คำพูดของนางทรงพลังมากพอ ไม่มีใครกล้าตั้งข้อกังขา ล่วงเกิน หรือขัดขืนนางเลยสักนิด ไม่มีใครกล้าคิดไม่ดีกับนางด้วยซ้ำ
ไม่มีใครสงสัยในคำพูดของหลงหลิงสักคน เพราะนางคือหลานสาวของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง เป็เหมือนองค์หญิงของที่นั่น แม้เย่ซีหรานจะมีพร์ที่ดีแค่ไหน เขาก็ยังเป็แค่ศิษย์ของตระกูลชั้นนอกเท่านั้น แล้วเขาจะกล้ามีปัญหากับมหาอำนาจอย่างสำนักหยุนเฟิงเพียงเพราะหลงเหยียนได้อย่างไร?
หลงหลิงปรากฏตัวในเวลานี้ ทำให้เย่ซีหรานตกตะลึงและหวั่นใจไม่น้อย คุณหนูหยุนโน่มีพลังที่ไม่ด้อยไปกว่าตน อีกทั้งนางยังปกป้องหลงเหยียนเสียขนาดนี้ แม้แต่เขาเองก็ยังไม่อาจลงมือกับหลงเหยียนได้ในทันทีเช่นกัน
หลงเหยียนซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก เขามองไปยังเสี่ยวหลิงครู่หนึ่ง ในตอนนั้นเอง เ้าสิงโตน้อยก็วิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนนี้เขาอยู่ในระดับมายาขั้นที่สามแล้ว หากะเิพลังทั้งหมดออกมาเมื่อใด พลังของเขาสามารถเลื่อนขึ้นไปถึงระดับมายาขั้นที่สี่หรือห้าได้เลยทีเดียว
ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งทั้งสองคนของหลงเหยียนทำให้เย่ซีหรานกับเย่ซีหนานรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที
ทว่าการกระทำของเย่ซีหรานในวันนี้ถือเป็การประกาศากับหลงเหยียนอย่างเต็มตัวแล้ว
“เย่ซีหราน เ้าคิดจะฆ่าข้าโดยไม่สืบหาความจริงหรือฟังคำอธิบายก่อน แค้นนี้ของเรา ข้าจะจำเอาไว้ วางใจเถิด เพราะข้าจะไปชำระแค้นกับเ้าบนเวทีประลองของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์เอง เมื่อถึงตอนนั้นเราจะได้เห็นดีกัน”
จากนั้นหลงเหยียนก็เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของเย่ซีหนานแล้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแค้นเคือง “เ้าโง่หรือไร? เ้าไม่คู่ควรให้ข้าลงมือด้วยซ้ำ ดูไม่ออกหรือว่าหานอวี่ไม่ได้ชอบเ้าเลยแม้แต่น้อย แบบนี้แล้ว ยังจะตามตื๊อไม่เลิกอีก นางแค่ดึงข้าเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะอยากให้เ้าโมโหจนหนีไปเท่านั้น แต่เ้ากลับคิดจะฆ่าข้าเลยเนี่ยนะ”
“แค้นวันนี้ ข้าจะจำเอาไว้อย่างขึ้นใจ อย่าให้ข้ามีโอกาสล่ะ เพราะถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อใด ข้าจะเอาชนะพวกเ้าโดยไม่ต้องให้ใครช่วยสักคน”
หลงเหยียนหรือจะไม่เข้าใจว่าเย่ซีหรานอยากฆ่าตนให้ตายๆ ไปตั้งนานแล้ว เป็เพราะเื่ของหลี่เมิ่งเหยานั่นเอง ส่วนเ้าบ้าคนนี้ก็อยากจะฆ่าตนเพราะเื่ของหานอวี่อีก ทั้งสองคนนี้ล้วนทำเพื่อสตรีทั้งนั้น ทว่าหลงเหยียนกลับไม่เคยชอบสตรีสองคนนั้นเลย คิดเช่นนั้นไปพลาง หลงเหยียนก็ส่ายหน้าและหัวเราะขมขื่นไปด้วย
‘ต้องโทษที่หล่อเกินไปสินะ’
อย่างไรเสียเย่ซีหรานก็เป็ถึงยอดอัจฉริยะที่ถูกยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุด ย่อมมีความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่แล้ว ต่อให้หลงหลิงจะแข็งแกร่งหรือมีฐานะสูงส่งแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมจบเื่นี้ลงง่ายๆ หรอก
