ต่อบทกันได้เนียนเลยนะ
ในชาติก่อน จ้าวซูบูลลี่หลิวหยูถงและอวี๋ซินนับครั้งไม่ถ้วน ถึงขั้นกดดันให้อวี๋ซินะโน้ำฆ่าตัวตาย แต่หล่อนกลับไม่เคยได้รับบทลงโทษใดๆ แถมยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทอง
ครอบครัวของหล่อนเองก็มีส่วนผิดที่ปัดความรับผิดชอบด้วยการโยนเงินชดเชยแค่ไม่กี่หมื่นหยวนเพื่อปิดปากเื่ทั้งหมด
ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตรงข้ามจัตุรัสชิงเหนียนนั่นแหละคือ "ไม้ตาย" และความมั่นใจของจ้าวซู หล่อนรู้ดีว่าต่อให้สอบตกเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ที่บ้านก็มีฐานะพอจะเลี้ยงดูให้หล่อนเสวยสุขได้ตลอดชีวิต
ร้านนั้นทำรายได้ปีละหลายล้านหยวน ถ้าพูดภาษาคนยุคปัจจุบัน มันคือ "ร้านดังระดับแมส" ของแท้
ในเมื่อเป็แบบนี้... หลิวหยูถงจึงตัดสินใจทำลายที่พึ่งสุดท้ายของหล่อนให้สิ้นซาก
ผ่านไปไม่นานนัก
จ้าวซูและพวกที่หลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้าน ก็ถูกหม่าต๋าและจ้าวเทียนอีนำกำลังเ้าหน้าที่ตำรวจบุกไปลากคอออกมาถึงที่
นี่ถือเป็คดีแรกที่จ้าวเทียนอีรับทำอย่างเป็ทางการ เขาจึงทุ่มเทสุดตัว
เขาตบอกรับประกันกับหลิวหยูถงเลยว่า ถ้าไม่ติดคุกสัก 3-5 ปี ก็อย่าหวังจะได้เห็นแสงตะวันภายนอกเลย
จ้าวซูนึกว่าเื่ที่หล่อนผลักอวี๋ซินตกน้ำความแตกแล้ว ยัยเด็กนักเลงหัวไม้คนนี้พอคิดว่าตัวเองต้องเข้าซังเต สภาพจิตใจก็พังทลายทันที
ตอนที่โดนเ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นรถตำรวจ หล่อนร้องไห้โฮะโลั่น
“พ่อ ช่วยหนูด้วย!”
“พ่อ ต้องช่วยหนูนะ! หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ!”
“.........”
พ่อของจ้าวซูมองดูลูกสาวเพียงคนเดียวถูกคุมตัวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตาด้วยความปวดใจราวกับถูกมีดกรีด แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย
หลังจากเ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว…
จ้าวเทียนอีก็หยิบ "สัญญาโอนกิจการและกรรมสิทธิ์ร้านอาหาร" ออกมายื่นตรงหน้าพ่อของจ้าวซู
“ขอแค่คุณเซ็นชื่อในนี้ ผมสามารถทำให้ผู้เสียหายยอมเซ็นหนังสือยินยอมระงับข้อพิพาทให้ได้ ลูกสาวคุณยังมีโอกาสได้ออกมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ”
พ่อของจ้าวซูยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าลูกสาวไปก่อคดีร้ายแรงอะไรมา
จ้าวเทียนอีไม่รอช้า เปิดคลิปวิดีโอหลักฐานให้ดูทันที
ในภาพคือวีรกรรมของจ้าวซูที่กำลังบูลลี่คนอื่นและกรรโชกทรัพย์ แม้จำนวนเงินในคลิปจะดูไม่เยอะ แค่ประมาณสองร้อยหยวน
“แค่เอาเงินเพื่อนไปแค่นี้ ถึงกับต้องให้ลูกสาวผมติดคุกเลยเหรอ?!”
“ผมจะหาทนาย!!!”
แน่นอนว่าพ่อของจ้าวซูไม่ยอมเซ็นสัญญาโอนร้านง่ายๆ แค่เงินสองร้อยหยวน อย่างมากก็โดนขังไม่กี่วัน เขายังคิดจะใช้เงินประกันตัวลูกสาวออกมาสอบก่อน แล้วค่อยจ้างทนายเก่งๆ มาเคลียร์ทีหลัง
ส่วนเื่จะให้ยกรากฐานที่ทำเงินปีละเป็ล้านให้คนอื่นน่ะเหรอ... ฝันไปเถอะ เขาไม่ใช่คนโง่นะ
จ้าวเทียนอีเหยียดยิ้มเย็น “ดูท่าคุณจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาซะแล้ว”
พูดจบเขาก็เปิดคลิปวิดีโออีกตัว คราวนี้ยอดเงินที่ถูกปล้นในคลิปพุ่งสูงขึ้นมาก ดูแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหยวน
“คลิปแบบนี้ในมือผมยังมีอีกเพียบ ถ้าคุณอยากดู ผมเปิดให้ดูได้ทั้งวันจนกว่าจะพอใจเลยนะ”
“ตามกฎหมายของประเทศเรา นี่ถือเป็การชิงทรัพย์โดยมีมูลค่าทรัพย์สินมหาศาล... ตามมาตรา...”
