อสูรกลืนิญญาสามารถเชื่อมต่อกับจิติญญามนุษย์ มันสามารถสื่อสารกับมนุษย์ผ่านจิติญญาหรือกลืนกินจิติญญาของมนุษย์ได้โดยตรง!
นั่นคือความน่ากลัวของอสูรกลืนิญญา จอมยุทธ์มีร่างกายแข็งแกร่ง ทว่าไม่มีความสามารถในการต้านทานการโจมตีจากจิติญญา
แม้ว่าแมวเก้าหางตรงหน้าจะเป็แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า แต่กลับสามารถสังหารจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวได้!
หากจูชิงมีความกลัวย่อมไม่สามารถซ่อนความรู้สึกนั้นจากอสูรกลืนิญญาได้ ทว่ามันกลับััความรู้สึกนั้นจากจูชิงไม่ได้เลย ถึงจะมีตอนแรกที่เจอมัน แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น!
จูชิงเคยได้ยินชื่ออสูรกลืนิญญามาก่อน เขาตระหนักรู้ถึงความน่ากลัวของอสูรกลืนิญญาเป็อย่างดี ทว่าจิติญญาของเขามีศิลาผนึกิญญาพิชิต์อยู่ ถ้าอสูรกลืนิญญาอาจหาญกล้าลงมือกับเขา จูชิงจักทำให้มันตายอย่างทรมานชนิดที่ลืมไม่ลง
ทว่าจูชิงเห็นว่าอสูรกลืนิญญาไม่ได้มีจิตมุ่งร้ายกับมนุษย์ ถ้ามัน้าทำเช่นนั้นจริงๆ คนทั้งเมืองก็คงตายกันหมดแล้ว
“เ้าาเ็งั้นรึ” จูชิงมองแผลที่บริเวณท้องของอสูรกลืนิญญา แผลนั่นเหมือนถูกของมีคมบางอย่างแทง
อสูรกลืนิญญามองจูชิงอย่างระแวดระวัง “เ้าตามข้ามาทำไม?”
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่สงสัย!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
สาเหตุที่อสูรกลืนิญญาขโมยไก่กับเป็ดก็เพื่อรักษาาแ ซึ่งาแจะหายได้อย่างรวดเร็วก็ต่อเมื่อมันกินอิ่มเท่านั้น
“เ้าหนู ลองถามมันสิว่ามันมาจากที่ไหน” เฒ่าปีศาจพูด
“เ้าสงสัยว่าอสูรกลืนิญญาถูกเลี้ยงดูโดยใครบางคนงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“เ้าดูที่คอของมันสิ ถ้าข้าเดาไม่ผิดคงจะเป็ปลอกคอหรืออะไรพวกนั้น มันน่าจะเคยเป็สัตว์เลี้ยงมาก่อน” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงกลอกตา ถ้าอย่างนั้นเ้าของมันต้องเป็คนอย่างไรถึงเอาอสูรกลืนิญญามาเป็สัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ตอบคำถามของเขา เห็นได้ชัดว่าอสูรกลืนิญญากลัวจูชิง
จูชิงหยิบโอสถลมปราณออกมาเม็ดหนึ่ง แกว่งไปแกว่งมาหน้าอสูรกลืนิญญา กลิ่นหอมเย้ายวนของโอสถลมปราณโลหิตหอมหวนเกินทนดึงดูดความสนใจของอสูรกลืนิญญาในทันที
นานมาแล้วมันเคยกินโอสถลมปราณเป็อาหารว่าง ทว่าหลังจากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับตระกูลของเ้านาย มันจึงต้องลักขโมยไก่กินแทน แต่ถึงอย่างนั้นแผลก็ยังไม่หาย
