เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี (จบแล้ว)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     หลี่อันหรานขมวดคิ้วมุ่นเมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้ จะให้เป็๲แบบนี้ไม่ได้

        นางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างหนึ่งเคาะลงกับโต๊ะเบาๆ ความสามารถในการทำงานเพียงลำพังของนางมีขีดจำกัด เงินส่วนใหญ่ที่หามาได้ก็มักถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัวมากกว่า

        น้องชายน้องสาวโตขึ้นทุกวัน ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้นางจะหาเงินได้ก็เพียงพอแค่สำหรับประทังชีวิต หากจะทำความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเองให้เป็๲จริงยังอีกห่างไกลมาก

        นางถอนหายใจยาวๆ เมื่อคิดถึงตรงนี้ ไม่ได้การ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ นางจะพอใจแค่กับผลกำไรเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ไม่ได้ นางต้องมองให้ไกลกว่านี้ ต้องคิดในระยะยาว ต้องขยายให้ใหญ่ขึ้น

        แต่จะขยายให้ใหญ่ขึ้นอย่างไร?

        “บะหมี่มาแล้วขอรับ!” พนักงานยกบะหมี่มาวางตรงหน้า กระชากหลี่อันหรานให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ตอนนี้นางหิวจนไส้กิ่ว ขอกินแล้วกลับบ้านก่อนค่อยคิดเ๹ื่๪๫นี้ใหม่

        นางมัวแต่พึงพอใจกับผลกำไรเล็กน้อยที่ได้มาก่อนหน้านี้ จะจำกัดตัวเองไว้แค่เท่านี้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องมองให้ไกลกว่านี้ นางรู้สึกฮึกเหิมเมื่อครุ่นคิดถึงตรงนี้

        หลี่อันหรานเริ่มก้มหน้ากินบะหมี่ อีกเดี๋ยวยังต้องไปซื้อวัตถุดิบอย่างอื่นอีก นางกินไปด้วย คิดไปด้วย อย่างน้อยก็ต้องทำรายการสั่งซื้อรอบนี้ให้เรียบร้อยก่อนค่อยคิดเ๹ื่๪๫อื่น รายการสั่งซื้อรอบนี้เป็๞จำนวนเงินไม่น้อย ไว้ได้เงินมาแล้วค่อยว่ากัน

        ขณะที่นางกำลังก้มหน้ากินบะหมี่ อยู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายของสตรีนางหนึ่งดังมาจากโต๊ะด้านข้าง “นี่มันอะไรน่ะ รสชาติแย่ชะมัด ข้าไม่เคยกินของที่รสชาติแย่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต”

        ตามมาด้วยเสียงปลอบประโลมของบุรุษ “เมืองเล็กๆ แบบนี้หาของอร่อยยาก ในเมื่อเ๯้าหิวก็กินสักหน่อยเถิด”

        หลี่อันหรานหันไปมองเพราะถูกบทสนทนาของพวกเขาดึงดูดความสนใจ นางพบว่าทั้งสองคนต่างก็แต่งกายด้วยชุดบุรุษ ผิวพรรณละเอียดเกลี้ยงเกลา นางมองออกในทันทีว่าหนึ่งในนั้นเป็๲สตรีที่แต่งกายเป็๲บุรุษ เสื้อผ้าที่สวมทำจากผ้าแพรเนื้องาม บริเวณเอวมีป้ายหยกห้อยอยู่ 

        ส่วนบุรุษอีกคนถือกระบี่เล่มยาววางลงบนโต๊ะ หน้าตาค่อนข้างน่ามอง เขากำลังปลอบหญิงสาวที่กำลังโวยวายด้วยเสียงอ่อนโยน “เ๯้าใจเย็นๆ ก่อน ข้าจะไปถามดูว่าแถวนี้มีที่ที่ดีกว่านี้หรือไม่”

        หลี่อันหรานละสายตาแล้วก้มหน้ากินต่อ นางยอมรับว่าบะหมี่นี่ไม่ค่อยอร่อยจริงๆ นั่นแหละ แต่สำหรับนางแล้ว แค่มีอาหารให้อิ่มท้องก็ยากแล้ว จะกล้าเ๱ื่๵๹มากอีกได้อย่างไร

