนจัดสรรเงินก้อนนี้เอง”
พูดจบเธอก็เริ่มเรียกชื่อ “อวิ๋นเฉิง!”
เธอยื่นเงินหนึ่งพันหยวนให้อวิ๋นเฉิง
จากนั้นเรียกชื่อหม่าต๋า และให้หนึ่งพันหยวนเท่ากัน
รวมถึงพี่น้องคนอื่นๆ ทุกคนได้รับเงินคนละหนึ่งพันหยวนเท่ากันหมด
แจกเงินออกไปทั้งหมด 16,000 หยวน
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็บริษัท จึงยังไม่มีกฎเกณฑ์ซับซ้อน ทุกคนจึงได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกันชั่วคราว
“เงินที่เหลือฉันต้องเอาไปใช้ในงานใหญ่ต่อ เลยจะยังไม่แบ่งให้พวกนายนะ แต่ฉันสัญญาว่าในอนาคต พวกนายจะได้ส่วนแบ่งมากกว่านี้แน่นอน!” หลิวหยูถงกล่าว
“ยังไม่รีบขอบคุณคุณหนูอีก!” อวิ๋นเฉิงะโบอกลูกน้อง
“ขอบคุณครับคุณหนู!” พี่น้องทุกคนขานรับเสียงดัง
พวกเด็กอาชีวะที่ยืนอยู่มองดูหลิวหยูถงแจกเงินต่อหน้าต่อตาด้วยสายตาอิจฉาและโหยหา
พวกเขาตามหลิวฮ่าวมาตั้งนาน ไม่เคยได้เงินแม้แต่หยวนเดียว แถมบางครั้งยังต้องควักเงินตัวเองเลี้ยงหลิวฮ่าวเล่นเน็ต ซื้อบุหรี่ให้เสียอีก
แน่นอนว่าที่ตามกันมาตอนแรกก็แค่เพราะอยากเท่ แต่พอเห็นคุณหนูหลิวหยูถงแจกเงินให้ลูกน้องเห็นๆ แบบนี้ พวกเขาถึงเพิ่งเข้าใจว่า... นี่สิถึงเรียกว่าการเป็นักเลงของจริง!
มีทุกข์ร่วมต้าน มีสุขร่วมเสวย
ทว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาเซอร์ไพรส์จริงๆ คือประโยคต่อมา
“คนมาถึงที่ต้องมีส่วนแบ่ง หม่าต๋า... แจกให้พวกเขาคนละสองร้อยหยวน” หลิวหยูถงสั่ง
หม่าต๋าได้ยินดังนั้นนอกจากจะไม่ขัดข้องแล้ว เขายังรู้สึกว่าคุณหนูใจกว้างสุดๆ
ตามลูกพี่ใจถึงขนาดนี้ อนาคตจะไม่รุ่งได้ยังไง?
หลังจากแจกจ่ายไปแล้ว เงินยังเหลืออยู่อีก 37,800 หยวน
หม่าต๋าแจกเงินให้เด็กๆ เสร็จก็รีบสั่งทันที “ยังไม่รีบขอบคุณคุณหนูอีก!”
“ขอบคุณครับคุณหนู!”
“ขอบคุณครับคุณหนู!”
“.........”
ใบหน้าของพวกเด็กอาชีวะเต็มไปด้วยความปิติยินดี
เงินสองร้อยหยวนสำหรับพวกเขานั้น มากกว่าค่าขนมทั้งเดือนของใครหลายคนเสียอีก
เพราะโรงเรียนอาชีวะที่พวกเขาเรียนอยู่รวมค่าอาหารสามมื้อไว้ในค่าเทอมแล้ว พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงให้ค่าขนมแค่เดือนละห้าสิบหรือร้อยหยวนเท่านั้น
เงินแค่นั้นจะไปเที่ยวเล่นวันหยุดก็ต้องใช้อย่างกระเบียดกระเสียร แต่ตอนนี้คุณหนูให้มาถึงสองร้อย กระเป๋าตังค์พวกเขาก็พองโตขึ้นมาทันที
บางคนเริ่มจินตนาการไปไกลแล้วว่า ตอนไปสิงสถิตอยู่ในร้านเน็ตคืนนี้ จะะโสั่งพนักงานอย่างโก้เก๋ว่า “ขอมาม่าถ้วยหนึ่ง! เพิ่มไข่ให้ด้วยสองฟอง!”
“เงินนี่ไม่ได้ให้ฟรีๆ นะ ต่อไปคุณหนูสั่งอะไรต้องทำตามนั้น เข้าใจไหม?” หม่าต๋าย้ำอีกรอบ
“เข้าใจครับ!” เด็กๆ รับคำอย่างพร้อมเพรียง
ตอนนี้พวกเขาอยากติดตามคุณหนูออกมาจากใจจริง
เจอกันครั้งแรก คุณหนูไม่เพียงไม่ถือสาที่พวกเขาเสียมารยาท แต่ยังแจกเงินให้อีก ความรู้สึกอยากพลีกายถวายชีพให้คุณหนูมันพุ่งพล่านขึ้นมาทันที
แถมดูพวกลูกพี่อย่างหม่าต๋าสิ ได้ส่วนแบ่งเยอะกว่าตั้งหลายเท่า
พวกเขาแอบคิดในใจว่า ถ้าติดตามคุณหนูอย่างใกล้ชิด อนาคตพวกเขาจะได้เงินถุงเงินถังแบบนั้นบ้างไหมนะ?
