เจียงเฉิงไม่พูดสักคำั้แ่ต้นจนจบ ทว่าในใจเขากำลังครุ่นคิดเื่บางอย่าง ก่อนหน้านี้หลี่เยวี่ยซือเล่าเื่ที่หลี่อันหรานถูกขืนใจให้เขาฟัง เื่นี้ติดค้างอยู่ในใจเขามาโดยตลอด เขาอยากตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างแน่ชัด
ถึงแม้เขาจะตัดสินใจแล้วว่าจะถอนหมั้นกับหลี่อันหราน แต่เขาก็อยากช่วยนางตรวจสอบเื่นี้และทำให้ผู้กระทำผิดได้รับบทลงโทษที่สาสม
เจียงเฉิงลังเลเล็กน้อยเมื่อเห็นหลี่เยวี่ยซือจากไป เขาตัดสินใจไล่ตามแผ่นหลังนางและร้องเรียกไว้เมื่อพ้นออกนอกรั้ว
หลี่เยวี่ยซือพลันชะงัก นางนึกไม่ถึงว่าเจียงเฉิงจะตามออกมา มุมปากนางยกโค้ง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยดเมื่อหันมาหาเขา “ท่านพี่ฉาง มีธุระกับข้าหรือเ้าคะ?”
ตอนที่หลี่เยวี่ยซือหันมาหาเจียงเฉิง นางเห็นชัดเจนว่าหลี่อันหรานซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมีสีหน้าอึมครึม นี่ทำให้หลี่เยวี่ยซือรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
ถึงกระนั้น สีหน้าเจียงเฉิงกลับราบเรียบจนเรียกได้ว่าเ็า “ข้ามีเื่อยากสอบถามคุณหนูหลี่”
หลี่เยวี่ยซือเอื้อมมือไปหมายจะจับแขนเจียงเฉิง แต่ถูกเขาชักออกและถอยห่าง “หญิงชายมิควรถูกเนื้อต้องตัวกัน คุณหนูหลี่โปรดสำรวม!”
แม้เสียงของเขาจะเบามาก แต่นั่นก็เพียงพอให้หลี่เยวี่ยซืออับอาย นางรู้สึกว่าตัวเองเป็หญิงใจง่าย
แต่นางไม่อยากปล่อยเจียงเฉิงไปทั้งอย่างนี้ นางโบกมือพลางว่า “ข้าทราบ ข้าเห็นท่านเป็เหมือนพี่ชาย ท่านไม่ต้องกังวลว่าข้าจะคิดเป็อื่น คงจะยอมรับความสัมพันธ์ฉันพี่น้องได้ใช่หรือไม่เ้าคะ”
เจียงเฉิงมองหลี่เยวี่ยซือ แม้เขาจะเข้าใจเจตนาของนางแต่ก็ไม่อยากใกล้ชิดอยู่ดี เขาเอ่ยเพียงว่า “ข้ารั้งเรียกคุณหนูหลี่ไว้เพราะอยากถามว่ารู้ตัวคนร้ายที่กระทำเช่นนั้นกับหลี่อันหรานหรือไม่”
หลี่เยวี่ยซือนิ่งงัน รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบลง นางขมวดคิ้วมองเจียงเฉิงอย่างสับสน “ท่านเรียกข้าไว้เพื่อถามเื่ของหลี่อันหราน?”
นางรู้สึกโมโหขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นเจียงเฉิงพยักหน้า จากนั้นชำเลืองตามองไปทางหลี่อันหรานที่อยู่ในรั้วก่อนจะพบว่าหลี่อันหรานหันตัวเดินกลับเข้าบ้านไปแล้ว
หลี่เยวี่ยซือครุ่นคิดกับตัวเองแต่ก็ยังรู้สึกไม่ชอบใจอยู่ดี จึงเอ่ยถามเจียงเฉิง “เหตุใดท่านจึงสนใจเื่ของนางเพียงนี้? ท่านไม่เชื่อหรือว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็ความจริง? นางมิใช่หญิงบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว”
เจียงเฉิงผงะทันทีที่ได้ยิน “หลี่อันหรานเป็ผู้มีพระคุณของข้า ข้าเพียงแต่อยากตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างเพื่อตอบแทนบุญคุณนางก็เท่านั้น มิได้มีเจตนาอื่น หากคุณหนูหลี่ทราบว่าผู้ใดคือคนร้าย ข้าก็หวังว่าจะช่วยบอกให้ข้ารู้”
หลี่เยวี่ยซือพิจารณาเจียงเฉิง นางลอบกัดริมฝีปากเบาๆ ไตร่ตรองว่าเจียงเฉิงคิดอะไรกับหลี่อันหรานกันแน่?