        ระหว่างที่กำลังกิน สองคนนั้นยังคงทำตัวปกติ เนื้อหาที่พวกเขาคุยกันบ่งบอกว่าพวกเขาไม่ใช่คนท้องที่ เหมือนว่าจะเป็๞คนมีเงินจากที่ใดสักแห่งที่เดินทางผ่านที่นี่พอดีจึงแวะพักผ่อน

        หลี่อันหรานไม่ได้สนใจมากนัก ทว่านางถูกหญิงสาวที่แต่งกายเป็๲บุรุษผู้นั้นดึงดูดความสนใจ รูปร่างของอีกฝ่ายได้สัดส่วน ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากแดงเรื่อเป็๲ธรรมชาติ แค่มองก็รู้ว่าต้องมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เกรงว่าคงเพิ่งเคยมาเยือนเมืองเล็กๆ แบบนี้เป็๲ครั้งแรก

        บุรุษคนนั้นสอบถามจากพนักงาน พนักงานบอกว่ามีภัตตาคารที่ไม่เลวอยู่หนึ่งแห่ง สามารถไปทานอาหารที่นั่นได้ ดูแล้วพนักงานคงมองออกเช่นกันว่าพวกเขามีชาติกำเนิดสูงส่ง

        หลี่อันหรานละสายตาหลังจากที่พวกเขาสองคนลุกจากไป เมื่อใดนางจึงจะแต่งกายด้วยชุดผ้าแพรแบบสตรีนางนั้นได้กันนะ เมื่อใดนางจึงจะมีอาหารโอชะรสเลิศให้กิน มีสาวใช้ปรนนิบัติรับใช้ มีคฤหาสน์หลังใหญ่ให้อยู่ มีแขกมาเยี่ยมเยียน มีเด็กรับใช้เฝ้าประตู…

        นางมีความสุขที่ได้จินตนาการถึงภาพฉากเหล่านี้ แต่นางเป็๞คนที่อยู่กับความเป็๞จริง ไม่ได้หลงไปกับภาพฝันกลางวันพวกนี้ หลังจากทานมื้อเที่ยงเรียบร้อย นางจึงเตรียมตัวไปซื้อวัตถุดิบที่เหลือต่ออย่างรีบร้อน

        น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดอย่างละสิบโถไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย วัตถุดิบที่ต้องเตรียมก็ค่อนข้างมาก

        นางเดินจับจ่ายซื้อของไปทั่วเมืองและแบกทุกอย่างไว้บนแผ่นหลังบอบบาง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนใกล้ถึงเวลากลับบ้าน ทว่านางก็ยังหาซื้อของได้ไม่ครบ จังหวะที่กำลังจะไปซื้อของอย่างสุดท้ายซึ่งเป็๞ของสำคัญที่สุดนี้เอง นางได้ค้นพบอย่างฉับพลันว่าตัวเองเหลือเงินไม่พอแล้ว

        นางตบหน้าผากพึมพำกับตัวเองเสียงเบา “แย่แล้ว วันนี้พกเงินมาไม่พอเพราะไม่รู้ว่าเถ้าแก่หวางจะสั่งเยอะขนาดนี้ ทำอย่างไรดี?”

        นางมองไปรอบๆ แต่ไม่เจอคนที่ตัวเองรู้จัก สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจออกมา ดูท่าว่าคงต้องมาซื้อใหม่พรุ่งนี้ ต้องเดินทางเพิ่มอีกรอบเพราะไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า

        หลี่อันหรานไม่มีทางเลือก นางคว้าห่อผ้าใบใหญ่บนพื้นขึ้นมาสะพายที่บ่า หากมองจากด้านหลัง ห่อผ้าใบนี้แทบจะบดบังร่างของนางจนมิด 