“หลงเหยียน วันนี้ไม่ว่าเ้าจะพูดอะไร ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่”
ในเวลานั้นเอง หานอวี่เดินเข้ามาหาพวกเขา แล้วมองไปยังสองพี่น้องตระกูลเย่อย่างจริงจัง
“พี่หราน พี่หนาน ข้าขอร้องเถิด เลิกสู้กันเสียที ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็เพราะข้า เอาเถิด ในเมื่อเื่ดำเนินมาจนถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็จะพูดความจริง ข้าไม่เคยชอบน้องชายของพี่เลย จริงอยู่ที่ข้าชอบหลงเหยียน ทว่านั่นเป็เพราะข้ามองเห็นเงาของท่านพ่อในตัวหลงเหยียนเท่านั้น ท่านพ่อเป็คนที่ข้าเคารพและยกย่องมาั้แ่เด็ก เื่วันนี้ ไม่ใช่ความผิดของหลงเหยียน”
“เป็ข้าเองที่ยินยอมพร้อมใจเพียงฝ่ายเดียว วันนี้ ต่อให้ไม่มีหลงเหยียน ข้าก็ไม่ไปกับพวกท่าน ไม่มีทางยอมรับการสู่ขอของพี่หนานอยู่ดี”
เมื่อหานอวี่พูดจบ เย่ซีหนานก็กำหมัดแน่นพลางร้องะโขึ้น “อ๊าก! เพราะอะไรกัน เหตุใดถึงเพิ่งมาบอกข้าตอนนี้ เสี่ยวอวี่ ข้าไม่ดีพอหรือไร? เพื่อเ้า ข้ารอมานานแค่ไหน นี่เป็การแต่งงานที่ผู้หลักผู้ใหญ่เห็นดีด้วย ทั้งยังถูกต้องตามขนบธรรมเนียมทุกอย่าง เ้าคิดจะขัดขืนหรือ?”
หานอวี่ร่างกายสั่นเทา พลันน้ำตาไหลผ่านใบหน้า
“หากท่านคิดจะบังคับกัน ข้าก็คงต้องฆ่าตัวตาย!” พูดจบ หานอวี่ก็หยิบกริชเล่มหนึ่งออกมา กริชเล่มนั้นเปล่งประกายไปด้วยแสงแวววับ ดูก็รู้ว่าคมแค่ไหน
“ได้ ได้... เสี่ยวอวี่ อย่าเพิ่งวู่วาม ข้าไม่ทำอะไรหลงเหยียนก็ได้ อย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาด” พูดจบเย่ซีหนานก็มองไปยังหลงเหยียนด้วยสายตาแข็งกร้าว
“หลงเหยียน ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเ้ามีดีตรงไหน พี่เมิ่งเหยารักเ้า ผู้หญิงที่ข้าชอบก็รักเ้าเช่นกัน เ้าไม่ใช่คนผิด ถึงอย่างไรเ้าก็ไม่เคยปฏิเสธการกระทำที่เกินเลยของพวกนาง ช่างน่าชังเหลือเกิน หากาเ้าปฏิเสธออกมาั้แ่แรก พวกนางจะยังมีความคิดเลยเถิดกับเ้าอยู่อีกหรือ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ในบางครั้งข้าก็แอบอิจฉาเ้าเช่นกัน อินฉาจนอยากจะฆ่าเ้าให้ตายๆ ไปเสีย”
ลองคิดว่าเมื่อครู่ สองพี่น้องตระกูลเย่เกือบจะเอาชีวิตตน หลงเหยียนก็โมโหมากเช่นกัน
“พวกเ้าเกือบจะฆ่าข้าอยู่แล้ว อย่างไรเสียพวกเราก็ต้องประลองในการคัดเลือกของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็ไปสะสางความแค้นที่นั่นเถิด”
“ได้... ดีมาก... หวังว่าถึงตอนนั้น เ้าจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง” เย่ซีหรานมองหลงเหยียนเป็การทิ้งท้าย
“คุณหนูหยุนโน่ ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าสตรีที่มีฐานะสูงส่งอย่างท่าน มาอยู่กับคนบ้านนอกอย่างหลงเหยียนเพื่ออะไรกัน หรือว่าท่านไม่คิดจะรักษาเกียรติและฐานะของตัวเอง ไม่กลัวสำนักหยุนเฟิงต้องขายหน้าเลยหรือไร?”