ครั้นเห็นอสูรกลืนิญญาน้ำลายสอ จูชิงก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้ อสูรกลืนิญญาที่อยู่ตรงหน้าเขากับอสูรกลืนิญญาที่เฒ่าปีศาจพูดถึงช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จูชิงดีดโอสถลมปราณออกไปกลางอากาศ อสูรกลืนิญญาะโตามแล้วกลืนโอสถลมปราณลงไปในท้องพลางแลบลิ้นเลียปากคล้ายยังไม่หายอยาก
เพราะโอสถลมปราณ จูชิงจึงได้รู้เื่ราวบางอย่างจากอสูรกลืนิญญา
อสูรกลืนิญญาเคยอาศัยอยู่ในตระกูลขุนนางยุทธ์ ตระกูลขุนนางยุทธ์นี้ถือว่าเป็ตระกูลขุนนางอันดับต้นๆ มีขั้นสั่งสมตั้งมั่นรักษา อสูรกลืนิญญาเป็สัตว์เลี้ยงของลูกสาวผู้นำตระกูล มันใช้ชีวิตอย่างสุขสบายปราศจากความกังวล
แต่ทั้งหมดเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน ตระกูลขุนนางยุทธ์ถูกกวาดล้างในพริบตาเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างถูกผลาญเผามอดไหม้ภายใต้เปลวเพลิง
โชคดีที่อสูรกลืนิญญามีไหวพริบเฉียบแหลมหนีออกมาได้ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายทำร้ายจนาเ็เช่นกัน
เนื่องจากมันเป็แค่สัตว์เลี้ยง คนพวกนั้นจึงไม่ได้ไล่ตามสุดกำลัง อสูรกลืนิญญาก็เลยหลบหนีได้สำเร็จ
พอฟังถึงตรงนี้จูชิงก็ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ ถึงขั้นทำลายล้างตระกูลเลยงั้นรึ อีกฝ่ายมีความบาดหมางอันใดกับตระกูลขุนนางยุทธ์กันแน่ ถึงได้ลงมือโเี้สังหารทุกคนในตระกูลเช่นนั้น
“ได้ยินว่าผู้นำตระกูลได้ลูกแก้วสืบทอดมาจากจอมยุทธ์ยุคดึกดำบรรพ์!” อสูรกลืนิญญาแทะโอสถลมปราณที่ได้มาใหม่พลางพูดไปพลาง
“ลูกแก้วมรดกงั้นรึ มิน่าล่ะ!” จูชิงยิ้มเจื่อน อย่าว่าแต่ตระกูลขุนนางยุทธ์เลย ถึงเป็สำนักที่แข็งแกร่งก็อาจถูกล้างบางราบคาบเป็หน้ากลอง
ลูกแก้วมรดกที่ทิ้งไว้ในยุคดึกดำบรรพ์พิเศษแสนทวี ภายในนั้นมีความเข้าใจในการบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งชีวิตผนึกเอาไว้
ถึงขนาดที่ทำให้จอมยุทธ์ขั้นสั่งสมที่ตั้งมั่นรักษาดับสิ้นวาชีวา อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็สำนักที่ยิ่งใหญ่
“ตระกูลขุนนางยุทธ์ของเ้าอยู่ไกลจากที่นี่มากหรือไม่?” จูชิงถาม
“ไกลมาก ข้าหนีมาไกลมาก มากๆ!” อสูรกลืนิญญาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
เื่นี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่กลับมิได้แพร่งพรายในทวีปเฉียนหยวนด้วยซ้ำ ดูแล้วอีกฝ่ายน่าจะเตรียมการมาเป็อย่างดี!
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็คงไม่คาดคิดว่าลูกแมวตัวน้อยที่หนีออกมาจะเป็อสูรกลืนิญญาที่เล่าขานในตำนาน แต่ถึงรู้ก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของตระกูลขุนนางยุทธ์ได้!
