“เรือหนักเกินไป! เ้าอยากตายกันหมดหรืออย่างไร!” ผู้ฝึกตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
อีกฝ่ายครุ่นคิดก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น ตอนนี้มีคนมากเกินไป เรืออาจจมน้ำลึก หากไม่ทำให้น้ำหนักเบาลง ทุกคนก็คงหนีไม่รอด
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ยังคงพายเรือต่อไปโดยไม่สนใจไยดี ราวกับไม่ได้ยินคำพูดนั้น ผู้ฝึกตนที่เห็นว่าอีกฝ่ายยินยอม ก็ไม่ลังเลที่จะผลักเพื่อนร่วมทางอีกคนลงไปในแม่น้ำ
เสียง “จ๋อม” ดังขึ้น คนที่ตกน้ำถูกกระแสน้ำวนดูดกลืนหายไปอย่างเร็วรวด
เมื่อเห็นจุดจบของคนที่ตกน้ำแล้ว หัวใจของคนทั้งสองก็สั่นสะท้าน มือที่พายเรือก็ยิ่งขยับเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะกลัวว่าตนเองจะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน
เมื่อน้ำหนักลดลงด้วยความพยายามของคนทั้งสอง ในที่สุดเรือลำน้อยก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างจากใจกลางน้ำวน แต่ก็ยังไม่อาจหลุดพ้น ได้แต่ดิ้นรนอยู่ริมน้ำวน
หรือว่ายังหนักเกินไป ดูเหมือนว่ายังต้องโยนลงไปอีกคน...
ผู้ฝึกตนเพิ่งจะคิดได้ดังนั้น ท้ายทอยก็ถูกอีกฝ่ายฟาดเข้าอย่างจัง ตาเหลือกหมดสติพาดอยู่ตรงขอบเรือ
อีกฝ่ายที่ลงมือก่อนกล่าวอย่างจนใจ “ถะ...ถัดไปก็เป็ข้าแล้วงั้นหรือ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เ้าสมหวังแน่!”
เขาถีบผู้ฝึกตนที่คิดจะทิ้งเพื่อนร่วมทางลงไปในแม่น้ำจนถูกกระแสน้ำวนกลืนหายไปอีกคน
แม้ว่าน้ำหนักจะลดลงอีกคน แต่ในขณะเดียวกัน คนพายเรือก็หายไปคนหนึ่งเช่นกัน การได้อย่างเสียอย่างเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เขามีข้อได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย
คนสุดท้ายพายเรืออย่างสุดกำลัง แต่ไม่นานก็หมดแรง เขาคุกเข่าลงบนเรืออย่างจนปัญญา ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี
ผู้คนที่อยู่บนฝั่งได้แต่มองดูเขาและเรือถูกกระแสน้ำวนดูดกลืนหายไปต่อหน้าต่อตา
หลังจากกลืนกินคนทั้งสี่ไปแล้ว แม่น้ำก็กลับมาสงบอีกครั้ง ไม่นานนัก ซากเรือที่แตกเป็ชิ้นๆ ก็ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำท่ามกลางเืสีแดงฉาน
“จบแล้วหรือ” ลู่เต้าถามอย่างตะลึงงัน
“ยัง...” ไป๋เสียกล่าวด้วยท่าทีตื่นตระหนก “รีบพาพวกนางไปหลบในถ้ำเร็วเข้า! เร็ว! ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันแล้ว”
สิ้นเสียง ร่างดำทะมึนก็พุ่งขึ้นจากก้นแม่น้ำสู่ท้องนภา ร่างกายอันหนักอึ้งกระแทกลงบนพื้น ส่งเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบไปทั่ว
อสุรกายหัวั ตัวคล้ายเจียว[1] หางเป็งูปรากฏกายต่อหน้าทุกคน ร่างกายมีหมอกสีดำปกคลุม มันกางกรงเล็บ อ้าปากกว้าง และส่งเสียงคำรามแหลมเล็กไปทางทุกคน
เสมือนว่าเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ทุกคนพากันวิ่งหนีไปทางถ้ำ หงฮวากุมข้อมือลู่เต้า “ไปเร็ว!”
นางดึงเขา แต่กลับพบว่าเขายืนหยัดราวกับขุนเขา เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นลู่เต้าส่ายหน้า “เ้าไปก่อนเถอะ ข้าจะถ่วงเวลาให้พวกเ้าเอง”
หงฮวามองอสุรกายด้วยความหวาดผวา แต่นางยังคงเชื่อมั่นในตัวลู่เต้า นางพยักหน้า “อืม! ข้าจะรอเ้ากลับมา!”
หงฮวาและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ พากันหลบหนีไปยังถ้ำ ริมแม่น้ำเหลือเพียงผู้ฝึกตนสามคนและลู่เต้าที่กำลังต่อสู้กับอสุรกาย ชายหนุ่มที่เคยชี้ทางให้เขาก่อนหน้านี้ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
ในตอนนี้ ลู่เต้าจึงมีโอกาสได้มองดูรูปร่างของอสุรกายอย่างชัดเจน ผิวสีดำขลับ ทั่วทั้งร่างเรียบเนียนไร้เกล็ด รูปร่างครึ่งัครึ่งเจียว มีหัวัแต่ไม่มีเขา มีสี่กรงเล็บ แต่มันกลับมีเพียงขาหน้าคู่เดียวเหมือนเจียว ส่วนครึ่งหลังขดเป็วงเหมือนงู
ลู่เต้าถามด้วยความตะลึงงัน “นะ...นี่คือัในตำนานหรือ”
“ไม่ ัสูญพันธุ์ไปนานแล้ว” ไป๋เสียวิเคราะห์จากรูปร่างของมัน “นี่คือ ‘พญาอสรพิษ’”
แท้จริงแล้วเมื่อครั้งกระโน้น เซียนกระบี่หญิงไม่เพียงแต่ตัดต้นไม้ัเท่านั้น แต่ยังผนึกเจียวทั้งหมดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีัเกิดขึ้นในทะเลสาบอีก
เจียวทั้งหมดในทะเลสาบไม่อาจบำเพ็ญเพียรเพื่อกลายเป็ัได้ และยังสูญเสียอิสรภาพอันมีค่าไปด้วย พวกมันถูกผนึกไว้จนกระทั่งร่างกายสลายไป ความแค้นก็ยังคงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
พญาอสรพิษถือกำเนิดขึ้นจากความแค้นนับพันปีที่มิอาจกลายเป็ัได้ และถูก่ชิงอิสรภาพไป รูปลักษณ์ภายนอกของมันอยู่กึ่งกลางระหว่างัและเจียว เป็สิ่งมีชีวิตโบราณ ถึงแม้จะมีรูปร่างคล้ายั แต่กลับไร้พลังของั ทั่วทั้งร่างมีสีดำขลับ ดวงตาสีแดงเืมีรูม่านตาเหมือนงู บนผิวสีดำเรียบเนียนยิ่งดูน่าขนลุก
ดวงตาทั้งสองกลอกไปมาอย่างรวดเร็วระหว่างผู้ฝึกตนทั้งสี่ มันเตรียมที่จะเลือกเหยื่อรายต่อไป
“ถ้าเ้านั่นอยู่ที่นี่ คงจะดีใจมากที่ได้จัดการมันสินะ” ไป๋เสียพึมพำเบาๆ ราวกับนึกถึงใครบางคน
เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าอสรพิษที่ดุร้าย ลู่เต้ารู้สึกได้ถึงความต่ำต้อยของตนเอง ราวกับว่าต้นัในทะเลสาบนั้นฟื้นคืนชีพขึ้นมา ความรู้สึกนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าการพบเจอกับหมีดำในหุบเขาลึกเสียอีก
ทุกคนล้อมรอบพญาอสรพิษ ไม่กล้าเคลื่อนไหว ทันใดนั้นผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็ยกดาบวงพระจันทร์ในมือขึ้นแล้วพุ่งเข้าโจมตีพร้ะโกนว่า “รับดาบข้าไปซะ!”
พลังิญญาในร่างไหลเวียน ดาบวงพระจันทร์เปล่งแสงสีขาว ผู้ฝึกตนจับดาบด้วยสองมือ แล้วฟันลงบนตัวเจียว
เคร้ง!
เมื่อทั้งสองสิ่งปะทะกัน กลับกลายเป็ประกายไฟ เสียงกระทบกันดังกังวานราวกับโลหะปะทะโลหะ การฟันของผู้ฝึกตนในครั้งนี้ไม่ได้ตัดพญาอสรพิษขาดเป็สองท่อนอย่างที่คิด แต่กลับถูกสะท้อนกลับมา
ท่าไม้ตายที่มั่นใจว่าจะได้ผลกลับไร้ประโยชน์ ผู้ฝึกตนผู้นั้นจึงนิ่งอึ้ง “อะไรกัน!?”
พญาอสรพิษใช้กรงเล็บอันแข็งแกร่งกดผู้ฝึกตนลงกับพื้นอย่างง่ายราวกับเหยี่ยวกดลูกไก่ลงกับพื้น
หัวัค่อยๆ เคลื่อนลงมาหา ลมหายใจของมันมีกลิ่นคาวเืคลุ้ง ผู้ฝึกตนยังไม่ทันร้องโหยหวน ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมของเจียวก็งับร่างกายท่อนบนของเขาเข้าไป ก่อนเงยหน้าชูคอกลืนร่างนั้นลงไป
ผู้ฝึกตนหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ลู่เต้าเห็นภาพอันน่าสยดสยองเช่นนี้ก็ใจนิญญากระเจิง “ขะ...ข้าสู้ไม่ไหว! ข้าขอถอนตัว! ข้าขอถอนตัว!”