พูดจบ เย่ซีหรานก็กำหมัดแน่นแล้วสบถเสียงเย็นเยือกออกมา จากนั้นก็ลากเย่ซีหนานกลับไปพร้อมกัน
หลงเหยียนกำหมัดแน่น “ดูเหมือนเ้านี่ไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาเลยสินะ ข้ามาจากหมู่บ้านเล็กๆ แล้วทำไม อย่างไรผู้หญิงที่เ้าชอบก็ยังชอบข้าอยู่ดี” การเยาะหยันที่ออกมาจากหัวใจและสัญชาตญาณของทั้งสองทำให้หลงเหยียนโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก
เขามองสองพี่น้องตระกูลเย่ที่เดินจากไปไกล พลันในใจก็อดหวาดเสียวไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะมีวิชาหวนปราณอยู่ละก็ หลงเหยียนคงได้รับาเ็สาหัสไปแล้ว
หากเสี่ยวหลิงไม่ปรากฏตัวขึ้น หลงเหยียนคงถูกเล่นงานจนล้มทรุดไปกองกับพื้นแล้ว
“่เวลาต่อจากนี้ ข้าต้องพยายามให้มากกว่าเดิม พยายามเลื่อนพลังให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น เมื่อถึงวันประลอง ข้าไม่มีโอกาสชนะแน่ เย่ซีหรานแข็งแกร่งสมคำร่ำลือจริงๆ แม้ตอนนี้ตัวข้าจะสู้เ้าไม่ได้ แต่นี่ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ในการคัดเลือกของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ ข้าต้องเอาชนะเ้าให้ได้ หากเป็ไปได้ วันนั้นจะเป็วันตายของเ้า สิ้นปีเป็เวลาแห่งความรื่นเริง ทว่าข้าจะทำให้สำนักซีเหมินต้องหลั่งน้ำตาเพราะการตายของเ้า คอยดูเถิด”
หลงเหยียนเืร้อนไปทั้งตัว เขาไม่อาจเก็บกลั้นอารมณ์ในตอนนี้ได้ด้วยซ้ำ รู้สึกโมโหจนแทบจะะเิออกมาอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง สองพี่น้องตระกูลเย่กลับไปที่โถงหลัก พบว่าตงจวินกับซีหมัวกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเช่นเดิม ทั้งสองกำลังพูดถึงเื่ราวใน่ที่ยังเป็วัยเยาว์อย่างออกรสออกชาติ ส่วนเว่ยเวยกำลังยืนอยู่ข้างๆ เพื่อคอยเติมชาให้คนทั้งสอง
“ฮ่าฮ่าฮ่า หากเราสองสำนักเชื่อมสัมพันธ์กันด้วยการวิวาห์ ต้องน่ายินดีมากแน่ ดูสิ พวกเขายังไม่กลับมาเลย ไม่แน่ อวี่เอ๋อร์อาจกำลังพาพวกเขาไปเที่ยวชมความงดงามของสำนักตงฟางก็ได้”
ซีหมัวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง “นั่นน่ะสิ หลายปีมานี้ สำนักตงฟางของเ้าพัฒนาเร็วไม่น้อย ทว่าสำนักซีเหมินของข้าไม่เลวเหมือนกัน เมื่อเกี่ยวดองกันแล้ว เราทั้งสองสำนักย่อมต้องติดต่อและไปมาหาสู่กันเป็ธรรมดา”
ทั้งสองพูดคุยกันไปต่างๆ นานา เว่ยเวยได้ยินดังนั้นก็ประกายรอยยิ้มออกมา “เย่ซีหรานเองก็จริงๆ เลย น้องชายกำลังจะแต่งงาน คนเป็พี่ชายกลับร้อนใจยิ่งกว่า ถึงขั้นตามกันไปแบบนั้น”
เมื่อพูดจนถึงตรงนี้ คนทั้งสามก็หัวเราะเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอารมณ์ดีไม่น้อย
เพียงไม่นาน สองพี่น้องตระกูลเย่ก็กลับมาด้วยท่าทางโมโห ทั้งสองมีใบหน้าบึ้งตึง ทันทีที่เข้ามาในโถงก็เลือกที่จะก้มหน้าลงต่ำโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้ายังบูดบึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ
ตงจวินมัวแต่หัวเราะจึงยังไม่ทันได้สังเกตเห็น เขาพูดระคนหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็กลับมาเสียที เป็อย่างไรบ้าง? ทิวทัศน์ของสำนักตงฟางเป็อย่างไร?”
--------------------