หลี่อันหรานช่วยชีวิตเขาไว้ อีกทั้งพวกเขายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน มีคำกล่าวว่า ‘หอคอยใกล้น้ำ ได้พระจันทร์ก่อน [1] ’ หรือว่าหลี่อันหรานจะอาศัย่ที่ตัวเองไม่อยู่มาลงมือกับคุณชายฉางควนผู้หล่อเหลาไปแล้ว!?
หลี่เยวี่ยซือกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ มือทั้งสองข้างบีบแน่นกว่าเดิม “ข้าต้องรู้อยู่แล้วว่าเป็ฝีมือผู้ใด”
เจียงเฉิงมีสีหน้าตื่นใ เขารีบขยับเข้ามาถาม “หวังว่าคุณหนูหลี่จะช่วยไขกระจ่าง คนร้ายคือผู้ใดกันแน่?”
หลี่เยวี่ยซือเห็นชัดว่าภายในแววตาเจียงเฉิงมีประกายเกลียดชัง เหมือนเคียดแค้นผู้ที่ทำเช่นนี้กับหลี่อันหรานมาก ขณะเดียวกันก็มีความสงสารเจือปน มันเป็ความสงสารที่มีต่อหลี่อันหรานไม่ผิดเพี้ยนเป็แน่
ภาพนี้ทำให้หลี่เยวี่ยซือหึงหวงอย่างไร้เหตุผล “ข้าบอกท่านก็ได้ แต่ก่อนอื่น หวังว่าท่านพี่ฉางจะตอบข้าตามความจริงนะเ้าคะ”
เจียงเฉิงคิดแต่จะรีบหาตัวคนร้ายให้เจอและช่วยแก้แค้นให้หลี่อันหราน เขารีบตอบทันทีโดยไม่ได้คิดมากว่าหลี่เยวี่ยซือมีเจตนาแอบแฝงอย่างอื่น “เชิญคุณหนูหลี่ถามมาได้เลย ขอเพียงเป็เื่ที่ข้ารู้คำตอบ ข้ารับรองว่าจะตอบตามความจริง”
หลี่เยวี่ยซือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านคิดอย่างไรกับหลี่อันหรานกันแน่ อยากช่วยนางแก้แค้นเพราะ้าตอบแทนบุญคุณเท่านั้นหรือ? มิได้มีจุดประสงค์อื่นเลยหรือ?”
สิ้นเสียง เจียงเฉิงชะงักเล็กน้อย เมื่อครู่เขาบอกไปแล้วมิใช่หรือ ชายหนุ่มไม่้าให้หลี่เยวี่ยซือถามอีกจึงอธิบายสั้นๆ “เพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น”
หลี่เยวี่ยซือถอนหายใจอย่างโล่งอก มุมปากค่อยมีรอยยิ้มอีกครั้ง ดูท่าว่าเจียงเฉิงคงไม่ได้คิดอะไรกับหลี่อันหราน แต่ลองคิดดูอีกที มันก็ควรต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ บุรุษคนใดจะยอมรับให้คนที่ตัวเองชอบถูกผู้อื่นทำให้ด่างพร้อยได้กัน?
นางคงคิดมากไปเอง หลี่เยวี่ยซือหัวเราะเบาๆ รู้สึกว่าเมื่อครู่ตัวเองตื่นตระหนกเกินไป
อีกอย่าง ต่อให้เจียงเฉิงจะคิดอะไรกับหลี่อันหรานจริง ความรู้สึกนั่นก็คงหายไปนานแล้ว นางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจเมื่อตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ ดูท่าว่าวิธีของนางจะใช้ได้ถูกที่ “ในเมื่อเป็การตอบแทนบุญคุณ เช่นนั้นตอบแทนจบแล้วท่านวางแผนจะทำอย่างไรต่อ?”