“ไม่สิ บางทีอีกฝ่ายอาจจะ...” จูชิงมองแผลที่ท้องของอสูรกลืนิญญา ม่านตาพลันหดเล็ก
“นี่มันเครื่องหอมนำทาง...!” จูชิงตะลึงงัน มีกลิ่นเครื่องหอมนำทางติดอยู่ที่แผลบริเวณหน้าท้องของอสูรกลืนิญญา
เครื่องหอมนำทางเป็เครื่องหอมพิเศษที่สกัดจากน้ำผึ้งของผึ้งนำทาง เมื่อทามันลงไป ผึ้งนำทางจะตามกลิ่นหอมมา ไม่ว่าจะห่างกันกี่พันกี่หมื่นลี้ก็ไม่มีทางหนีพ้น
อีกทั้งหากไม่มีสมุนไพรเฉพาะทาง ไม่มีทางลบกลิ่นของเครื่องหอมนำทางนี้ได้ ถึงจะพยายามกลบด้วยกลิ่นอื่นก็ตาม
“พวกนั้นรอบคอบมาก ถึงขนาดทาเครื่องหอมนำทางลงบนศัสตราวุธ ถึงมีปลาซิวปลาสร้อยหนีรอดไปได้ พวกเขาก็สามารถตามกลิ่นแล้วลงมือสังหารคนผู้นั้นได้!” จูชิงหน้าอัปลักษณ์เล็กน้อย
เขาอยากตัดมือตัวเองทิ้งเสียบัดเดี๋ยวนี้ที่ดันมือไวโดนกลิ่นเครื่องหอมนำทางเข้าให้!
แค่คิดว่าต้องถูกขุมพลังอำนาจลึกลับล่าสังหาร จูชิงก็หน้าดำเมี่ยมเป็ก้นหม้อ อยู่ดีไม่ว่าดีดันหาเื่ใส่ตัวเสียได้
“เฒ่าปีศาจ มีวิธีกำจัดกลิ่นเครื่องหอมนำทางหรือไม่?” จูชิงอยากร่ำไห้
“ไม่มี กลิ่นของเครื่องหอมนำทางเป็กลิ่นเฉพาะ!” เฒ่าปีศาจส่ายศีรษะ
ถ้าจูชิงเดาไม่ผิด ขุมพลังอำนาจลึกลับน่าจะหาเขาเจอในอีกไม่ช้า ทั้งยังหนีไม่ได้ด้วย
ตระกูลขุนนางยุทธ์ที่มีจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมยังถูกทำลายไม่เป็ชิ้นดี จูชิงที่เป็แค่ขั้นสร้างลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า มองอย่างไรก็ไม่เห็นโอกาสชนะ
“เฒ่าปีศาจ เ้าคิดว่าขุมพลังอำนาจนั่นแข็งแกร่งแค่ไหน?” จูชิงถาม
เฒ่าปีศาจกลอกตา “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าไม่ใช่เทพเซียนเสียหน่อย”
“ข้าถูกเ้าฆ่ารู้หรือไม่!” จูชิงถลึงตาใส่อสูรกลืนิญญา
เหมือนดั่งคำพังเพยที่ว่า ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวตาย[1] ขนาดแมวมีเก้าชีวิตยังตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น แล้วนับประสาอะไรกับคน?
จูชิงพาอสูรกลืนิญญากลับไปที่ห้องพัก พอรุ่งสางเขาก็ให้ซุนต้าไห่รีบขับรถม้าออกไปจากเมือง ไม่มีใครรู้ว่าคนพวกนั้นจะหาเขาเจอเมื่อไหร่ ไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดน่าจะดีกว่าเพื่อไม่ให้ชาวเมืองประสบภัยพิบัติที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
ครึ่งเดือนผ่านไป การเดินทางราบรื่นดี ทว่าเพราะสงบเกินไปทำให้จูชิงรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่บ้าง
“ถ้ามีเื่อะไรเกิดขึ้นสักหน่อยก็คงดี!” จูชิงมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
บางทีพระเ้าคงทนคำขอของจูชิงไม่ไหว ทันใดนั้น แสงกระบี่สว่างวาบใต้ท้องรถม้า แทงทะลวงตรงเข้าใส่จูชิง!
เงียบสงบจนน่าเบื่อไม่ชอบ ตอนนี้คงได้สนุกสมใจอยากแล้ว!
ถ้าถูกแสงกระบี่นั้นแทง ถึงจูชิงไม่ตาย รูทวารก็คงะเิเป็จุล!
“พรึ่บ!” เปลวเพลิงสว่างวาบ เกราะเพลิงปีศาจสกัดแสงกระบี่!