        นางค่อยๆ เดินออกจากเมือง แต่ในยามที่นางใกล้จะออกจากตัวเมืองอยู่แล้วนี่เอง อยู่ๆ นางก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ นางหยุดฝีเท้าเพื่อทรงตัวให้มั่นอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง

        ความรู้สึกวิงเวียนเมื่อครู่หายไปแล้ว นางสูดลมหายใจลึกๆ ให้กำลังใจตัวเอง ห้ามเป็๲อะไรตอนนี้เด็ดขาด! ต่อให้จะเป็๲ก็รอให้กลับบ้านก่อนค่อยเป็๲

        นางแบกห่อผ้าบนหลังเดินกลับบ้านต่อหลังจากคิดเช่นนี้

        แต่แล้วครั้งนี้นางกลับรู้สึกหน้ามืดอย่างฉับพลัน นางเอื้อมมือไปข้างหน้าหวังคว้าอะไรบางอย่างเพื่อทรงตัว แต่สุดท้ายก็ล้มหมดสติบนพื้นไปแล้ว

        เมื่อหลี่อันหรานลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในหัวนางยังคงรู้สึกวิงเวียนอยู่ นางต้องตั้งสติจึงจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางพลันนึกขึ้นได้ว่าก่อนที่ตัวเองจะหมดสติ นางกำลังเดินอยู่บนท้องถนนในตัวเมือง ทว่าเมื่อฟื้น นางกลับมาอยู่บนเตียงที่แสนไม่คุ้นเคย

        นางลุกขึ้นนั่งพรวด ปฏิกิริยาแรกที่ทำคือหาของของตัวเอง “ห่อผ้า ห่อผ้าของข้าล่ะ”

        จังหวะนี้เอง ประตูห้องถูกเปิดออก ชายหนุ่มอายุใกล้เคียงกับนางผู้หนึ่งเดินเข้ามา ชายหนุ่มคนนี้ดูคุ้นตาเล็กน้อย หลี่อันหรานผงะ แต่นางยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร ชายคนนี้ก็เดินเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนว่า “เ๯้าฟื้นแล้วหรือ ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?”

        นางกะพริบตาปริบ “ห่อผ้าของข้าล่ะ?” นั่นคือของที่สำคัญยิ่งยวด

        “ข้าให้เสี่ยวเอ้อร์ช่วยเก็บไว้ให้ วางใจเถิด ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไรหาย ตอนนี้เ๯้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” เขาเอ่ยถาม เสียงของชายคนนี้อ่อนโยนนุ่มนวลมาก

        ครั้นหลี่อันหรานได้ยินว่าของของตัวเองยังอยู่ก็ถอนหายใจโล่งอก หลังจากที่ฟื้นคืนสติ นางจึงค่อยนึกได้ว่าชายคนนี้คือชายที่นางเจอที่แผงขายบะหมี่

        นางพิจารณาเขาและมั่นใจว่าเป็๞คนคนเดียวกัน เสื้อผ้าที่สวมยังคงเป็๞ชุดเดิม ต่างแค่ตอนนี้ไม่ได้พกกระบี่เล่มนั้น นางลุกจากเตียงมาคารวะเขา “ท่านช่วยข้าไว้?”

        “ใช่ ข้าเดินทางผ่านและเห็นเ๽้าหมดสติอยู่กลางถนนพอดีจึงช่วยกลับมา ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?” เขาถามเสียงเบา

        “ตอนนี้ไม่เป็๞อะไรแล้ว ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ แต่ห่อผ้าใบนั้น…”

        “โอ้ เ๽้า๻้๵๹๠า๱ตอนนี้หรือ? ข้าจะไปบอกให้เสี่ยวเอ้อร์นำมาให้” ชายหนุ่มพูดแล้วเดินออกไปทันที

        “รบกวนคุณชายแล้ว!” หลี่อันหรานถอนหายใจเบาๆ หลังจากที่เขาออกไป ตอนนี้นางยังคงรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่ นางเดินไปนั่งที่เตียงและใช้มือแตะหน้าผาก มันร้อนเล็กน้อย หรือว่านางจะมีไข้?

         

         



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้