ความจริงหลี่เยวี่ยซืออยากรู้ว่าเจียงเฉิงตอบแทนบุญคุณเสร็จสิ้นแล้วก็จะไปจากบ้านของหลี่อันหรานใช่หรือไม่? ถึงเวลานั้นเขาสามารถมาอยู่บ้านนางหรือไม่ก็ไปอยู่ที่อื่น หมายความนางมีโอกาสเจอเขาได้มากกว่าตอนที่มาทะเลาะกับหลี่อันหราน
“ข้าตั้งใจจะไปจากที่นี่หลังจากตอบแทนบุญคุณเสร็จ!” เจียงเฉิงตอบตามความจริง
หลี่เยวี่ยซือพลันย่นคิ้ว คำตอบนี้ทำให้นางแปลกใจเล็กน้อย “ท่านจะไปที่ใด?”
“ย่อมต้องกลับบ้าน”
หลี่เยวี่ยซือเพิ่งจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จริงด้วย เจียงเฉิงเพียงแค่ตกระกำลำบากมาอยู่ที่นี่เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น นางจึงรีบถามต่อ “ท่านพี่ฉาง ท่านตอบคำถามข้ามาอีกหนึ่งข้อ แต่ต้องตอบตามความจริงเท่านั้น ตอบเสร็จแล้วข้าจะบอกให้ว่าผู้ใดคือคนร้ายที่ข่มเหงหลี่อันหราน”
แม้เจียงเฉิงจะไม่มั่นใจนักว่าหลี่เยวี่ยซือรู้ตัวคนร้ายจริงหรือไม่ แต่ในเมื่อนางรู้ว่าเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น เช่นนั้นคำพูดของนางจึงถือเป็เบาะแสอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเบาะแสนี้จะถูกหรือผิด อย่างน้อยการตรวจสอบดูก็อาจได้อะไรบางอย่างก็เป็ได้ ดังนั้น เจียงเฉิงจึงพยักหน้าพลางว่า “เชิญคุณหนูหลี่ถามเถิด”
หลี่เยวี่ยซือคิดแล้วคิดอีก “ไม่ทราบว่าท่านพี่ฉางเป็คนที่ใด? มีภรรยาหรือไม่? มีพี่น้องหรือไม่?”
เจียงเฉิงงุนงงกับคำถามไม่น้อย แต่ภายในใจเขายังคงนิ่งสงบ เขากำลังไตร่ตรองว่าคำถามของหลี่เยวี่ยซือหมายถึงอะไร
เขาคือแม่ทัพใหญ่จากเมืองหลวง ดังนั้น เขาต้องเกิดในตระกูลชนชั้นสูงอยู่แล้ว
ปัจจุบันยังไม่มีภรรยา พ่อแม่ยังอยู่ครบ มีน้องชายน้องสาวอย่างละคน ทว่าพวกเขาไม่ใช่พี่น้องแม่เดียวกันกับตัวเอง แต่เป็ลูกอนุ ตำแหน่งในบ้านย่อมเทียบเขาไม่ได้
“เหตุใดคุณหนูหลี่จึงถามเื่พวกนี้?” เจียงเฉิงไม่ได้ตอบทันที เขาเลือกที่จะถามกลับแทน
หลี่เยวี่ยซือเผยยิ้ม “การได้รู้จักกับท่านพี่ฉางถือเป็โชคชะตา ข้าอยากทำความรู้จักให้มาก หากวันหน้ามีวาสนาได้พบกันอีก จะให้พวกเรากลายเป็คนแปลกหน้ากันหรือ? ถึงแม้พวกเราจะรู้จักกันไม่นานแต่ก็นับเป็สหาย”
เจียงเฉิงใคร่ครวญถึงคำพูดของหลี่เยวี่ยซือซ้ำไปมา สุดท้ายจึงตอบไปว่า “บ้านข้าอยู่ที่เมืองหลวง เป็ครอบครัวเล็กๆ ธรรมดา ตอนนี้ยังไม่มีภรรยา มีน้องชายน้องสาวอย่างละคน บิดามารดายังอยู่พร้อม”
เจียงเฉิงตอบตามความจริงเพราะอยากให้หลี่เยวี่ยซือบอกเื่ที่นางรู้ออกมาให้หมด เขาเลือกที่จะปิดบังแค่ฐานะแม่ทัพเท่านั้น
เชิงอรรถ
[1] หอคอยใกล้น้ำ ได้พระจันทร์ก่อน (近水楼台先得月) หมายถึง อยู่ใกล้กับสิ่งใดก็สามารถแย่งเอาผลประโยชน์ได้ก่อน คล้ายกับสำนวนว่า มือใครยาว สาวได้สาวเอา