ผู้ฝึกตนหญิงหันหลังโกยแน่บ หลังจากพญาอสรพิษกลืนร่างกายท่อนล่างของผู้ฝึกตนลงไปแล้ว ก็แลบลิ้นเลียเืที่เปื้อนอยู่ข้างปาก ดวงตากลอกไปมา และจับจ้องไปยังผู้ฝึกตนหญิงที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
พญาอสรพิษพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็งับผู้ฝึกตนหญิงเอาไว้ ตอนแรกนางยังกรีดร้องและดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่เมื่อพญาอสรพิษเคี้ยวเข้าไปหลายๆ ครั้ง เสียงกรีดร้องก็เงียบหายไป
เพียงแค่พริบตาเดียว จากสี่คนก็เหลือเพียงสอง และยังสร้างาแให้กับอสรพิษร้ายไม่ได้แม้แต่น้อย พวกเขาต้องสังเวยชีวิตไปอย่างไร้ค่า บัดนี้ริมฝั่งเหลือเพียงลู่เต้ากับชายหนุ่มที่เพิ่งชี้ทางให้เขา ชายหนุ่มถือหอกยาวราวสองจั้งที่ทำจากสัมฤทธิ์ ปลายหอกอันคมกริบเปล่งประกายแสงเย็นเยียบ ลำหอกสลักลวดลายนรกภูมิ เพียงแค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา
เหงื่อเม็ดโตเท่าเมล็ดถั่วเหลืองผุดขึ้นบนหน้าผากของชายหนุ่ม เขาเอ่ยอย่างตกตะลึง “ระดับนี้เกินกว่าที่ข้าจะล่าได้แล้ว”
หากการคาดเดาของเขาไม่ผิดเพี้ยน ระดับพลังของพญาอสรพิษสูงกว่าระดับสองดาราของเขาอยู่หนึ่งขั้น น่าจะอยู่ที่ระดับสามดาราขั้นต้น
แม้กาลเวลาอันยาวนานจะกัดกร่อนพลังของพญาอสรพิษจนไม่อาจเทียบเท่าอดีตได้ แต่กลับยิ่งเพิ่มความหิวกระหายของมันขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากกลืนกินผู้ฝึกตนหญิงผู้เคราะห์ร้ายไปแล้ว ความสนใจของพญาอสรพิษก็กลับมาอยู่ที่ลู่เต้ากับชายหนุ่ม ดวงตาของมันกลอกไปมาระหว่างคนทั้งสองอย่างว่องไว
ในที่สุด ดวงตาสีแดงเืก็จ้องไปที่ชายหนุ่มผู้โชคร้าย มันอ้าปากกว้างเผยเขี้ยวยาวพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ดวงตาของชายหนุ่มสะท้อนภาพพญาอสรพิษที่พุ่งเข้ามาใกล้ เขาะโในใจ ‘มาแล้ว!’
พลังิญญาในร่างกายพลุ่งพล่าน ร่างของชายหนุ่มวูบไหว เขาใช้ฝีเท้าอันว่องไวหลบการโจมตีถึงชีวิตของพญาอสรพิษ ในชั่วพริบตาชายหนุ่มก็ถอยห่างจากมันไปได้ไกลพอสมควร
“โอ้? ฝีมือไม่เลว” ไป๋เสียประหลาดใจ
เคล็ดวิชาที่ชายหนุ่มใช้นั้นมีชื่อว่า “ฝีเท้าอสนี” เป็วิชาตัวเบาที่ใช้พลังิญญาเสริมพลังให้กับสองขา สามารถเพิ่มพลังะเิในชั่วขณะ
ถึงแม้ชายหนุ่มจะรอดพ้นจากคมเขี้ยวของพญาอสรพิษได้ แต่เขาก็ยังคงใจนเหงื่อแตกพลั่ก
พญาอสรพิษที่กัดได้เพียงอากาศไม่ยอมลดละ มันบิดคอที่ยาวเหยียดกลับมาพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มอีกครั้ง
ชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ ยกหอกสัมฤทธิ์ขึ้น พลังิญญารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว แล้วกลายเป็ประกายสายฟ้าพันรอบปลายหอก
ในเวลานี้ ปากขนาดใหญ่ของพญาอสรพิษพุ่งเข้ามาพร้อมกับกระแสลมกระโชก ชายหนุ่มใช้ “ฝีเท้าอสนี” หลบอีกครั้ง ในขณะเดียวกันก็หมุนตัว หอกอสนีฟาดฟันออกไป สร้างาแลึกบนิัที่แข็งราวกับเหล็กของพญาอสรพิษ พลังสีดำจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากาแไม่หยุด
[1] เจียว รูปร่างคล้ายงู บนหัวจะมีกระเปาะสองข้าง สามารถบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็ัได้