จ้าวเทียนอีงัดทักษะทนายสายอาญาออกมาใช้อย่างเต็มที่ ร่ายมาตรากฎหมายออกมาเป็ชุดๆ อย่างลื่นไหล
ใบหน้าของพ่อจ้าวซูค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีซีดเผือดและสิ้นหวัง
“แค่ผมเซ็นชื่อ... ผู้เสียหายจะยอมเซ็นใบยอมความจริงๆ ใช่ไหม?”
จ้าวเทียนอีพยักหน้า “ผมรับประกันด้วยชื่อเสียง คุณจะอัดวิดีโอไว้เป็หลักฐานตอนผมพูดก็ได้ ขอแค่คุณเซ็นชื่อ ผมรับรองว่าผู้เสียหายจะเซ็นใบยอมความให้แน่นอน”
เขาใช้กลยุทธ์ "ตบหัวแล้วลูบหลัง" ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะแสร้งทำเป็หวังดีและเกลี้ยกล่อมต่อ
“พี่ชาย... คดีลูกสาวพี่น่ะ จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็กนะ เพราะนอกจากวิดีโอตัวแรกแล้ว ตัวอื่นๆ ผมยังไม่ได้ส่งให้ตำรวจเลย ขอแค่มีใบยอมความจากผู้เสียหาย ประกอบกับยอดเงินที่ไม่เยอะ ลูกสาวพี่อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ได้ออกมาแล้ว ไม่เสียการสอบแน่นอน”
“พี่ลองคิดดูนะ อนาคตลูกสาวกับร้านอาหาร อะไรสำคัญกว่ากัน? ร้านน่ะถ้าไม่มี แต่มีฝีมือก็เปิดใหม่ได้เสมอแหละจริงไหม?”
สุดท้าย ภายใต้ฝีปากระดับเทพของจ้าวเทียนอี พ่อของจ้าวซูก็ยอมเซ็นชื่อในสัญญาโอนกิจการ
โอนทั้งร้านและกรรมสิทธิ์ในอาคารพานิชย์ในราคาเพียง 280,000 หยวน
ต้องรู้ก่อนว่า ตัวตึกนั้นเป็ของครอบครัวเขาเอง ตอนซื้อมาก็ปาเข้าไปล้านกว่าหยวนแล้ว แต่ตอนนี้หลิวหยูถงกลับกวาดมาได้ทั้งหมดด้วยเงินไม่ถึงสามแสนหยวน
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ดำเนินการผ่านมือจ้าวเทียนอีอย่างประณีต ทุกรายการบัญชีดูสมเหตุสมผล เช่น หักเป็ค่าชดเชยค่าเสียหายทางจิตใจให้ผู้เสียหาย เป็ต้น สรุปคือ... หาช่องโหว่ไม่เจอเลยแม้แต่นิดเดียว
พ่อของจ้าวซูแม้จะเจ็บใจแต่ก็ยังพอทำใจยอมรับได้ เพราะถึงจะเสียตึกและร้านไป แต่เมื่อรวมกับเงินโอน 2.8 แสนนี้กับเงินเก็บที่มีอยู่ครอบครัวเขายังมีเงินเหลือเกือบสามล้านหยวน พอที่จะตั้งตัวใหม่ได้
ถ้าเขาไม่ตกลง ลูกสาวเขาคงหมดอนาคตจริงๆ เพราะทนายจ้าวคนนี้บอกว่าถ้าไม่เซ็น ลูกสาวเขาต้องติดคุกอย่างน้อย 3-5 ปี... นั่นมันนรกชัดๆ!
เช้าวันรุ่งขึ้น
พ่อของจ้าวซูไปรับลูกสาวที่สถานีตำรวจ
เมื่อเห็นสภาพลูกที่ดูซูบเซียวและอิดโรย ความโกรธแค้นที่มีก่อนหน้าก็มลายหายไปเหลือเพียงเสียงทอดถอนใจ
ทว่า... ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวเท้าพ้นประตูสถานีตำรวจนั่นเอง เสียงของเ้าหน้าที่ตำรวจจากด้านหลังก็ดังขึ้น
“ขออภัยครับ พวกคุณยังไปไม่ได้”
“จ้าวซู ตกเป็ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตอนนี้หมายจับอนุมัติแล้ว”
พูดจบ เ้าหน้าที่ก็สับกุญแจมือเข้าที่ข้อมือของจ้าวซูอีกครั้ง
พ่อของจ้าวซูเบิกตากว้าง อ้าปากค้างพลางอุทานออกมา
“พวกคุณ... ต่อบทกันได้เนียนจังเลยนะ!!!”
พูดไม่ทันขาดคำ ด้วยความโกรธจัดจนเืขึ้นหน้า เขาก็ตาพร่ามัว โลกหมุนเคว้ง และเป็ลมล้มพับไปทันที!