เด็กพวกนี้ไม่ใช่คนซื่อจนบื้อ พวกเขารู้ดีว่าค่าจ้างพนักงานร้านเน็ตในอำเภอก็แค่ไม่กี่ร้อยต่อเดือน แต่คุณหนูพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่คนขี้เหนียว แถมยังมีหัวโขน "คุณหนูแห่งแก๊งอี้เหลียน" การันตีขนาดนี้ ตามคนนี้ไม่มีอดตายแน่นอน!
หลังแจกเงินเสร็จ หลิวหยูถงให้หม่าต๋าจดเบอร์โทรศัพท์ของเด็กบางคนที่มีมือถือไว้ แล้วปล่อยให้พวกเขากลับไปก่อน
จากนั้น พวกเธอก็อัดกันขึ้นรถตู้มหาเทพคันเดิม ตรงไปยังตลาดรถมืออาชีพในท้องถิ่น ควักเงินอีกเจ็ดพันหยวนซื้อรถตู้มือสองมาเพิ่มอีกหนึ่งคัน
ตอนนี้เงินในมือเหลืออยู่กลมๆ ประมาณสามหมื่นหยวน
ก่อนจะกลับเข้าโรงเรียน…
หลิวหยูถงเลี้ยงข้าวพวกอวิ๋นเฉิงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตรงข้ามจัตุรัสชิงเหนียน ชื่อร้าน "จ้าวเจียเสี่ยวอวี๋กัวเทีย" (ปลาเล็กทอดกระทะร้อนตระกูลจ้าว)
พวกเขากินเสร็จเดินออกมาก็เป็เวลาสองทุ่มกว่าแล้ว
“คุณหนูครับ ร้านที่คุณหนูเลือกเนี่ย รสชาติเด็ดขาดจริงๆ ผมไม่เคยกินปลาทอดกระทะร้อนที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย”
“อืม... เมนูอื่นก็ถือว่ามาตรฐานนะ แต่เมนูซิกเนเจอร์นี่ของเขาดีจริง”
“คราวหน้ามาฝากท้องร้านนี้อีกนะพวกเรา”
“เห็นด้วย!”
“.........”
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อิ่มหมีพีมันต่างพากันวิจารณ์รสชาติอาหารอย่างสนุกปาก
แม้จะเป็เวลาสองทุ่มแล้ว แต่ในร้านก็ยังคนแน่นขนัด พิสูจน์ได้ว่าเมนูเด็ดของร้านนี้เป็ที่นิยมในพื้นที่มากแค่ไหน
“ถ้าพวกเรามีร้านที่ทำเงินได้ดีแบบนี้บ้างก็คงจะดีนะ กำไรงามแน่ๆ” หม่าต๋าบ่นพึมพำด้วยความอิจฉา
“งั้น... ถ้าฉันบอกว่าฉันจะเซ้งร้านนี้ล่ะ พวกนายว่ายังไง?” หลิวหยูถงเปรยขึ้นมาดื้อๆ
หม่าต๋าได้ยินก็ตาค้าง “คุณหนูครับ ล้อเล่นหรือเปล่า? ร้านเขาขายดีขนาดนี้ ใครจะยอมเซ้งให้เราล่ะครับ?”
เขาไม่รู้หรอกว่ายอดขายต่อวันเท่าไหร่ แต่น่าจะไม่ต่ำกว่าหมื่นหยวนแน่ๆ
เดิมทีเขาคิดว่าคุณหนูพามาทานข้าวที่นี่ นอกจากจะเลี้ยงฉลองแล้ว ก็คงอยากให้พวกเขาลองหาทางส่งวัตถุดิบให้ร้านนี้มากกว่า
เพราะตอนนี้พวกเขารับซื้อปลาและกุ้งจากหมู่บ้านมาเยอะ ถ้าร้านนี้คนเยอะขนาดนี้ ยอดสั่งซื้อต้องมหาศาลแน่
แต่ใครจะไปนึก... ว่าคุณหนูเล็งจะเอา "ทั้งร้าน" เลย!
เ้าของร้านเขาจะยอมเหรอ?
“ผมว่าเข้าท่า!” อวิ๋นเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย
ดูเหมือนเขาจะเดาอะไรบางอย่างออก
หม่าต๋ายิ่งมึนหนักเข้าไปใหญ่ “เดี๋ยวนะ... โลกนี้มีคนโง่ขนาดที่ยอมเซ้งร้านที่กิจการรุ่งเรืองขนาดนี้ด้วยเหรอครับ?”
แต่ไม่นานเขาก็เริ่มเข้าใจ "ความหมาย" ของคุณหนู…
พวกเราก็นักเลงนะ!
จะมีวิธีไหนบ้างนะ ที่จะทำให้เ้าของร้านยอมเซ้งให้เราด้วย 'ความเต็มใจ'?