“ฟึ่บ!” ร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน เหวี่ยงวาดฟาดฟันกระบี่ ม้าลากรถถูกบั่นตัวขาดครึ่ง พลานุภาพของแสงกระบี่มิได้หยุดเท่านั้นหมายมาดสังหารซุนต้าไห่
“หลบไป!” จูชิงสะบัดมือขวาผลักซุนต้าไห่ไปด้านข้างแล้วจับแสงกระบี่ ก่อนที่จะทำลายมันด้วยมือเปล่า!
จูชิงมองจอมยุทธ์สวมหน้ากากที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างเ็า “พวกเ้าจำผิดคนแล้ว ข้ามิใช่คนที่พวกเ้าตามหา!”
ทว่าอีกฝ่ายหาได้สนใจเขาไม่ หมุนควงแขนเหวี่ยงกระบี่ทันใด
จูชิงแสยะยิ้ม เขาประมือกับผู้พิทักษ์โลกหินโลหิต์เป็ร้อยกระบวนท่า กระบวนท่าที่ง่ายดายของจอมยุทธ์สวมหน้ากากนี่ยังไม่ถึงขั้น!
อย่างไรก็ตาม ขณะที่กระบี่กำลังจะแทงจูชิง ทันใดนั้นมือใหญ่คู่หนึ่งก็พุ่งออกมาจากดิน จับขาทั้งสองของเขาเอาไว้แน่น ทำให้จูชิงขยับไม่ได้!
มุมปากจูชิงกระตุก มีความสามารถแค่นี้ยังกล้าฆ่าคนอีกงั้นรึ!
“แปะ!” จูชิงประสานมือหนีบรับกระบี่!
แม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมหน้ากาก แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าเขาทำหน้าใเพียงใดภายใต้หน้ากากนั่น
“ครืนนน!” จูชิงขับเคลื่อนลมปราณ จากนั้นลมปราณหนาแน่นก็แทรกซึมลงไปในพื้นดิน
“อั่ก!” มีเสียงครางดังอู้อี้จากพื้นดิน เห็นได้ชัดว่าอีกคนหนึ่งได้รับาเ็สาหัส
ทั้งสองเป็จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณห้าชั้นฟ้า ถ้าพวกเขาร่วมมือกันสามารถสังหารจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณได้ง่ายดาย ทว่ากลับพ่ายแพ้ให้กับจูชิง
พวกเขาไม่มีโอกาสหนีด้วยซ้ำ พริบตาเดียวก็ถูกจูชิงบดขยี้หัวใจจนแหลก!
“ไม่มีสัญลักษณ์ระบุตัวตน!” จูชิงค้นศพจอมยุทธ์ทั้งสอง ทว่ากลับไม่พบสิ่งของที่ระบุตัวตนของพวกเขาได้เลย
“แย่ล่ะสิ!” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี จู่ๆ ร่างกายของจอมยุทธ์ทั้งสองก็เริ่มเน่าเปื่อย ควันสีม่วงเข้มทะลักทลายออกมาจากร่างกายของพวกเขา!
มันคือควันพิษ แค่จูชิงสูดเข้าไปเล็กน้อยร่างกายก็อ่อนปวกเปียก ไม่มีเรี่ยวแรง เริ่มวิงเวียนศีรษะ
“โครม!” เพียงสองลมหายใจจูชิงก็ล้มลงกับพื้น
จอมยุทธ์อีกคนหนึ่งประจักษ์กายจากพื้นดิน สวมหน้ากากเช่นเดียวกับคนก่อนหน้านี้ ใช้กระบี่แทงหน้าอกของจูชิง!
“เคร้ง!” ศัสตราวุธิญญาขั้นบุษราแตกหัก!
เห็นได้ชัดว่าจอมยุทธ์สวมหน้ากากไม่ได้คิดว่าผลจะออกมาเป็เช่นนี้ ระหว่างที่เขากำลังใอยู่นั้น จูชิงที่ล้มลงกับพื้นก็หายไปแล้ว
“อย่าขยับถ้ายังไม่อยากตาย!” ทันใดนั้นจูชิงก็ปรากฏตัวด้านหลัง มือขวาบีบกะโหลกจอมยุทธ์ผู้นั้นเอาไว้แน่น!
[1] หมายถึง เดือดร้อนเพราะความอยากรู้เื่ของคนอื่น
